กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : คนเลว 1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : คนเลว 1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 561

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2561 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : คนเลว 1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...


ติ๋ง!!!

และแล้วเสียงกรีดหัวใจหญิงสาวก็ดังขึ้น พร้อมกับการเลื่อนเปิดอ้าของประตูลิฟต์ มุขธิดาถึงกับน้ำตาหยดแหมะไปตลอดทางเดิน กรรมใดหนอถึงทำให้เธอต้องมาเจอะเจอกับความอดสูใจได้เช่นนี้ มันน่าสมเพชตรงที่เธอไม่อาจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตนเองได้เลยนี่สิ ทำให้เธอยิ่งเกลียดตัวเอง เกลียดที่เกิดมาเป็นผู้หญิงอ่อนแอ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ยามถูกคนอื่นเขารังแก

 เขาไม่แม้แต่จะฟังเธอสักคำ เอาแต่หลงเชื่อคำพูดของญาติตัวเองฝ่ายเดียว ความเจ็บปวดยิ่งตอกย้ำหนักหน่วง ทำไมครอบครัวของเธอต้องมาเจอกับคนประเภทนี้ด้วยก็ไม่รู้ ในขณะที่อานนท์ไม่ฟังคำพูดของเธอ พี่โมชเองก็ถูกคนอื่นเขาใส่ร้าย โยนความผิดให้อย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่เจ้าของโรงงานรับรู้ความจริงญาติของตัวเองเป็นคนผิด ขโมยชิ้นส่วนเหล่านั้นออกไปขายเอง ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน พวกนั้นเลยกลับคำให้การทุกอย่างใหม่ แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้พี่ชายเธอเป็นแพะรับไปอย่างหน้าด้านๆ

อานนท์จำใจต้องวางร่างเล็กบนบ่าลงบนพื้นหน้าประตูทางเข้าเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของคอนโดหรู หนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตระกูลเขาเป็นเจ้าของ แล้วรวบเอาร่างของหญิงสาวมากักกันไว้ด้วยร่างหนาของตัวเองแทน เมื่อแม่หนูหริ่งจอมดื้อด้านเอาแต่ดิ้นรนประทุษร้ายร่างกายเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ามือใหญ่ข้างที่ว่างจึงจัดการดึงคีย์การ์ดออกจากเสื้อสูท รีบประทับมันลงตามสัญญาณเซนเซอร์ไฟ ประตูแผ่นหนาสีนิลจึงเปิดอ้าออกโดยอัตโนมัติ...

“ดื้อนักใช่ไหมแม่ตัวดี เข้ามานี่เลย” อานนท์รวบเรียวแขนเล็กไว้ด้วยมือข้างเดียว พลางดึงรั้งหญิงสาวเข้าด้านใน แต่มุขธิดาไม่ยอม เธอฝืนร่างเล็กกว่าไว้สุดแรง แต่สุดท้ายต้องยอมพ่ายแพ้ให้คนแรงเยอะกว่า เพราะถูกเขากระชากพรวดเดียวร่างบางถึงกับเซล้มก้นจ้ำเบ้า

มุขธิดายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเอง ด้วยรู้สึกจุก พร้อมกับหันรีหันขวางมองรอบห้องใหญ่ที่ประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบครันด้วยสายตาตื่นกลัว พอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้อง เขายืนจังก้าดวงตาลุกโชน เธอถึงกับสะดุ้งเฮือกตาลีตาเหลือกคลานหนีเขา เมื่อเจ้าของห้องราคาแพงยับขยับคุกคามเข้าหาเธอ

“คุณ!ปล่อยฉันไปเถอะนะ ให้ฉันกราบก็ยอม แต่อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันไม่ได้มีอะไรกับน้องชายคุณจริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้คิดจะขายตัวให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้นด้วย”

