ละอองพราว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 11 : ความลับตลอดไป

ชื่อตอน : Chapter 11 : ความลับตลอดไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2561 07:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 11 : ความลับตลอดไป
แบบอักษร

Chapter 11 : ความลับตลอดไป

ขอขอบคุณเจ้าของภาพเป็นอย่างสูงคร้าา


“เฮ้อ ลุ้นแทบตาย สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดีเน๊อะเพ่ยเพ่ย”  จื้อเฉิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนนี้คนในงานเริ่มทยอยกันกลับไปแล้ว ทั้งสองก็เลยออกมาพักข้างๆเวที

“นี่เพ่ยเพ่ย ถ้าคนกลับไปหมดแล้วแกช่วยถ่ายรูปฉันคู่กับงานให้หน่อยซิ เอาให้เห็นชื่องานเต็มๆเลยนะ”

“อื้อ ได้ซิ...วันของแกทั้งที ดีใจด้วยนะแก”  เพ่ยเพ่ยส่งยิ้มหวานให้เพื่อน เธอตัวสั่นคล้ายว่าจะเป็นลมตั้งแต่แต่เริ่มงานแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ 

“เฮ้ย! เพ่ยเพ่ย”  จื้อเฉิงทำตาโตเมื่อเห็นว่าใครเดินมา ส่วนเพ่ยเพ่ยเมื่อเห็นเพื่อนมองอย่างนั้น ก็หันไปมองตาม ก็พบกับร่างสูงที่คุ้นเคยเดินควงคู่มากับ...น้องสาวบุญธรรมของเขา เขาทำหน้าบอกบุญไม่รับ ราวกับไม่อยากมา 

“สวัสดีค่ะคุณจื้อเฉิง สวัสดีค่ะ คุณจื้อเฉิงคะ อวี่ถังขอเวลาสักครู่ได้มั้ยคะ?”  อวี่ถังน้องสาวหยางฟานเดินเข้ามาพร้อมกับควงพี่ชายสุดหล่อมาด้วย เธอกล่าวทักทายจื้อเฉิง แล้วหันมาทักทายเพ่ยเพ่ย คนที่เธอไม่รู้จัก แต่เห็นว่ายืนอยู่กับจื้อเฉิงจึงทักทายตามมารยาท

“เอ่อ ได้ซิคะ”  จื้อเฉิงปั้นหน้ายิ้ม เหลือบไปมองเพื่อนคนสนิท เพ่ยเพ่ยคงลำบากใจไม่น้อย ถึงได้ยืนตัวเกร็งแบบนั้น

“คืออวี่ถึงสนใจอยากจะมีห้องเสื้อเป็นของตัวเองน่ะค่ะ แต่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ ถ้าจบมาแล้วก็อยากจะทำงาน เลยอยากจะขอคำแนะนำจากคุณจื้อเฉิงน่ะค่ะ เห็นประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย อวี่ถังก็เลยอยากขอคำแนะนำ จะได้มั้ยคะ?”  

“ไม่ถึงขึ้นประสบความสำเร็จหรอกค่ะ ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำ แต่ก็พอจะให้คำแนะนำได้ค่ะ”  

“ขอบคุณนะคะ ถ้าอย่างนั้นเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่านะคะ ดูท่าว่าจะยาว...ไปค่ะพี่ชาย”  เธอพูดพลางรั้งแขนพี่ชายสุดหล่อให้เดินตามมาด้วย

“ฉันขอตัวไปดูนางแบบ แล้วไปเช็คเครื่องประดับข้างหลังเวทีก่อนนะ”  เพ่ยเพ่ยรีบเอ่ยแทรกก่อนที่จะโดนดึงตัวไปด้วย

“ไปเลยๆ ฉันฝากด้วย”  จื้อเฉิงดันหลังเพื่อนสาวเบาๆ แล้วเดินมากับอวี่ถัง

“พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้อ่ะอวี่ถัง พี่ไปรอข้างนอกนะ”  เป็นหยางฟานบ้างที่หาทางจะหนีออกจากวงสนทนานี้

“แล้วพี่ชายจะไปรอที่ไหนคะ?”

