ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทักทายคู่กรณี (ต่อ)

ชื่อตอน : ทักทายคู่กรณี (ต่อ)

คำค้น : ยั่วเสน่หาอดิศร, พ่อแง่แม่งอน, อีโรติค, นิยายชุด, ยั่วหนุ่ม, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 97

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2561 11:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทักทายคู่กรณี (ต่อ)
แบบอักษร

            “ดีสิคะ คุณแม่ชมว่าพี่อินดี้เก่งค่ะ ออกแบบเสื้อผ้าก็เก่ง บริหารงานบริหารคนก็เก่งค่ะ”

            “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ หลายคนช่วยกันน่ะครับ”

            ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่จะถูกเปิดออก

            “กาแฟมาแล้วค่ะ” มัลลิกายกกาแฟมาเสิร์ฟให้ทั้งเจ้านายและแขกของเจ้านาย เสร็จแล้วก็กำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่ก็ถูกอดิศรเรียกเอาไว้เสียก่อน

            “เดี๋ยวครับคุณต่าย พวกนางแบบนี่เขาซ้อมกันอยู่ที่ห้องประชุมชั้นสี่ใช่ไหมครับ?”

            “ใช่ค่ะ” มัลลิกาหันมาตอบกลับก่อนที่จะเดินออกไป

            “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเรารีบดื่มกาแฟแล้วไปที่ห้องซ้อมกันดีกว่าครับน้องพราว”

            “จะรีบไปไหนละคะพี่อินดี้ ถ้ารีบดื่ม เราก็จะไม่ได้อรรถรสในการดื่มกาแฟน่ะสิคะ” แพรวพราวส่งเสียงหวานไปพร้อมกับสายตาเชื่อม ทอดสะพานให้กับชายหนุ่ม

            “ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องรีบก็ได้ครับ แต่ว่าเรามาทำอย่างอื่นเพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสให้กาแฟถ้วยนี้ขึ้นไปอีกดีหรือเปล่าครับ” อดิศรพูดพร้อมกับย้ายตัวเองมานั่งอยู่ข้างหญิงสาว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของแพรวพราวจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา สายตาของทั้งคู่สบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะค่อย ๆ ยื่นเข้าไป เป้าหมายอยู่ที่ริมฝีปากสีแดงเข้มอวบอิ่มจนน่าสัมผัสและลิ้มลอง

            ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองคนได้สัมผัสกันอย่างเฉียดฉิวแผ่วเบา ก็เป็นแพรวพราวที่ผละถอยออกจากชายหนุ่ม

            “อุ๊ย! ไม่ดีมั้งคะ เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็นค่ะ”

            “เอ่อ ครับ ขอโทษครับ” อดิศรรู้สึกเสียดายแต่ว่าก็ไม่คิดที่จะเซ้าซี้ เพราะโอกาสหน้ายังมี

            ที่ห้องประชุมชั้นสี่ ตอนนี้นางแบบกิตติมศักดิ์ที่เชิญมาอีกสี่คน เริ่มพูดกันเรื่องที่ต้องให้พวกเธอรอคนเพียงคนเดียว จนทำให้ทีมงานต้องให้ครูกุ้ง ซึ่งเป็นครูจากโรงเรียนสอนบุคลิกภาพและเดินแบบ พาทุกคนออกมาจัดคิวแล้วเริ่มฝึกเดินกันเลย โดยไม่ต้องรอนางแบบที่จะมาเดินชุดฟินนาเล่อีกต่อไป

            “เกิดเป็นคนรวยนี่ดีอย่างนี้เองเนาะไอ้ฟ้า จะสายจะช้าก็ได้ ยังไงก็มีที่สำหรับนางเสมอ” พักตร์ศรเปรยขึ้นกับฟ้าใหม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน

            “เออ นั่นดิ ถ้าเป็นพวกเราสายขนาดนี้ละแกเอ๊ย อนาคตงานดับวูบเลยค่ะ”

            “เม้าท์อะไรกันสองคน ไม่รวยอย่างเขาก็ตั้งใจทำงานไปค่ะ โน่นพี่เขาบอกจุดให้โพสแล้ว เดี๋ยวก็จำจุดกันไม่ได้หรอก” อรนุชเดินเข้ามากระซิบสองสาวให้ตั้งใจฟังครูสอน

            หลังจากที่มาร์คจุดโพสกันเสร็จ ครูกุ้งก็เดินให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนหนึ่งรอบ แล้วจึงลองให้นางแบบทุกคนทั้งกิตติมศักดิ์ สมัครเล่น และมืออาชีพได้ลองเดินกันเพื่อดูทักษะการเดินของแต่ละคน คนที่ยังเดินไม่ได้ไม่สวย ก็จะถูกแยกออกมาฝึกต่างหากก่อน ซึ่งก็จะเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ที่ไม่เคยเดินแบบมาก่อนแค่นั้น ที่ต้องแยกออกมาฝึก ส่วนสี่สาวมือสมัครเล่นจากโมเดลลิ่ง ก็สามารถเอาตัวรอดกันไปได้ทุกคน และกำลังฝึกเดินอย่างขะมักเขม้น เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดคิว ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งประตูห้องประชุมถูกเปิดออก พร้อมกับปรากฏตัวหนุ่มสาวที่ทั้งหล่อทั้งสวยแถมเป็นผู้มีอิทธิพลต่องานครั้งนี้อีกด้วย

