กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่4 ความจริงเพียงบางส่วน

ชื่อตอน : บทที่4 ความจริงเพียงบางส่วน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มิ.ย. 2561 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4 ความจริงเพียงบางส่วน
แบบอักษร

“อาแต่งกับมารีนแค่เพียงในนามเท่านั้น” เดวิดตะโกนบอกออกไปทำให้หญิงสาวหยุดชะงักในทันที 

“อาเดย์หมายความว่ายังไงคะ” นิรินหันหลังกลับมามองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ 

“อากับมารีนเราแต่งกันแค่ในนาม ตลอดระยะเวลา10ปีเราสองคนไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันสักเลยครั้งเดียว” เดวิดรีบเดินเข้าไปหาหญิงสาวแล้วเริ่มอธิบาย 

“เอ่อทำไม...”  

“ความจริงมันยังมีเรื่องราวอีกมากมาย แต่อายังบอกอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ นิรินแค่รู้ไว้ว่าอากับมารีนเราทั้งคู่ไม่ได้เป็นอะไรกันแบบที่ใครๆเข้าใจ และที่สำคัญอาไม่ได้รักเธอ” เดวิดเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริง 

“แล้วเรื่องเสื้อชั้นในนั่น...” นิรินแม้จะรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ยังอดคิดเรื่องที่เขาไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นไม่ได้เช่นกัน 

“มันเป็นความสัมพันธ์แบบ One night stand อย่างที่เธอเขียนบอกนั่นแหละค่ะ อาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนนึงที่มีความรู้สึกมีความต้องการในเรื่อง เอ่อ...เรื่องแบบนั้น” เดวิดอธิบายต่อ หลายครั้งอยู่ที่เขามีความสัมพันธ์แบบนี้ แต่เขาก็มีกฎของเขา ต้องไม่ใช่คนรู้จัก ไม่คบต่อ ไม่ผูกมัด ต่างฝ่ายต่างยินดีที่จะมอบความสุขบนเตียงให้กันและกันในความสัมพันธ์แบบ One night stand เพียงเท่านั้น และเขาก็ไม่รู้เลยว่าหญิงสาวนามว่ามิเชลคนนี้นำชั้นในมาใส่ไว้ในรถเขาตั้งแต่เมื่อไรและนานแค่ไหนแล้ว 

“อาเดย์พูดจริงเหรอคะ เรื่องทั้งหมดมันคือเรื่องจริงใช่มั้ย” นิรินเอ่ยถามด้วยความรู้สึกสับสนเธอทั้งดีใจและเสียใจในคราวเดียวกันที่ชายหนุ่มตรงหน้าเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาแต่ก็ยังไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นอยู่ดี แต่ที่สับสนยิ่งกว่าก็คือตัวเธอเองที่ไม่รู้ว่าจะรู้สึกแบบนี้ทำไมทั้งๆที่เธอไม่ควรจะรู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ 

“อาพูดจริงค่ะ ถ้าเรื่องนี้เป็นคนอื่นที่รู้ อาจะไม่สนใจเลย แต่ที่อาต้องอธิบายให้นิรินฟังเพราะอาไม่อยากให้นิรินเข้าใจอาผิด คนอื่นจะว่ายังไงก็ช่าง เพราะอาแคร์นิรินแค่คนเดียว ความรู้สึกของนิรินเป็นสิ่งเดียวที่อาใส่ใจ” เดวิดบอกพลางสบตาหญิงสาวตรงหน้าด้วยความจริงใจ 

“อาเดย์...”  

“อา…”  

ปัง!!! โครม!!! ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยบอกอะไรมาเป็นคำก็ได้ยินเสียงเหมือนรถชนกันดังสนั่นหวั่นไหว และเมื่อชายหญิงหันไปมองก็ต้องหัวใจหล่นวูบเมื่อพบว่ารถที่ถูกชนคือรถของทั้งคู่ที่จอดเอาไว้ข้างทางนั่นเอง ที่สำคัญรถที่พุ่งมาชนยังเป็นรถบรรทุกคันใหญ่ที่ชนรถของพวกเขาจนเข้าไปอัดกับต้นไม้ข้างทางจนยับเยินไปทั้งคัน

“นิรินรออาอยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวอาจะเข้าไปดูว่าคนขับรถบรรทุกเป็นอะไรมั้ย”  

“อาเดย์...” นิรินดึงแขนเขาเอาไว้พลางส่ายหน้าเบาๆอย่างไม่ต้องการให้เขาเข้าไป ตอนนี้เธอใจหายจนแข้งขาสั่นไปหมด ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเธอและเขานั่งอยู่บนรถนั่นก็คงไม่มีโอกาสรอดออกมาเป็นแน่ 