“แถวๆนี้แหละ เสร็จแล้วโทรตามพี่แล้วกัน”  เขาตัดบทแล้วรีบเดินออกมา อวี่ถังก็ไม่สนใจอะไรอีก เพราะกำลังตื่นเต้นที่จะได้คุยกับจื้อเฉิงเรื่องงานในฝันของเธอ ส่วนคนที่บอกน้องสาวว่าจะรอข้างนอก กลับเดินไปรออยู่ที่หน้าห้องข้างหลังเวที เขายืนรอสักพักก็เห็นนางแบบเดินออกมาจากห้องนั้นหลายคนแล้ว แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่เขาบอกกับตัวเองว่า...จะไม่ยุ่งด้วยแล้ว

“ขอโทษนะครับ เพ่ยเพ่ยอยู่ในห้องนี้รึเปล่า?”  เขาตัดสินใจถามสตาฟที่เดินออกมาจากห้องนั้น

“อยู่ค่ะ แต่เดี๋ยวก็ออกมาค่ะ คุณเพ่ยเพ่ยทำงานเสร็จแล้ว”  

“ขอบคุณครับ”  เขาพยักหน้า พอลับหลังสตาฟสาว ร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนั้น โชคดีของเขาที่ในห้องนี้ไม่มีใครนอกจากเพ่ยเพ่ยคนสวย มือแกร่งก็เลยกดล็อคลูกบิดประตูทันที

“ฉันเคลียร์ทางนี้เสร็จพอดีเลย ไปคุยกับคุณอวี่ถังเป็นไงบ้าง”  ร่างระหงที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของอยู่เอ่ยถามเพื่อน เพราะเธออนุญาตให้ทุกคนที่มีหน้าที่ในห้องนี้กลับไปหมดแล้ว จะมีก็แต่จื้อเฉิงเท่านั้นที่จะมาตามเธอไปถ่ายรูปให้

“ไม่รู้ซิ ไม่ได้อยู่ฟัง”  เสียงห้าวๆนั่น ทำให้หญิงสาวปล่อยของในมือทิ้งกระทันหัน หมุนตัวมาเจอเขา ร่างระหงก็ยืนขาแข็ง ทำอะไรไม่ถูก

“เข้ามาในนี้ได้ยังไง?”

“ไม่ได้มีป้ายห้ามเข้าติดไว้หนิ”  

“มี! ป้ายหน้าห้องติดไว้ว่าบุคคลภายนอกห้ามเข้า”  

“อ้าวเหรอ? พอดีว่าอ่านหนังสือไม่ออกอ่ะ”  พูดจบก็หยักไหล่แล้วยิ้ม

“ถ้ารู้แล้วก็ออกไปได้แล้ว”  พูดพลางชี้ไปทางประตู

“ฉันว่าฉันน่าจะอยู่ได้นะ เพราะฉันไม่น่าใช่คนภายนอก น่าจะเป็นคนภายในมากกว่า”  หยางฟานพูดพร้อมกับมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า และมาหยุดอยู่ที่อกอวบสวยที่โผล่พ้นชุดเรียบหรูออกมาเพียงน้อยนิด

“ถ้าจะมาหาเรื่องก็ออกไปได้แล้ว ควรจะไปเฝ้าน้องสาวมากกว่าที่จะมายืนอยู่ที่นี่”

“รู้ด้วยว่าอวี่ถังเป็นน้องสาวฉัน...แอบไปสืบมาเหรอ? เกิดติดใจในตัวฉันขึ้นมารึไง? แล้วรู้อีกรึเปล่าล่ะ ว่าอวี่ถังไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของฉัน?”  

“จะเป็นอะไรกันมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องรู้”  พูดจบก็สะบัดหน้าหนีไปเก็บของต่อ

“แต่ก็รู้ไปแล้วหนิ”  หยางฟานพูดจบก็เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาใกล้สาวสวย

“หยุดมายุ่งวุ่นวายกับฉันได้แล้ว” 

“ประโยคนี้นี่ได้ยินจนเบื่อแล้ว ได้ยินตั้งแต่หลายปีก่อนโน่น”  แกล้งลากเสียงยาวๆอย่างกวนประสาทแล้วโน้มตัวลงไปใกล้หน้าสวย

“ถ้าได้ยินบ่อยแล้วก็ช่วยจำให้ขึ้นใจด้วย และอย่ามายุ่งกับฉันอีก!”  ตอกย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังเอาเรื่อง ไม่มองหน้าเขาอย่างไม่ให้เกียรติคู่สนทนา

“หึ! คิดว่าสวยเลือกได้นักรึไง?”  

