กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่3 ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง!

ชื่อตอน : บทที่3 ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2561 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3 ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง!
แบบอักษร


ห้องนิริน 

“อาเดย์คะ ทำไมถึงเป็นอามารีน” นิรินเอ่ยถามพลางดึงมือชายหนุ่มเอาไว้เมื่อเขานำเธอมาส่งถึงเตียงนอน 

“เราไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ ตอนนี้ดึกมากแล้วนอนก่อนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะคะคนดี” เดวิดส่งยิ้มบางๆให้หญิงสาว 

“ค่ะ” เมื่อเห็นเขาเลี่ยงที่จะไม่ตอบอีกครั้งก็ได้แต่ยิ้มรับแล้วแสร้งหลับตาลง  

“ยังไงลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยนะ เสื้อผ้าชื้นแบบนั้นเดี๋ยวจะไม่สบาย” เดวิดเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

“เหตุผลจริงๆคืออะไรคะอาเดย์ ทำไมถึงยังบอกนิรินไม่ได้สักที” เมื่อเสียงประตูห้องปิดลงก็ลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยเบาๆ แม้ตอนแรกจะตัดสินใจไม่อยากรู้เรื่องนี้แล้วแต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ เพราะเมื่อเช้าตอนเธอเทียวขึ้นเทียวลงเปลี่ยนชุดเธอบังเอิญเจอมารีนออกมาจากห้องนอนอีกห้องนึง ซึ่งห้องที่เดวิดอยู่ก็เป็นอีกห้องนึง จึงทำให้ได้รู้ว่าทั้งสองแยกห้องนอนกัน และมันยิ่งเพิ่มความสงสัยในหัวเธอเข้าไปอีกมากมายทีเดียว 

เช้าวันต่อมา

“แกก็พูดไปเจ้าปิย่า นินทาเจ้านายไปเรื่อย เดี๋ยวคุณเดวิดมาได้ยินล่ะก็เป็นอันโดนดีแน่” ลอล่าที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัวเอ่ยขึ้น เมื่อคนงานคนสนิทของคุณผู้หญิงของบ้านนามว่าปิย่า มีเรื่องซุบซิบนินทาของผู้เป็นนายมาเล่าสู่กันฟังแต่เช้า 

“กลัวทำไมก็ฉันพูดเรื่องจริงนี่หน่า เมื่อคืนตอนดึกคุณมารีนตื่นขึ้นมาแล้วนอนไม่หลับ เลยเรียกให้ฉันไปบีบนวดให้ พอฉันออกมาจากห้องคุณมารีนก็เห็นคุณเดวิดออกมาจากห้องของยัยคุณหนูนิรินอะไรนั่น ตีหนึ่งตีสองแบบนั้นพี่คิดว่าเขาเข้าไปทำอะไรกันละ” ปิย่าเอ่ยอย่างออกรสออกชาติโดยหาได้เกรงกลัวใครไม่ เพราะเธอรู้ดีว่าผู้เป็นนายหญิงของเธอคอยคุ้มกะลาหัวเธออยู่ 

“คุณนิรินเธอเป็นหลานคุณเดวิด แกอย่ามาคิดอะไรบัดสีนะ” ลอล่ายังคงหันมาปรามด้วยสายตา 

“คุณมารีนบอกฉันว่าไม่ใช่หลานแท้ๆสักหน่อย ก็แค่คุณเดวิดสนิทกับพ่อของยัยคุณหนูมากเลยนับถือกันแบบอาหลาน ฉันล่ะเจ็บใจแทนคุณมารีนจริงๆเลยนะ โดนเด็กหน้าซื่อๆใสๆมาแอบลักกินขโมยกินถึงในบ้าน คนอะไรมาอาศัยเขาอยู่แท้ๆไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเอาเสียเลย พวกกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา”  

