Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 2 :: ผมพร้อมจะปรับปรุงตัวนะครับคุณแจน [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 2 :: ผมพร้อมจะปรับปรุงตัวนะครับคุณแจน [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2561 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 2 :: ผมพร้อมจะปรับปรุงตัวนะครับคุณแจน [ครบ - 100% -]
แบบอักษร



โทรครั้งที่ 2 ผมพร้อมจะปรับปรุงตัวนะครับคุณแจน


          หลังจากด่าคนข้างบ้านเสร็จก็ชิ่งหนีก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาเอาเรื่อง ใบหน้าหล่อๆ นั่นเหวอไปเลยเมื่อผมตะโกนใส่ ผมจึงอาศัยจังหวะนั้นแหละเดินหนีเข้าบ้าน

            ไม่เข้าใจ ทำไมชีวิตผมต้องเจอแต่เรื่องหัวร้อนตลอด ก็ใช่อยู่ที่ตอนนี้ผมยังไม่มีงานต้องอัพไฟล์ให้ลูกค้า ไม่จำเป็นต้องซีเรียสกับเน็ตขนาดนั้น แต่ไม่เว้ย! เงินก็จ่ายเต็มค่ายมันไม่ได้มีส่วนลดให้สักหน่อย ผมก็ควรได้รับบริการที่ดีคุ้มกับเงินที่เสียไปจริงไหม

            กูเคืองมึงแล้วเนี่ยชนกันต์ ไหนบอกแก้ไขเรียบร้อยไงวะ ใช้ได้กี่ชั่วโมงเอง นอกจากแก้ไขตอนนี้ทาง ADS ต้องมีคำแก้ตัวให้ผมด้วย

            ผมเดินเข้าครัวหาน้ำเย็นๆ กิน ต้องทำอารมณ์ให้นิ่งก่อนจะโทรไปหาคอลเซ็นเตอร์ เห็นแบบนี้แต่ผมก็เข้าใจนะเออ ไม่มีใครชอบหรอกที่ลูกค้าเกรี้ยวกราดใส่ ผมเองยังไม่ชอบเลย เพราะฉะนั้นอะไรที่เราไม่ชอบเราจะไม่ทำใส่คนอื่น

            ยกเว้นทนไม่ไหวจริงๆ แฮ่!

            เมื่อปรับอารมณ์ได้แล้วผมก็ออกมาโทรหาคอลเซ็นเตอร์ของค่ายอินเตอร์เน็ตที่ใช้ ตั้งแต่เมื่อคืนค่ายยังไม่รับสายผมเลย รอเป็นครึ่งชั่วโมงก็ไม่รับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องการคำตอบเช่นกัน ทำไมล่ะหืม พอมีปัญหาปุ๊บไม่รับเลยงี้เหรอ

            [สวัสดีค่า ADS คอลเซ็นเตอร์ค่ะ ดิฉันนวารารับสายยินดีให้บริการค่ะ ไม่ทราบตอนนี้ดิฉันกำลังเรียนสายอยู่กับคุณอะไรคะ]

            เออเฮ้ย! คราวนี้มันรับ

            แต่คุณ…ผมนี่เบ้หน้าเลย

            เคยเห็นคนทำหน้าเหม็นทุเรียนไหม นั่นแหละสีหน้าผมในตอนนี้ ได้ยินเสียงเจ๊นวาราปุ๊บผมนี่คิดถึงเสียงชนกันต์เลย เอาชนกันต์คืนมาได้ไหม

            จะแอ๊บเสียงทำไม! คอมีปัญหาอะไรครับ ตามหมอไหม

            “แจนครับ”

            [ค่าคุณแจน ไม่ทราบว่าคุณแจนมีปัญหาหรือว่าจะสอบถามอะไรคะ]

            ถามได้มะว่าเส้นเสียงมีปัญหาหรือเปล่า ฟังแล้วหงุดหงิดมากเลยครับ

            “คือเน็ตของผมมันมีปัญหาน่ะครับ มีสัญญาณแต่ผมเข้าอะไรไม่ได้เลย ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาไปแล้วรอบหนึ่ง เขาเพิ่งแก้ไขให้ผมเมื่อวานนี้ พอเลยเที่ยงคืนปุ๊บก็ใช้ไม่ได้อีกแล้ว”

            [อ๋อค่ะ]

            อ๋อค่ะ? แล้วไงต่ออะ

            “แล้วยังไงครับ”

