กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : คนเลว 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : คนเลว 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 910

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2561 09:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : คนเลว 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

​พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้

ต่อจากตอนที่แล้ว...

รถเบนซ์สีบลอนด์ต่างทยอยเลี้ยวเข้ามาจอดเรียงคันเป็นแนวยาวตลอดแนวด้านหน้าตึกสูงตระหง่าน ก่อนชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำเข้มผลักบานประตูรถเบนซ์แล้วรีบลงจากรถคันดังกล่าวมายืนตัวตรงแน่วมือประสานไว้ด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อรอคอยคำสั่งจากเจ้านาย

อานนท์ขับรถมาถึงเป็นคันสุดท้าย เนื่องด้วยต้องเสียเวลาจอดเข้าข้างทางเพื่อปราบพยศแม่หนูหริ่งให้สงบปากสงบคำ ไม่ใช่มาแหกปากส่งเสียงเหมือนคนบ้าข้างๆหูเขาจนเสียสมาธิในการขับรถ จนเกือบพาทั้งตัวเขาและเจ้าหล่อนลงไปเสยกับเกาะกลางถนนตั้งหลายที ก็เจ้าหล่อนเล่นส่งเสียงแว้ดสลับกับเสียงด่าทอเขาแข่งกับความเร็วของรถมาตลอดทาง เขาเลยต้องชะลอความเร็วของเจ้าแรมโบ้จอดเทียบเข้าข้างทาง โดยไม่ลืมโบกมือไล่ให้เหล่าบอดี้การ์ดขับแซงหน้าเขาขึ้นไปก่อนได้เลย  

พอรถสปอร์ตสีเงินดับเครื่องยนต์จอดตรงตำแหน่งที่ประจำของมันเสร็จปุ๊บ สันติเป็นคนแรกที่วิ่งตรงรี่เข้าไปหาเพื่อเปิดประตูรถให้เจ้านายโดยไม่รอช้า การทำงานกับอานนท์ ต้องรวดเร็วว่องไวเท่านั้น ถ้ามัวชักช้านั้นหมายถึงการรนหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเอง ดังนั้นบอดี้การ์ดทุกคนที่เขาเป็นผู้เลือกเฟ้นคัดสรรมาเองกับมือ ล้วนถูกฝึกอบรมมาอย่างเคร่งครัดจนเป็นที่น่าพอใจทั้งสิ้นแล้วนั่นเอง

อานนท์ทำเสียงจิในลำคอตอนเหวี่ยงเท้าลงมายืนบนพื้นคอนกรีต  ใบหน้าหล่อบูดบึ้งหนักกว่าเก่า ชายหนุ่มสะบัดมือของตนไปในอากาศ ตวัดสายตาขุ่นคลักมองลูกน้องคู่ใจจนสันติสะดุ้งรีบถอยล้นไปยืนอีกฝั่ง อานนท์กระแทกกำปั้นลงบนฝากระโปรงรถเมื่อเขาลงกับใครไม่ได้ เพราะตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะฟาดปากใครสักคนให้คลายอารมณ์โมโห ก็จะมีอะไรเสียอีกละ ถ้าไม่ใช่เกิดจากแม่หนูตัวเล็กแสนสกปรกในรถเขา เจ้าหล่อนออกฤทธิ์เดชจนเขาเกือบจะจับร่างขาวโพลนโยนออกนอกรถมันเสียหลายครั้ง มีอย่างที่ไหนเอาปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมากัดฝ่ามือเรียวยาวของเขาที่ต้องจับปากกาเซ็นชื่ออนุมัติวงเงินจำนวนหลายสิบล้านในแต่ละวันเสียได้

“ให้ผมอุ้มเธอขึ้นไปไว้บนห้องเลยไหมครับ”

