กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่2 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ชื่อตอน : บทที่2 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2561 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา

“ไปเปลี่ยนชุด” เสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นทำเอาหญิงสาวที่กำลังจะก้าวเดินออกจากประตูบ้านถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ 

“อาเดย์! มายืนอยู่เงียบๆนิรินตกใจหมดค่ะ” เมื่อหันไปเห็นชายหนุ่มก็ทำหน้างอใส่ทันที 

“ไปเปลี่ยนชุดซะ ถ้าใส่ชุดนี้วันนี้ก็ไม่ต้องออกจากบ้าน” เดวิดเอ่ยพลางจ้องมองร่างบางที่สวมใส่กางเกงขาสั้นสีขาวโชว์ขาเรียวยาวสวย เสื้อท่อนบนเป็นเสื้ออะไรเขาเองก็เรียกไม่ถูกรู้เพียงแต่ว่ามันเหมือนเสื้อชั้นในดีๆนี่เอง  

“บอกเหตุผลมาค่ะว่าทำไมนิรินต้องเปลี่ยน” นิรินมองสบตาเขานิ่ง 

“มันโป๊ กางขาสั้นเกินไปเสื้อก็เหมือนเสื้อชั้นใน” เดวิดบอกออกมาทำเอาหญิงสาวถึงกับหัวเสียทันที เข้าใจอยู่ว่าเขาเป็นอาจารย์ เลยมีนิสัยเจ้าระเบียบเรียบร้อย แต่ไม่คิดว่าเขาจะไม่มีหัวในด้านแฟชั่นเอาเสียเลย 

“แฟชั่นนะคะอาเดย์ นิรินเป็นดีไซเนอร์ในบริษัทโมเดลลิ่งนะคะ จะให้แต่งตัวปกปิดมิดชิดเฉิ่มๆเชยๆได้ยังไงกัน”  

“แต่งมิดชิดแบบเรียบหรูดูดีก็มีเยอะไป ไม่จำเป็นต้องโชว์” เดวิดบอกก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะสาวน้อยตัวเล็กที่เขาเคยกอดบัดนี้อะไรมันก็เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว 

“นิรินมีเสื้อคลุมค่ะ” นิรินบอกแล้วชูเสื้อแจ็คเก็ตหนังสุดหรูให้เขาได้ดู 

“ถ้าไม่เปลี่ยนก็ไม่ต้องออกไป ทำงานวันแรกสายบริษัทคงไม่ปลื้มเท่าไรหรอกนะ”  

“เอาแต่ใจตัวเอง” นิรินมองค้อนเขาน้อยๆก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของตนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่เขาบอก 

เวลาต่อมา

“อาเดย์คะ นิรินกำลังจะสายเพราะอาเดย์ นี่ชุดที่สามแล้วนะคะ คุณพ่อยังไม่เคยเยอะกับนิรินแบบนี้เลย” นิรินมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าง้ำงอหลังจากเปลี่ยนมาแล้วถึงสองชุดแต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของชายหนุ่มเอาเสียเลย 

“ถ้าแต่งให้เรียบร้อยตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องมาอารมณ์เสียแบบนี้หรอกใช่มั้ย” เดวิดเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน 

“มาขึ้นรถสิ อาจะไปส่ง” เดวิดหันมาเรียกสาวน้อยเมื่อเธอยังยืนทำหน้างออยู่แบบนั้น 

“………….” นิรินไม่ได้ตอบอะไรได้แต่เดินไปขึ้นรถตามที่เขาสั่งเพราะหากไม่รีบไปตอนนี้ มีหวังคงไปทำงานสายเป็นแน่ 

“วันนี้อาไม่มีสอน อาจะไปส่งแล้วนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟหน้าบริษัท ถ้าพักกลางวันอยากลงมาทานข้าวกับอาก็ลงมาอาจะรอ” เดวิดเอ่ยขึ้นขณะขับรถไปส่งเธอ 

