ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : งานเข้า (ต่อ)

คำค้น : ยั่วเสน่หาอดิศร, พ่อแง่แม่งอน, อีโรติค, นิยายชุด, ยั่วหนุ่ม, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2561 14:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
งานเข้า (ต่อ)
แบบอักษร

            “แหม แกก็ไปว่าเขาซะเสียหายหมด คุณอดิศรน่ะ ถึงเขาจะอายุยังน้อยเมื่อเทียบกับตำแหน่งที่เขาได้รับนะ แต่ว่าความรู้ความสามารถเขามีนะจ๊ะ เขาจบการออกแบบเสื้อผ้ามาจากปารีส และก็จบบริหารมาจากอเมริกา เรียกว่าพร้อมที่จะขึ้นมาบริหารบริษัทแทนพ่อของเขาได้เลยละ”

            “จบออกแบบเสื้อผ้าด้วยเหรอคะพี่?”

            “อืม” จิราภาตอบกลับพร้อมกับพยักหน้ายืนยัน

            “เอ๊ะ!..อย่างนี้เขาเป็นผู้ชายนะยะไหมอ่ะพี่? หนูว่าต้องใช่แน่ ๆ เลย ไม่อย่างนั้นจะปากจัดอย่างนั้นเหรอ?”

            “เรื่องนั้นพี่ก็ไม่รู้เขาหรอกนะ”

            “เขาจะเป็นหรือไม่เป็นก็ช่างเขาเถอะ แค่งานไปเงินมาก็พอแล้ว” ฟ้าใหม่สรุป ก่อนจะหันมาถามรายละเอียดของงานกับจิราภา “แล้วสรุปว่ารายละเอียดงานเป็นยังไงคะพี่เจี๊ยบ”

            “วันเสาร์นี้เก้าโมงเขานัดให้เข้าไปซ้อมเดินแล้วก็จัดชุด ว่าใครจะใส่ชุดไหนเดินกันที่บริษัทของเขาจ้ะ อยู่แถวบางกะปินะ ติดต่อคุณผึ้ง” จิราภาพูดจบก็หยิบกระดาษมาจดเบอร์โทรแล้วส่งให้กับฟ้าใหม่ “นี่จ้ะ เบอร์โทรของคุณผึ้ง เขาเป็นคนประสานงาน” 

            “ได้ค่ะ ว่าแต่จบงานนี้แล้วพี่เจี๊ยบอย่าลืมหางานต่อให้พวกหนูด้วยนะคะ พวกหนูไม่อยากว่างงานนานค่ะ แฮ่ ๆ” ฟ้าใหม่ส่งยิ้มหวาน รวมทั้งเพื่อน ๆ ของเธอก็ด้วยเช่นกัน ที่พากันส่งสายตาอ้อนวอนให้กับผู้จัดการล็อตเต้โมเดลลิ่ง

            “จ้ะ เดี๋ยวจะหาเตรียมเอาไว้ให้นะ”

            “ขอบคุณค่ะพี่เจี๊ยบ” เป็นเสียงขอบคุณที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันจากสี่สาว พร้อมกับส่งยิ้มอย่างมีความหวัง

            “แหม อย่างนี้ละพร้อมเพรียงกันดีจริง ๆ เลยนะ” ผู้จัดการโมเดลลิ่งเอ่ยแซว

            สี่สาวออกจากล็อตเต้โมเดลลิ่งมาก็พากันไปหาที่นั่งคุยกันต่อ ซึ่งก็คือร้านกาแฟใกล้ ๆ กับโมเดลลิ่งนั่นเอง

            “คิตตี้แล้วสรุปแกจะไปต่างประเทศกับน้าแกเมื่อไหร่เหรอ?” ฟ้าใหม่ถามพักตร์ศร เมื่อเข้ามาสั่งกาแฟและเข้ามานั่งในมุมโปรดของพวกเธอ ซึ่งเป็นมุมโซฟารูปตัวแอล มีหมอนอิงใบเล็ก ๆ หนุนหลังวางเรียงอยู่ห้าใบ อยู่ด้านในสุดของร้านทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้าคนอื่นเดินเข้าไปรบกวน จึงรู้สึกเป็นส่วนตัว เหมือนได้นั่งอยู่ในบ้านตัวเอง

            “ไม่ไปอ่ะ”

            “อ้าว!...” เสียงอุทานจากสามสาวเพื่อนรักดังขึ้นพร้อมกัน

            “พวกแกจะแปลกใจอะไรกันขนาดนั้น ฉันไม่ต้องจากพวกแกไปไงไม่ดีเหรอ?”

            “คือยังไงอ่ะ น้าฝนไม่ย้ายตามสามีเขาไปต่างประเทศแล้วเหรอ?” อรนุชส่งคำถามเพื่อให้คลายความสงสัย เพราะไม่กี่วันก่อนพักตร์ศรยังยืนยันอยู่ว่าน้าสาว ซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเธอนั้นจะย้ายตามสามีไปอยู่อังกฤษ

            “เปล่าค่ะ น้าฝนก็ยังจะไปนั่นแหละ แต่ว่าหนูไม่ได้ไปค่ะ หนูไม่อยากตามไปเป็นก้าง ไปเป็นภาระของเขาค่ะ อยู่ที่นี่ทำงานของหนูไป ก็คงไม่ถึงกับอดตายหรอกเนาะ อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนอีกตั้งสามคน พวกแกคงไม่ใจดำปล่อยให้ฉันอดตายกันหรอก ใช่ป่ะ?” พักตร์ศรหันมองหน้าเพื่อนกะพริบตาปริบ ๆ ขอความเห็นใจ