สันติที่เดินเลี่ยงมายังอีกฝั่งส่งเสียงถามอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนทอดสายตามองผ่านกระจกหนาเข้าไปด้านในตัวรถ สะดุดเข้ากับร่างเล็กบนพื้นรถ ชายหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งมือขวาของผู้ชายจอมขี้หงุดหงิดต้องเพ่งสายตามองภาพด้านในให้ชัดเจนอีกครา เมื่อร่างขาวโพลนซึ่งถูกพันธนาการไว้ด้วยเศษผ้า ถูกมัดมือมัดเท้าจนเหมือนก้อนอะไรสักอย่าง ตอนนี้เจ้าหล่อนนอนงอตัวคุดคู้อยู่บนพื้นจนดูน่าสงสาร พอมองเรื่อยไปจนถึงใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ขาว รอยแดงเป็นปื้นจากผลฤทธิ์ฝ่ามือร้ายกาจจากชายร่างสูงยังอยู่ครบทั้งห้านิ้ว สันติมองภาพนั้นสลับกับใบหน้าของผู้เป็นเจ้านายรักด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ผู้หญิงคนนี้กระทำความผิดอะไรไว้กับคุณนนท์นักหนา ถึงสามารถเปลี่ยนเจ้านายเขาให้กลายร่างเป็นยักษ์เป็นมารขึ้นมาได้ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีผู้หญิงได้ลงคอ มันไม่เคยปรากฏอยู่ในนิสัยคุณอานนท์สักครั้ง นี่ถ้าเกิดคุณผู้หญิงมารู้เห็นเรื่องนี้เข้า รับรองได้คุณอานนท์ของเขาคงถูกไม้เรียวฟาดก้นเอาเมื่อตอนอายุสามสิบกว่าๆอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูจัดการกับแม่นี่เอง มึงไปสั่งลูกน้องให้กลับบ้านพักผ่อนได้เลย วันนี้กูจะอยู่ที่นี่ไม่ออกไปข้างนอกอีกแล้ว...”

“ได้ครับคุณนนท์” สันติโค้งร่างหนาลงเพื่อรับคำสั่ง แต่สายตาเข้มจัดยังไม่อาจละห่างจากสาวร่างเล็กด้านในรถได้

“มึงจะมองแม่นั่นอีกนานไหมหะ!ไอ้ติ” อานนท์ตวาดถามพร้อมส่งสายตาขุ่นคลัก มันจะมาสนใจอะไรแม่นี่อีกคนวะ หรือมันอยากจะลองดี

อานนท์ตบฝ่ามือลงบนกระโปรงรถเสียงดัง เล่นเอามือขวาสะดุ้งโหยง

“อ้า...ไม่ครับเจ้านาย” คนถูกดุลนลาน ก่อนเร่งฝีเท้าออกห่าง พอลับหลังคนขี้หงุดหงิดสันติจึงลอบถอนหายใจหนักหน่วง พร้อมสั่งความกับพวกบอดี้การ์ดทั้งหลายตามที่อานนท์สั่งการมา

 เขารู้จักนิสัยของอานนท์พอๆกับรู้จักนิสัยของตัวเองดีนั่นแหละ ผู้หญิงคนนี้คงได้เผลอทำอะไรขัดใจเจ้านายมากกว่าเรื่องของคุณปลา แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น เอาไว้เขาค่อยตามสืบหาความกระจ่างเอาทีหลังก็ได้ อย่างไรเสียตอนนี้น้ำกำลังเชี่ยวกราก เขาไม่อยากเอาเรือเข้าไปขวางทางจนมันพังเอาได้นะสิ

อานนท์เดินย้อนมาอีกฝั่งด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ความเจ็บจากฟันคมไม่ทำให้เขาเจ็บปวดอะไรมากไปกว่าการเจ็บใจ ฝ่ามือหนากระชากฝาประตูรถเปิดออกกว้าง จ้องมองร่างงอเป็นกุ้งถูกน้ำร้อนนั้นด้วยนัยน์ตาลุกวาว พลางจับข้อเท้าที่ถูกมัดด้วยเศษเสื้อผ้า กระชากเข้าหาตัวแรงๆ จนร่างเล็กนั้นปลิวมาเกือบตกขอบประตู มุขธิดานิ่วหน้าเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า ตอนนี้ร่างกายเธอเจ็บระบบไปหมด จะขยับแต่ละทีความเจ็บร้าวนั้นมันจู่โจมเข้าเล่นงานจนเธอแทบหมดแรง แต่เธอไม่คิดยอมแพ้ ฮึดขึ้นสู้ไม่ยอมให้เขาเข้าถึงตัวเธอง่ายๆ จึงยื่นเท้าเตะถีบไปแบบสะเปะสะปะ โดนบ้างไม่โดนบ้าง

“ฤทธิ์มากนักนะแม่หนูหริ่ง” คนถูกเตะเข้าที่หน้าขาขบกรามแน่น หาทางรวบปลายเท้าที่ทำเขาเจ็บอีกจนได้

“คุณก็อย่าสะเออะมายุ่งกับฉันสิ มาจับฉันไว้ทำไมไอ้คนเลว” มุขธิดาหลับหูหลับตาตะโกนด่าเขาลั่นรถ เท้ายังคงเตะถีบไปด้านหลังโดยไม่ยอมหยุด สร้างความเดือดดาลให้คนตัวสูงยิ่งนัก เห็นตัวเล็กแค่นี้แต่ฤทธิ์เดชเยอะเหลือเกิน

“ฉันบอกให้เธอหยุดดิ้น”

“หยุดให้โง่สิไอ้หน้าตัวเมีย...”