“ไม่ต้องกลัวนะคะ เดี๋ยวอาจะโทรแจ้งตำรวจ” เดวิดลูบหัวหญิงสาวเบาๆแล้วหยิบโทรศัพท์มาต่อสายถึงตำรวจทันที 

เวลาต่อมา สถานีตำรวจ

“ผมกับนิรินปลอดภัยดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เดวิดกรอกเสียงไปยังปลายสายที่เป็นภรรยาในนามของเขา 

(แล้วทำไมอยู่ๆถึงมาชนได้ล่ะคะ)  

“สันนิษฐานว่าคนขับหลับในน่ะ ยังไงก็คงต้องรอให้คนขับฟื้นมาถึงจะสอบปากคำอีกที แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเพราะอาการโคม่าอยู่ไม่น้อย”  

(อย่างนั้นเหรอค่ะ นี่โชคดีนะคะที่คุณไม่ได้เป็นอะไร แล้วนี่จะกลับยังไงคะให้ฉันส่งคนขับรถไปรับมั้ยคะ) 

“ไม่เป็นไรไม่ต้องส่งรถมารับหรอกเดี๋ยวผมนั่งรถแท็กซี่กลับเอง”  

(อย่างนั้นก็ได้ค่ะ) 

“โอเคงั้นแค่นี้นะ ผมกำลังจะกลับ” เดวิดรับคำก่อนจะวางสายลง 

“นิรินโอเคมั้ย” เดวิดเดินเข้ามาหาสาวน้อยที่ยังนั่งหน้าซีดอยู่ 

“นิรินกลัวค่ะอาเดย์” นิรินลุกขึ้นยืนแล้วเงยหน้าไปสบตากับเขา 

“ไม่ต้องกลัวนะมันผ่านมาแล้ว” เดวิดยกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา 

“นิรินกลัวว่าหากเราอยู่ในรถ แล้วอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นโดยที่เรายังทะเลาะกันอยู่ ถ้าเรายังไม่เข้าใจกันและจากกันไปแบบมีอะไรติดค้างในใจ มันคง…” นิรินเอ่ยด้วยน้ำตาคลอเหตุการณ์ที่ผ่านมามันทำให้เธอใจหายมากเหลือเกิน 

“งั้นต่อไปนี้มีอะไรก็ใช้เหตุผลคุยกันนะคะ เป็นเด็กดีของอาได้มั้ยหื้ม”  

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับแล้วเข้าไปสวมกอดเขาไว้แน่น 

“แน่นะเรา เมื่อคืนวานก็บอกว่าจะเป็นเด็กดี พอเช้ามาก็แผลงฤทธิ์เลย” เดวิดลูบที่หลังบางเบาๆ 

“งื้ออ…นิรินไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะคะ” นิรินว่าเสียงเง้างอนแต่ก็ยังไม่ยอมผละออกจากอ้อมกอดเขา 

“ค่ะอารู้แล้วค่ะ นิรินของอาดีที่หนึ่งเลย” เดวิดยกยิ้มอย่างเอ็นดู 

“ประชดเหรอคะ” นิรินผละออกจากอ้อมอกเขาแล้วค้อนใส่น้อยๆ 

“เปล่าสักหน่อยนะ ไปเถอะค่ะกลับบ้านกันดีกว่า” เดวิดมองหน้าหญิงสาวด้วยรอยยิ้มก่อนจะจับมือเธอให้เดินตามออกไปเพื่อเรียกรถกลับบ้าน 

บ้านดาเลนติโน่

“เดย์คะ เป็นยังไงบ้างฉันตกใจแทบแย่เลยค่ะ” เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน มารีนก็รีบเข้ามาหาชายหนุ่มทันที 

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง ผมไม่เป็นไร” เดวิดส่งยิ้มบางๆให้ 

“ฉันอดห่วงไม่ได้นี่คะ ฉันอยากรอให้คุณกลับมาก่อนจะได้มั่นใจว่าคุณไม่เป็นอะไร”  

“ขอบคุณนะที่อยู่รอ ผมกลับมาแล้วคุณก็ขึ้นไปนอนเถอะดึกแล้ว” เดวิดบอกกับหญิงสาวตรงหน้า ถึงเขากับเธอจะแต่งงานกันเพราะมีเหตุผลบางอย่างแต่ตลอดระยะเวลา10ปี เธอเองก็ทำดีกับเขาเสมอ แม้จะมีรุนแรงเอาแต่ใจกับคนใช้ไปบ้างตามนิสัยคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยการประคบประหงมตามใจทุกอย่าง แต่โดยรวมเธอก็ถือเป็นคนดีคนนึงทีเดียว 