“รู้ดีนักนะ นู่นอาหารเช้าคุณผู้หญิงแกน่ะเสร็จแล้วยกไปสิ หรือจะรอให้มันเย็นชืดจนนายแกเพ่นกบาลเอาอีกล่ะ” ลอล่าที่อดรนทนไม่ไหวในความขี้นินทาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคานเต็มทน 

“เออจริงด้วยงั้นฉันไปก่อนดีกว่า” ปิย่ารีบเดินไปหยิบถาดอาหารเช้าของผู้เป็นนายทันที 

“นินทาฉันเสร็จแล้วเหรอ แหมกำลังฟังเพลินๆทีเดียว” นิรินที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกพักใหญ่เดินเข้ามาเอ่ยขึ้นแล้วขวางทางปิย่าเอาไว้ 

“เอ่อคือ...คือ...” ปิย่าละล่ำละลักด้วยหน้าเจือนลงทันที 

“อ้าวปากเป็นอะไรล่ะ มีอะไรติดอย่างนั้นเหรอ เมื่อกี้ยังเห็นพูดเอาๆ อะกินน้ำสักหน่อยสิเผื่อมันจะลื่นคอขึ้นมาบ้าง” นิรินใช้มือเรียวบีบลงที่ปลายคางของหญิงสาวก่อนจะหยิบแก้วน้ำส้มในถาดกรอกเข้าไปในปากที่นินทาเธอทันที 

“อื้อ..อ่อก...” ปิย่าสำลักหน้าดำหน้าแดงอีกทั้งน้ำส้มยังไหลรินเปรอะเปื้อนเต็มตัวไปหมด 

“จำเอาไว้ว่าอย่าคิดอะไรสกปรกๆและมาพูดจากล่าวหาฉันอีก ฉันรู้ดีว่าอะไรควรหรือไม่ควร อย่าเอาความคิดต่ำๆของเธอมาดูถูกคนอื่นทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ถ้าคราวหน้ามีอีกล่ะก็ฉันรับรองว่ามันจะไม่ใช่น้ำส้ม แต่มันจะเป็นกาแฟหรือไม่ก็น้ำชาร้อนๆแทน” นิรินเอ่ยเสียงเรียบแล้วปล่อยมือออกจากหญิงสาว  

“ฮืออ...ปิย่าจะฟ้องคุณผู้หญิง” ปิย่าบอกด้วยเสียงสั่นเครือก่อนจะเดินสะบัดสะบิ้งออกไป 

“ขอโทษนะคะที่นิรินทำเลอะ เดี๋ยวนิรินเช็ดให้เองค่ะ” นิรินหันไปบอกกับลอล่าที่ยืนทำหน้าตกอกตกใจอยู่กับสาวใช้อีกคน 

“ม่ะไม่เป็นไรค่ะ โรมไปเช็ดทีไป” ลอล่าเอ่ยบอกก่อนจะหันไปสั่งหญิงสาวอีกคนให้ไปจัดการ 

“คุณนิรินไปล้างไม้ล้างมือก่อนเถอะค่ะ เปื้อนไปหมดแล้ว” ลอล่าเอ่ยก่อนจะเดินพาหญิงสาวไปล้างมือที่ห้องน้ำด้านหลัง 

“คุณนิรินอย่าไปใส่ใจนังปิย่ามันเลยนะคะ มันถือว่าเป็นคนสนิทของคุณผู้หญิง เลยเหิมเกริมไม่กลัวใครน่ะค่ะ” ลอล่าบอกพลางหยิบผ้าเช็ดมือให้เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำ 

“จะไม่ใส่ใจแต่ทำไม่ได้จริงๆค่ะ มาพูดจาให้กันเสียๆหายแบบนี้นิรินว่ามันไม่โอเคเลย ว่านิรินยังพอทนแต่พาดพิงไปถึงอาเดย์ด้วยนิรินทนไม่ได้ อาเดย์เป็นคนดีไม่ควรโดนว่าเสียๆหายๆแบบนั้น ที่สำคัญคนว่าดันเป็นเด็กในบ้านตัวเองเสียนี่”  

