โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนีเสือปะจรเข้ 30%

ชื่อตอน : หนีเสือปะจรเข้ 30%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2561 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนีเสือปะจรเข้ 30%
แบบอักษร

       ตอนที่ 5

หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้ว อิงดาวก็คิดได้ว่าเธอมีบางอย่างต้องทำให้เรียบร้อย เมื่อเช้าเธอหนีกลับบ้านโดยไม่บอกไม่กล่าว ไม่รู้ว่าจะทำแก้วตาวุ่นวายขนาดไหน แต่ตอนนั้นเธอไม่อาจอยู่ที่นั่นได้จริง จนกระทั่งถึงตอนนี้เธอก็คิดว่าตนเองจะไม่มีวันกลับไปที่บริษัทแห่งนั้นอีก

หญิงสาวยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายถึงแก้วตา เธอเตรียมคำขอโทษที่ทำตัวเหลวไหลเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรแก้วตาก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

“อิง ไม่สบายเป็นยังไงบ้าง พี่ยุ่งทั้งวันเลยไม่ได้โทรไปถาม หาหมอหรือยัง”

“ไม่สบาย” อิงดาวทวนคำพูดของอีกฝ่ายอย่างงุนงง เพราะเธอหนีเตลิดออกมาโดยที่ไม่ได้บอกกับใครเลย แล้วแก้วตาไปเอาเรื่องเธอไม่สบายนี้มาจากไหนกัน 

“ใช่ คุณภาสน์บอกว่าอิงไม่สบายเลยขอกลับไปก่อน”

“อย่าง...อย่างนั้นเหรอคะ” เธอทำทีเป็นเออออ ทั้งที่อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงพูดอย่างนั้นออกไป แต่จะอย่างไรก็ช่างเถอะ เพราะจากนี้ไปเธอกับเขาจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก

“ตกลงไปหาหมอหรือยัง” แก้วตาถามซ้ำด้วยความห่วงใย

“ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ เลยคิดว่าไม่น่าจะต้องไป” อิงดาวปดไปตามน้ำ ก่อนที่จะเข้าเรื่องสำคัญที่ทำให้เธอโทรหาแก้วตาในเวลานี้ “พี่ตาค่ะ อิงขอลาออก”

จริงอยู่ที่การลาออกของเธอนั้นไม่ได้ขึ้นตรงกับแก้วตา แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดในการตัดสินใจในครั้งนี้ของเธอก็คืออีกฝ่าย จึงบอกกล่าวล่วงหน้า

เป็นอย่างที่คิดแก้วตาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจ

“ลาออก มีอะไรหรือเปล่า”

“ปัญหาส่วนตัว เดี๋ยวอิงจะกลับไปยื่นใบลาออกอาทิตย์หน้านะคะ ส่วนตอนนี้อิงขอใช้สิทธิ์ลากิจ กับวันพักร้อนที่เหลือ” อิงดาวรู้ดีว่าตามกฎนั้นเธอจะต้องแจ้งลาออกก่อนสามสิบวัน แต่เพราะเธอไม่เคยลากิจ และไม่เคยใช้วันลาพักร้อนที่บริษัทมอบให้ เมื่อเอามารวมกันมันก็รวมๆ แล้วครบสามสิบวันพอดี ซึ่งแม้จะดูเห็นแก่ตัวอยู่มาก แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเธอไม่อาจทำใจเจอหน้าภาสน์ได้จริง ๆ

“มาทำงานก่อนสักสองสามวันไม่ได้เหรอ พี่จะได้หาคนมาทำงานเป็นเลขาให้คุณภาสน์แทนอิง”

“อิง...อิงไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ อิงต้องขอโทษพี่ตาด้วยนะคะ”

เธอรีบบอกด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด และในที่สุดเธอก็ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ตอบกลับมา

“พี่อยากโกรธเราเหลือเกิน แต่ก็โกรธไม่ลง เอางี้ ถ้าเปลี่ยนใจก็กลับมานะ บอกตรงๆ พี่เสียดายคนทำงานดีๆ อย่างเรา”

“ขอบคุณค่ะ”

เมื่อวางสายจากแก้วตาแล้ว อิงดาวก็ซบหน้าลงร้องไห้ต่อ และเธอตั้งใจว่าจะร้องไห้วันนี้เป็นวันสุดท้าย พรุ่งนี้เธอจะเข้มแข็ง ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง

สิ่งที่ได้ยินโดยบังเอิญทำให้ภาสน์เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งทันที มิน่าเล่าเธอถึงขัดขืนเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ความรู้สึกผิดที่ทำตัวน่ารังเกียจข่มเหงรังแกเธอทำให้เขาอยากไถ่โทษ จึงยกโทรศัพท์ขึ้นโทร.หาต้นตอของเรื่องทั้งหมด

“ว่าไง โทร.มาทำไมป่านนี้” ไม่นานนักสีหนาถก็รับสาย ตอบกลับมาด้วยอาการง่วงเหงาหาวนอนอย่างที่สุด

“ขอโทษที่โทร.มารบกวนเอ็งดึก ๆ พอดีข้าเพิ่งว่าง อยากได้เบอร์เอเจนซี่คนนั้นหน่อย”

“คนไหนวะ”

ภาสน์ถึงกับกลอกตามองบนกับคำถามของเพื่อน ซึ่งเขาวาดหวังว่าอีกฝ่ายคือฝาแฝดที่รู้ใจเขาทุกอย่าง แต่ไหงดันมาถามคำถามง่ายๆ นี้กับเขา

และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้จริงๆ เขาก็อธิบาย

“มีหน้ามาถามอีก คนที่จัดหาผู้หญิงคนนั้นมาไง”

