facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 7 : เดาใจกูสิ ว่าชอบกินอะไร

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : เดาใจกูสิ ว่าชอบกินอะไร

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 180.3k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2561 22:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : เดาใจกูสิ ว่าชอบกินอะไร
แบบอักษร







           “ รอดมาได้ว่ะ  ”    

วีรีบเดินลงมาข้างล่างไฟในบ้านบางจุดปิดไปจะหมดแล้วจึงรีบเดินกลับไปบ้านของตน 

แต่ระหว่างทางเห็นคนกำลังปีนกำแพง ราดน้ำอะไรซักอย่างออกจากแกลลอนอยู่จึงรีบวิ่ง

ไปบอกลูกน้องมาเฟียแถวนั้นให้มาดู


 “  เฮ้ย!!  พี่ๆๆ มีคนราดอะไรไม่รู้ตรงกำแพงนั่น ไปดูเร็ว  ”              

“  ไหนๆๆ  มึงมาช่วยกันดูซิ ”          ลูกน้องมาเฟียโบกมือเรียกเพื่อนอีกคนให้มาช่วยกันดู           

“  มันเห็นเราแล้ว พี่ไปดูดิ  ”         

“  ถ้ามันไม่มีอะไรนะ กูจะฟ้องนายว่ามึงก่อกวน  ”                 

“  เออ!  ฟ้องเลย แต่ไปดูก่อนมั้ย  ”


พรึ่บบบบบ!       


จู่ๆไฟก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วที่กำแพงบ้านของอิทธิเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ ลูกน้องมาเฟียหลายชีวิต

รีบวิ่งกันจ้าละหวั่นเพื่อเอาน้ำและถังดับเพลิงมาช่วยกันดับไฟ รวมถึงวีด้วยที่รีบวิ่งเข้าไปช่วยเค้า 

     “  เกิดอะไรขึ้น  ”          กาเบียลวิ่งออกมาถามลูกน้องแถวนั้น              

    “  มีคนรอบวางเพลิงพี่  ”

     “  ดับไฟให้เร็วกว่านี้!!  ”                กรรณตะโกนสั่งลูกน้องให้เร่งมืออีกนิดเพื่อลดความเสียหาย

และไม่กี่นาทีนายใหญ่ของบ้านก็เดินลงมาด้วยหน้าตาเคร่งเครียด



      “  โวยวายอะไรกัน  กูจะนอน มีไรกรรณ!  ”           

      “  มีคนรอบวางเพลิงครับนาย  ”                กาเบียลเป็นคนเดินมาบอกกับนายเอง            

     “  ไอ้เหี้ยหน้าไหนกล้าเล่นกับกูแบบนี้วะ!!  ”  มาเฟียถึงกับโกรธจนกำมือแน่นมองลูกน้อง

ที่ช่วยกันดับไฟจนเสร็จอย่างรวกเร็ว จากนั้นก็เดินออกมาดูบริเวณบ้านที่โดนไฟราม 

จนตอนนี้เหลือเพียงแค่ควัน  ขาวและดำเพราะไฟดับไปหมดแล้ว  กำแพงบ้านเสียหาย

รวมถึงต้นไม้ที่ปลูกไว้เป็นสวนด้วย


       “  มารวมกันตรงนี้!!  ”  ลูกน้องที่ช่วยกันดับไฟและที่อยู่บริเวณนี้ทั้งหมดมายืนกองกันนับ 20 คนได้รวมถึงวีด้วย

      “  มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ยังไง  ”           กาเบียลตะโกนถามลูกน้องให้ทุกคนได้ยิน              

      “   มันมืดครับ  พวกผมไม่ทันเห็น ไอ้นี่มันตะโกนเรียก บอกว่าเห็นคนปีนกำแพงราดน้ำอะไร ซักอย่าง ”              

ชายคนหนึ่งชี้ไปที่วี


      “  วี!  เห็นอะไร  ”             “  ผมกำลังเดินกลับบ้าน เห็นผู้ชาย 2 คนราดน้ำออกจากแกลลอนสีขาวๆ