แม้จะรู้สึกจุกทุกครั้งยามขยับตัว แต่หญิงสาวยังพยายามตะเกียกตะกายกระเถิบร่างของตัวเองหนีจนชิดติดกับโซฟาหรูกลางห้องกว้าง โดยที่ริมฝีปากอิ่มเอาแต่ร่ำร้องอ้อนวอนขอให้ชายหนุ่มปล่อยเธอกลับบ้าน อานนท์เลิกคิ้วเข้มมองร่างเล็กที่เอาแต่คลานหนีเขาหัวซุกหัวซุนไม่ต่างจากหนูหริ่งตัวเล็กๆวิ่งหนีเจ้าแมวอ้วนพีเช่นเขา ชายหนุ่มแสยะยิ้มร้ายเมื่อภาพนั้นยิ่งกระตุ้นเร้าอารมณ์นักล่ารีดเค้นเอาความปรารถนาร้อนแรงในกายเขาให้ผุดขึ้นมาสู่ตรงกลางลำตัว จนเขาอยากกระโจนกระแทกความคับแน่นภายใต้กางเกงคับติ้วนี้เข้าสู่ร่างขาวราวน้ำนมตรงหน้าจนแทบขาดใจ แล้วปลดปล่อยความซ่านเสียวรุนแรงโดยไม่ต้องใส่ใจอะไรรอบข้างทั้งนั้น

ชายหนุ่มเดาะลิ้นในปากโดยที่สายตาไม่คลาดเคลื่อนจากร่างบนพื้น ในสมองขาวโพลนเมื่อจินตนาการถึงบทรักร้อนแรงระหว่างเขากับเจ้าหล่อน เนื้อเข้าเริ่มเต้นระริก...

“กรุณาฉันด้วยเถอะ...ปล่อยฉันไปนะคะ” มือที่ยกขึ้นไหว้โน้มลงพื้นเพื่อหวังให้เขาเห็นใจ แต่ทว่าพอเธอเงยหน้าขึ้นมาจากพื้นพรมสีขาวสะอาดตา ซึ่งดูมันน่าจะสะอาดกว่าชุดที่เธอสวมใส่ติดตัวอยู่ตอนนี้ด้วยซ้ำ และสิ่งที่เธอเห็นจากสีหน้าและแววตาไม่แยแสของเขา กลับยิ่งตอกย้ำความเข้าใจก่อนหน้าของเธอเป็นอย่างดี ผู้ชายคนนี้จิตใจไม่ปกติจริงๆนั่นแหละ จิตใจของเขามันดูหยาบกระด้างเกินกว่าจะเยียวยารักษาให้หาย เพราะต่อให้เธอต้องฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาเขาตอนนี้ เขาก็คงไม่สนใจจะแลมองหรือแม้จะเสียเวลาเอ่ยปากห้ามเธอให้เสียเวลา

เหอะ! แล้วนี่เธอยังมีหน้ากล้าคิดหวังขอความเมตตาจากเขาอีกอย่างนั้นเหรอ เขาคงจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆอยากที่ร้องขอหรอกนะ ยัยมุขเอ่ย เธอสิ้นคิดขนาดยอมยกมือไหว้ขอร้องพญาเสือให้ยอมคลายเหยื่อออกจากปากเชียวหรือเนี่ย...

 “จะรีบไปไหนล่ะแม่หนูหริ่ง สู้อยู่หาอะไรสนุกๆเร้าใจทำแก้เบื่อกันก่อนดีกว่า ฉันว่า เธอน่าจะชอบกว่าการร้องขอโดยเปล่าประโยชน์นะ”

อานนท์พูดพลางถอดเสื้อสูทสีดำเหวี่ยงทิ้งบนโซฟาโดยไร้ความสนใจกับมัน แล้วค่อยๆเลื่อนนิ้วมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกทีละเม็ดจนแลเห็นแผงหน้าอกกว้างบรรจุไปด้วยหน้าท้องเป็นลอนงามหลายลูกอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยที่นัยน์ตาพญาเสือร้ายจับจ้องมองเหยื่อด้วยความรู้สึกหิวโซ เขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงต้องอยากได้ผู้หญิงตรงหน้าจนเนื้อตัวสั่นไปหมดเช่นนี้ด้วย และไอ้ความไม่เข้าใจตัวเองนี่แหละ ที่ทำให้เขาต้องรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านจนต้องหาทางระบายออกรุนแรงกับตัวต้นเหตุแบบนี้ไง