            “คุณอินดี้..สวัสดีค่ะ พานางแบบมาส่งให้เหรอคะ?” ครูผู้ฝึกเดินปราดเข้าไปเอ่ยทักทายชายหนุ่มทายาทเจ้าของบริษัท

            “ครับ ครูกุ้ง ฝากน้องพราวด้วยอีกคนนะครับ”

            “ได้เลย ไม่มีปัญหาค่ะ อันที่จริงงานนี้คุณอินดี้ก็น่าจะเดินด้วยซะเลยนะคะ ออกสุดท้ายเป็นฟินนาเล่คู่กับน้องพราวไปเลยก็ได้ค่ะ ออกจะหล่อขนาดนี้แล้ว”

            “ไม่ดีกว่าครับ ผมขอเป็นแค่คนออกแบบก็พอแล้วครับ”

            “แหม น่าเสียดายนะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเราไปฝึกเดินกันดีกว่าค่ะคุณน้องพราวขา” ครูกุ้งเอ่ยเชิญหญิงสาวที่ยังคงยืนควงแขนอดิศรอยู่ เพื่อจะพาไปอธิบายถึงจุดมาร์คต่าง ๆ ให้เธอทราบ

            พักตร์ศรนั้นตั้งใจซ้อมเดินของเธอไปอย่างไม่คิดจะสนใจชายหนุ่ม จนกระทั่งอดิศรเดินเข้ามาหยุดยืนต่อหน้า ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังหยุดยืนโพสท่า

            “ว่ายังไงคุณ ไม่คิดจะทักทายกันสักหน่อยเหรอ?”

            “สวัสดีค่ะ” พักตร์ศรเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ในฐานะที่เขาเป็นผู้จ้างงานเธอ และตั้งใจจะเดินกลับไปเริ่มต้นเดินใหม่

            “เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนล่ะ” ชายหนุ่มคว้าแขนของเธอเอาไว้ได้ ซึ่งทุกคนในห้องนั้นก็กำลังจ้องมองมาที่ชายหนุ่มและเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งแพรวพราวที่กำลังมองดูทั้งสองคนอยู่ด้วยสายตาไม่พอใจกับการถึงเนื้อถึงตัว ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การจับแขนก็ตาม

            “นี่คุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ จะพูดอะไรก็รีบ ๆ พูดมา ฉันทำงานอยู่ไม่เห็นหรือไง” พักตร์ศรส่งเสียงกระซิบที่ดังชัดพอให้ได้ยินกันสองคน จ้องมองชายหนุ่มตาถมึงทึง แสดงให้เขารู้ว่าเธอไม่พอใจการกระทำของเขามาก ซึ่งอดิศรก็ยอมปล่อยแขนของเธอแต่โดยดี

            “ผมก็ไม่ได้อยากจะจับคุณนักหรอก แค่อยากจะมาบอกว่า คุณนี่มักง่ายได้ทุกที่เลยนะ เมื่อวานบนถนน วันนี้ยังตามมาที่บริษัทของผมอีก”

            “นี่! มันจะมากไปแล้วนะ คิดว่าเป็นลูกเจ้าของที่นี่แล้วจะปากเสียยังไงก็ได้อย่างนั้นเหรอ?” พักตร์ศรกำมือแน่นอย่างพยายามจะระงับอารมณ์ ควบคุมน้ำเสียงไม่พอใจของเธอให้อยู่ในระดับที่ได้ยินกันสองคน เช่นที่เขาปฏิบัติกับเธอ

            “ปากผมน่ะ ไม่ได้เสีย แต่เป็นนิสัยคุณที่เสีย คิดจะจอดรถที่ไหนก็จอดโดยไม่สนใจว่าจะเป็นที่จอดรถของใครเขา”

            “จอดรถอะไร ฉันจะจอดที่ไหน แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย ฉันไปจอดบนตัวคุณหรือไง ถึงได้เดือดร้อนนัก เลิกมาก่อกวนฉันได้แล้ว ฉันจะทำงาน หัดมีมารยาทเสียบ้างสิคะคุณผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ" พักตร์ศรส่งเสียงลอดไรฟัน ส่งสายตาดุใส่เขาราวกับจะสามารถจับเขาฉีกเป็นชิ้น ๆ ได้เลย

            “โอเค ผมไม่กวนคุณก็ได้ ขอให้งานผ่านไปด้วยดี และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพแล้วกันนะ” อดิศรอวยพรเสร็จ ก็ยักไหล่แล้วเดินออกจากห้องประชุมไป ปล่อยให้พักตร์ศรสูดลมหายใจยาว ๆ ปรับอารมณ์ตัวเอง

            “เกิดอะไรขึ้นวะแก คุณอดิศรเขามาพูดอะไรกับแกเหรอ?” พรธิชาที่เดินเข้ามาหาพักตร์ศรพร้อมกับเพื่อน ๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “คนมันบ้า อย่าไปใส่ใจเลย” พักตร์ศรตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด

            “บ้าแต่ก็หล่อนะเว้ย เห็นใกล้ ๆ แล้วโคตรหล่อเลยอ่ะ ถ้าฉันยังไม่มีพี่เจนะ ฉันจะโยนผ้าเช็ดหน้าทอดสะพานให้เลยละแก” ฟ้าใหม่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอ่ยบอกเพื่อนสาว

            “ถ้าไม่มีอะไรก็ไปเดินต่อเถอะ นางแบบชุดฟินนาเล่มองแกตาเขียวแล้วนั่นน่ะ” อรนุชเข้ามากระซิบเพื่อนรุ่นน้องด้วยอีกคน

ความคิดเห็น