ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทักทายคู่กรณี

ชื่อตอน : ทักทายคู่กรณี

คำค้น : ยั่วเสน่หาอดิศร, พ่อแง่แม่งอน, อีโรติค, นิยายชุด, ยั่วหนุ่ม, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 114

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2561 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทักทายคู่กรณี
แบบอักษร

            ช้าวันเสาร์พักตร์ศรออกจากบ้านแต่เช้า พร้อมกับความตั้งใจในการทำงานเต็มที่ เธอหวังว่าการทำงานของเธอในวันนี้จะราบรื่นเหมือนเช่นทุกวัน ใช้เวลาในการเดินทางชั่วโมงกว่า หญิงสาวก็ขับรถมาถึงบริษัทสวัสดีการ์เมนท์ ซึ่งช้ากว่าที่คำนวณเอาไว้สิบนาที เมื่อเลี้ยวรถเข้ามาที่หน้าบริษัทก็เห็นเพื่อนสาวทั้งสามคนของเธอยืนรอกันอยู่แล้ว จึงได้รีบถอยรถเข้าจอด

            “คิตตี้..ทางนี้” เสียงเรียกจากอรนุชดังขึ้นพร้อมกับโบกมือเรียกพักตร์ศรที่เพิ่งลงจากรถมา

            “ขอโทษนะพวกแก ฉันสายอีกแล้ว แฮ่ ๆ ” พักตร์ศรส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับเพื่อนสาวทั้งสามคนอย่างรู้สึกผิด

            “เออ คราวนี้อะไรอีกล่ะ” พรธิชาเอ่ย

            “ก็พอฉันเลี้ยวรถออกจากบ้านมา ฉันก็เจองูตัวใหญ่ข้ามถนนอ่ะ ใหญ่มากเลยนะแก กว่าจะรอให้มันเลื้อยข้ามไปอย่างใจเย็นเสร็จ ฉันก็สายอย่างที่พวกแกเห็นนี่แหละ”

            “เจองูใหญ่เลยเหรอ วันนี้สงสัยว่าแกจะได้เจอเนื้อคู่ซะแล้วมั้ง” ฟ้าใหม่เอ่ยแซว

            “สายแล้ว พวกแกก็มัวแต่เม้าท์ เข้าไปข้างในกันเลยดีกว่า พี่เจี๊ยบบอกให้ติดต่อคนชื่อผึ้ง” เสียงจากอรนุชดังขึ้นบอกทุกคน ทั้งหมดจึงได้พากันเดินเข้าไปในตึก

            คล้อยหลังสี่สาวไปเพียงไม่กี่นาที รถปอร์เช่สีดำคันสวยก็เลี้ยวเข้ามาในบริษัท ตรงเข้ามายังที่จอดรถส่วนที่มีหลังคา ซึ่งทำเอาไว้ให้กับผู้บริหารของบริษัท โดยจะมีเขียนระบุตำแหน่งจอดเอาไว้ที่พื้น

            อดิศรขับรถมายังที่จอดรถของตนเอง แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเอารถเข้าจอดได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่ามีรถคันอื่นจอดอยู่แล้ว

            “อ่านหนังสือไม่ออกหรือไงว่าเป็นที่จอดรถของใคร?” อดิศรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ ก่อนจะเดินลงจากรถมา เพื่อดูป้ายทะเบียนของรถคันที่เข้ามาจอดในที่จอดรถของเขา “นี่มันรถของยัยมักง่ายกลางถนนนี่หว่า นิสัยเสียบนท้องถนนไม่พอ ยังตามมามักง่ายถึงที่นี่อีก”

            ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบบ่นพึมพำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา จะโทรเข้าบริษัทให้ประชาสัมพันธ์ประกาศหาตัวเจ้าของรถ เพื่อให้ลงมาขยับรถออกจากที่จอดรถของเขา แต่ยังไม่ทันจะกดโทรออก ก็มีสายเรียกเข้ามาเสียก่อน ซึ่งก็เป็นเบอร์ของบริษัทนั่นเอง

