อ้ายเก้ง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2561 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14
แบบอักษร

14

​.

"แคก...แคก!"

"เหนือ ลูกยังไหวอยู่มั้ย*?"*

"ย...ยังไหวอยู่ครับ"

"อดทนอีกนิดนะลูก ถ้าสิ่งที่พ่อทำมันสำเร็จล่ะก็ลูกจะต้องหายดีแน่นอน"

"ครับพ่อ"

"พ่อรักเหนือนะ"

"เหนือก็รักพ่อครับ"

"เหนือสมุทร..."

​.

เฮือก!

หนึ่งคืนกับความเงียบงันและความฝันที่เพิ่งจะผ่านพัดไป เหยี่ยวออกมายืนรับลมเย็นๆ ที่ท่าน้ำพร้อมกับความคิดอะไรบางอย่างที่ยังคงลอยวนอยู่ในหัว ภาพของชายในชุดกาวน์สีขาวและเด็กผู้ชายคนเดิมคนนั้นหากแต่ว่าครานี้เด็กคนนั้นมันกลับไม่ใช่เด็กตัวเล็กเหมือนที่เขาเห็นเมื่อคราแรก

'เหนือสมุทร' ชื่อของเด็กคนนั้นทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเหมือนกับว่าเขากับเด็กคนนั้นรู้จักกันมานานแสนนาน หรือเขากับเด็กคนนั้นอาจจะเป็นคนๆ เดียวกัน

"อึก อ่ะ!" ทันใดนั้นเหยี่ยวก็ทรุดลงกับพื้นเมื่ออยู่ๆ เขาก็เกิดปวดหัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เขาปวดหัวจนแทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้

"อั้ก อา!"

"เหยี่ยว...เหยี่ยวเป็นอะไร?" เหยี่ยวนอนทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดอยู่นานจนกระทั่งหยกก็มาเจอเขาพอดี

"อึก! หยก...ร...เราเจ็บ"

"เจ็บ...เจ็บตรงไหน?"

"จ...เจ็บ เจ็บหัว ร...เราเจ็บหัวมากเลย" เหยี่ยวพูดพร้อมกับเอามือชี้ที่ศีรษะของตน

"อดทนไว้นะเหยี่ยว"

หยกพูดก่อนจะพยายามฉุดให้เหยี่ยวลุกขึ้นแต่ด้วยขนาดร่างกายที่มันต่างกันจึงทำให้หยกทำได้แค่ลากอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านอย่างทุลักทุเล ทว่าในขณะที่อีกคนกำลังฉุดกระชากลากอีกคนเพื่อช่วยเหลือนั้น ความทรงจำของอีกฝ่ายกลับเริ่มที่จะโผล่เข้ามาอีกครั้ง...

...เข็มฉีดยาและเสียงปืน

ปัง ปัง!

"อะ ไม่...ไม่!"

"เหยี่ยว"

"อย่า! อย่าทำอะไรพ่อนะ"

"เหยี่ยวเป็นอะไร โอ๊ย!"

"หยก?" ทันใดนั้นเหยี่ยวก็ต้องหลุดออกจากภาพหลอนในเศษเสี้ยวความทรงจำของตนเมื่ออยู่ๆ เสียงร้องของหยกก็ดังขึ้น พอหันไปดูเขาก็พบว่าตนได้เผลอทำร้ายหยกไปแล้ว

"ย...หยก" เหยี่ยวตาลุกโพลงเมื่อเห็นบาดแผลที่แขนของหยก แผลที่เกิดจากกรงเล็บของเขาและหยาดเลือดที่ไหลเป็นทางยาวได้ทำให้เขาหวาดวิตกและตกใจจนเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้

"หยก ร...เราขอโทษ...เราขอโทษ?" เหยี่ยวมองเลือดที่อยู่ในมือของตนด้วยความตกใจจนใกล้จะเสียสติแต่ทว่าหยกกลับโผเข้ามากอดเขาไว้แทน

"ไม่ต้องกลัว...ไม่ต้องตกใจ นายแค่ไม่ได้ตั้งใจ เรารู้ นายแค่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" หยกพูดพร้อมกับตบหลังของเหยี่ยวเบาๆ เป็นเชิงปลอบ

"หยก...ฮึก!"