“อย่ามาทำเป็นปากดีกับฉัน ถ้ายังไม่อยากตายแบบศพไม่สวย”

“อยากฆ่าก็ฆ่าเลยสิ ใครกลัว” คนไม่กลัวตายแห้วกลับ

“อยากลองดีนักก็ได้ ฉันจะช่วย”

อานนท์ที่ใกล้หมดความอดทนยิงฟันแยกเขี้ยว ดวงตาเขาลุกวาว พร้อมยื่นมือรวบเรียวขาเรียวภายใต้กระโปรงสั้นมาไว้ในอุ้งมือ แล้วบีบเข้าหากันแน่นเพื่อเป็นการทำโทษคนปากกล้า จนมุขธิดาเบ้หน้าบิดเบี้ยวเพราะรู้สึกเจ็บกระดูกตรงข้อเท้าที่ถูกเขาบีบแน่น ดวงตาหวานที่เคยสุกสกาวยามมองคนไข้ของตัวเองเสมอมานั้น มาบัดนี้มันฉายแววชิงชังส่งไปยังผู้ชายนิสัยเลวโดยเปิดเผย ถ้าเป็นไปได้หากเธอมีมีดสักเล่ม เธออยากจะเฉือนหัวใจดำๆของเขาออกมาดูนัก ทำไมถึงได้ใจร้ายผิดคนเป็นน้องราวฟ้ากับเหวได้เยี่ยงนี้นะ คุณนิ่มของเธอทั้งสวยทั้งแสนดีจะตาย ความอ่อนหวานจริงใจของเจ้าตัวจึงทำให้มีแต่คนรักเธอด้วยกันทั้งนั้น คุณนิ่มมีแต่น้ำใสใจจริง ไม่ได้ร้ายกาจอย่างกับยักษ์มารเหมือนพี่ชายของเธอสักนิด   

“นั้นคุณก็ช่วยไปตายเสียสิ ไอ้คนหนักแผ่นดิน...”

“ทำปากเก่งนักใช่ไหม นั้นมานี้เลยแม่ตัวดี เธอไม่ได้ตายดีแน่วันนี้ เพราะว่าคนที่ต้องตายก่อนมันต้องเป็นเธอ ไม่ใช่ฉัน ยัยผู้หญิงสกปรก...” อานนท์หมดความอดทนกับคำด่าทอ เขาตะคอกเสียงดังตอกกลับ อารมณ์เขาพุ่งเกินร้อยองศา

 ชายหนุ่มลากเรียวขาขาวนั้นเข้ามาหาตัวเองอีกที พลางยื่นมือว่างอีกข้างดึงลำแขนเล็กเรียวกระชากขึ้นมาจากพื้น ก่อนร่างหนาจะออกแรงรั้งร่างเล็กเท่าพริกขี้หนูของแม่หนูหริ่งขึ้นมาไว้บนบ่า หันหน้ากระแทกเท้าเดินหน้าบอกบุญไม่รับพร้อมกับร่างดิ้นขลุกขลักบนบ่าตรงไปยังตัวตึกสูงตระหง่านด้านหน้า

สันติที่คอยลอบดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ รีบเดินนำหน้าเจ้านายหนุ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้ แม้ในใจไม่เห็นด้วยนักที่เห็นเจ้านายกำลังข่มเหงผู้หญิงไม่มีทางสู้คนนี้อยู่ก็ตาม แต่หน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไม่ต่างกัน  

“แกเองก็กลับไปได้เลย ที่เหลือฉันจัดการเองได้”

อานนท์เอ่ยปากไล่ลูกน้องคู่ใจเสียงตึง รู้สึกเกลียดสายตาของมันอย่างบอกไม่ถูก เห็นแล้วมันอดหงุดหงิดไม่ได้ ยิ่งร่างบนบ่าเขาดิ้นรนมากเท่าไหร่ ไอ้ความขาวยั่วยวนสายตาตรงเรียวน่องสวยยิ่งโชว์ให้ทั้งเขาและไอ้สันติได้เห็นจินตนาการไปได้ไกลมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้เขาจะพยายามดึงรั้งไอ้กระโปรงตัวสั้นลงมาปกปิดบั้นท้ายกลมกลึงเรื่อยไปจนถึงเรียวขางดงามแล้วก็ตาม ทว่ามันยังไม่สามารถปิดบังสายตาสอดรู้สอดเห็นของไอ้สันติมันอยู่ดี