“นิรินไม่ใช่เด็กอนุบาลนะคะอาเดย์ จะต้องให้บอกกี่ทีว่านิรินโตแล้ว และที่ต้องดั้นด้นมาหางานทำไกลบ้านแบบนี้ ก็เพราะอยากจะพิสูจน์ให้คนที่คอยดูถูกนิรินได้ดูว่านิรินสามารถทำอะไรเองได้และทำได้ดีด้วย” นิรินเอ่ยบ่นออกมาอย่างเหลืออดที่ชายหนุ่มปฏิบัติต่อเธอราวกับว่าเธอเป็นเด็กน้อยเมื่อหลายสิบปีก่อนก็ไม่ปาน 

“อาจะยอมปล่อยหากนิรินทำให้อาเห็นว่านิรินมีความรับผิดชอบพอ”  

“นิรินมีความรับผิดชอบพอค่ะ”  

“งั้นมาดูกัน วันนี้อาแค่จะไปส่ง นิรินเข้างาน8โมงเช้า และเลิกงาน5โมงเย็น การเดินทางจากบริษัทไปบ้าน หากขึ้นรถแท็กซี่ไวสุดก็ครึ่งชั่วโมง หรือหากขึ้นรถเมล์ช้าสุดก็ไม่เกิน1ชั่วโมง อาเผื่อเวลารถติดให้ครึ่งชั่วโมงและเผื่อเวลาเดินเข้าบ้านแบบอ้อยอิ่งอีก15นาที ดังนั้นนิรินจะกลับถึงหน้าประตูบ้านได้ไม่เกินเวลา6โมง45”  

“อาเดย์!”  

“หากมีธุระอื่นใด เช่นงานไม่เสร็จ มีประชุมหรือจะไปไหนต้องโทรบอกอาและแจ้งสถานที่ที่อยู่และแจ้งเวลากลับที่แน่นอนกับอาทุกครั้ง”  

“เกินไปหรือเปล่าคะ นิรินจะขยับตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไงกัน”  

“อาพูดสักคำหรือเปล่าว่าไม่ให้ไป เมื่อกี้อาบอกว่าหากจะไปไหนให้โทรมาบอกอาก่อน นั่นก็แปลว่าไปได้ ฟังให้ดีก่อนจะเถียงอา”  

“นิรินไม่อยากคุยกับอาเดย์แล้ว” เมื่อเห็นว่าตนเถียงอะไรไม่ได้อีกก็เบือนหน้าหนีแล้วหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ 

“ถ้านิรินบอกว่านิรินโตแล้ว นิรินก็ต้องมีเหตุผลและรับฟังคนอื่นมากกวานี้นะคะ” เดวิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาลง รู้ดีว่าเธอนิ่งคิดในสิ่งที่เขาสอนหากแต่นิสัยไม่ยอมใครเธอจึงไม่ยอมสงบลงง่ายๆ ยังมีฟอร์มมีมาดในแบบสไตล์ของนิรินอยู่ดี 

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” นิรินเอ่ยขึ้นเมื่อรถหรูแล่นมาจอดที่หน้าบริษัทของเธอ 

“แล้วตอนกลางวันอยากให้อามาทานข้าวด้วยมั้ย อาจะได้รอ” เดวิดมองหน้าสาวน้อยที่ดูจะหายหงุดหงิดลงมาบ้างแล้ว 

“ไม่ได้บอกว่าอยากทานกับอาเดย์สักหน่อยค่ะ” นิรินตอบแล้วปิดประตูรถก่อนจะเดินจากไป 

“เมื่อไรจะเลิกดื้อนะตัวแสบ” เดวิดจ้องมองร่างบางที่เดินเข้าไปในบริษัทยักษ์ใหญ่ แม้เธอจะเพิ่งเรียนจบแต่ได้มาทำงานในบริษัทชื่อดังของอิตาลีได้ด้วยความสามารถตัวเองนั่นเพราะเธอเก่งไม่แพ้ใคร อีกทั้งยังสวยสง่าน่ามอง หากตัดนิสัยจอมดื้อจอมเอาแต่ใจไปได้แล้วเธอคงจะก้าวหน้าในอาชีพที่เธอรักได้เป็นอย่างดี 