เลยตะโกนบอกพี่พวกนี้ ให้ไปดู  พอพวกมันเห็นก็หายไป แต่เป็นไฟลุกขึ้นแทน  ”

      “  พวกมึงยืนเวรกันยังไง ปล่อยให้คนเผาบ้านกูได้!!  ”      อิทธิตะคอกเสียงดังอย่างไม่พอใจ

แล้วโดนตบด้วยหลังมือและถีบลูกน้องที่ยืนกันอยู่ข้างหน้าเรียงคนล้มกันไปหมด จนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าวี

 วีจึงรีบก้มหน้าลง กลัวจะโดนเหมือนพวกที่นอนเจ็บกองกันอยู่ที่พื้น    


      “  นายครับ มันต้องเป็นลูกน้องไอ้เฉลิมแน่ๆ  ”

      “  แยกย้าย!  อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ใครเฝ้าเวรกูจะยิงทิ้งแม่งให้หมด ” 

       “  ครับนาย  ”        ลูกน้องมาเฟียทุกคนต่างก็เดินแยกย้ายกันไปหมด

       “  วี! กลับบ้านไปได้ละ ”          กรรณเอ่ยปากบอกกับวีเพื่อให้กลับไปพักผ่อน

      “  ไม่ต้อง!  ตามกูมาที่ห้องทำงานให้หมดนี่ มึงด้วยวีรธัช  ”  กรรณถึงกับมองนายที่จะให้วี

ตามไปด้วย ซึ่งวีไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลยแต่ก็ไม่ได้ขัดเดินตามนายไปติดๆ จนเข้ามาอยู่ในห้องทำงาน



      “  กรรณ เฉลิมมันมีไร่ฝิ่นกับโรงงานไม้อยู่ใช่มั้ย  ”                

      “  ครับนาย  ”   อิทธินั่งลงที่เก้าอี้ทำงานแล้วถามกรรณแต่กาเบียลก็พอจะรู้จึงอาสาคุมงานเอง

โดยที่นายไม่ต้องสั่งพร้อมลุกเดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปจัดการแก้แค้นให้ทันที              

     “  ความคิดดีครับนาย  เดี๋ยวเรื่องนี้ผมคุมเอง  ”

       “  แต่นาย...  ”            กรรณเรียกนายอย่างเร็วกะจะดักไว้กับสิ่งที่นายและมือขวากำลังจะลงมือ              

      “  มึงนี่จะขัดกูไปจนหมดลมหายใจเลยมั้ยกรรณ   ”         อิทธิพูดเสียงดังใส่กรรณจนก้มหน้าลงไป              

      “  ไม่บังอาจครับนาย  ”              

     “   ไม่บังอาจห่าอะไร มีวันไหนมึงไม่ขัดกู  ”              

      “  ผมแค่จะบอกว่า ทำไมไม่คิดว่าเป็นไอ้วิลเลี่ยมที่นายให้   พี่กาเบียลไปฆ่าบ้างล่ะครับ ”              

      “  ฆ่าหรอ?  ”                   วีหลุดพูดออกมาเบาๆแต่อิทธิไม่ได้สนใจอะไรปล่อยให้ได้ยินไป              

     “  งั้นมึงไปสืบมา ว่าฝีมือใคร ให้เร็วที่สุด ได้พรุ่งนี้เช้ายิ่งดี ไป!!             

    “  ครับนาย  ขอตัวครับ ”

    “  อือ  ส่วนมึง วีรธัช  ทั้งๆที่มึงเห็นว่าคนกำลังจะเผาบ้านกู แต่มึงก็ปล่อยให้เค้าเผาได้อย่างงั้นเหรอ ”                   

    “  เอ้า!  ผมก็ตะโกนให้ลูกน้องนายไปดูแล้วนี่ แล้วต้องให้ผมทำยังไง  พวกมันราดน้ำมันเสร็จแล้ว

 แค่จุดไฟผมจะทำอะไรได้  ไฟกับน้ำมันเครื่องติดโคตรไว ใครจะห้ามได้วะ  ”

     “  วีรธัช!!  นี่มึงกล้าย้อนกูแล้วเหรอ  ”                      