“ค่ะ เอ่อว่าแต่คุณนิรินเข้ามาในครัวมีอะไรหรือเปล่าคะ นี่ก็อีกครึ่งชั่วโมงถึงจะตั้งโต๊ะอาหารเช้า” ลอล่าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเจือนๆก่อนจะเอ่ยถามขึ้น 

“นิรินอยากมาหากาแฟเข้มๆดื่มแก้แฮงค์สักหน่อยน่ะค่ะ นี่ตื่นมาปวดหัวมากเลย” นิรินบอกพลางยกมือเรียวนวดที่ขมับเบาๆ 

“ถ้าอย่างนั้นไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารก่อนนะคะ เดี๋ยวลอล่าจะให้เด็กยกไปให้ค่ะ”  

“ขอบคุณนะคะพี่ลอล่า” นิรินยิ้มรับก่อนจะเดินออกไป 

“นิรินมานั่งลงก่อน” เมื่อเดินออกไปยังโต๊ะอาหารเดวิดก็เอ่ยเรียกเธอทันที 

“ไวปานจรวด” นิรินพึมพำเมื่อมองเห็นคุณผู้หญิงของบ้านยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่ม และที่พื้นด้านล่างยังมีสาวใช้ที่เธอเพิ่งกรอกน้ำส้มใส่ปากไปหมาดๆนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ข้างๆผู้เป็นนาย

“อาเดย์รู้อะไรบ้างแล้วคะ ปิย่าเล่าอะไรให้ฟังบ้าง แล้วบอกหมดหรือเปล่า” นิรินเดินเข้าไปยืนต่อหน้าทั้งสามคน 

“ดูหลานรักคุณทำสิคะเดย์ ไม่มีมารยาทกับผู้หลักผู้ใหญ่เอาเสียเลย” มารีนเอ่ยเสียงหวานพลางปรายตามองนิรินด้วยหางตาเล็กน้อย 

“นิรินยังไม่ได้ทำ...”  

“อย่างเถียงผู้ใหญ่นิริน  ถึงนิรินจะถูกแต่ก็ควรให้ความเคารพผู้ใหญ่ด้วย” เดวิดหันมาเอ่ยเตือนเบาๆ 

“…………” นิรินไม่ได้เอ่ยอะไรต่อได้แต่แอบถอนหายใจเบาๆแล้วนิ่งฟัง 

“ปิย่าขอโทษคุณนิรินซะ” เดวิดหันไปหาสาวใช้ 

“ขอโทษค่ะ” ปิย่าเอ่ยอย่างจำยอมแต่ก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก 

“นิรินขอโทษปิย่าด้วย”  

“ขอโทษทำไมคะอาเดย์ ปิย่ามาพูดจาให้นิรินกับอาเดย์เสียหายนะคะ” นิรินมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ 

“ปิย่าผิดจริงแต่นิรินก็ทำรุนแรงเกินไปด้วยเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างขอโทษให้จบเรื่องกันไปเถอะนะอาขอ”  

“ปากแบบนั้นก็สมควรโดนแล้วนี่คะ”  

“ช่างเถอะค่ะเดย์ ก็รู้กันอยู่ว่าหลานของคุณไร้มารยาทแค่ไหน”  

“มารยาทนิรินมีค่ะ แต่เก็บไว้ใช้กับคนที่มีมารยาทด้วยเท่านั้น นิรินก็เป็นแบบนี้แหละค่ะใครดีมาก็ดีตอบร้ายมาก็ร้ายตอบ ไม่โกงค่ะ” นิรินบอกพลางจ้องหน้าสวยที่เชิดคอแทบหักอยู่ตรงหน้า 

“พอได้แล้วนิริน อย่าทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ คนอื่นจะมองยังไงที่ก้าวร้าวใส่ผู้ใหญ่” เดวิดเอ่ยขัดขึ้น 