สันติเกิดอาการลังเลเล็กน้อยเลยได้แต่ยืนทื่อ สร้างความไม่พอใจแก่อานนท์มากยิ่งขึ้น

“ไปสิไอ้ห่านี่ มัวมายืนทำตาละห้อยเหมือนหมาเห็นเนื้อตากแดดอยู่นั่นแหละ เอาไว้กูเบื่อแม่นี่เมื่อไหร่ กูจะยกให้มึงก็แล้วกัน...” อานนท์แกล้งพูดยั่วออกไปแบบนั้นเอง เขาแค่ต้องการข่มขวัญหญิงสาวไปในตัว พร้อมกับถลึงสายตาดุดันขับไล่คนอิดๆออดๆให้ออกไปจากตัวลิฟต์เสียโดยเร็ว ก่อนที่ความอดทนของเขาจะขาดผึงแล้วชกหน้ามันเข้าให้สักหมัดให้หายอาการสาระแนไม่เข้าเรื่อง ไอ้นี่มันวอนเท้าเขาเสียแล้วไหมล่ะ...

คนถูกขับไล่ถอนหายใจ สุดท้ายต้องจำยอมถอยห่าง

 “เธอก็เหมือนกัน เลิกดิ้นเลิกพยศได้แล้วก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้”

 “นั้นก็ปล่อยฉันลงสิไอ้คนเลว คุณจะพาฉันไปไหนตามอำเภอใจไม่ได้ทั้งนั้น เพราะสิ่งที่คุณกำลังทำมันผิดกฎหมาย เพราะมันหมายถึงคุณลักพาตัวฉันมาเพื่อกักขังหน่วงเหนี่ยว” มุขธิดาแหวใส่ พยายามยกกำปั้นที่ถูกมัดไว้แน่นหนาขึ้นทุบตีแผ่นหลังกว้างไม่หยุดหย่อน จนอานนท์เกิดความรำคาญ ชายหนุ่มเลยยกฝ่ามือหนาของตนขึ้นแล้วจัดการหวดลงบนก้นงอนงามเสียงดังป๊าบจนคนดิ้นรนขัดขืนถึงกับหลุดเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บแปลบตรงบริเวณที่เขาตี

“โอ้ย!”

“ถ้าขืนเธอยังคิดทำร้ายร่างกายฉันอีกเพียงปลายก้อย เธอได้ถูกฉันจับปล้ำมันในลิฟต์ตรงนี่แหละ โอ๊ะ!ว่าไปแล้วความคิดนี้ก็ดูไม่เลวเหมือนกันนะ การได้โรมรันกับร่างขาวๆของเธอในลิฟต์ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ทุกท่วงท่า จนอาจทำให้ภาพบางอย่างมันหลุดรอดเผยแพร่ไปทั่วโลก มันอาจทำให้เธอเผยธาตุแท้บางอย่างออกมาให้ฉันเห็นแทนคำพูดสวยหรูของเธอก็ได้นะแม่หนูหริ่ง”

“อย่านะคนเลว” เสียงหวานสั่นเครือ รู้สึกมือเท้าเย็นเยียบเมื่อคิดตามคำพูดของชายหนุ่ม ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วเธอยังจะกล้ามีลมหายใจอยู่เพื่อทนมองสายตาผู้คนได้อย่างไร

“แล้วก็อย่าบังอาจมาเรียกฉันด้วยคำพูดหยาบคายเหมือนกับบรรดาผู้หญิงชั้นต่ำทั้งหลายเขาใช้เรียกขานอีก ถ้าเธอยังไม่อยากเป็นนางเอกหนังโป๊ะเร็วๆนี้ ก็หัดเรียกฉันเสียใหม่ด้วยคำพูดไพเราะฟังแล้วเสนาะหูฉันหน่อย”

มุขธิดาเบิกตาโต นึกกลัวคำขู่ของเขา

“ฉัน...เอ่อ...ฉันไม่ผิด ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อคำพูดของฉันบ้าง” มุขธิดากลั้นใจพูดกับเขาดีๆ พยายามดึงสติเพื่อใช้แก้ปัญหา

“ผิดหรือไม่ผิดมันขึ้นอยู่กับฉันคนเดียวที่เป็นคนตัดสิน แล้วอีกอย่างเรื่องนั้นมันก็จบไปตั้งนานแล้วด้วย มันจบไปตั้งแต่เธอยินดียอมรับเพียงเงินหมื่นจากน้องชายของฉันนั่นแหละ ไหนๆไอ้ปลามันก็ยอมเสียเงินให้เธอโดยได้แค่ลูบๆคลำๆเท่านั้น ฉันในฐานะพี่ชายของมัน จะขอเรียกใช้บริการต่อจากมันสักครั้งจะเป็นไรไปล่ะ จริงไหม...” พูดจบฝ่ามือหยาบแสร้งลูบไล้ไปตามเรียวขาขาว มุขธิดาขยับดิ้นขลุกขลักไม่ยอมให้มือสกปรกของชายหนุ่มแตะต้องล่วงเกินเธอได้ง่ายๆ