     “  ขอโทษ... ”        วีพูดออกไปอย่างลืมตัว

อิทธิมองวีแล้วลุกจากเก้าอี้เดินมาอยู่ตรงหน้าวี  ทำให้วีก้มหน้าเพราะคนเป็นนายมายืนอยู่ใกล้

แต่ก้มได้ไม่นาน  หน้าของวีก็ถูกนิ้วเรียวยาวดันจากปลายคางให้เงยขึ้นช้าๆ พร้อมทั้งผ้าเช็ดหน้า

ถูกเช็ดลงที่แก้มใสๆด้านซ้ายและขวาที่เปื้อนทั้งรอยดำและขาวจากการไปช่วยดับไฟจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น


     “  มอมแมมเป็นลูกหมาเชียวมึง  ”   ร่างบางมองความอ่อนโยนที่มาเฟียกำลังทำกับตน ก็ทึ่ง

ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับมัน

     “  แขนนี่โดนไฟลวก ไม่เจ็บรึไง  ”   ร่างบางยังคงมองนายและไม่ได้ยินที่นายถาม

     “  วีรธัช!!   ได้ยินมั้ยเนี่ย  ”                

     “  ฮะ?  ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับนาย  ”   ร่างบางคิดว่านายไล่กลับบ้าน จึงรีบถอยออก

จะหันหลังไป แต่นายก็ได้ดึงแขนเอาไว้

       “  มึงเหม่ออะไร กูถามว่าแผลเนี่ยไม่เจ็บเหรอ  ”  ร่างบางก้มมองลงที่แผลเล็กน้อยของตัวเอง                    

      “  กลับไปได้ละไป  กูถามไปงั้นแหละ  ไปไหนก็ไป รำคาญ  ”                 

      “  ครับ  ” 

 อิทธิเรียกสติตัวเองกลับคืนมา และไล่ลูกหนี้ตัวเองกลับไปที่บ้าน จากนั้นก็เดินเข้าห้องพักตัวเองไป



       “  อะไรของเค้า  คิดจะไล่ก็ไล่  แล้วจะเรียกเราไปทำไม  แค่เช็ดหน้าให้แค่นั้นเหรอ  ”

วีเดินยิ้มให้กับภาพที่อิทธิเช็ดแก้มให้ จนถึงบ้านคอนเทนเนอร์เปิดประตูแล้วก็เข้าไป อาบน้ำ เปลี่ยนชุด

แล้วมานอนลงที่เตียง






               กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง   กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง  กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นในตอนตี 5 ครึ่ง มือเล็กๆเอื้อมกดปิดแล้วค่อยๆลืมตาปรับแสงและลุกบิดขี้เกียจ

          “  เมื่อไรจะสักที!  อยากนอนตื่นซักบ่ายจัง  ”  ร่างบางบ่นๆแล้วก็รีบลุกไปอาบน้ำ ออกไปทำงานเหมือนในทุกๆวัน

          “  นายเรียกพบ  ”    ผมยังเดินไปไม่ถึงสวนหน้าบ้านเพื่อรดน้ำต้นไม้ก็มีคำสั่งมาเรียกพบผมในตอนเช้าตรู่ซะแล้

          “  โอ๊ย คือจะเรียกอะไรบ่อยไปไหนเนี่ย  ”

           “  ไม่ทราบ  รีบไป ”              

           “  ไม่ได้ถาม แค่รำพึงรำพันเฉยๆ  ”     ผมยิ้มเจื่อนๆให้กับลูกน้องมาเฟีย

 แล้วก็รีบเดินไปยังห้องทำงานนาย


          “  กูเรียกกี่ครั้งมึงไม่เคยมาเร็วเลย  ”                 

         “  กำลังจะไปทำงานอยู่ที่สวน  ”                

          “  ก็บอกว่า...  ”                

          “  ต้องทำตามคำที่กูสั่งก่อน  ”                 

           “  วีรธัช!  ”                  มาเฟียดุร่างบางตรงหน้าที่พูดล้อเลียนตน                

          “  ก็พูดแบบนี้มันทุกวันๆ  ”          ผมบ่นออกไปหรือว่ามันไม่จริง                

          “  ยังไม่หยุดอีก  ”                