“ค่ะ” มารีนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มหวานเหมือนทุกๆครั้งก่อนจะเดินจากไปแต่ใครเลยจะรู้ว่ายามไร้สายตาผู้ใดจับจ้องรอยยิ้มแสนหวานนั่นมันกลับกลายเป็นเยือกเย็นสักเพียงไหน 

“ไปนอนเถอะนะ” เดวิดหันมาส่งยิ้มให้สาวน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลัง 

“ขอขี่หลังหน่อยได้มั้ยคะ” นิรินบอกพลางทำหน้าออดอ้อนใส่ 

“ทำอ้อนเชียวนะเรา” เดวิดยกยิ้มแล้วลูบที่ศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู 

“ก็อาเดย์อยากให้นิรินเป็นเด็กดีไม่ใช่เหรอคะ นี่ไงนิรินอ้อนอาเดย์อยู่ไงคะเหมือนตอนเด็กๆไง” นิรินยังคงทำหน้าอ้อนราวกับลูกแมวน้อย 

“ดีกับอ้อนมันไม่เหมือนกันสักหน่อยนี่”  

“ก็ถ้านิรินดี นิรินก็จะอ้อนแบบนี้ หันหลังมาเลยค่ะทีวันก่อนยังให้นิรินขี่หลังเลย” นิรินบอกพลางจับตัวเขาให้หันหลังเข้าหาเธอ 

“ก็วันนั้นนิรินเมา เดินจะตกบันไดอยู่แล้ว” เดวิดแม้จะทำเป็นไม่ยอมแต่ก็ดันย่อตัวลงให้เธอขึ้นมาได้ 

“งั้นถ้าอาเดย์จะทำให้ตอนนิรินเมา นิรินก็จะเมาบ่อยๆเลยดีมั้ยคะ” เมื่อเขาย่อตัวลงก็รีบเข้าไปกอดให้เขาแบกทันที 

“มะเหงกน่ะสิ ถ้าเมามาอีกละก็โดนแน่” เดวิดหันมาปรามเธอเล็กน้อย ก่อนจะแบกเธอขึ้นบันไดไป 

“อาเดย์ขา” นิรินเอ่ยเรียกเสียงหวานแล้วเกยคางลงที่ไหล่กว้างของเขา 

“หื้ม..ว่ายังไงคะ” เดวิดขานรับโดยยังคงค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ 

“อาเดย์อย่าทำแบบนั้นอีกได้มั้ยคะ”  

“แบบนั้นน่ะแบบไหน” เดวิดเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไรนัก 

“แบบที่ไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่น” นิรินเอ่ยขึ้น 

“……….” เดวิดไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงแบกเธอต่อไป จนกระทั่งไปถึงหน้าห้องนอนของหญิงสาวเขาจึงปล่อยเธอลง 

“ไม่ได้เหรอคะ” นิรินมองหน้าชายหนุ่มที่ยังคงเงียบอยู่ 

“คืออา...”  

“ต่อไปนี้อย่ามีความสัมพันธ์แบบนั้นอีกได้มั้ยคะ นะคะอาเดย์” นิรินจับมือชายหนุ่มมากุมเอาไว้อย่างไม่ยอมแพ้ ใจนึงดีใจมากที่รู้ว่าเขาและมารีนไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆต่อกันแต่อีกใจก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นเขาไปมีอะไรกับใครอีกแม้จะเพียงชั่วข้ามคืนก็ตามที 

“อา...อาไม่รับปากแต่อาจะพยายามนะนิริน” เดวิดตอบอ้อมแอ้มไม่อยากจะรับปากว่าทำได้เพราะหากทำไม่ได้ขึ้นมาก็เท่ากับว่าเขาผิดคำพูดกับเธอ อีกทั้งเรื่องแบบนี้มันช่างควบคุมยากเสียเหลือเกิน 

“ก็ได้ค่ะ ถ้ามันยากนักอาเดย์ไม่ต้องทำก็ได้” เมื่อได้ฟังคำตอบที่ไม่น่าเป็นที่พอใจสักเท่าไรก็เดินเข้าห้องไปแล้วปิดประตูลงทันที 

