Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่42 “เรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเอาไว้3”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่42 “เรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเอาไว้3”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2561 00:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่42 “เรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเอาไว้3”
แบบอักษร

เมื่อมนสิชาฟื้นขึ้นมารอบๆเตียงของเธอมีแต่คนรายล้อมเต็มไปหมด ตอนนี้คนที่กำลังสบตาของมนสิชาอยู่คือธนาธิปนั่นเอง ต่างคนต่างมองตากันอยู่สักพักเป็นธนาธิปที่ทนต่อความเป็นห่วงไม่ไหวเขาจึงเอ่ยออกมา

“มะปรางเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า ถ้ามีต้องรีบบอกพี่นะ พี่เป็นห่วงมะปรางกับลูกมากนะรู้มั๊ย” ธนาธิปรีบซักถามอาการของภรรยาทันที

“เอ่อ ปรางไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” มนสิชาตอบสามีกลับไป

“มะปรางทำพี่ตกใจแทบแย่แหนะ พี่กลัวไปหมดทุกอย่างเลย พี่เห็นมะปรางเจ็บแบบนี้พี่อยากเจ็บแทนเลยรู้มั๊ย” ธนาธิปรีบบอกภรรยา ขณะพูดเขามองจ้องตาของมนสิชาไม่กระพริบ

“ขอโทษนะจ๊ะ นี่...พวกคุณรู้จักหนูมะปรางเหรอจ๊ะ” นางอังคณาที่มีความสงสัยจึงถามแทรกขึ้นมาทันที

“ใช่ครับคุณป้า มะปรางเป็นภรรยาของผมครับ ส่วนลูกในท้องของเธอก็เป็นลูกของผมเองครับ” ธนาธิปตอบกลับ พร้อมกับอธิบายให้นางอังคณาฟังสั้นๆ

“ใช่ค่ะ พวกเราคือครอบครัวของหนูมะปราง เราตั้งใจจะมารับหนูมะปรางกลับบ้าน” คุณอารดาช่วยพูดเสริมให้กับบุตรชาย

“ผมต้องขอบคุณคุณอังคณานะครับที่ช่วยดูแลหนูมะปรางและหลานของพวกเราเป็นอย่างดี ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยเหลือคุณอังคณาได้บ้างก็ขอให้บอกนะครับ ผมยินดีให้ความช่วยเหลือทุกเรื่องอย่างเต็มที่ครับ” คุณธนาคมก็รีบพูดเพื่อขอบคุณ พร้อมกับแสดงน้ำใจกลับไปเช่นกัน

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกจะ และไม่ต้องตอบแทนอะไรฉันด้วยเพราะฉันยินดีและเต็มใจที่จะดูแลหนูมะปรางอยู่แล้วจะ” นางอังคณากล่าว

“งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวออกไปโทรศัพท์สักครู่นะจ๊ะ” นางอังคณาขอตัวออกไปโทรศัพท์เพื่อแจ้งข่าวให้ศาสตรายุบุตรชายของตนทราบ

เมื่อนางอังคณาเดินออกไปจากห้องแล้ว ห้องทั้งห้องจึงเหลือเพียงคนในครอบครัวจารุพิชญาเท่านั้น ซึ่งตอนนี้คุณอารดากำลังทำหน้าที่เป็นกาวใจให้กับคนทั้งสองอยู่

“หนูมะปราง ป้าดีใจนะลูกที่ได้เจอหนูมะปรางที่นี่ รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่หนูมะปรางหายไปป้าตามหาหนูมะปรางไปทั่วทุกที่เลยนะจ๊ะ ป้านี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ป้าเป็นห่วงหนูมะปรางมากๆนะลูก” คุณอารดาบอกกับลูกสะใภ้ถึงความในใจ

“เอ่อ ปรางขอโทษค่ะคุณป้าที่หนีออกมาโดยไม่บอก” มนสิชาไหว้ขอโทษแม่สามีอย่างรู้สึกผิดจริงๆ

“ไม่เป็นไรจะ ป้าไม่โกรธหนูมะปรางหรอก ป้ารู้ว่าที่หนูมะปรางทำลงไปมันมีสาเหตุมาจากอะไร” คุณอารดากล่าวต่อ

“แต่หนูมะปรางรู้มั๊ยจ๊ะว่าคนที่เป็นห่วงหนูที่สุด จนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ต้องใช้เหล้าแก้ปัญหาเกือบทุกวัน และทำงานอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองไม่คิดฟุ้งซ่านคือใคร” คุณอารดาถามต่อไปอีก

“เอ่ออออ.....ออออ” มนสิชาไม่คิดว่าธนาธิปจะเป็นแบบที่คุณอารดาเล่าให้ฟัง เธอจึงอ้ำอึ้งไม่กล้าที่จะตอบ

“ป้าจะบอกให้ก็ได้จะ ก็พี่จอมทัพสามีของหนูมะปรางนี่แหละที่มีอาการทุกอย่างตามที่ป้าบอกเลย” คุณอารดารีบพูดเพื่อทำคะแนนให้บุตรชาย