            [เดี๋ยวดิฉันจะส่งเรื่องต่อให้นะคะ] ปลายสายตอบกลับมาสั้นๆ ถ้าในเวลาปกติผมคงรู้สึกไม่ชอบใจ แทนที่เขาจะใส่ใจพูดอะไรที่มากกว่าส่งเรื่องต่อให้ แต่กับคุณนวารา…กูพอใจมาก มึงพูดแค่นั้นแหละ เสียงน่ารำคาญมาก

            เคยเจอไหม เราไม่ได้เกลียดอะไรเขานะ แต่เสียงของเขามันน่ารำคาญจนทนฟังไม่ได้จริงๆ

            “ขอถามหน่อยครับ เมื่อคืนตอนเน็ตมีปัญหาผมโทรไปแต่ทำไมถึงไม่รับสายล่ะครับ ไม่ใช่ว่าคอลเซ็นเตอร์ของ ADS ยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอกเหรอ” อันนี้ข้องใจมาก พอมีปัญหาปุ๊บมึงหายเลยนะ ปล่อยกูรอเก้อไปสิ

            [ยี่สิบสี่ชั่วโมงค่าคุณแจน]

            อ้าวนวารา ทำไมเมินคำถามแรกแบบนั้นล่ะ

            “แล้วทำไมถึงไม่รับล่ะครับ บุคลากรไม่พอเหรอครับ”

            [เจ้าหน้าที่ของเรามีจำนวนมากพอในการให้บริการลูกค้าอยู่แล้วค่ะ] เสียงงุ้งงิ้งแอ๊บแบ๊วเริ่มนิ่งขึ้น เด็กน้อยก็เดาได้ว่าปลายสายนั้นเริ่มไม่พอใจแล้ว

            แต่คือ…มึงเมินคำถามแรกกูอีกแล้ว! โว้ยยย!

            “งั้นแล้วทำไมไม่รับสายผมล่ะครับ หรือว่าพอมีปัญหาปุ๊บคอลเซ็นเตอร์จะไม่รับสาย”

            [ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ!] แน่ะไอ้เหี้ยกระแทกเสียง ตอนเข้าอบรมพนักงานกันมึงไม่ได้ไปด้วยใช่ไหมบอกมา

            ผมถอนหายใจเสียงดัง คือผมก็ถามดีๆ นะ ถึงแม้ในใจจะด่าไปล้านแปดแล้วก็ตาม แต่ผมอยากได้คำตอบมาแก้ข้อสงสัย ก็บอกเองว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงแต่กลับไม่มีใครรับสาย ให้ผมรอเป็นครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็ตัดใจ เหนื่อยที่จะรอ

            แต่เจ๊แกกลับทำเสียงแข็งใส่ผมซะงั้น เดี๋ยวเกรี้ยวกราดกลับหรอกนวารา อย่านะอย่า

            “คุณนวารา ขอถามหน่อยครับ ช่วยโอนสายให้คุณชนกันต์ที่ดูแลเคสที่แล้วมาดูแลเคสนี้ด้วยได้ไหมครับ” กูไม่เอามึงแล้วนวารา ออกไป! ก่อนเน็ตจะใช้งานได้กูคงประสาทแดกก่อน

            [ทางเรามีนโยบายให้ลูกค้าเลือกคนดูแลปัญหาได้ค่ะเพื่อความสบายใจ แต่ดิฉันก็สามารถประสานงานให้ได้เหมือนกันนะคะ]

            ด้วยเสียงเหวี่ยงๆ แข็งๆ นี่น่ะเหรอ?

            “ครับผมรู้ แต่จะเอาชนกันต์มาด่า ไหนบอกแก้ไขเรียบร้อยแล้วทำไมยังเน่าเหมือนเดิม รอตั้งหลายวันสุดท้ายก็เน่าเหมือนเดิม หงุดหงิดมากครับ อยากด่า”

            […]

            “หรือจะให้ด่าคุณแทนครับคุณนวารา”

            [ดิฉันจะรีบส่งเรื่องให้คุณชนกันต์นะคะ สวัสดีค่ะ]

            เอออิห่า! ไปดี!


…………….