“นิรินจะแคร์คนที่ไม่รู้จักนิรินทำไมล่ะคะ ขนาดคนที่นิรินคิดว่ารู้จักนิรินดีอย่างอาเดย์ ยังไม่เคยมองว่านิรินดีสักครั้ง” นิรินหันไปมองหน้าชายหนุ่มแล้วเดินออกไปทันที 

“ผมขอโทษแทนหลานด้วยแล้วกันนะ ส่วนเธอก็อย่าเหิมเกริมให้มากอย่าคิดว่าเป็นคนสนิทของคุณผู้หญิงแล้วฉันจะไม่กล้าไล่เธอออก” เดวิดบอกกับหญิงสาวก่อนจะหันไปบอกสาวใช้ด้วยใบหน้าแสนเย็นชา 

“ฉันก็ขอโทษแทนคนของฉันค่ะ จะอบรมตักเตือนกันให้มากกว่านี้ ขอตัวนะคะ” มารีนคลี่ยิ้มบางๆให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเช่นกัน 

“มีอะไรเหรอลอล่า” เมื่อหันไปเห็นหญิงสาวจึงเอ่ยถามขึ้น 

“เอ่อพอดีลอล่าชงกาแฟดำมาให้คุณนิรินน่ะค่ะ เห็นบอกว่าแฮงค์ตื่นมาปวดหัว”  

“เอาไปเก็บเถอะ แล้วไม่ต้องจัดโต๊ะอาหารนะเช้านี้คงไม่มีใครทาน” เดวิดบอกก่อนจะเดินออกไปเช่นเดียวกัน 

บริษัทนิริน

“เป็นไงไหวมั้ยนิริน” วีโอเล็ตหัวผู้จัดการฝ่ายแฟชั่นดีไซน์เอ่ยขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ 

“งานน่ะไหวค่ะไม่มีปัญหาเลยค่ะพี่วี แต่แฮงค์เมื่อคืนน่ะสิคะ ยังปวดหัวอยู่เลยค่ะ” นิรินละจากงานตรงหน้าแล้วหันมาส่งยิ้มให้ผู้เป็นหัวหน้า 

“ก็บอกแล้วว่าอย่าอยู่ดึกกัน เราก็ไปตามใจพี่ๆในแผนก พวกมันหาเรื่องกินเหล้ากันยาวๆน่ะสิ”  

“นิรินเห็นว่าพี่ๆเค้ายังสนุกกันน่ะค่ะ อีกอย่างก็ได้พูดคุยทำความรู้จักกันด้วย”  

“โอเคงั้นทำงานต่อเถอะ พี่ไม่กวนละ” วีโอเล็ตเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไป 

ไลน์!ไลน์!ไลน์!  เมื่อจะหันกลับไปทำงานต่อเสียงไลน์ก็ดังขึ้นระรัว แม้จะรู้ดีว่าใครคือคนส่งมาและเธอก็ไม่อยากเปิดดู แต่ท้ายที่สุดก็หยิบขึ้นมาเปิดดูจนได้ 

‘รับสายอาหน่อยค่ะ เราต้องคุยกันนะนิริน’

‘ไหนเมื่อคืนบอกว่าจะไม่ดื้อกับอาแล้วไง’

‘โอเคไม่อยากรับก็ไม่เป็นไร วันนี้อามีสอนถึงเย็น กลับถึงบ้านแล้วรออาก่อนนะคะ อาจะกลับไปทานข้าวด้วย แล้วเราจะได้คุยกัน’

‘อย่าลืมหาอะไรทานแก้แฮงค์ด้วย อาเป็นห่วงนะ’

‘เจอกันตอนเย็นค่ะ’

“ทีแบบนี้ล่ะมาทำเป็นพูดดี ไม่ดีด้วยหรอกเชอะ” นิรินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วหันกลับไปทำงานของตนต่อ 