“ได้ไม่ได้ก็มีคนมาต่อคิวให้เลือกจนตาลายแล้วกัน”  ตอบความจริงออกไปอย่างไม่ถ่อมตัว ทำเอาคนฟังหน้าตึง

“แต่ต่อจากนี้คงเหลือน้อยแล้วมั้ง เพราะใครมันจะเอาผู้หญิงที่มีแต่ตัว”  คำพูดของเขาทำให้เพ่ยเพ่ยสะอึก หัวตาร้อนผ่าว...ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องร้ายกับเธอนัก

“แถมตัวยังเป็นของคนอื่นไปแล้วด้วย”  นี่เขากะจะไม่ให้เธอเหลืออะไรให้ภาคภูมิใจเลยใช่มั้ย?

“พอใจรึยัง?...พูดจาถากถางทำร้ายจิตใจฉันพอรึยัง? ถ้าสาแก่ใจแล้วก็ออกไปซะ!”  ตวาดลั่น ชี้ไปทางประตู แล้วสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาเอาไว้

“ไม่ต้องมาไล่หรอก ทำอย่างกับฉันอยากอยู่ใกล้เธอตายแหละ...ที่มาก็อยากจะมาดูหน้าคนที่มันชอบทำหยิ่งจองหอง ดูถูกคนอื่น ว่าตอนนี้สภาพน่าสมเพชขนาดไหนก็เท่านั้นเอง”

“ก็เห็นแล้วหนิ”  

“จำไว้ว่าเธอมันไม่ใช่คุณหนูเพ่ยเพ่ยอีกต่อไปแล้ว และที่ฉันมาก็เพื่อความสะใจล้วนๆ”  ตอกย้ำจนคนฟังหัวใจแทบสลาย ตั้งแต่เกิดมาเพ่ยเพ่ยไม่เคยถูกใครดูถูกแบบนี้เลย

“ออกไป อื้อ!!!”  เงยหน้าขึ้นพูดไม่ทันจบก็ถูกเขาจับไปกดจูบแรงๆ ร่างสูงผลักให้เธอนั่งลงบนโต๊ะ แล้วเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างขาเรียว ทำให้กระโปรงยาวสีขาวผ่าหน้าแยกออก เผยให้เห็นขาเรียวเนียนน่าสัมผัส จนหยางฟานต้องลูบไล้มันเบาๆ มือเรียวแข็งแรงอยู่ไม่สุข ลูบไล้เอวคอดกิ่วไปมาอย่างหลงใหล

“อื้อ! หยุดทำแบบนี้กับฉันนะ!”  ตวาดอีกครั้งอย่างเกี้ยวกราด นี่เขาเห็นเธอขายตัวหรือไงถึงนึกจะกอดจูบลูบคลำเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้

“โทษที เห็นแต่งตัวแบบนี้แล้วนึกถึงผู้หญิงอย่างว่า ก็เลยเกิดอารมณ์ ”  ตอบกลับไปอย่างเจ็บแสบ ทั้งๆที่ชุดของเธอมันไม่ได้เป็นแบบที่เขาพูดเลยสักนิด 

“ถ้าอยากมากก็ช่วยไปให้ผู้หญิงอย่างว่าทำให้หายอยาก อย่ามายุ่งกับฉัน”  

“จ๊วบ!!!”  เขาจูบปากบางหนักๆแล้วหมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องด้วยความโมโห ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ชนะเธอสักที ทั้งๆที่ตอนนี้เขาต่างหากที่มีทุกอย่างเหนือเธอ...หลับหลังคนใจร้าย เพ่ยเพ่ยก็ปล่อยน้ำตาให้มันไหลออกมา ท้อเหลือเกินกับสิ่งที่กำลังเผชิญ ไม่รู้ว่าต้องทนอีกนานแค่ไหน