            ตบตีกับนวาราเสร็จ ระหว่างที่รอชนกันต์ผมก็ออกมาหาอะไรกินที่ตลาด ขับมอไซค์มาประมาณสิบนาทีถึง จอดลงที่ข้างร้านอาหารตามสั่งของหมวยเล็กซึ่งพ่อของไอ้น้องหมวยก็ขายกาแฟด้วย ดูดีใช่ไหมล่ะพ่อลูกช่วยกันทำมาหากิน

            “หมวย ข้าวผัดกุ้งจานนึง”

            “ไม่ว่าง ทาเล็บอยู่”

            ลบคำที่ผมบอกว่าดูดีออกไปจากหัวซะ อิหมวยเล็กมันเป็นแบบนี้ตลอด ไม่ทาเล็บก็จีบผู้ชาย กูปวดหัวแทนพ่อมึงจริงๆ หมวย ออ…และนิสัยกวนตีนของมันดูจะเป็นแค่กับผมเท่านั้นด้วยนะ มึงมันเลือกปฏิบัติ!

            ผมเบ้ปากมองผู้หญิงหน้าหมวยที่กำลังบรรจงทาเล็บด้วยความตั้งอกตั้งใจ หมวยมันเป็นคนหน้าตาสวยนะ และที่สำคัญไฟหน้ามันใหญ่มาก

            “ทาทำไมเดี๋ยวก็ต้องหยิบจับนู่นนี่ เร็วๆ ข้าวผัดกุ้ง”

            “รีบมากไปทำกินเองเลยพี่แจน”

            ด้าย~ อิหมวยได้

            “แปะ! ลูกแปะแม่งอู้อีกแล้ว!” ผมแหกปากตะโกนบอกอาแปะพ่อหมวยเล็กที่ยืนชงกาแฟให้ลูกค้า พอได้ยินปุ๊บแปะแม่งหันขวับกลับมาเลย ตาตี่ๆ นั่นถลึงมองลูกสาว

            เอาเลยแปะ จัดการ

            “อาหมวย! ลื้อเอาอีกแล้วนะ!”

            “โอ๊ยป๊า ขอแป๊บนึง” หมวยเล็กยู่หน้า

            “ไม่ต้องแป๊บเลย ลุกเดี๋ยวนี้”

            ใช่ๆ มึงลุกเลยอิหมวย ด่ามันอีกแปะ ด่ามัน!

            “ชิ!” น้องหมวยทรงโตยอมลุกขึ้น มองยาทาเล็บอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะสะบัดบ๊อบพาตัวเองไปยืนหน้ากระทะ ริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงสดเบ้ลงพร้อมพึมพำ

            “จะใส่น้ำปลาให้แดกหมดขวดเลยแม่ง”

            “อิหมวยเล็ก กูได้ยิน” กูยืนอยู่ข้างหลังเผื่อมึงลืม ผมแยกเขี้ยวใส่แล้วหันไปตะโกนบอกอาแปะอีกรอบ “แปะ! หมวยมันจะแกล้งใส่น้ำปลาในข้าวผม!”

            “อาหมวย! ลื้ออย่าแกล้งลูกค้า เดี๋ยวตีตายเลย!”

            “ว้าย โดนด่า~” ผมลอยหน้าลอยตา ไอ้หมวยเล็กแทบจะเอาตะหลิวฟาดหน้าผม แต่เพราะพ่อตัวเองยืนเท้าเอวมองอยู่จึงทำได้เพียงฮึดฮัดหน้างอคอหักเป็นปลาทู

            ทำให้คนอื่นโดนด่าได้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย ผมถอยออกมาจะหาโต๊ะนั่ง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ คุ้นหูเข้าอีกแล้ว ผมหยุดเดิน กวาดสายตามองหา แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงของคนข้างบ้าน…อีกแล้ว! เจ้าตัวนั่งอยู่โต๊ะที่ห่างออกไปหน่อย

            มึงอีกแล้วเหรอ! ตามมาขำกูถึงนี่เลยหรือไง!


- 35% -

            แต่ดูจากข้าวในจานบนโต๊ะที่ถูกกินไปมากกว่าครึ่งนั่นแล้ว ผมนี่แหละที่มาทีหลัง แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น ที่ต้องใส่ใจคือ…มึงหัวเราะกูอีกแล้ว

            ดวงตามีเสน่ห์นั่น (ยังมีอารมณ์ไปชมมัน) มองตรงมาที่ผม ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มจางๆ

            เกือบเขินละแต่ดึงสติกลับมาได้ก่อน มึงหัวเราะกู!

            “ขำอะไรวะ!” จัดไปอีกหนึ่งดอก โทษทีนะน้องชายแต่พี่ไม่ใช่ตัวตลก ขำหาพ่อง!