 ทำไมเขาจะต้องอยากได้ผู้หญิงคนนี้จนเนื้อตัวสั่นขนาดนี้ด้วยนะ ทั้งที่รอบกายเขามีผู้หญิงเข้าหาไม่เว้นว่าง เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ทั้งที่เจ้าหล่อนนั้นไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะแม้แต่เสื้อผ้าไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วที่เจ้าหล่อนชอบห่อหุ้มกายหรือแม้กระทั่งหน้าตาของเจ้าหล่อนเอง ยังห่างไกลกับคำว่าผู้หญิงของนายอานนท์ บูรณกำจน จนไม่เห็นฝุ่นก็ว่าได้

 เขายอมรับ ตอนนี้เขาชักหน้ามืดจนมองไม่เห็นศีลธรรมอันใดตามที่มารดาเขาอุตส่าห์เพียรพร่ำสอนมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่รู้และไม่คิดจะสนใจฟังคำพูดปฏิเสธของเจ้าหล่อน จะขายหรือไม่ขายตัวเป็นอาชีพก็ช่าง ในเมื่อตอนนี้เขาคิดอยู่อย่างเดียวในหัว เขาต้องนอนกับเจ้าหล่อนให้ได้...

“ฉันทำผิดอะไรนักหนา คุณถึงได้ทำกับฉันแบบนี้”

“ความผิดที่ฉันอยากให้เธอผิดไงละ นั่นคือความผิดของเธอ”

“คนเลว!” มุขธิดากัดฟันพูด

 “แล้วเธอจะได้รู้ซึ้งเชียวละ ยัยหนูหริ่ง ว่าคนเลวจริงๆ ตอนมันเข้าไปอยู่ในร่างกายเธอ ทำรักกับเธออย่างสุขสมจนต้องร้องขอไม่หยุดปากมันเป็นยังไง”

“ไม่มีทางที่ฉันจะรู้สึกอย่างนั้นเด็ดขาด ต่อให้ฉันต้องตาย คุณก็อย่าหวังว่าคุณจะได้ยินมันออกจากปากของฉัน”

“ของแบบนี้ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง จริงไหม?” อานนท์หรี่ตามองคนอวดดี พลางวาดมือหนาขึ้นลูบใบหน้าขาวก่อนบีบกลีบปากอิ่มจนบิดเบี้ยว พลางพูดใส่หน้า

“แต่ก็เอาเถอะ...พูดไปคงไม่เห็นภาพ เอาไว้ทำจริงให้เห็นเลยดีกว่า แต่จะบอกอะไรไว้สักอย่างเพื่อเอาบุญ เธอไม่ต้องกลัวว่าฉันจะใช้บริการเธอซ้ำ สำหรับเธอหนเดียวคงเกินพอ และฉันจะไม่เก็บเธอไว้บนเตียงแสนแพงของฉันนานๆแน่ ฉันกลัวกลิ่นสาบในร่างเน่าๆของเธอจะติดเตียงฉันมากกว่า... “

มุขธิดาไม่ได้รู้สึกอะไรมากกับคำพูดของชายหนุ่มนอกจากความเกลียดชังเท่านั้น เธอรู้สึกขยะแขยงเขาจนแทบอาเจียน

“ใช่...ตัวฉันมันทั้งสกปรกแล้วก็มีกลิ่นเหม็นสาบสารพัดอย่างที่คุณพูดนั่นแหละ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วคุณจะมัวเสียเวลามากักขังฉันไว้ทำไม สู้คุณเอาเวลากระดิกนิ้วเรียกสาวๆของคุณมาปรนเปรอไม่ดีกว่าเหรอ ฉันรู้อำนาจเงินของคุณทำได้ เพียงไม่ถึงนาทีผู้หญิงเหล่านั้นต่างก็พร้อมใจให้บริการคุณถึงเตียงนอนอยู่แล้ว ”