เวลาต่อมา

หญิงสาวที่เดินออกมาจากที่ทำงาน มุ่งตรงไปที่ร้านกาแฟหน้าออฟฟิศทันที เพราะคิดว่าจะเจอกับชายหนุ่มที่บอกว่าจะรอเธอทานข้าวกลางวัน แต่เมื่อเดินเข้าไป สายตากวาดมองสอดส่องไปทั่วร้านก็ไม่พบแม้แต่เงาของเขา 

“แล้วบอกว่าจะรอทานข้าว ชิส์” นิรินจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อไม่พบชายหนุ่ม

“อาถามนิรินว่าอยากมาทานข้าวกับอามั้ยอาจะได้รอต่างหาก” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นด้านหลังของเธอ หญิงสาวจึงรีบหันกลับไปมองทันที แต่เมื่อหันกลับไปหน้าสวยก็ไปชนกับอกกำยำของเขาพอดิบพอดี 

‘หอมจัง’ นิรินคิดในใจตาสวยหลับพริ้มแล้วเผลอกดจมูกสวยไปที่อกของเขาแนบแน่น ผู้ชายอะไรกลิ่นตัวหอมกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก 

“นิริน” เดวิดเอ่ยเรียกเมื่อเธอยังซบหน้าสวยลงที่อกกว้างของเขาอยู่แบบนั้น 

“เอ่อ...โอ้ย...ตัวแข็งชะมัดจมูกจะหัก” เมื่อรู้สึกตัวก็รีบผละออกจากเขาทันที มือสวยยกขึ้นบีบที่จมูกของตัวเองเบาๆอย่างต้องการเฉไฉ ก่อนจะดันตัวเขาให้หลีกทางแล้วเปิดประตูออกจากร้านไป

“คิดอะไรอยู่นะนิริน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่เข้าใจว่าตัวเองเผลอทำแบบนั้นไปได้ยังไงกันทั้งๆที่รักและเคารพเขาในฐานะอาเท่านั้น 

“จะเดินไปไหน ไปทานข้าวสิเดี๋ยวหมดเวลาพักพอดี” เดวิดที่เดินตามมาเอ่ยขึ้น 

“เอ่อ..ค่ะๆ” นิรินหยุดเดินก่อนจะพยักหน้ารับ 

“อาจองร้านไว้ทางนั้น ใกล้ๆที่ทำงานจะได้มีเวลาทานนานๆ” เดวิดชี้มือไปร้านอาหารอิตาลีที่อยู่ถนนอีกฝั่งนึงไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไรนัก 

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินข้ามถนนเพื่อไปยังร้านอาหารที่ชายหนุ่มได้จองเอาไว้ 

ร้านอาหาร 

“อาเดย์คะ วันนี้ที่แผนกมีเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ นิรินอาจกลับดึกนิดนึงนะคะ” นิรินเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งรับประทานอาหารกัน 

“กี่ทุ่ม”  

“ก็...ดึกๆอ่ะค่ะ”  

“ก่อนหน้านี้ที่คุยกัน อาบอกว่ายังไง แจ้งเวลาที่แน่นอน แล้วไอ้คำว่าดึกๆนี่มันแน่นอนหรือเปล่านิริน” เดวิดมองสบตากับสาวน้อยตรงหน้า 

“เฮ้อ...” นิรินไม่ได้ตอบอะไรเธอได้แต่ถอนหายใจออกมา สองมือวางช้อนซ้อมลงแล้วเปลี่ยนมานั่งกอดอกเอาไว้แทน 

“ทำตัวไม่น่ารักอีกแล้ว” เดวิดส่ายหัวเบาๆ 

“สวัสดีค่ะอาจารย์เดวิด หนูว่าแล้วต้องเป็นอาจารย์จริงๆ ดีใจจังเลยค่ะวันนี้อาจารย์ไม่มีสอนแต่หนูก็ยังได้เจออาจารย์ด้วย” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนเดวิดเองก็คลี่ยิ้มบางๆให้เช่นกัน 

“คือหนูมีเรื่องจะถามอาจารย์อยู่พอดีเลยค่ะ คือ...”  