            “พี่แจน! อย่าหาเรื่องลูกค้าหมวย”

            โถอิหมวย เห็นผู้ชายหล่อหน่อยไม่ได้เลยนะปกป้องทันที ผมยักไหล่ไม่แคร์ เท้าเอวจ้องคนตัวสูงด้วยสีหน้าเอาเรื่อง มา! มึงมามีเรื่องกับกู

            ถึงตัวกูจะสั้นกว่าแต่กูก็สู้คนนะ กูก็สู้คน

            “ขอโทษครับ…พี่แจน”

            อิสัด!

            เสียงหล่อ หน้าหล่อ หล่อไปซะทุกอย่างเลยพ่อคุณ

            ผมชะงักไปวูบหนึ่ง ช่วงนี้ใครมาเรียกแจนด้วยเสียงหล่อๆ นุ่มทุ้มฟังแล้วชวนให้เคลิ้มเป็นอันชะงักทุกที ถ้ามาพูดให้ขายบ้านหรือโอนเงินให้คงได้บ้าจี้ทำตาม เป็นคนกล่อมง่าย ผมรีบตั้งสติแล้วหันกลับไปหาหมวยเล็ก

            “หมวย เปลี่ยนใจแล้ว เอาใส่กล่องแทน”

            “เรื่องมาก!”

            แน่ะอิหนู จะเอาอีกคนใช่ไหม ผู้หญิงกูก็ถีบนะหมวยเล็ก

            ยืนรอจนข้าวที่สั่งไปได้ จ่ายเงินเรียบร้อยในจังหวะที่จะเดินออกจากร้านต้องผ่านโต๊ะไอ้ข้างบ้าน ด้วยความเป็นมิตรแบบโลกต้องจำ ผมหยุดนิดหน่อย หันหน้าไปแจกยิ้มสดใสให้หนึ่งที

            “ฟัค!”

            “พี่แจน! บอกแล้วไงว่าอย่าหาเรื่องลูกค้าหมวย!”

            ลูกค้าหรือผัววะ มึงนี่ห่วงจัง



            ผมกลับถึงบ้านกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งทำงานต่อ และใช่ครับ เน็ตผมยังใช้ไม่ได้เหมือนเดิม ไม่ต้องพูดถึง 4G หรอก ยังไม่ครบรอบ มันยังกากเหมือนเดิม เพราะงั้นเราปล่อยให้เขาพักผ่อนอย่างสงบเถอะ

            ไม่มีเน็ตก็ดีอย่างนะ ผมโฟกัสกับงานมากขึ้น ไม่มีแวบไปเฟซไปยูทูบหรือทวิตเตอร์ ทำงานได้ยาวๆ

            Rrrrrr

            และการทำงานแสนสนุกก็ถูกหยุดด้วยเสียงโทรศัพท์ ผมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆ มือ คิ้วขมวดเข้าหากันหน่อยๆ เพราะบนหน้าจอมันไม่โชว์เบอร์

            เดี๋ยวๆ…อย่ามาชั่วโมงพิศวงตอนนี้นะ

            ผมนั่งชื้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบขึ้นมารับ

            “ฮัลโหล สวัสดีครับ”

            [สวัสดีครับคุณแจน ผมชนกันต์เองนะครับ]

            “ห้ะ” ชนกันต์?

            มาไงวะ แล้วทำไมมันไม่ใช่เบอร์คอลเซ็นเตอร์แบบทุกทีล่ะ

            [คุณแจนอย่าเพิ่งตกใจนะครับ พอดีว่าวันนี้คือวันหยุดของผม แต่ทาง ADS จะมีโทรศัพท์ไว้ให้พนักงานใช้โทรหาลูกค้าที่ตัวเองดูแลเคสอยู่ แต่มันจะไม่โชว์เบอร์]

            ผมนี่ร้องอ๋อในใจเลย มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

            “ผมก็ตกใจหมด”

            [โอ๋~ ขวัญเอ้ยขวัญมานะครับคุณแจน]

            ใจบาง~ ไม่ได้เขินกูแค่เดินไม่ไหว

            [ก่อนอื่นเลยขอบคุณที่คุณแจนเลือกผมให้ดูแลต่ออีกครั้งนะครับ ครั้งนี้คุณแจนมีปัญหาอะไรครับ] นี่สิมันต้องแบบนี้ เสียงนอบน้อมนุ่มทุ้มหนักเบากำลังดี ในบางครั้งจะติดออดอ้อนมาเล็กน้อยพาให้คนฟังกลั้นยิ้มแบบสุดความสามารถ ถ้าโทรตอนอยู่ข้างนอก คนที่เห็นอาจจะนึกว่าเราเป็นบ้าได้