         “  นายเรียกผมมามีอะไรครับ  ”       

ก่อนที่ผมจะโดนฆ่าด้วยสายตาของเค้า รีบถามเลยดีกว่าว่าเรียกผมมาทำไมแต่หัววัน

        “  กูจะเรียกมึงมา หรือไล่มึงไป แล้วมึงจะทำไมฮะ  ”                

       “  เอ้า!  ”                

       “  กาเบียลกับกรรณไม่อยู่  มึงต้องไปทำงานกับกู  ”      อิทธิบอกกับคนตรงหน้าอย่างจริงจัง                

       “  ต้องทำอะไรบ้าง  ดึงหน้าโหดไม่เป็นหรอกนะ  ”                    

       “  ไปเปลี่ยนชุด อยู่ในห้อง เลิกถามมากได้ละ รำคาญ  ”

ร่างบางก้มหน้ารับคำสั่งแล้วเดินไปเปลี่ยนชุดอย่างที่กรรณและกาเบียลใส่ เป็นเชิ้ตและทับด้วยสูทอย่างเท่


       “  เสร็จรึยัง  กูจะไปทำงานต้องมารอมึงแต่งตัวเหรอวีรธัช  ”                

     “  เสร็จแล้วๆ  ”    ร่างบางเดินออกมาทั้งๆที่กำลังผูกเนกไท  กลัวนายจะรอ

 แล้วก็เดินมาหยุดตรงหน้านาย  เพื่อที่จะรับคำสั่งอันต่อไปต่อ แต่นายได้เดินเข้าไปใกล้ร่างบาง

และก็ผูกเนกไทให้อย่างสวยงามและฉับไว


       “  ช้าชิบหาย  ถือเอกสารนี้ไปทั้งหมด  ”                 

        “  ครับผม  ”      อิทธิชี้เอกสารบนโต๊ะและแฟ้มอีก 2 แฟ้ม จากนั้นก็เดินนำหน้าลูกหนี้ตัวเอง

ไปขึ้นรถ ซึ่งก็ให้ลูกหนี้ขึ้นมานั่งอยู่ข้างๆด้วยในรถ โดยร่างบางวางแฟ้มไว้บนตักแล้วมองออกนอกหน้าต่างไป

        “  บริษัท WEE  ”         มาเฟียสั่งคนขับ                  “  ครับนาย  ”

       “  เดี๋ยว!!  วีรธัช  ”   หลังจากรถแล่นออกมาได้ซักพักอิทธิก็เรียกลูกหนี้ที่หอบมาทำงานด้วย               

       “ ครับ?  ”                

       “  มึงใส่รองเท้าอะไรมา  ”   วีก้มลงมองที่เท้าตัวเองก็เห็นเป็นหูคีบช้างดาวที่ใส่ทำสวนในตอนเช้า

ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นรองเท้าปกติจึงไม่รู้จะแก้ตัวยังไง คนเป็นนายจึงโทรสั่งลูกน้องให้ซื้อรองเท้ามาให้

         “  มึงโทรบอกไอ้สอง ซื้อรองเท้าเบอร์ 40 มาให้กูที่บริษัท WEE  เอาบู้ทสีน้ำตาล ด่วน  ”

อิทธิสั่งลูกน้องที่นั่งรถมาด้วยอยู่ข้างๆคนขับ  รถแล่นไปไม่ถึง 40 นาทีก็มาจอดหน้าบริษัท WEE

 ที่อิทธิต้อง มาประชุมและเมื่ออิทธิลงมาจากรถ ลูกน้องที่สั่งให้ไปซื้อรองเท้าให้ก็ยื่นรองเท้าให้นายทันที

          “  รองเท้าครับนาย  ”                

          “  เปลี่ยนเดี๋ยวนี้!  ”              อิทธิรับมาแล้วยื่นให้วี โดยวียกมือไหว้นายจากนั้นก็