“เฮ้ บอกแล้วให้ปล่อยไปไง”

“ปล่อยไม่ได้ เพราะตอนนี้เจ้าหล่อนมาเป็นเลขาฯ ฉัน”

“เลขาฯ เฮ้ย! นี่บริษัทเอ็งให้เงินเดือนเลขาเท่าไหร่ ทำไมเธอต้องออกมารับจ๊อบพิเศษด้วยการเป็นสิบแปดมงกุฎ”

“ไอ้บ้า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบริษัทข้าไหมวะ” ภาสน์แย้ง เมื่อบริษัทที่น่านับถือของเขากำลังถูกพาดพิงในทางที่ไม่ดี

“เออ...ก็จริง มันคงอยู่ที่สันดาน เอ็งไม่ควรเอาไว้นะ ควรจะไล่ออก”

ถ้าเขาไม่รู้ความจริงก็คงทำอย่างนั้น เพราะการเป็นผู้บริหารภาพลักษณ์ก็สำคัญ หากมีเลขาข้างตัวเป็นสาวไซด์ไลน์ รู้ไปถึงไหนความน่าเชื่อถือในตัวเขาก็จะลดน้อยถอยลง แต่เมื่อเขารู้ความจริงว่าเธอเป็นเหยื่อที่ถูกชายชั่วหลอกลวงก็อดสงสารและเห็นใจไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้สีหนาถเข้าใจเธอผิดเช่นกัน จึงอธิบายความจริงที่เกิดขึ้น

“หยุดพล่ามได้หรือยัง ถ้าหยุดแล้วก็ฟังข้าบ้าง เธอไม่ได้เป็นสาวไซด์ไลน์ ไม่ได้เป็นสิบแปดมงกุฎ แต่ถูกแฟนหลอกไปขาย”

“เฮ้ย...จริงดิ”

น้ำเสียงของอีกฝ่ายแสดงชัดเจนว่าไม่เชื่อถือ จนภาสน์ต้องกล่าวยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“จริง ข้าได้ยินเต็มสองหู”

“อาจจะจัดฉากก็ได้”

ภาสน์ไม่แปลกใจหรอกที่สีหนาถจะคิดอย่างนั้น เพราะอีกฝ่ายเป็นเสือผู้หญิงตัวยง เจอมารยาหญิงมาหลายร้อยหลายพันเล่มเกวียนจึงทำให้ขี้ระแวงสงสัยเป็นธรรมดา

แต่ภาสน์แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ละคร ตบจริง เจ็บจริง โดยไม่มีสแตนด์อิน

“ถ้าตบจนดังสนั่นลั่นลานจอดรถขนาดนั้นเป็นการจัดฉาก ข้าก็ยอมเชื่อล่ะวะ”

“แม่เสือสินะ ฮ่า ฮ่า” สีหนาถอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขายังจำสภาพของภาสน์วันที่ถูกตีหัวได้ดี แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายไม่ใช่เล่น “ว่าแต่เอ็งจะเอาเบอร์เสี่ยอู๊ดไปทำอะไร” เจ้าของโรงแรมหนุ่มถามด้วยความสงสัย ในเมื่อเจอกันแล้วไม่เห็นจำเป็นต้องหาคนกลาง

“ข้าต้องการให้เสี่ยอู๊ดลบประวัติเธอให้หมด”

คำตอบนั้นทำให้สีหนาถถึงกับคลี่ยิ้ม ภาสน์ผู้ไม่สนโลกกลับมาขอเบอร์เอเจนซี่เพื่อให้ลบประวัติผู้หญิงไซด์ไลน์คนหนึ่ง นั่นแสดงว่าเพื่อนรักต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน

“ทำไมเอ็งต้องเข้าไปยุ่งด้วยวะ มีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า” แม้จะรู้อยู่เต็มอก สีหนาถก็ยังไม่วายกระเซ้าเย้าแหย่

“มีอะไรเล่า ก็เธอเป็นเลขาข้า ถ้าเกิดมีใครเห็นขึ้นมา มันจะเสื่อมเสียมาถึงข้าด้วย”

“โอ๊ย อยากเชื่อมาก” น้ำเสียงตอบกลับมายานคานอย่างรู้ทัน แถมด้วยการหัวเราะตบท้าย

แม้จะเสียหน้า แต่ความจริงก็เป็นความจริงที่เขารู้สึกห่วงใยเลขาหน้าหวานเกินกว่าเหตุจริงๆ และให้เพื่อนตอกย้ำไปมากกว่านี้จึงกล่าวตัดบท

“เอาเบอร์มา ไม่งั้นข้าจะแจ้งข้อหาค้าประเวณีเอ็ง”

“เล่นแรงวุ้ย” สีหนาถบ่นอุบอิบ เพราะรู้ว่าเพื่อนล้อเล่น และแน่นอนว่าไม่มีเหตุผลที่เขาจะขัดใจภาสน์ในเรื่องนี้ “รอเดี๋ยว เดี๋ยวส่งให้ทางข้อความ”

“งั้นแค่นี้แหละ”

“แหม...หมดประโยชน์แล้วถีบหัวส่งเลยนะ”

“เออ”

ภาสน์ตอบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย จากนั้นก็วางสาย เพราะตอนนี้ สีหนาถหมดประโยชน์สำหรับเขาแล้วจริงๆ


ตอนนี้เรื่องนี้มีแบบอีบุ๊คแล้วนะคะ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เวบ mebmaket.com ในราคาเบา ๆ 169 บาทเท่านั้น รับประกันความฟิน ความหื่น ความหวาม มีให้อ่านกันอย่างจุใจแน่นอนค่ะ หน้าปกสวยงามตามนี้เลยจร้า


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น