            แต่สรุปง่ายๆ ก็แล้วกัน…คือบ้าผู้ชาย ไม่ดิ ต้องบอกว่าบ้าชนกันต์

            “เน็ตอีกแล้วครับคุณชนกันต์ เมื่อวานนี้แก้ไขแล้วมันก็ใช้ได้จนถึงเที่ยงคืน ผมอาบน้ำเสร็จออกมาอีกทีก็กลับไปตายเหมือนเดิม อาการเดิมเลย”

            [อีกแล้วเหรอครับ] นี่ไง เหมือนตอนที่ผมพูดว่า…ห้ะ ห้าวันเลยเหรอ อินเนอร์เดียวกัน

            “ครับ เป็นอีกแล้ว” ผมเสียงอ่อย สิ้นเดือนปุ๊บต่อรองจ่ายครึ่งราคาได้ปะ รู้สึกใช้ไม่คุ้มเลย

            [อ่า…แย่จังเลยนะครับ] แล้วจะเสียงอ่อยตามกูเพื่อ! [ถึงผมจะไม่ได้ทำงานวันนี้แต่ผมจะรีบส่งเรื่องต่อให้เขาเช็กสัญญาณโดยเร็วที่สุด ต้องขอให้คุณแจนรออีกครั้งนะครับ]

            “ครับ”

            [อย่าเพิ่งเสียงหงอยแบบนั้นสิครับคุณแจน]

            “ไม่ไหวแล้วครับ ผมอัพไฟล์งานไม่ได้ ติดต่องานลำบาก เมื่อคืนตอนมีปัญหาโทรไปก็ไม่มีใครรับสาย ไหนบอกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงไง พอมาตอนเช้าโทรอีกรอบ ก็มาเจอพนักหน้าทำเสียงแข็งเสียงเหวี่ยงใส่อีก ไม่ชอบเลยอ่า!”

            กูงอแงแล้วนะ

            [แต่คุณแจนชอบผมใช่ไหมครับ]

            โอ๊ยไอ้เหี้ยถามอะไรแบบนี้ กูตั้งตัวไม่ทัน ผมซบหน้าลงกับโต๊ะคอม ถ้ามุดใต้โต๊ะหนีได้คงทำไปแล้ว แก้มร้อนฉ่าเหมือนเพิ่งเดินตากแดดมาหยกๆ

            “ก็…ไม่รู้สิ”

            [ทำไมล่ะครับ ผมไม่ดีเหรอ] ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงหงอยๆ ซึ่งมันดูออดอ้อนอยู่ในที ในจินตนาการผมตอนนี้เห็นภาพอลาสกันตัวโตหูตกหน้าหงอยมองเหมือนจะถามว่า…ทำไมไม่รักผมล่ะ

            ฮือ…อยากขย้ำๆ แล้วยัดใส่ปากกลืนลงคอ

            [ผมพร้อมจะปรับปรุงตัวนะครับคุณแจน]

            พ่อคุณพ่อทูนหัว แค่นี้ก็ดีแล้วครับ

            [ถ้าผมบริการไม่ดีตรงไหนสามารถติมาได้เลยนะครับ] ประโยคต่อมาของชนกันต์ผมทำเอาใจแฟบลงมาหน่อย ก็รู้ว่าที่เขาพูดนั่นเกี่ยวกับการทำงานล้วนๆ แต่ผมสิมันใจบาป คิดดีไม่ได้เลย

            “ครับ”

            [ส่วนที่คุณแจนบอกว่าเมื่อคืนไม่มีใครรับสาย ถึงแม้ว่าพนักงานจะมีมากพอในการให้บริการ แต่ในตอนนั้นอาจจะเกิดปัญหาพร้อมกันในหลายๆ ที่ ทำให้ลูกค้าโทรเข้ามาจนทางเราไม่สามารถรับสายได้ทุกคนอันนี้ต้องขออภัยด้วยครับ และเรื่องที่เจอพนักงานเหวี่ยงใส่อันนี้ผมต้องขอโทษแทนด้วย ขอโทษครับ]

            คอลเซ็นเตอร์ดีเด่นร่ายยาวมาเป็นชุดพร้อมขอโทษด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด อันนี้พูดแบบไม่ได้หลงเป็นการส่วนตัวนะ ถ้านวาราตอบผมด้วยคำตอบแบบนี้ผมจะไม่หงุดหงิดเธอเลย แต่แม่งดึงเสียงแข็งใส่กูซะงั้น

            “ไม่เป็นไรครับ”