รับกล่องรองเท้ามาเปิดแล้วก็หยิบมาสวมใส่ซึ่งใส่ได้พอดีกับเท้าของตัวเอง

          “  สวัสดีครับนาย  ได้เวลาแล้วครับ  ”      เลขาของอิทธิเดินมาตามนายถึงด้านล่าง               

         “  อือ  จะรีบตามไป ”    อิทธิเห็นว่าเรียบร้อยจึงรีบเดินขึ้นไปที่ห้องประชุม ทุกคนในนั้น

ก็ลุกขึ้นยืนและก้มหัวให้ความเคารพ              

          “  นี่เป็นรายงานประจำเดือนที่ผ่านมาครับ  ”           กรรมการหัวโต๊ะส่งแฟ้มหายกับนายใหญ่              

          “  นายคะ เรื่องตึกใหม่ที่จะสร้างในญี่ปุ่น ดิฉันไปหาข้อมูลมาแล้วว่าที่ซับโปโร เหมาะสม

ที่จะเปิดธุรกิจค่ะ นี่ค่ะรายงาน  ”   กรรมการผู้หญิงฝั่งขวาส่งแฟ้มมาเช่นกัน

           “  นี่เป็นข้อมูล พวกคุณเอาไปดูรายละเอียดกันนะ  ”       เลขาแจกจ่ายเปเปอร์ให้กับกรรมการ

ร่างบางที่มาด้วยก็ได้แต่งง ว่าตึกสร้างใหม่อะไรยังไง ที่ซับโปโร ไปสร้างอะไร จึงนั่งฟังเฉยๆไป

            “  ไหนที่ให้ไปทำมาเสนอ  ”   กรรมการและฝ่ายต่างๆ เสนอรูปแบบบ่อนและกิจการที่จะเปิดให้

ครบในตึกๆเดียวเป็นการบังหน้าและก็ได้ผลประโยชน์ไปพร้อมๆกันด้วย แต่การประชุมครั้งนี้จัดในบริษัท

เกี่ยวกับการค้า ทำให้ต้องหลีกเลี่ยงคำที่จะสื่อถึงการเปิดบ่อนไปในตัว

            “  มีเอกสารต้องเซ็นครับนาย  ”     อิทธิแบมือมาทางวีเพื่อขอปากกา แต่เหมือนวีจะหาปากกา

ให้นายไม่เจอจนนายหยิบมันเองจากแฟ้มตรงหน้าวีมองวีแบบดุๆ

            “   ลูกน้องใหม่เหรอครับนาย  ”      ฝ่ายบริหารคนหนึ่งเอ่ยถามเพราะเห็นคนหน้าใหม่มากับนาย               

             “  ไม่ใช่เรื่องของคุณ!   ”               อิทธิตอบพร้อมมองหน้าคนที่ถามอย่างจริงจัง

พร้อมสั่งให้ทุกคนแยกย้ายแล้วตัวเองก็ลุกเดินออกจากห้องประชุมลงมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านล่าง

             “  นายครับจะให้โทรบอกป้าภาทำกับข้าวไว้รอมั้ยครับ  ”  ลูกน้องหนึ่งคนทำหน้าที่แทนกรรณ               

             “  ไม่ต้อง! ไปอิทาเลียน ริสเตอรอง  ”                

             “  ครับนาย  ”      คนขับมองนายผ่านทางกระจกและตอบรับคำสั่ง

         เมื่อรถมาจอดเทียบหน้าร้าน วีก็ลงไปจับประตูให้คนเป็นนายลง จากนั้นก็เดินตามเข้าไปใน

ร้านอาหารซึ่งพนักงานเสิร์ฟเห็นก็รีบเชิญขึ้นไปโซนที่ดีที่สุดของร้านทันทีพร้อมกับผู้จัดการของร้าน

ออกมาต้อนรับเอง                      

             “  เชิญตามสบายเหอะ ไม่ต้องเรื่องใหญ่เรื่องโต  ”   ผู้จัดการร้านพยักหน้าแล้วส่งยิ้ม

ก่อนที่จะเดินออกไปทำงานตามเดิม              


             “  ไปรอข้างนอก  กูเสร็จละจะออกไป  ”            