"ไม่เอาน่ะ อย่าร้องไห้สิ ร้องไห้แบบนี้มันดูไม่เหมาะสมกับนายเลยนะ" หยกพูดก่อนจะคลายอ้อมกอดของตนออกแล้วลูบหัวของเหยี่ยวอย่างแผ่วเบา

"หยก..."

"เข้าบ้านกันเถอะนะ" หยกพูดอีกครั้งก่อนที่จะแหงนหน้าขึ้นไปจุมพิตที่ริมฝีปากของเหยี่ยวเบาๆ แล้วจูงมืออีกฝ่ายเข้าบ้านไป

.

อีกหนึ่งคืนกับการที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าข้างกายไม่มีใครนอกจากตนเอง หลายครั้งที่ผมดีใจและภาวนาขอให้เขาจากไปแบบไม่ต้องหวนคืนมาอีก แต่คืนนี้มันกลับต่างออกไปเมื่อผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเหยี่ยวมิได้อยู่ตรงนี้

...เหยี่ยวหายไป ตัวประหลาดตัวเดิมของผมหายไป ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไม่รู้ว่าหายไปทำอะไร ทั้งที่เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดจะสนใจอะไรแต่ทว่าตอนนี้ผมกลับกังวลใจมากเลย ไม่ใช่กังวลว่าเขาจะไปทำร้ายใคร แต่กังวลว่าเหยี่ยวจะหายไปไม่ได้กลับมาอีก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมลงมาตามหาเหยี่ยวที่ด้านล่าง

"อึก อ่ะ!" แต่แล้วเสียงร้องที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดก็รีบทำให้ผมต้องรีบปรี่ลงไปด้านล่าง พอลงไปถึงผมก็เห็นเหยี่ยวกำลังนอนบิดไปมาอยู่บนพื้น

"เหยี่ยว...เหยี่ยวเป็นอะไร?" เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเหยี่ยวแสดงความเจ็บปวดและทรมานออกมาแบบนี้ และเป็นครั้งแรกที่หัวใจของผมมันหล่นวูบที่เห็นอีกคนกำลังตกอยู่ในความทรมาน

"อึก! หยก...ร...เราเจ็บ"

"เจ็บ...เจ็บตรงไหน?"

"จ...เจ็บ เจ็บหัว ร...เราเจ็บหัวมากเลย"

"อดทนไว้นะเหยี่ยว"

ผมปรี่เข้าไปฉุดให้อีกฝ่ายลุกขึ้นแต่ด้วยขนาดร่างกายที่มันต่างกันจึงทำให้ผมทำได้แค่ลากอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเลก็เท่านั้น ทว่าอยู่ๆ ในระหว่างที่ผมกำลังลากเหยี่ยวมาอยู่นั้น ร่างของอีกฝ่ายก็กระตุกขึ้นมาสองสามทีก่อนที่จะตะโกนโหวกเหวกโวยวายอะไรบางอย่างออกมา

"อะ ไม่...ไม่!"

"เหยี่ยว"

"อย่า! อย่าทำอะไรพ่อนะ"

"เหยี่ยวเป็นอะไร โอ๊ย!" แต่ในระหว่างที่ผมกำลังดูอาการของเหยี่ยวอยู่นั้น อยู่ๆ อีกฝ่ายก็ข่วนแขนของผมจนเป็นแผลยาว

"หยก?" ดูเหมือนสติของอีกฝ่ายจะกลับมาแล้ว เหยี่ยวมองผมด้วยสายตาที่ดูจะตกใจก่อนที่เขาจะก้มลงมือทั้งสองข้างของตนด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก

"หยก ร...เราขอโทษ...เราขอโทษ?" อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนผมต้องรีบโผเข้าไปกอดเพื่อไม่ให้เหยี่ยวเตลิดมากไปกว่านี้

"ไม่ต้องกลัว...ไม่ต้องตกใจ นายแค่ไม่ได้ตั้งใจ เรารู้ นายแค่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุดเพื่อให้เหยี่ยวรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผม

"หยก...ฮึก!"