            [แต่ผมจะเป็นพนักงานที่น่ารักนะครับ คุณแจนไม่ต้องเป็นห่วง] ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะน่าฟังคลอมาเบาๆ

            หมอ! ตามหมอ! ไอ้เหี้ยใจเต้นแรงเกิน

            [ยังไงถ้าแก้ไขอะไรเพิ่มเติมแล้วผมจะโทรไปบอกอีกครั้งนะครับ]

            “ครับ ได้ครับ”

            [สวัสดีครับ] ลาทิ้งท้ายด้วยเสียงอันมีเสน่ห์ตามเดิม ผมวางโทรศัพท์ลงแล้วซบหน้ากับโต๊ะคอมอีกครั้ง ชอบอะ ชอบ อยากได้ ฮื้อออ

            หน้าตาเป็นยังไงไม่รู้ รู้แค่ว่าอยากได้เสียงนี้มากระซิบบอกฝันดีข้างหูในทุกๆ คืน

            ผมลูบหน้าอกเบาๆ พร้อมบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ เลิกเต้นแรงได้แล้วหัวใจ อยู่จนอายุใกล้เลขสามขนาดนี้มาหวั่นไหวกับแค่เสียงมันใช้ไม่ได้เลย

            ถ้าบอกไอ้หงส์นะ รายนั้นคงบอกให้ผมหยุดเพ้อเจ้อ

            แต่คงไม่ทันละ…ผมเพ้อไปไกลแล้วตอนนี้


- 75% -


…………….


            สำหรับวันอาทิตย์ ผมเคยตั้งใจเอาไว้แล้วว่าทุกวันอาทิตย์จะเป็นวันหยุด ไม่มีการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น จะใช้เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงของวันนี้ไปกับการนอนหลับชดเชย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ความสุขของเรามักโดนขัดอยู่เสมอ ต้นเหตุหนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนที่สนิทที่สุด

            สงสัยไอ้หงส์จะว่างมาก ขับรถมาหาผมแต่เช้าพร้อมซื้อน้ำเต้าหู้มาฝาก เกือบด่าละตอนมันบอกให้แงะร่างออกจากเตียงไปเปิดประตู แต่หูดันได้ยินซะก่อนไงว่ามีของฝาก มึงรอดตัวไป

            “เน็ตมึงใช้ได้ยังแจน กูจะเชื่อมไวฟาย 4G กูใกล้หมดละ เพราะมึงเลยเอาไปอัพโหลดไฟล์ให้ลูกค้า” แม่นางแบบสาวเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่เรากำลังนั่งกินมื้อเช้าแบบง่ายๆ กันอยู่ มือเรียวข้างหนึ่งถือปลาท่องโก๋ อีกข้างกรีดกรายจิ้มโทรศัพท์ เห็นแล้วอยากตีให้มือหัก แทนที่จะกินให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเล่น

            “ยัง กูกำลังนับถอยหลังอยู่ว่าระหว่างค่ายแก้ปัญหาให้กูได้ กับกูทนไม่ไหวต้องย้ายค่าย อะไรจะเกิดก่อนกัน”

            ถ้ามันถึงที่สุดจริงๆ ผมคงตัดใจย้าย ถึงแม้ว่า ADS จะมีชนกันต์คอลเซ็นเตอร์ดีเด่นก็ตามเถอะ แต่ปากท้องผมสำคัญกว่า ไม่มีเน็ตผมทำงานไม่สะดวกจริงๆ

            “เออนี่หงส์ มึงเคยเจอผู้ชายเสียงหล่อไหม”

            ผมเอ่ยถามระหว่างส่งปลาท่องโก๋ลงไปว่ายน้ำเล่นในน้ำเต้าหู้ ไอ้หงส์ร้องเฮอะในลำคอ สีหน้ามึงพร้อมขิงมากไอ้สัด

            “กูเจอมาหมดแหละ ทั้งเสียงหล่อ หน้าหล่อ หุ่นหล่อ มึงจะเอากี่หล่อล่ะ”

            เหม็น!

            “มึงเคยแบบ…เผลอใจไปชอบหล่อใดสักหล่อนึงในนี้มะ”

            “ไม่อะ” ไหล่บางไหวหน่อยๆ ดวงตาสวยเหลือบมองผมแวบหนึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะเชิดหน้าตอบด้วยความภูมิใจ “ขอโฟกัสแค่งานดีกว่า”

            สาบานให้ไม่มีผัว คนอย่างมึงน่ะเหรอหงส์ อิเด็กเลี้ยงแกะ!