            “แหม ใครจะปล่อยเพื่อนให้อดตายเล่า เต็มที่ก็เอาไปปล่อยให้กรมประชาสังคมสงเคราะห์ดูแลแค่นั้นแหละ” พรธิชาตอบกลับ

            “ไอ้แพท! ไอ้เพื่อนใจร้าย เดี๋ยวฉันจะไปฟ้องเสี่ยทิน จะไปยุให้เขามีเมียน้อยเลยคอยดู” พักตร์ศรกัดริมฝีปากมองเหล่เพื่อนและตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

            “หูย! ไอ้เพื่อนบ้า จู่ ๆ จะมายุให้ผัวเพื่อนมีเมียน้อยเนี่ยนะ คิดได้นะแก” พรธิชาหยิบหมอนอิงมาตีเพื่อนสาว โทษฐานที่พูดไม่เข้าหู

            “ฮ่าฮ่า พอ ๆ เลิกเล่นกันได้แล้วสองคน แล้วน้าฝนจะไปเมื่อไหร่ล่ะ?” อรนุชเอ่ย

            “วันจันทร์หน้านี้ละค่ะ”

            “แล้วแกจะอยู่ที่บ้านนั่นคนเดียวเหรอ ไม่กลัวเหรอวะแก ฉันว่าบ้านนั้นมันอยู่ท้ายซอยอ่ะ เปลี่ยวไปหน่อยหรือเปล่าวะ เวลากลับดึกก็อันตราย เวลากลางวันไม่อยู่บ้านก็ปลอดคนอีก ไม่รู้ขโมยจะขึ้นบ้านหรือเปล่า หรือถ้ามันขึ้นตอนที่แกอยู่บ้านก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่” ฟ้าใหม่เอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

            “โอ้โห! ไอ้ฟ้า ฉันจะกลัวก็ตอนที่แกพูดมานี่แหละ พูดซะบ้านฉันไม่เหลือดีเลย”

            “แต่อย่างที่ไอ้ฟ้ามันพูดก็น่าคิดนะเว้ยแก เดี๋ยวนี้โจรขโมยยิ่งเยอะอยู่ เศรษฐกิจอย่างนี้ ราคาข้าวของอะไรก็ขึ้นหมดยกเว้นรายได้คนเนี่ยแหละ” พรธิชาเอ่ยสนับสนุนความคิดเห็นของฟ้าใหม่

            “หรือว่าจะปิดบ้านนั้นไว้ แล้วไปหาเช่าห้องอยู่ไหม?” อรนุชเสนอความคิด

            “โห..พี่นุชแค่ค่าผ่อนรถแต่ละเดือนนี่ยังต้องลุ้นเลยว่าจะมีไหม ถ้าพี่เจี๊ยบส่งงานมาให้ทำทุกวันนี่จะไม่คิดมากเลยค่ะ แต่ก็รู้กันอยู่ว่างานมันมาบ้างไม่มาบ้างอ่ะพี่” พักตร์ศรตอบกลับ จนทำเอาอรนุชถึงกับถอนหายใจยอมรับชะตาไปด้วยเช่นกัน

            ครั้นพักตร์ศรจะไม่ซื้อรถ ก็กลัวอันตรายจากการพึ่งวินมอร์เตอร์ไซค์หรือว่าแท็กซี่ ที่เธอให้เข้าไปส่งที่บ้านท้ายซอยในวันที่เธอต้องเลิกงานดึกอีก

            “เออ นั่นสิเนาะ”

            “แกไปอยู่คอนโดฯ ของคุณทินไหมล่ะ เขาซื้อเอาไว้ตั้งหลายที่ เลือกเอาได้เลยว่าจะอยู่ที่ไหน ลาดพร้าว บางกะปิ รัชโยธิน หรืออ่อนนุช แกบอกมาเลย เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาให้” พรธิชาเสนอ

            “ไม่เอาหรอก เขาซื้อเอาไว้ขายเกร็งกำไรของเขา ฉันจะเข้าไปอยู่ได้ยังไง เอาเป็นว่าฉันก็อยู่บ้านของฉันนี่ละ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ไอ้ฟ้ามันพูดหรอก ฉันอยู่มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย และที่สำคัญ ยังไงมันก็เป็นบ้านของฉัน และก็เป็นบ้านที่พ่อกับแม่ฉันทิ้งเอาไว้ให้ด้วย พวกแกจะให้ฉันทิ้งไปได้ยังไงล่ะ”

            “เออ ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ พี่ว่าติดตั้งพวกระบบนิรภัยอะไรให้มันดี ๆ หน่อย ก็น่าจะช่วยได้อยู่นะ พวกกล้องวงจรปิดน่ะ แล้วก็ไปฝากบ้านไว้กับตำรวจด้วย”

            “แดนนี่เขาเรียกช่างมาติดกล้องวงจรปิดเอาไว้แล้วล่ะพี่” พักตร์ศรหมายถึงสามีของน้าสาว

            “อย่างนั้นก็ค่อยสบายใจหน่อย แล้ววันเสาร์นี้จะเอายังไง ไปเจอกันที่บริษัทสวัสดีอะไรนั่นเลยใช่ป่ะ หรือว่าใครจะให้ฉันไปรับไหม?” พรธิชาเอ่ยถามขึ้น

            “ไปเจอกันที่บริษัทเลยก็ได้ นัดแปดโมงสี่สิบห้านะ ไปก่อนเวลาสักหน่อย กันพลาดน่ะ” อรนุชตอบ

            “ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นแปดโมงสี่สิบห้าเจอกันที่หน้าบริษัทสวัสดี การ์เมนท์เลยแล้วกัน เดี๋ยวฟ้าจะให้พี่เจไปส่ง” ฟ้าใหม่หมายถึง เจตนัย แฟนหนุ่มของเธอ

ความคิดเห็น