            “ฮัลโหล ว่ายังไงครับคุณต่าย”

            “คุณอินดี้อยู่ที่ไหนแล้วคะ ท่านรองประธานมาถึงแล้ว ถามหาคุณอยู่ค่ะ” มัลลิกา หรือต่าย เลขานุการสาวของเขาส่งเสียงจากปลายสายมาด้วยความร้อนรน

            “อยู่ข้างล่างนี่ละ ผมกำลังขึ้นไป” อดิศรตอบกลับก่อนตัดสาย แล้วเดินไปดับเครื่องรถของเขา อย่างตั้งใจจอดขวางรถเจ้าปัญหาเอาไว้เช่นนั้น

            ทั้งสี่สาวได้รับแจ้งให้ขึ้นมาที่ชั้นสี่ของตึก ซึ่งเป็นชั้นของห้องประชุมใหญ่ที่ถูกจัดให้เป็นห้องที่ใช้ในการฝึกซ้อมคิวของบรรดานางแบบนายแบบทั้งหลาย เมื่อขึ้นมาถึงห้องประชุมสี่สาวก็เจอกับเพื่อนนางแบบและนายแบบอีกสิบเอ็ดคนที่มาจากล็อตเต้โมเดลลิ่งเช่นกัน เพียงแต่ทั้งสิบเอ็ดคนนี้รับงานเดินแบบเป็นหลักอยู่แล้ว

            “พี่นุชเองเหรอเนี่ย หนิงก็กำลังคิดอยู่ว่าพี่เจี๊ยบจะส่งใครมาอีก” หนุงหนิงหนึ่งในนางแบบสาวเอ่ยขึ้นทักทายอรนุชที่เดินนำขบวนเข้ามาในห้อง

            “จ้ะ พวกพี่มันแผนกอะไหล่ของบริษัทน่ะ ตรงไหนขาดพี่เจี๊ยบก็จับเสียบไปเรื่อยแหละ ว่าแต่นี่เขายังไม่ได้เริ่มทำอะไรกันเลยใช่ไหม?”

            “ใช่ค่ะพี่ เห็นว่ารอนางแบบกิตติมศักดิ์อยู่อีกคนหนึ่ง จะมาเดินชุดฟินนาเล่ด้วยค่ะ” หนุงหนิงตอบกลับ ก่อนที่เสียงจากคุณเก๋ ฝ่ายประสานงานด้านเสื้อผ้าของบริษัทจะดังขึ้น

            “ระหว่างที่รอซ้อมคิวเดินกัน เราไปวัดตัวจัดชุดกันไปพลาง ๆ ก่อนนะคะ นางแบบกิตติมศักดิ์ทั้งสี่คนที่มาแล้วตอนนี้ ตามเก๋มาเลยค่ะ” ประสานงานสาวพูดจบก็เดินนำนางแบบกิตติมศักดิ์ทั้งสี่คนออกไปห้องที่อยู่ติด ๆ กัน

            “ส่วนนางแบบนายแบบจากล็อตเต้โมเดลลิ่ง รอวัดตัวกับเลือกชุดอยู่ในนี้นะคะ เดี๋ยวคุณจอยกับคุณเก่ง ดีไซเนอร์ของเราจะเข้ามาจัดการให้ค่ะ” ผึ้ง อีกหนึ่งคนจากทีมประสานงานพูดจบก็เดินออกไป และไม่นานทีมดีไซเนอร์ที่พูดถึงก็เข้ามา พร้อมกับเข็นราวเสื้อผ้าเข้ามาด้วยอีกนับสิบราว

            ดิศรเข้ามาในห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นเก้าของตึก ก็เห็นคุณจุฑามาศ ผู้เป็นแม่หรือมีตำแหน่งในบริษัทเป็นรองประธาน กำลังนั่งอยู่กับสาวสวยอีกหนึ่งคน