"ไม่เอาน่ะอย่าร้องไห้สิ ร้องไห้แบบนี้มันดูไม่เหมาะสมกับนายเลยนะ" ผมพูดอีกครั้งก่อนจะคลายอ้อมกอดตนออกแล้วลูบหัวของเหยี่ยวเบาๆ

"หยก..."

"เข้าบ้านกันเถอะนะ" ผมยิ้มก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปจุมพิตที่ริมฝีปากของเหยี่ยวเบาๆ ก่อนที่จะจูงมือเขาเข้าบ้านไป

อย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็คือคนที่สำคัญที่สุดของผม เหยี่ยวคือคนที่อยู่กับผมในวันที่ผมไม่มีใครและตอนนี้มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะทำให้เขาได้...

...เพื่อเหยี่ยวของผม

​.

เช้าวันรุ่งขึ้น ถ้านับตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงนี้นี่ก็คงจะเกือบสองอาทิตย์แล้วกระมังที่เหยี่ยวเข้ามาในชีวิตของผม ทุกวันที่ผ่านเข้ามากับการที่มีตัวประหลาดอยู่เคียงข้างมันจึงทำให้ทุกวันของผมนั้นมันมีความหมายมากกว่าเมื่อก่อนจริงๆ มีคนคอยเป็นห่วง มีคนนอนหลับอยู่ข้างๆ และมีคนที่คอยปลอบใจเวลาเมื่อเจอเรื่องราวร้ายๆ อะไรรวมถึงความรู้สึกดีๆ ที่ผมเริ่มจะมีให้เหยี่ยวมากขึ้นด้วย

มันอาจจะไม่ถึงคำว่า 'รัก' แต่มันก็มากกว่าความรู้สึกดีๆ ในแบบที่เป็นอยู่ หากแต่ในความสุขที่ผมมีนั้นมันก็อีกบางสิ่งที่ผมได้เก็บมันเอาไว้อยู่นานแสนนานนั่นก็คือ...

...เหยี่ยวคือใคร*?*

หลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืน นี่ก็คือหนึ่งคำถามแรกที่ผมได้ทิ้งมันไปนานแสนนานเพราะตอนนั้นผมได้ตอบตัวเองเอาแล้วว่าเหยี่ยวคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการกลายพันธุ์ แต่ในตอนนี้เหตุผลนั้นมันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้นอกจากเหยี่ยวจะเป็นสิ่งที่เกิดจากการทดลอง หากแต่ว่าคำถามที่ตามมาด้วยนั้นก็คือใครเป็นคนทดลอง? ทดลองทำไม? และสร้างเหยี่ยวขึ้นมาเพื่ออะไร? เพื่อประโยชน์ในการแพทย์หรือเป็นอาวุธสังหารที่มีชีวิต?

แต่ไม่ว่าผมจะพยายามคิดหาคำตอบสักเพียงใดผมก็คิดหาคำตอบเหล่านั้นมิได้สักที แถมพอถามเจ้าตัวว่าจำอะไรได้บ้างไหมเหยี่ยวก็จำได้แค่ชายในชุดกาวน์สีขาวและเด็กผู้ชายที่อายุน่าจะประมาณม.ต้นที่ชื่อว่า 'เหนือสมุทร' เท่านั้น นี่มันช่างเป็นเบาะแสที่แสนน้อยนิดจริงๆ