“มันยากมากเลยนิริน” เดวิดเอ่ยเบาๆ มือหนายกขึ้นลูบประตูห้องของเธออย่างแผ่วเบาราวกับว่ามันคือตัวตนของเธอ ใช่มันยากมากสำหรับเขา แต่หากมันไม่ใช่การหักห้ามใจที่จะไปมีความสัมพันธ์กับใครอื่นหากแต่เป็นการหักห้ามใจกับความรู้สึกที่เขารู้ดีว่ามันเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้ต่างหาก 

อาทิตย์ต่อมา

“นิรินคุยกับอาหน่อยจะได้มั้ยคะ” เดวิดที่เดินเข้ามาหาหญิงสาวในห้องนอนเอ่ยขึ้น หลายวันที่ผ่านมานี่เธอไม่ยอมพูดจากับเขาเลย ตอนแรกเขาเองก็ปล่อยเลยตามเลยเพราะคิดว่าการเว้นระยะห่างกับเธอมันเป็นสิ่งที่สมควรทำ แต่มาตอนนี้เขาทนกับความอึดอัดต่อไปไม่ไหวแล้ว 

“อาเดย์มีอะไรก็ว่ามาสิคะ” นิรินเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันมาสนใจเขา สองมือยังคงเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพราะเธอต้องเดินทางไปนอกเมืองกับบริษัทที่มีถ่ายแบบลงนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง 

“นิรินโกรธอาเรื่องนั้นใช่มั้ย” เมื่อสาวน้อยไม่ยอมมองหน้าเขาจึงเดินไปนั่งลงข้างหน้าเธอแล้วใช้มือหนาเชยใบหน้าสวยให้เงยมาสบตากับเขา 

“นิรินไม่อยากพูดถึงแล้วค่ะ ความจริงนิรินก็เพิ่งคิดได้ว่านิรินไม่มีสิทธิ์ไปห้ามอาเดย์ อาเดย์จะทำอะไรก็ทำเถอะค่ะทำตามความต้องการของตัวเอง มันเป็นสิทธิ์ของอาเดย์อยู่แล้ว” นิรินตอบก่อนจะลุกขึ้นแล้วเก็บกระเป๋าเดินทางของเธอ  

“อย่าประชดกันแบบนี้สิ คุยกันดีๆไม่ได้เหรอหื้ม...” เดวิดเข้าไปจับตัวเธอให้หันมาหาเขาอีกครั้ง 

“นิรินไม่ได้ประชดค่ะ นิรินพูดจริงๆ ถ้าอาเดย์หมดธุระแล้วก็ออกจากห้องนิรินไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะมีคนเอาไปพูดจาเสียหายอีก” นิรินมองสบตาเขา  

แม้หลายวันมานี่จะคิดทบทวนกับตัวเองแล้วพบคำตอบว่าเธอไม่ได้หวงเขาแบบอาแต่เธอคิดอะไรมากกว่านั้นซึ่งมันไม่มีทางจะเป็นจริงได้เลย  

เขาเป็นน้องชายคนสนิทของผู้เป็นพ่อ เขามีภรรยาที่แม้เขาจะบอกว่าไม่ได้รักแต่ทั้งคู่ก็แต่งงานกันอย่างถูกต้องทางนิตินัย และหากเธอเข้าไปเธอก็จะกลายเป็นมือที่สามในสายตาของคนอื่นทันที ซ้ำร้ายก็คงถูกพูดจาให้ร้ายเหมือนที่เธอเคยได้ยินมา 

และอีกอย่างเขาก็มองเธอเป็นหลานเสมอมา มีหรือที่ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขามันจะสามารถเปิดเผยออกไปได้ เพราะดูยังไงมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรทั้งนั้น สิ่งที่เธอควรทำก็คือการถอยห่างออกมาเพื่อตัดใจจากเขาเท่านั้น มันคงเป็นสิ่งที่เธอสมควรจะทำที่สุดแล้ว 

“แน่ใจเหรอที่พูดมา แน่ใจใช่มั้ยว่าอยากให้อาทำตามความต้องการของตัวเอง” เดวิดถามด้วยท่าทีเรียบเฉย 

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับ 

“ก็ได้ต่อไปนี้อาจะทำตามใจตัวเอง แล้วนิรินจะมาเปลี่ยนใจทีหลังไม่ได้แล้วนะ” เดวิดจ้องหน้าเธอนิ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปทันที 

“นิรินก็อยากทำตามหัวใจตัวเองค่ะอาเดย์ แต่นิรินทำไม่ได้ ทุกอย่างมันเหมือนเป็นสิ่งต้องห้ามไปหมด” นิรินเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว ก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอน สองแขนเรียวยกขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก ไม่รู้ว่าหากเขาทำตามที่เธอบอกจริง ๆเธอจะอดทนได้สักแค่ไหนกันเชียว 