“แค่กๆ อื้ม อะแฮ่มๆ...โอ้ยทำไมเจ็บคอแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาขวางคอเลยอ่ะค่ะ” ยังไม่ทันที่สาวน้อยจะพูดอะไรต่อก็โดนหญิงสาวที่นั่งอยู่เอ่ยวาจาค่อนแคะออกมาเสียก่อน  

“เอ่อคือ...”  

“เอาไว้ค่อยถามอาจารย์พรุ่งนี้ตอนสอนได้มั้ย พอดีอาจารย์พาหลานมาทานข้าวคงจะไม่ค่อยสะดวก” เดวิดเอ่ยขึ้น 

“ขอโทษทีค่ะอาจารย์ที่หนูเข้ามารบกวนเวลา ไม่เป็นไรค่ะไว้หนูค่อยถามอาจารย์พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอาจารย์ไม่ว่าอะไร เย็นนี้หนูขอโทรไปขอคำปรึกษาเรื่องสอบได้มั้ยคะ มันมีบางอย่างที่หนูยังสงสัยหนูอยากทำความเข้าใจก่อนจะที่อาจารย์จะtestพรุ่งนี้น่ะค่ะ”  

“อย่างนั้นก็ได้โทรมาแล้วกันนะอะไรช่วยได้อาจารย์ก็จะช่วย” เดวิดยิ้มรับ 

“ขอบคุณค่ะอาจารย์ งั้นหนูไม่รบกวนเวลาอาจารย์กับหลานแล้วดีกว่านะคะ สวัสดีค่ะ” สาวน้อยส่งยิ้มแสนหวานก่อนจะเดินจากไป 

“มีให้เบอร์เด็กนักศึกษาด้วยเหรอคะ” นิรินจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างต้องการรู้คำตอบ 

“อาจารย์ทุกคนก็มีให้เบอร์นักศึกษากันทั้งนั้น ไม่เห็นแปลกอะไรนี่หน่า”  

“ไม่แปลกหรอกค่ะถ้าโทรมาปรึกษาเรื่องเรียนจริงๆน่ะ นั่นเธอกำลังอ่อยอาเดย์ อาเดย์ดูไม่รู้หรอกหรือคะ ความจริงไม่ได้อยากได้คำปรึกษาหรอกคงอยากได้อย่างอื่นจากตัวอาเดย์มากกว่า” นิรินเอ่ยออกมาอย่างไม่ชอบใจตามนิสัยของเธอที่มักจะหวงพ่อหวงพี่ชายรวมถึงหวงเขาที่เป็นอาด้วยเช่นเดียวกัน 

“พูดจาแบบนี้ไม่ดีเลยนะนิริน อาเป็นอาจารย์และทุกคนก็รู้ว่าอามีภรรยาแล้ว ถ้าคนอื่นมาได้ยินเขาจะคิดยังไง” เดวิดส่งสายตาปรามเธอเบาๆ 

“นั่นสินะคะ อาเดย์มีภรรยาแล้ว ภรรยาแสนดี๊แสนดีของอาเดย์” นิรินเอ่ยน้ำสียงประชดประชันแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารทันที 

“ยังทานไม่หมดเลยจะลุกไปไหน” เดวิดลุกขึ้นตามแล้วคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ 

“นิรินอิ่มแล้วค่ะ จะกลับไปทำงานแล้ว แล้วก็จะไปงานเลี้ยงกลับดึกๆนะคะ” นิรินหันมามองหน้าชายหนุ่มแล้วสะบัดแขนออก 

“สี่ทุ่ม อาให้เวลาแค่นั้นห้ามเกินเด็ดขาด” เดวิดเอ่ยออกไป หญิงสาวแม้จะได้ยินก็ไม่ได้สนใจยังคงเดินออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดใจเกินจะทน 

บ้านดาเลนติโน่

คนตัวโตเดินไปเดินมาอยู่ที่ห้องรับแขกภายในบ้าน สายตาเหลือบดูทางหน้าบ้านทีและนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่บนฝาผนังที เมื่อหญิงสาวจอมแสบเลยเวลาที่เขากำหนดไว้มาถึงสี่ชั่วโมงเต็มและยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา หนำซ้ำยังปิดเครื่องหนีเขาตั้งแต่เย็นแล้วอีกด้วย 