            “สวัสดีครับคุณแม่ คิดถึงจังเลย” อดิศรเดินเข้ามาหอมแม่ของตนเองที่นั่งอยู่บนโซฟา ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งข้าง ๆ ท่าน

            “อย่ามาปากหวานเลย คิดถึงแล้วทำไมไม่กลับบ้านล่ะ ดูสิหนูพราว ถ้าแม่ไม่มาที่บริษัท ก็คงจะไม่ได้เห็นหน้าลูกชายหรอก” คุณจุฑามาศตัดพ้อลูกชายให้กับแพรวพราว หญิงสาวที่ท่านหมายปองเอาไว้ให้กับลูกชายฟัง ก่อนจะหันมาแนะนำให้ลูกชายได้รู้จัก

            “นี่หนูพราวจ้ะอินดี้ ลูกสาวของคุณเพลิน เจ้าของร้านเพชรร้านประจำของแม่น่ะ เคยเจอกันตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ จำกันได้หรือเปล่าล่ะ”

            “สวัสดีค่ะ พี่อินดี้ พราวจำพี่ได้นะคะ ถึงจะหล่อขึ้นก็ตาม”

            “สวัสดีครับ น้องพราว น้องพราวเองก็โตขึ้นแล้วสวยจนพี่จำแทบไม่ได้เลยนะครับ”

            “จำกันได้ก็ดีแล้วจ้ะ แม่จะได้ฝากนางแบบกิตติมศักดิ์ไว้กับอินดี้เลยแล้วกันนะ น้องพราวนี่ละ ที่แม่ไปขอให้เขามาเดินแบบชุดฟินนาเล่ให้เรา เดี๋ยวแม่จะไปหาพ่อเราหน่อย”

            “ได้ครับแม่ เดี๋ยวผมดูแลน้องพราวให้เองครับ” คำรับปากจากลูกชายทำให้คุณจุฑามาศรู้สึกสบายใจ สามารถเดินออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบไปพร้อมกับรอยยิ้ม

            “น้องพราวจะรับเครื่องดื่มอะไรหน่อยไหมครับ หรือว่าจะไปซ้อมเดินกันเลยดี ตอนนี้กลุ่มนางแบบก็น่าจะอยู่ที่ห้องซ้อมกันหมดแล้ว”

            “พราวขอเป็นกาแฟสักแก้วก่อนแล้วกันค่ะ ให้คนอื่นซ้อมกันไปก่อน เพราะยังไงตอนเดินพราวก็เดินเป็นคนสุดท้ายอยู่แล้วนี่คะ”

            “ได้ครับ” อดิศรรับคำ เสร็จก็เดินไปกดเปิดลำโพงโทรศัพท์ที่โต๊ะ โทรบอกความต้องการให้เลขานุการหน้าห้องทราบ “คุณต่าย ขอกาแฟสองแก้ว แล้ววันนี้มีนัดอะไรหรือเปล่า?”

            (ค่ะ คุณอินดี้ วันนี้มีนัดกับคุณนิรุทธ์ตอนบ่ายโมงตรงค่ะ) มัลลิกาตอบกลับก่อนวางสายแล้วไปจัดการเรื่องกาแฟให้กับเจ้านาย

            “คุณป้าเพลินสบายดีหรือเปล่าครับ” อดิศรเอ่ยถามในขณะที่เดินกลับมานั่งที่โซฟา ส่งสายตาชื่นชมความงามของหญิงสาวตรงหน้า

            “คุณแม่สบายดีค่ะ ถ้าพี่อินดี้ว่างก็ไปเยี่ยมท่านบ้างสิคะ เมื่อวานพราวยังได้ยินคุณแม่พูดถึงพี่อยู่เลย” แพรวพราวส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ตอบกลับชายหนุ่ม หญิงสาวผู้ไม่อ่อนต่อโลก รู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดต่อเธอเช่นไร

            “พูดถึงพี่เหรอครับ แบบไหนนะ ดีหรือไม่ดีเอ่ย?”

ความคิดเห็น