“ขาวจนน่าฟัดไปทั้งตัวแบบนี้ไงเล่า เจ้าปลามันถึงลงทุนยอมจ่ายเงินให้เธอเป็นหมื่น”

คนพูดแสยะริมฝีปากดูแคลน ชักสีหน้าบึ้งตึง นึกไม่ชอบใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเมื่อกี้สักเท่าไหร่ ทำไมเขาต้องรู้สึกห่วงแหนผู้หญิงที่เขาเพิ่งเคยเห็นหน้าเพียงไม่กี่ครั้ง แถมเจ้าหล่อนยังอยู่ห่างไกลกับคำว่าผู้หญิงของนายอานนท์ชนิดที่เรียกว่า ไกลโข

มุขธิดาได้ฟังคำโอ้โลมของชายหนุ่มพาลทำเอาขนลุกซู่ หัวใจเธอแทบหล่นหาย ต้องรีบดึงสติของตัวเองกลับมาอีกครั้ง ลองพูดจากับเขาใหม่ คิดว่าเขาน่าจะใจอ่อนยอมปล่อยเธอ

“คุณนนท์ คุณกำลังเข้าใจฉันผิดอยู่นะคะ เพราะฉันยังไม่ได้รับเงินอะไรจากน้องชายของคุณตามที่เขาโกหกสักบาทเดียว เขาลวนลามฉัน แล้วฉันก็แค่มาทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟเท่านั้น ฉันไม่ได้มาขายตัวอย่างที่คุณเข้าใจผิด” มุขธิดาโต้กลับเสียงนิ่งขึ้นอย่างมีความหวัง เขาอาจจะเชื่อเธอขึ้นมาบ้าง ยิ่งตัวเลขบนแผงไฟเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆหัวใจของเธอเหมือนยิ่งถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็นเข้าไปทุกที

“ขายไม่ขายเดี๋ยวเราได้รู้กันแม่หนูหริ่ง” ดวงตาคมกริบหรี่มองบั้นท้ายงอนงาม อดใจไม่ไหวจึงยกมือขึ้นฟาดลงไปแต่หนนี้แผ่วเบาไม่รุนแรงเพราะเป็นการหยอกเอินไม่ได้ตีเพื่อลงโทษเหมือนก่อนหน้านี้

“ไม่ๆ คุณต้องฟังฉันบ้าง โธ่! คุณนนท์” คำตอบของเขาทำเอาร่างบางสั่นเทา ความสิ้นหวังค่อยๆคืบคลานเข้ามา มุขธิดารำพันเสียงเบา น้ำตาใสคลอเบ้า

ติ๋ง!!!

และแล้วเสียงกรีดหัวใจหญิงสาวก็ดังขึ้น พร้อมกับการเลื่อนเปิดอ้าของประตูลิฟต์ มุขธิดาถึงกับน้ำตาหยดแหมะไปตลอดทางเดิน กรรมใดหนอถึงทำให้เธอต้องมาเจอะเจอกับความอดสูใจได้เช่นนี้ มันน่าสมเพชตรงที่เธอไม่อาจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตนเองได้เลยนี่สิ ทำให้เธอยิ่งเกลียดตัวเอง เกลียดที่เกิดมาเป็นผู้หญิงอ่อนแอ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ยามถูกคนอื่นเขารังแก

 เขาไม่แม้แต่จะฟังเธอสักคำ เอาแต่หลงเชื่อคำพูดของญาติตัวเองฝ่ายเดียว ความเจ็บปวดยิ่งตอกย้ำหนักหน่วง ทำไมครอบครัวของเธอต้องมาเจอกับคนประเภทนี้ด้วยก็ไม่รู้ ในขณะที่อานนท์ไม่ฟังคำพูดของเธอ พี่โมชเองก็ถูกคนอื่นเขาใส่ร้าย โยนความผิดให้อย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่เจ้าของโรงงานรับรู้ความจริงญาติของตัวเองเป็นคนผิด ขโมยชิ้นส่วนเหล่านั้นออกไปขายเอง ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน พวกนั้นเลยกลับคำให้การทุกอย่างใหม่ แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้พี่ชายเธอเป็นแพะรับไปอย่างหน้าด้านๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น