            “ขอคำตอบแบบที่ทำให้กูไม่อยากสาดน้ำเต้าหู้ใส่หน้ามึง”

            “ทำงานให้สุด แล้วหยุดที่ซื้อกิน”

            อุดมการณ์มึงแรงกล้ามาก รู้เหตุผลที่มึงขยันทำงานละ

            “แล้วมึงคิดว่า…เราจะหลงรักใครสักคนจากแค่เสียงของเขาได้ปะวะ ชอบเสียงของเขา อยากคุยกับเขาตลอดอะไรประมาณนี้”

            “อะไร จะคลับฟรายเดย์กับกูเหรอ” ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงมองผม ผมนี่จิ๊ปากใส่แม่งเลย

            “ตอบเรียนอาจารย์คนไหนสอนให้มึงตอบคำถามด้วยคำถามห้ะ หรือมึงไม่ได้เรียน ให้พ่อซื้อเกรดให้แล้วก็จบออกมาเหรอ” เวลาที่เพื่อนต้องการมึง มึงอยู่ตรงไหน!

            “นี่ถ้าไม่ติดว่ามึงเป็นเพื่อนที่คบโดยไม่หวังผลประโยชน์จากกู กูตบฟันร่วงละนะ”

            “แหงดิไม่หวังอยู่แล้ว ก็มึงมันไม่มีประโยชน์”

            “อิแจน” แม่คุณกดเสียงเข้มใส่ผม ดวงตาสวยๆ นั่นตวัดมองคล้ายจะเตือนอยู่กรายๆ ว่ากูเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้วนะ เห็นแบบนั้นผมจึงวนกลับเข้าประเด็นหลักของวันนี้ ก่อนที่ใบหน้าของตัวเองจะมีรอยมือของอีกฝ่ายประทับลงมา

            “คืองี้…กูรู้สึกเหมือนกำลังชอบคนๆ นึงอยู่ แบบแค่ได้ยินเสียงก็ชอบได้”

            “ใจง่ายเหรอ”

            “ไม่ปรึกษาละ” ผมถอนหายใจพร้อมกับเตรียมจะลุกหนี ไอ้หงส์หัวเราะร่าเลยเมื่อแกล้งผมได้ มือเรียวเอื้อมมาดึงผมให้ลงไปนั่งที่เดิม แหม สนุกเลยนะมึง

            “อย่าเพิ่งน้อยใจดิ อะไหนเล่า”

            “คืองี้…”

            Rrrrrr

            พรึ่บ!

            กำลังจะเอ่ยปากเล่าเลย ทว่าเสียงโทรศัพท์ของผมมันกลับดังขึ้นซะก่อน ไม่ลงไม่เล่ามันละ ผมพุ่งตัวไปคว้าโทรศัพท์มารับอย่างไว ท่าทีกระตือรือร้นของผมเรียกสายตาไม่เข้าใจจากเพื่อนสนิทให้มองจ้องมา

            “ฮัลโหลครับ”

            [คุณแจน สวัสดีครับ]

            ชนกันต์!!

            [ผมส่งปัญหาของคุณแจนให้เขาเช็กแล้วนะครับ ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนวันนี้ผมอยากปรึกษาอะไรนิดหน่อยครับ] น้ำเสียงหล่อๆ ที่ผมชอบคราวนี้ดูจริงจังกว่าทุกครั้ง ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คือผมต้องจริงจังตามใช่ปะ ได้ชนกันต์ได้ กูว่าง่ายอยู่แล้ว

            “ครับ?”

            [ลองให้ช่างไปเช็กที่บ้านดูด้วยไหมครับ จะได้ชัวร์ว่ามันเป็นที่อะไรกันแน่ ถ้าคุณแจนสะดวกผมจะได้ส่งเรื่องต่อทันทีเลย คุณแจนว่าไงครับ]

            “ก็ดีครับเอาแบบนั้นก็ได้ แต่ขอรีเควสช่างที่มีความอดทนสูงหน่อยนะครับ เกิดผมทนไม่ไหวแหกปากพ่นไฟเขาจะได้ทนได้” ข้อเสนอของอีกฝ่ายนั้นไม่เลวเลย รีบมาเช็กสิว่ามันเพราะอะไร ซีรงซีรีส์กูไม่ได้ดูเลย

            [ไม่หรอกครับ คุณแจนไม่ได้น่ากลัวแบบนั้นสักหน่อย]