แกร็ก!!! ทันใดนั้นเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างบางที่ค่อยๆย่องเข้ามาในบ้านอย่างเงียบงันแต่ก็ไม่พ้นสายตาของเขาอยู่ดี 

“เกินมาสี่ชั่วโมง” เดวิดเอ่ยเสียงเรียบแล้วเปิดไฟในห้องให้สว่างขึ้น หญิงสาวที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนเป็นอันต้องชะงักฝีเท้าลงทันที 

“มันเป็นงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่นะคะ จะให้กลับก่อนมันจะดูเสียมารยาทไปสักหน่อย” นิรินหันมาตอบชายหนุ่ม 

“เลยมาเสียมารยาทกับอาแทน โดยการกลับเอาป่านนี้”  

“นิรินไม่ได้รับปากอาเดย์สักหน่อยค่ะว่าจะกลับตอนสี่ทุ่ม ดังนั้นจะมาว่านิรินเสียมารยาทไม่ได้นะคะ”  

“เด็ก โตแต่ตัวจริงๆ”  

“อาเดย์! นี่จะว่าว่านิรินโตแต่ตัวแต่สมองไม่โตงั้นเหรอคะ” นิรินเดินเข้าไปยืนประชันหน้ากับเขา 

“นี่ดื่มเหล้ามาเหรอ” เดวิดเอ่ยถามพลางก้มใบหน้าไปใกล้ๆหญิงสาวที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคละคลุ้ง

“นิดหน่อยค่ะ” นิรินตอบแล้วเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยเพราะอยู่ๆก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะเขาเข้ามาใกล้กันแน่ อีกทั้งเขายังใส่แค่ชุดคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น  

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองสำรวจเขาดีๆตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หน้าตาคมเข้มหล่อเหลายังดูเหมือนเมื่อสิบปีก่อนแม้บางสิ่งบางอย่างจะร่วงโรยไปตามกาลเวลาแต่ถ้าเทียบกับคนในวัย40ต้นๆเหมือนกันเขายังดูหนุ่มกว่ามากทีเดียว  

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ก็คือร่างกายของเขาที่ไม่ได้ตัวผอมบางเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่มันดูดีกว่าเป็นไหนๆทั้งอกกว้างกำยำ กล้ามแขนน่ากอด หน้าท้องที่แม้เธอจะยังไม่เคยเห็นแต่ก็เดาได้ว่ามันต้องมีซิกแพคเป็นลอนสวยอยู่เป็นแน่แค่คิดภาพตามก็แอบกลืนน้ำลายลงคอเสียอึกใหญ่

“นิริน..นิริน...อาถามได้ยินมั้ย” เดวิดเข้ามาเขย่าร่างบางเบาๆเมื่อเห็นเธอเอาแต่ยืนมองเขานิ่ง อีกทั้งพูดอะไรไปเธอก็เหมือนจะไม่ได้ยินเลยอีกด้วย 

“เอ่อ..คะๆ อาเดย์ว่าอะไรนะคะ” เมื่อเหมือนได้สติกลับคืนเอ่ยถามชายหนุ่มทันที ก่อนที่จะสะบัดหัวเบาๆเพื่อขับไล่ความคิดบ้าๆออกไปจากหัว นี่เป็นอีกครั้งแล้วหรือที่เธอเผลอคิดอะไรแบบนั้นกับเขา ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าความรู้สึกของเธอที่มีมันกำลังเปลี่ยนแปลงไปและดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีเอาเสียเลย 

“อาถามว่าทานนิดเดียวทำไมกลิ่นถึงคลุ้งไปหมดแบบนี้” เดวิดมองหน้าหญิงสาวอย่างไม่ชอบใจ 

“นิรินทานนิดเดียวจริงๆค่ะ แต่ที่กลิ่นมันคลุ้งเพราะว่านิรินทำหกรดตัวเอง นี่ไงยังไม่แห้งเลย” นิรินบอกพลางจับมือเขามาทาบลงบนเสื้อตัวบางที่ยังคงชื้นอยู่ 