สุดท้ายที่ๆ นักเรียนม.ปลายคนจนอย่างผมพอจะหาข้อมูลได้มันก็คงจะไม่พ้นหอสมุดของโรงเรียน แต่ผมควรจะเริ่มต้นจากจุดไหนกันล่ะ? ผมควรจะเริ่มจากตรงไหนดี? ความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตแบบเหยี่ยวนั้นมันมีแค่ในหนังแนววิทยาศาสตร์เท่านั้น

และแล้วผมก็ต้องจำกัดความคิดของตนลงให้เหลืออยู่เพียงหัวข้อเดียวที่พอจะเป็นไปได้ ถ้าในเมื่อเหยี่ยวอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดจากการทดลองงั้นมันก็คงจะตกอยู่ในหมวดวิทยาศาสตร์หรือชีววิทยาอะไรทำนองนั้นก็เป็นแน่

"ขยันจริงๆ เลยนะหยก" ในระหว่างที่ผมกำลังใจจดใจจ่อกับหนังสือที่อยู่ตรงหน้านั้นอยู่ๆ ก็มีเสียงๆ หนึ่งเรียกชื่อของผม พอหันไปดูก็พบกับครูนพที่หอบหนังสือมาหลายเล่ม

"ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับครู" ผมตอบก่อนจะยิ้มกลับไปเบาๆ

"หึหึหึ! เหรอๆ" ครูนพหัวเราะก่อนจะวางกองหนังสือของตนลงบนโต๊ะที่ผมนั่ง

"ขยันอ่านหนังสือแบบนี้ก็ดีแล้วนะหยก ว่าแต่ว่ากำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับอะไรอยู่ล่ะ?"

"ก็...ชีวะน่ะครับ ชีววิทยาวิชาที่ครูสอนไงครับ" ผมพูดก่อนจะยิ้มอีกครั้ง

"ฮะ ฮะ ฮะ! ที่อ่านนี่กลัวสอบวิชาครูไม่ผ่านเหรอ?"

"ครับ แล้วครูนพมายืมหนังสือเหรอครับ เห็นขนไปเยอะเชียว"

"ใช่ๆ ครูว่าจะเอาไปประกอบการสอนซะหน่อยน่ะ" ครูนพพูดแต่ทว่าผมกลับเหลือบไปเห็นหนังสืออะไรบางอย่างที่อยู่ในกองหนังสือของครูนพ

"ครูครับ นั่นหนังสืออะไรเหรอ?" ผมถามก่อนจะถือวิสาสะหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู

หนังสือปกแข็งสีขาวเล่มหนาๆ ที่บนปกหนังสือได้พิมพ์ชื่อเอาไว้ว่า 'ไฮบริดและการข้ามขีดจำกัดของวิวัฒนาการ โดย ศ.ดร.น่านฟ้า ภานุรัศมิ์' ซึ่งดูๆ ไปแล้วมันน่าจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่สามารถตอบคำถามของผมได้ ผมจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองครูนพแล้วพูดออกมาว่า...

"ครูครับผมขอยืมหนังสือเล่มนี้นะครับ"

"อ...อืม! ได้สิ..."

เมื่อได้ยินครูนพอนุญาตแล้วผมจึงหยิบมันออกไปโดยไม่ลืมที่จะทำเรื่อง 'ยืม' ให้เสร็จสรรพแล้วเดินออกจากห้องสมุดไป ถึงตอนนี้ผมจะไม่รู้ว่าหนังสือที่ผมหยิบยืมมามันจะสามารถให้คำตอบกับผมได้มั้ยแต่ในตอนนี้มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรมาเลยก็แล้วกัน

.