            นี่ชมใช่ปะจะได้เขิน

            “แต่เอาจริงๆ นะคุณชนกันต์ ตอนนี้ผมรู้สึกอยากย้ายค่ายมากเลย แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ทนมาได้ขนาดนี้” ผมว่าพลางถอนหายใจ ปกติผมใจร้อนและเกรี้ยวกราดมาก ที่ทนเพราะชนกันต์แม่งกล่อมทั้งนั้น ไม่งั้นกูไปตั้งแต่มีปัญหาแรกแล้ว

            [คุณแจน ไม่เอาสิครับ อย่าทำแบบนั้น] คุณคอลเซ็นเตอร์เสียงหล่อเอ่ยขอร้องกลับมา เนี่ย…ชอบใช้เสียงอ้อนๆ แบบนี้พูดใส่ลูกค้า แล้วใครมันจะไปไหนได้

            ผมตบแก้มเบาๆ เรียกสติ หางตาเหลือบเห็นไอ้หงส์กำลังมองผมด้วยสายตารำคาญ แต่ยังมีมารยาทไม่เอ่ยขัดขึ้นกลางคัน

            ทำดีเพื่อน

            “คุณอ้อนวอนผมเหมือนตัวเองเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทเลยนะ มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรหรือเปล่าเนี่ยหืม” ถ้าคำตอบของคนในสายคือใช่ผมก็เชื่อนะ ดูไม่อยากให้ไปเหลือเกิน แทบจะคุกเข่ากอดขาผมเท่าไว้

            [ผมไม่ได้อย่างอื่นหรอกครับนอกจากเงินเดือน แต่การรักษาลูกค้าไว้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำครับ] ชนกันต์ยังคงอธิบายด้วยเสียงนุ่มทุ้มฟังลื่นหูอย่างเดิม ไม่มีวี่แววของอาการขุ่นเคืองแม้แต่น้อยที่ผมถามอย่างนั้นออกไป

            “อ๋อ งั้นก็ทำตามหน้าที่สินะ”

            [เปล่านะ ด้วยใจล้วนๆ เลย]

            เอื้อ! อยากจะร้องว่าฝากลูกเมียข้าด้วยแต่เผอิญไม่มีสักอย่างทั้งลูกและเมีย

            เห็นที่พื้นนั่นไหม หัวใจผมละลายไหลลงไปแล้ว

            ชนกันต์…มึงไม่ควรใช้เสียงแบบนี้พร่ำเพื่อ มึงควรเก็บไว้ใช้ตอนสารภาพรักนู่น!

            [ผมจะรีบตามเรื่องให้ด่วนที่สุด คุณแจนอย่าเพิ่งโกรธ อย่าเพิ่งย้าย อย่าเพิ่งหนีไปจากผมนะครับ] ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ฟังดูขี้เล่น มึงหลากหลายอารมณ์มากชนกันต์ แต่ทุกอารมณ์ก็พากูใจบาง

            “ครับ”

            [สวัสดีครับ]

            ผมวางโทรศัพท์ลง ก้อนเนื้อใจอกตอนนี้เต้นแรงมาก แก้มนี่ร้อนฉ่า ผมยกมือลูบหน้าลูบตาเรียกสติกลับมา ก่อนจะหันไปหาไอ้หงส์

            “มึง นี่คือความรัก?”

            หงส์มันส่ายหน้าทันที “ไม่ มึงมโน มึงเพ้อเจ้อ มึงคิดไปเอง!”

            ผมหน้างอเบะปากเป็นเด็กสามขวบ “กูชอบ”

            “อยากดับไฟฬ่าน!”


- 100% -


○○○○○○○○○○○

ขอน้ำด้วยค่ะ จะเอามาดับไฟในตัวแจน 55555

มีความหลงขั้นสุดนะเออ แจนมึงมันใจง่าย แต่พูดถึงรันก็หลงนะ เปล่า...ไม่ได้หลงชนกันต์ รันหลงอีกคนนึง >< เขายังไม่มา แต่เขาคือความดีงามในใจรัน แทบจะเปลี่ยนพระเอกแน่ะ 5555

สำหรับคอมเม้นท์ขอบคุณมากเลยนะคะ เห็นคนอ่านชอบก็ดีใจ ปริ่มมาก

อย่าลืมกวักมือเรียกเพื่อนเรียกญาติมาอ่านด้วยนะ แฮ่~

พรุ่งนี้มาอัพอีก เจอกันได้เย็นๆ นะคะ

ไปล้าววว ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า เยิฟฟฟ ♥



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น