“ป๊า เพ่ยเพ่ยคิดถึงป๊า...เพ่ยเพ่ยควรทำยังไงดีคะป๊า? ที่ผ่านมาเพ่ยเพ่ยก็ทำตามที่ป๊าต้องการทุกอย่าง แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้?”  คนสวยนั่งรำพันน้ำตานองหน้า ย้อนไปคิดเรื่องเก่าๆอีกจนได้

หลายปีก่อน

“ป๊าวันนี้เพ่ยเพ่ยสอบเสร็จแล้ว อยากไปกินข้าวนอกบ้าน ป๊าไปกับเพ่ยเพ่ยนะคะ”  เด็กสาววิ่งลงบันไดมาหาพ่อ พอรู้ว่าพ่อกลับมาจากทำงานก็รีบแจ้นลงมาหาทันที ตามประสาลูกสาวติดพ่อ

“ได้ซิลูก ไหนมาให้ป๊ากอดทีซิ”

“อ่ะ หอมด้วย”  พูดจบก็หอมแก้มผู้เป็นพ่ออยากออดอ้อน

“เพ่ยเพ่ย”

“คะ?”  เอียงคอถามด้วยความสงสย พ่อเธอทำหน้าจริงจังแบบนี้มีเรื่องแน่ๆ

“ลูกน้องป๊าบอกว่า มีผู้ชายมาตามตอแยลูกสาวป๊าอีกแล้ว”

“ก็…”  เพ่ยเพ่ยอึกอัก ไม่กล้าบอก แต่ก็รู้ว่าพ่อของเธอคงรู้แล้วว่าคนนั้นเป็นใคร

“เพ่ยเพ่ยเคยสัญญากับป๊าแล้วไม่ใช่เหรอลูก? ว่าจะตั้งใจเรียน ไม่สนใจเรื่องอื่น...ป๊าเลี้ยงหนูคนเดียว ป๊าไม่ค่อยมีเวลาให้หนู ป๊าขอโทษที่ต้องบังคับหนูแบบนี้ แต่ป๊าเป็นห่วงเพ่ยเพ่ยนะลูก กลัวใครจะมาทำให้เพ่ยเพ่ยเสียใจ แล้วถ้าตอนนั้นป๊ายังไม่กลับมาจากทำงานที่ต่างประเทศ ใครจะดูแลเพ่ยเพ่ยของป๊าล่ะ?...ป๊าอยากให้เพ่ยเพ่ยโตมากกว่านี้ มีความรับผิดชอบมากกว่านี้...”

“แต่ป๊าเคยบอกว่า...คนเราต้องเรียนรู้ สมหวังกับผิดหวัง ถ้าผิดหวังแต่ถ้าเราไม่ท้อ มันก็จะทำให้เราเข้มแข็งไม่ใช่เหรอคะป๊า? ป๊าสอนเพ่ยเพ่ยเองนะ”  รีบเอ่ยค้านทันที

“มันก็จริงลูก...แต่ผู้ชายคนนี้ที่ป๊ารู้ เขาเป็นเด็กกำพร้า ลำพังข้าวจะกินแต่ละมื้อยังไม่มี จะได้เรียนหนังสือสูงๆรึเปล่าก็ไม่รู้ คงไม่ต้องพูดถึงหน้าที่การงาน แล้วเขาจะมาดูแลเพ่ยเพ่ยของป๊าได้ยังล่ะจริงมั้ย?”

“แต่เท่าที่ดูเขาเป็นคนดีนะคะป๊า”  ตอบไปตามความคิด ถึงแม้เธอจะไม่เคยพูดคุยด้วยตอนที่เขาเอาของเล็กๆน้อยๆมาให้ แต่ก็ไม่วายที่จะสังเกตเขา...และแน่นอนว่าเพ่ยเพ่ยไม่รับของจากเขา ได้แต่เดินหนี ขืนรับไปแล้วถ้าคนของพ่อเธอรู้ เรื่องนี้รู้ถึงพ่อเธอ ก็เป็นเรื่องอีกแน่ๆ