วันต่อมา

เมืองCinque Terre หมู่บ้าน Monterosso 

“โอเควันนี้พอกันแค่นี้ก่อนนะ แสงจะหมดแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยถ่ายกันต่อ” เสียงของช่างภาพเอ่ยขึ้นเมื่อถ่ายแบบแฟชั่นชุดสุดท้ายของวันเสร็จ ทุกคนจึงต่างแยกย้ายเก็บของในส่วนที่เป็นงานของตน 

“เหนื่อยมั้ยนิริน” วีโอเล็ตเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังเก็บชุดที่ใช้ถ่ายแบบไปแขวนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย 

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ เวลาได้ทำงานที่ตัวเองรักแล้วมีความสุขทุกครั้ง” นิรินหันมาส่งยิ้มให้ผู้เป็นหัวหน้า 

“ความจริงนี่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของนิรินเลยนะ แต่ยังอุตส่าห์ตามมาช่วยดู ขอบใจมาเลยนะ” วีโอเล็ตตบลงที่ไหล่บางเบาๆด้วยความชื่นชม 

“ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่วี ดีไซน์เนอร์ก็ต้องมาทำงานควบคู่กับสไตล์ลิสอยู่แล้ว หากชุดมีปัญหาอะไรจะได้ช่วยแก้ไขให้ได้”  

“คิดไม่ผิดเลยนะที่ตอนสัมภาษณ์งานทุกคนต่างก็พากันเลือกนิริน”  

“ขอบคุณนะคะ”  

“เสร็จแล้วก็ไปพักเถอะนะ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” วีโอเล็ตส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไป 

เวลาต่อมา ห้องพักนิริน

หญิงสาวที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแต่งกายอยู่ในชุดนอนที่เป็นเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงขายาวผ้านุ่มสบาย กำลังนั่งจ้องโทรศัพท์มือถืออยู่นานสองนานหวังว่าจะมีใครโทรมาหาเธอบ้างแต่ก็ไม่มี 

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเธอจึงลุกออกจากเตียงเพื่อไปเปิดประตู 

“นิรินจ้ะ พวกเราจะออกไปหาอะไรดื่มแก้เหนื่อยกันนิดหน่อย นิรินไปด้วยกันมั้ย” เพื่อนสาวในที่ทำงานเอ่ยชวนขึ้น 

“วันนี้นิรินขอผ่านนะ กลัวจะเผลอหนักแล้วพรุ่งนี้ลุกไม่ไหว” นิรินตอบออกไปด้วยรอยยิ้มหวาน 

“โอเค...งั้นพวกเราไปนะ เปลี่ยนใจก็ตามไปแล้วกันร้านอยู่ด้านหน้าชายหาดใกล้ๆนี่เอง” บรรดาเพื่อนๆบอกแล้วพากันเดินจากไป ส่วนเธอเองก็เดินกลับไปในห้องตามเดิม 

ก๊อกๆๆ ยังไม่ทันที่จะหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูอีกที 

“อาเดย์!” นิรินเอ่ยเรียกอย่างตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้า 

“อาเดย์มาได้ยังไงคะ แล้วมาทำไม หรือแอบตามมาคุมนิริน” นิรินเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก 

“ก็นิรินบอกอาเอง”  

“บอก?บอกอะไรคะ” นิรินมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ 

“บอกให้อาทำในสิ่งที่อาอยากทำเพราะมันเป็นสิทธิ์ของอา ให้อาทำตามหัวใจตัวเอง” เดวิดบอกพลางมองสบตาเธอนิ่ง  

“แล้ว?” นิรินเลิ่กคิ้วด้วยความสงสัย แต่หัวใจของเธอมันเต้นระรัวแปลกๆ เพราะแววตาที่เขามองเธอครั้งนี้มันช่างเป็นประกาย มันดูอบอุ่นและทรงพลังจนแทบจะหลอมละลายเธอลงไปเสียให้ได้ 

“อาก็จะทำตามหัวใจตัวเอง” เดวิดส่งยิ้มอบอุ่นแสนละมุนก่อนจะใช้สองมือหนาประคองใบหน้าสวยให้เข้ามาใกล้แล้วกดจูบลงไปที่ริมฝีปากของเธอทันที...



******************************************

โง้ยยย อาเดย์เขาจะทำตามหัวใจตัวเองยังไงน๊าาา อิอิมาต่อตอนหน้านะจ้ะ^^ 




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น