“เอ่อ...คุณแม่ครับ” ธนาธิปรีบเรียกมารดาเพื่อห้ามไม่ให้ท่านเล่าความจริงต่อ

“ทำไมหละจ๊ะ ก็แม่พูดความจริงนี่หน่า แล้วหนูมะปรางรู้มั๊ยที่ป้ามาที่นี่แต่เช้าก็เพราะพี่จอมทัพของหนูมะปรางนั่นแหละที่โทรหาป้าดึกๆ ดื่นๆ พูดอ้อนวอนเพื่อขอให้ป้าช่วยมารับหนูมะปรางที่นี่ เพราะพี่เขากลัวว่าหนูมะปรางจะหนีพี่เขาไปอีกหนะลูก” คุณอารดาตอบกลับมาทำให้ธนาธิปอายหน้าแดง

“โธ่!!คุณแม่ครับ พอเถอะนะครับผมอายเป็นนะครับคุณแม่” ธนาธิปรีบห้ามทันที

“จ้าาาาาพ่อคนปากแข็ง ถ้าเกิดเมียหนีไปอีกอย่ามาให้แม่ช่วยแล้วนะ แม่จะปล่อยให้อกแตกตายไปเลย” คุณอารดาพูดเย้าบุตรชายแกมหมั่นไส้

“คุณแม่ครับอย่าพึ่งงอนสิครับ นี่แค่ง้อเมียผมยังไม่ทันได้ทำเลย คุณแม่มางอนผมอีกคน ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะครับ” ธนาธิปพูดแบบอ้อนๆ

“แม่จะยกโทษให้ถ้าจอมทัพพาลูกสะใภ้และหลานของแม่กลับบ้านได้” คุณอารดาตอบกลับทันทีเช่นกัน

“มะปรางครับ กลับบ้านเรากันนะครับ พี่อยากให้เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ยิ่งตอนนี้มะปรางท้องด้วยพี่เองก็อยากเป็นคนคอยดูแลเมียและลูกพี่ด้วยตัวเองนะครับ” ธนาธิปบอกกับภรรยา

มนสิชาที่นอนอยู่บนเตียงได้แต่ฟังแล้วก็มองธนาธิปนิ่งๆ เธอไม่ได้โต้ตอบออกไป

“หายโกรธพี่นะครับ ทุกเรื่องพี่สามารถอธิบายได้นะ แค่มะปรางให้โอกาสพี่ได้อธิบายเท่านั้นนะครับ” ธนาธิปมองภรรยาแบบอ้อนๆ เขายังคงง้อตามแบบฉบับของเขาอยู่

“กลับบ้านเรานะลูก ป้าเองก็คิดถึงหนูมะปรางมากเหมือนกันนะจ๊ะ” คุณอารดาที่ได้ยินบุตรชายง้อภรรยาขนาดนี้ท่านจึงช่วยพูดเสริมให้

“นั่นสิ ลุงเองก็อยากเป็นคุณปู่นะ ลุงอยากช่วยเลี้ยงหลานตัวเล็กๆ หนูมะปรางกลับบ้านเรานะลูก” คุณธนาคมช่วยพูดเสริมให้อีกคน

“ค่ะ” มนสิชาไม่กล้ามีคำโต้แย้งใดใดกับผู้มีอุปการะคุณทั้งสองของเธอ เธอจึงตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้น

เมื่อได้ฟังคุณอารดาและคุณธนาคมพูดจบ มนสิชาไม่สามารถเลี่ยงที่จะไม่ทำตามที่ท่านขอได้เพราะท่านทั้งสองคือผู้มีพระคุณของมนสิชา ท่านเปรียบเสมือนผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่มนสิชาด้วย ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากท่านทั้งสองในวันนั้น ก็คงไม่มีมนสิชาในวันนี้แน่นอน เมื่อท่านเอ่ยปากขอร้องให้มนสิชากลับไปอยู่บ้านจารุพิชญาด้วยกัน มนสิชาก็คงได้แต่ยอมทำตามเท่านั้น

มนสิชาเองก็รู้สึกหนักใจไม่น้อยที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตคู่กับธนาธิปเช่นเดิม เพราะมนสิชาไม่รู้ว่าคำที่เขาบอกว่ารักและการเป็นห่วงเธอขนาดนี้มันจริงมั๊ย หรือเขาเพียงแค่หลอกให้เธอเดินเข้าไปติดกับดักที่เขาวางเอาไว้เท่านั้นเอง เมื่อตอนนี้รักไม่ใช่มีแค่คนสองคนแล้ว เธอยังจะไว้ใจและเชื่อใจเขาได้มากน้อยแค่ไหนกัน ถ้าคนมันเคยเจ็บ มันจะเจ็บเพิ่มอีกสักครั้งก็คงไม่เป็นไร มนสิชาทำได้แค่เพียงคิดปลอบใจตัวเองเท่านั้น

คุณหมออนุญาตให้มนสิชากลับบ้านได้เลย เพราะว่าอาการโดยรวมทุกอย่างของเธอปกติดีทั้งหมด ดังนั้นธนาธิปจึงพามนสิชากลับบ้านโดยไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณนางอังคณาอีกครั้ง

การกลับมาพบกันระหว่างธนาธิปและมนสิชาในครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ ดังนั้นคงจะเป็นเพราะพระพรหมท่านลิขิตเอาไว้แล้วสินะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น