บ้านดาเลนติโน่

“พี่ลอล่าคะ สอนนิรินทำสเต็กปลาแซลม่อนหน่อยได้มั้ยคะ” หญิงสาวที่บอกว่าจะไม่ยอมดีด้วยพอเลิกงานก็รีบกลับมาที่บ้านทันที ซ้ำยังรีบเข้าครัวมาขอให้ลอล่าสอนทำอาหารอีกด้วย 

“จะทำให้คุณเดวิดเหรอคะ” ลอล่าหันมาส่งยิ้มให้สาวน้อย 

“พี่ลอล่ารู้…”  

“รู้สิคะ เมนูโปรดคุณเดวิด คุณมารีนเธอชอบทำให้คุณเดวิดบ่อยๆน่ะค่ะ”  

“งั้นนิรินไม่ทำแล้วดีกว่าค่ะ เดี๋ยวทำไม่อร่อยเท่าจะโดนว่าเอาอีก” นิรินบอกพลางเบ้ปากน้อยๆ 

“ทำสิ อาอยากทานอยู่พอดี” เสียงของเดวิดเอ่ยขึ้นด้านหลัง ทำให้หญิงที่ยืนคุยกันอยู่หันไปมองพร้อมๆกัน 

“ไม่อยากทำแล้วค่ะ” นิรินมองหน้าชายหนุ่ม 

“งั้นไปทานข้างนอกกัน” เดวิดเอ่ยแล้วดึงแขนเธอให้เดินตามออกไป 

“อาเดย์ปล่อยนะคะ ใครบอกว่าจะไปกับอาเดย์ นิรินยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ” นิรินพยายามสะบัดแขนออก เมื่อเขาดึงเธอให้เดินตามออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน 

“เฮ้อ...จอมดื้อ ฟังอาบ้างจะได้มั้ยหื้ม” เดวิดถอนหายใจพลางใช้มือหนาบีบลงที่จมูกเล็กของเธอ 

“ทีอาเดย์ยังไม่เห็นฟังนิรินบ้างเลย” นิรินทำหน้าง้ำงอใส่ชายหนุ่ม 

“คุยกันด้วยเหตุผลสิเด็กดี อารู้ดีว่านิรินเป็นคนยังไงถึงภายนอกดื้อและแสนเอาแต่ใจสักแค่ไหนแต่ความจริงแล้วนิรินเป็นคนดี หากแต่อื่นที่ไม่รู้จักนิสัยแท้จริงของนิรินจะมองว่านิรินเป็นเด็กไม่ดีไปหมดเพราะพวกเขามองจากการกระทำภายนอกที่นิรินกระทำออกไปเพียงอย่างเดียว ที่อาคอยว่าคอยสอนเพราะอาอยากให้คนอื่นเห็นว่านิรินเป็นเด็กน่ารักอย่างที่อาเห็น”  

“คนอื่นไม่เหมือนอานิรินเข้าใจที่อาพูดมั้ยคะ” เดิวิดมองหน้าสาวน้อยที่ถึงจะไม่เถียงแต่ก็ยังทำหน้างออยู่นิดหน่อย 

“ไม่เหมือนยังไงคะ” นิรินทั้งที่เข้าใจดีก็ยังไม่วายเอ่ยถามด้วยท่าทีจอมกวนออกไป 

“ไม่เหมือนอาตรงที่ไม่ว่านิรินจะเป็นยังไงอาก็รักอยู่ดี” เดวิดตอบพลางสบตาเธอนิ่ง 

“เอ่อ...เข้าใจแล้วค่ะ ขึ้นรถสิคะนิรินหิวข้าว” เมื่อได้ฟังคำตอบของชายหนุ่มก็พลันหัวใจเต้นแรงขึ้นมา ทั้งๆที่เขาไม่ได้หมายถึงรักในแบบชู้สาวแต่ก็ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอยู่ดี เมื่อกลัวเขาสังเกตได้จึงรีบเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งทันที  