“นิริน!” เดวิดเอ่ยเสียงดังแล้วรีบดึงมือออกเพราะตำแหน่งที่เธอวางนั้นมันอยู่ใต้หน้าอกเธอเพียงนิดเดียว 

“จะว่าอะไรอีกคะ ว่ามาเลยนิรินจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจอาเดย์สักอย่างอยู่แล้วหนิ” เมื่อโดนเขาเสียงดังใส่ก็เอ่ยออกไปด้วยความน้อยอกน้อยใจอยู่ไม่ใช่น้อย 

“อาว่านิรินเมา คุยตอนนี้ก็ไม่เข้าใจหรอก”  

“ไม่คุยก็ไม่ต้องคุยค่ะ ว้าย!” นิรินบอกก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปแต่ด้วยอาการมึนๆจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จึงทำให้ก้าวพลาดจนพลัดตกบันได แต่ยังโชคดีที่เดวิดรีบเข้าไปคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน 

“ระวังหน่อยสิ” เดวิดเอ่ยปรามออกมาโดยสองมือก็ยังคงโอบรอบเอวบางเอาไว้ 

“ฮึก...” ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของหญิงสาว มีเพียงสะอื้นไห้ที่เล็ดลอดออกมาเพียงเท่านั้น 

“นิรินเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม เจ็บตรงไหนหรือเปล่าไหนให้อาดูซิ” เดวิดเอ่ยถามด้วยความตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆเธอก็ร้องไห้ออกมาแบบนั้น 

“อาเดย์ชอบว่านิรินฮึก...ว่าทุกวัน ไม่พูดดีกับนิรินเลยฮึก...” นิรินเอ่ยบอกทั้งน้ำตา ด้วยตอนนี้สติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อยจึงพรั่งพรูถ้อยคำออกมาด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ 

“ก็นิรินดื้อกับอาหนิคะ ไม่ร้องๆคนดี” เดวิดเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าสวยแล้วดึงเธอมาอยู่ในอ้อมกอด มือหนาลูบที่ศีรษะเล็กทีที่แผ่นหลังบางทีอย่างต้องการปลอบประโลม  

“ถ้านิรินไม่ดื้อแล้ว อาเดย์จะพูดดีๆกับนิรินได้มั้ยคะ” นิรินผละออกจากอ้อมกอดแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขา  

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ แต่ตอนนี้นิรินไปนอนก่อนนะ ไว้ตอนนิรินมีสติมากกว่านี้เราค่อยมาคุยกัน โอเคมั้ย” เดวิดยกมือขึ้นลูบแก้มนวลเบาๆ พลางจ้องมองตากลมโตนัยน์ตาสีฟ้าสวยที่สะกดเขาได้ทุกครั้งนับตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นจวบจนมาถึงทุกวันนี้

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับเบาๆ 

“งั้นขึ้นหลังอามา เดี๋ยวอาพาไปส่ง” เดวิดส่งยิ้มให้ก่อนจะหันหลังแล้วย่อตัวลงนั่งด้านหน้าเธอ 

“เหมือนตอนเด็กเลยค่ะ อาเดย์บอกว่านิรินเป็นเจ้าหญิงน้อยส่วนอาเดย์เป็นม้าให้นิรินขี่หลัง” นิรินยิ้มอย่างชอบใจพลางเข้าไปกอดที่หลังกว้างทันที 

“ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นค่ะ นิรินยังเป็นเจ้าหญิงน้อยของอาเสมอ” เดวิดตอบด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะเริ่มแบกเธอขึ้นหลังแล้วค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น  

นิรินซบใบหน้าสวยลงที่แผ่นหลังของเขาอย่างชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นอ้อมกอด หรือแผ่นหลังกว้างๆนี่ มันก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจได้เสมอ ขอแค่เป็นเขาเท่านั้น เขาคนเดียวที่มีผลต่อหัวใจของเธอ...



******************************************

​ภายใต้ความแสบนิรินยังแอบมีความหื่นอีกด้วยนาจา5555^^ มาตามกันต่อตอนหน้าว่านิรินจะแผลงฤทธิ์อีกหรือจะเป็นเด็กดีของอาเดย์แล้วอิอิ😆😆😆




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น