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอกลูก...ป๊าว่าเรายังเด็ก ควรตั้งใจเรียนก่อนนะ พอเพ่ยเพ่ยเรียนจบ มีงานทำ มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น เพ่ยเพ่ยก็จะรู้เองว่าคนที่เข้ามาในชีวิตเขาดีพอสำหรับเพ่ยเพ่ยรึเปล่า?”  อธิบายลูกสาวอย่างใจเย็น คนเป็นลูกที่ไม่เคยขัดใจพ่อก็ถึงกับทำหน้าสบสน

“แต่ดูท่าว่าเขาจะไม่ยอมเลิกยุ่งกับเพ่ยเพ่ยง่ายๆ ขนาดไม่ยอมพูดด้วยสักคำ เขายังดักรอเพ่ยเพ่ยที่หน้าโรงเรียนทุกวันเลยค่ะป๊า”

“เรื่องนั้นป๊าจะจัดการเอง”

“ไม่ได้นะคะป๊า!...โอเค เพ่ยเพ่ยจะทำให้เขาเลิกยุ่งกับเพ่ยเพ่ยเองค่ะป๊า ป๊าไม่ต้องห่วงนะคะ เพ่ยเพ่ยหิวแล้วอ่ะ เราไปกินข้าวกันนะคะ”  รีบปิดประเด็น เพราะรู้ดีว่าวิธีจัดการของพ่อเธอเป็นอย่างไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้ชายมาตามตอแยเธอ มีหลายราย และพ่อของเธอก็จัดการซะอยู่หมัด ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคุณหนูเพ่ยเพ่ยอีก...จะมีก็แต่รายนี้แหละ แต่ดูแล้วเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพ่ยเพ่ยจึงขอจัดการด้วยตัวเอง คงไม่ยากนักที่จะผลักไสเขาไป เดี๋ยวก็ท้อไปเอง

ปัจจุบัน

“ฮึก เพ่ยเพ่ยคงต้องทนรอให้เขาหายแค้นใจใช่มั้ยคะป๊า?...เพ่ยเพ่ยทำไม่ดีกับเขาไว้จริงๆ ถึงเขาจะไม่รู้ความจำเป็นของเพ่ยเพ่ยก็เถอะ...แล้วมันก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายให้เขาฟัง พูดไปก็เหมือนแก้ตัวมากกว่า...ฮึก ความลับนี้ มันจะเป็นความลับตลอดไป มันจะตายไปพร้อมกับเพ่ยเพ่ย”  พูดจบก็รีบเช็ดน้ำตา แล้วฝืนทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ 

 “อ้าวเพ่ยเพ่ย! ฉันรอแกอยู่ข้างนอก ทำไมยังไม่ออกมาอีก”  จื้อเฉิงรีบผลักประตูเข้ามาตามเพื่อน

“พอดีเพิ่งเก็บของเสร็จน่ะ ไปซิจะไปถ่ายรูปไม่ใช่เหรอ?...เดี๋ยวถ่ายให้”  พูดจบก็หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่

“เป็นยังไงบ้าง?”

“เป็นอะไร? ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย...รีบไปกันเถอะ หิวอีกแล้วด้วย”

“เฮ้อ เพ่ยเพ่ยเอ้ย”

ลีดคะ เค้าอธิบายว่าทำไมเพ่ยเพ่ยถึงต้องร้ายกับหยางฟานตอนเด็ก ให้ลีดเข้าใจมั้ยคะ? เอ่อ...ว่านางทำไปทำไม? เข้าใจมั้ยเอ่ย?

อิไรท์เริ่มไม่มั่นใจกับการสื่อสารแล้วล่ะ 5555

ถ้าชอบกดไลค์ ใช่กดสับตะไคร้ ละเม้นเป็น กลจ. ให้ไรท์ด้วยนะคะ

​จิ้มติ๊กเกอร์ธัญมาเยอะๆนะถ้าว่างอ่ะ เค้าชอบเล่นมาก น่ารัก ชอบมากๆเลย

ขอโทดนะมาช้า ไม่สบายเผลอหลับไปเพิ่งฟื้น ก็มาอัพเลยค่ะ

ขอโทดทีน๊าาาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น