“แล้วทำไมฉันจะต้องกระดิกนิ้วเรียกใครต่อใครมาให้เสียเวลา ในเมื่อตรงหน้าฉันนี่ก็มีที่สำหรับให้ระบายอารมณ์อยู่แล้วทั้งคน” พอพูดจบประโยคกระดุมเม็ดสุดท้ายนั้นหลุดออกจากรังของมันพอดี อานนท์ปล่อยให้เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังหลุดร่วงสู่พื้นโดยไร้การสนใจอีกตามเคย ร่างกายทรงพลังนั้นเหลือเพียงกางเกงสแล็คสีดำเพียงตัวเดียวติดตัวเอาไว้ พร้อมไร้สายตาเร่าร้อนมองเรือนร่างบอบบาง  

“ฉันจะจ่ายให้มากกว่าไอ้ปลาสองเท่า” อานนท์เสนอราคาอย่างใจป้ำ

มุขธิดาเบื่อจะเถียงสู้ พูดจนปากจะฉีกเขายังไม่เชื่อ เธอจึงเลือกที่จะนิ่งแล้วเบือนสายตาหนีภาพตรงหน้าพร้อมหยดน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยกมือปาดมันทิ้งก่อนซุกร่างเล็กเบียดเข้าหาโซฟามากยิ่งขึ้น ต้องการใช้มันเป็นเกาะป้องกันตัวเองให้เท่าที่จะทำได้  

อานนท์นึกไม่ชอบใจเลยกระเถิบกายเบียดชิดร่างเล็ก แล้วบีบปลายคางมนบังคับให้หญิงสาวหันหน้ามามองที่เขา

 “หึ...แล้วเธอจะติดใจ”

 “ฉันไม่มีทางติดใจผู้ชายสารเลวอย่างคุณเด็ดขาด เพราะว่าฉันขยะแขยงคุณเหลือเกินโปรดจงรู้เอาไว้เสียด้วย ”

“ปากกับใจเธอให้มันตรงกันหน่อยสิแม่หนูหริ่ง”

อานนท์กัดฟันกรอด รู้สึกฉุนเฉียวกับคำพูดของหญิงสาว แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิดหัวใจ ชายหนุ่มรู้สึกเดือดปุดๆขึ้นมา เมื่อเขาดันสัมผัสได้ถึงสิ่งที่หญิงสาวพ่นคำผรุสวาทออกมานั้นมันเป็นไปตามคำพูดของเจ้าหล่อนจริงทุกประการ ยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาแดงก่ำ ไอ้คำว่าขยะแขยงยังดูจะน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำในตอนนี้

“ฉันเกลียดคุณ”

“ฉันก็ไม่ได้ชอบเธอ อย่าได้คิดหลงตัวเองเชียวนะ”

“นั้นคุณก็อย่ามายุ่งกับฉันสิ”

“ทำไงได้ก็ยุ่งไปแล้วนี่”

 “คุณมันไอ้หน้าตัวเมีย ชอบรังแกแต่กับผู้หญิงไม่มีทางสู้” เมื่อรู้ว่าตัวเองคงพ่ายแพ้ต่อพละกำลังของเขาเป็นแน่แท้ ถ้าหากเขาจะขืนใจเธอ เธอก็คงสู้แรงเขาไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะต้องเสียอะไรให้ไอ้ซาตานชั่วร้ายคนนี้ไป  ขอเธอด่าเขาให้สาแก่ใจหน่อยเถอะ

“ปากดีนักใช่ไหม ดี...พยศหนักๆแบบนี้ละ ที่ฉันชอบ”  อานนท์เค้นเขี้ยวคุกคาม เขากระชากร่างเล็กด้วยมือทั้งสองข้าง จนหญิงสาวลอยหวือเข้าประชิดอกแกร่ง ดวงตาสองด้วยสอดประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“ไอ้โรคจิต” 


โปรดติดตามตอนต่อไป...



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น