อิทธิเงยหน้าบอกกับลูกน้องที่มายืนคุมกันหลายคน แต่ยกเว้นวีรธัชที่กำลังจะเดินออกไป

แต่ถูกสั่งให้อยู่ต่อ วีจึงนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามนาย

            “  นายเลือกได้รึยังครับ  จะได้เรียกเค้ามารับออเดอร์  ”             

            “  เร่งกูจัง ดูอยู่ ไม่เห็นรึไง   ”     มาเฟียเงยหน้าบ่นคนตรงหน้าไปเล็กน้อยจนเค้าเอ่ยคำขอโทษ

          “  มึงเอาไปเลือก  จะกินอะไรก็สั่งมา  ”     เปิดไปเปิดมาอยู่นานมาเฟียจึงให้คนตรงข้ามเลือกให้แทน             

           “  แล้วผมจะรู้ได้ไงว่านายอยากกินอะไร  ”            

          “  มึงก็เดาสิ  ถ้าเลือกมาไม่ถูกปากกูซักอย่าง มึงโดนกูทุบแน่  ”   

วีมองบนนิดๆใส่นายแล้วโบกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟมารอรับออเดอร์จากตัวเองที่เป็นคนสั่งง

             “  รับอะไรดีคะ ”     สาวเสิร์ฟถามและยิ้มหวานให้ลูกค้า             

             “  เพนเน่อบชีส   FOCACCIA TARTUFO  พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน  พอยังเนี่ย**”**

วีถามคนเป็นนายแต่นายยกไหล่ตอบกลับมาเพียงเท่านั้น

             “  แล้วก็สลัดอันนี้ละกันครับ  แค่นี้  ”

            “  รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ  ”   พนักงานสาวยืนรอคำตอบจากลูกค้าสองท่านที่ผลัดกันมองหน้ากันอยู่               

            “  ชา แล้วก็...สตอว์เบอร์รี่ปั่นแก้วหนึ่ง  ”       เป็นอิทธิที่เป็นคนออกปากสั่ง              

             “  รอซักครู่นะคะ  ”

            “  กินสตอว์เบอร์รี่ปั่นด้วยเหรอครับนาย  ”   วีเห็นว่าเป็นน้ำของสาวๆชอบสั่งจึงถามนาย             

             “  กูไม่กิน  ”            

            “  สั่งมาทำไมอ่า  ”             

             “  กูเพื่อนเล่นมึงเหรอ วีรธัช  ”  คำพูดของนายทำวีกล่าวคำขอโทษและลดตามองต่ำลง


            “  กูสั่งให้มึง  ”   อิทธิเห็นวีเงียบไปจึงบอกไปตามตรงว่าสั่งน้ำนั้นมาให้              

           “  ทำไมถึงสั่งน้ำสตอว์เบอร์รี่ปั่นให้ผมล่ะครับ  ”       ด้วยความอยากรู้จึงถามไป               

           “  มึงดูเป็นคนตอแหลมั้ง  ”              

            “  ผมตอแหลยังไง  ”    วีถามนายเพราะคิดว่าตัวเองไม่เคยตอแหลกับใคร              

            “  กูพูดไปงั้น  ”          

           “  เคยพูดอะไรแล้วนึกถึงจิตใจคนฟังบ้างป่ะ  ”              

           “  วีรธัช นี่มึงสอนกูเหรอ  ”    ”              อิทธิกำมือแล้วจ้องคนตรงหน้าปานจะกินหัว              

           “  ขอโทษครับ... ”              

           “  กูเบื่อฟังคำขอโทษจากปากมึงละ  ” 













เอ้าาาา  วีจะโดนอะไรมั้ยเนี่ยเมื่อนายพูดแบบนี้  จะโดนอะไรมั้ยน้ออออออ


สวัสดีค่าาา  คนอ่านนน  ยังอ่านอยู่บ่??  ขอเสียงหน่อยยยยยยย


พุชยัวร์แฮนซัปปป  โย้วววววว  ขออ่านเม้นยูหน่อยเบเบ้  รออยู่นะจ๊ะ...



ความคิดเห็น