ทันทีที่ผู้เป็นลูกศิษย์ของตนได้เดินจากไปครูหนุ่มก็ได้แต่มองตามด้วยความงุนงงเล็กน้อย ถึงหลายๆ ครั้งหยกจะดูเป็นเด็กที่ขยันอ่านหนังสือและเรียนเก่งแต่ทว่าเวลานี้เด็กคนนี้กลับดูกระตือรือร้นในการหาความรู้มากเกินจนน่าสงสัย พักนี้หยกช่างดูแปลกไปจริงๆ

“ข่าวด่วน พบหัวกะโหลกปริศนาที่คาดว่าจะเป็นหัวกะโหลกของมนุษย์ลอยมาเกยฝั่งที่ลำคลองแห่งหนึ่งในบ้าน...ตำบล...อำเภอ...จังหวัด...”

แต่แล้วเสียงประกาศข่าวจากโทรทัศน์ของคุณครูผู้ที่เป็นบรรณารักษ์ของห้องสมุดก็ได้ดังขึ้นกระทบกับโสตประสาทของครูนพ ครูหนุ่มได้เงี่ยหูฟังข่าวๆ นั้นด้วยความสนใจเพราะว่าเหตุการณ์ในข่าวนั้นมันดันกลายเป็นคลองชลประทานที่อยู่ในภายหมู่บ้านอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนแห่งนี้

“โดยเมื่อเวลา 9 นาฬิกา 30 นาทีของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าพบหัวกะโหลกปริศนาที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวกะโหลกของมนุษย์ ซึ่งหัวกะโหลกปริศนานี้ได้ลอยขึ้นมาเกยอยู่ในคลองชลประทาน บ้าน...ตำบล...อำเภอ...จังหวัด... จึงได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ได้พบเข้ากับหัวกะโหลกที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวกะโหลกของมนุษย์ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่งหัวกะโหลกปริศนานี้ไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชพร้อมกับสืบหาเจ้าของกะโหลกปริศนานี้ต่อไป...”

...ทำไมพักนี้ถึงได้มีข่าวพบศพคนอยู่บ่อยนัก?

ครูหนุ่มได้แต่พยายามเงี่ยหูฟังพร้อมกับคิดไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ นานาที่เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ คราแรกก็พบศพภารโรงตายในโรงเรียน คราที่สองก็เป็นนักเรียนประจำชั้นของเขา ครานี้ก็มีหัวกะโหลกปริศนาที่คิดว่าน่าจะเป็นหัวกะโหลกของมนุษย์โผล่เข้ามาอีก ถ้าทุกอย่างมันไม่เกิดภายในตำบลหรือหมู่บ้านที่เขาอยู่เขาก็จะไม่คิดอะไรมากขนาดนี้เลย แต่นี่มันกลับมีแต่ข่าวคนตายเกิดขึ้นอยู่ระแวกที่เขาอยู่แทบทุกวี่ทุกวันอีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ...นี่มันเกิดเกิดเหตุการณ์ประหลาดอะไรขึ้น

“เฮ้อ!”

สุดท้ายครูหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้ความคิดนั้นหลุดลอยไป ครูนพได้กลับไปอ่านหนังสือที่อยู่ข้างๆ ตนอีกครั้งซึ่งจุดประสงค์ที่ครูหนุ่มได้หยิบหนังสือขึ้นมานั้นก็เพื่อจะหยิบเอาของสำคัญบางอย่างที่ตนได้ซุกซ่อนไว้ในหนังสือของตน

“หืม?”

ทว่าเมื่อสองมือได้เปิดหนังสือออกเขาก็พบว่าของชิ้นสำคัญของตนได้หายไปแล้ว ครูนพจึงพยายามเปิดหนังสือทุกๆ เล่มที่อยู่ในกองแต่ทว่าไม่ว่าจะค้นหาสักเพียงใดเขาก็หามันไม่พบสักที แต่แล้วครูหนุ่มก็คิดได้ว่าของสำคัญของตนมันน่าจะซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มที่หยกได้ยืมไปอย่างแน่นอน

“หยก...หนังสือเล่มนั้นมันมีของสำคัญของครูอยู่นะ”

​.

To be continue

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น