เดวิดเองได้แต่มองตามด้วยรอยยิ้ม นี่แหละหนานิสัยของนิรินจอมแสบ โกรธง่าย หายไว เข้าใจแต่ชอบทำเฉไฉ แล้วก็ยังไม่วายกวนให้คนอื่นปั่นป่วนได้เสมอ  

เวลาต่อมา

“อาเดย์มีที่ชาร์จโทรศัพท์มั้ยคะ แบตโทรศัพท์นิรินจะหมด นี่กำลังโหลดไฟล์งานส่งให้หัวหน้ากลัวแบตจะหมดเสียก่อนจะส่งเสร็จ” นิรินเอ่ยถามเมื่อทั้งคู่ขึ้นมานั่งบนรถหลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ 

“นิรินลองหาดูที่ลิ้นชักหน้ารถน่ะค่ะ อาไม่แน่ใจเหมือนเคยใส่ที่ชาร์จสำรองไว้นานแล้ว” เดวิดบอกโดยตนเองก็ยังขับรถต่อไป 

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับก่อนจะเปิดลิ้นชักหน้ารถเพื่อจะหาที่ชาร์จตามที่เขาบอก แต่เมื่อเปิดลิ้นชักออกก็เป็นอันต้องชะงักลงทันทีเพราะสิ่งที่เธอเห็นอยู่ข้างในมันคือยกทรงคัพซีลายสีลูกไม้สีดำและที่สำคัญมันมีกระดาษโน๊ตแนบติดเอาไว้ 

‘รู้ดีว่าเรื่องของเรามันเป็น One night stand แต่มิเชลให้คุณเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกนะคะ คุณเด็ดดวงมาก’

นิรินอ่านข้อความนั้นออกมาเสียงดังแล้วกระแทกลิ้นชักให้ปิดลง สิ่งที่ได้ยินทำเอาชายหนุ่มที่กำลังขับรถรีบตีไฟเลี้ยวแล้วจอดรถที่ข้างทางในทันที 

“นิริน...”  

“ที่แท้อาเดย์เป็นคนแบบนี้เหรอคะ แอบมีเล็กมีน้อย จนอามารีนต้องแยกห้องนอนใช่มั้ย” นิรินมองหน้าชายหนุ่มด้วยน้ำตาไหลริน แม้เธอจะไม่ชอบมารีนเลยสักนิดแต่การที่เธอเห็นแบบนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก และมารีนก็คงรู้สึกเจ็บมากกว่าเธอเป็นไหนๆ 

“มันไม่ใช่แบบนั้นนิริน” เดวิดมองหน้าสาวน้อยอย่างต้องการอธิบาย 

“นิรินไม่อยากฟัง” นิรินบอกแล้วเปิดประตูลงรถไปทันที 

“นิริน...นิรินฟังอาก่อน” เดวิดเอ่ยเรียกแล้วรีบตามไปคว้าตัวเธอเอาไว้ 

“อาเดย์นิสัยไม่ดี นิรินไม่ฟัง ต่อไปนี้นิรินจะย้ายไปอยู่ที่อื่น จะไม่อยู่กับผู้ชายหลายใจแบบอาเดย์” นิรินเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดหวังก่อนจะหันหลังแล้วเดินหนีไปให้ไกลจากตรงนั้น ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจสลาย มันเจ็บมันจุกจนเธอไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรออกไปได้อีก มีแต่น้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้เพียงเท่านั้น 

“อาแต่งกับมารีนแค่เพียงในนามเท่านั้น” เดวิดตะโกนบอกออกไปทำให้หญิงสาวหยุดชะงักในทันที...



******************************************

ตัดชึบแบบนี้จะโดนรีดกินหัวมั้ย5555^^ มันยาวไปยกไปตอนหน้านะจ้ะคนดี❤❤❤

เอ็นดูนิรินที่นางบอกไม่ยอมดีด้วยพอตัดภาพไป อะไรคือรีบกลับบ้านและเข้าครัว555^^ ตอนหน้ามาดูว่าอาเดย์จะเล่าอะไรให้นิรินฟังบ้าง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น