cxparallel

ถ้้าถูกใจ อย่าลืมให้กดติดตามและให้เม้นท์เน้อ :) เลิฟยู!

ชื่อตอน : Chapter 7 : Stronghold (NC 23++)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2561 10:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 7 : Stronghold (NC 23++)
แบบอักษร

7





“แล้วฉันควรจะพยายามยังไง” เธอถามเสียงสั่น “ฉันควรจะฝืนตัวเองขนาดไหนให้ชินกับความใจร้ายของนายกัน*!”*

เขาไม่ตอบอะไรออกมา และมือไม่ได้ปล่อยออกจากเธอ วาเลอรียิ่งไม่อยากทนอยู่

และนั่นอาจจะเป็นคำตอบของเขาก็ได้

เธอต้องทน ไม่ว่าเขาจะทำร้ายเธอขนาดไหน

ชีวิตไม่ใช่ของเธออีกแล้วนับตั้งแต่ที่ลืมตาขึ้นมาและพบเขา

“มองหน้าฉัน เรย์”

อีกคำสั่งที่เธอไม่ทำตาม จนมือของชายหนุ่มเป็นฝ่ายจับคางเธอ บังคับใบหน้าให้เงยขึ้น เพียงเพื่อจะพบกับจูบของเขา วาเลอรีชะงักไป พยายามจะถอยห่าง หากแขนของอีกฝ่ายก็โอบรัดตัวเอาไว้ ร่างของเธอเริ่มสั่นด้วยอารมณ์สับสน

ทำไมเขาถึงเอาน้ำมาสาดใส่ไฟอย่างนี้? เขาต้องการอะไรจากเธอ? ล้อเล่นกับความรู้สึกงั้นหรือ?

ยิ่งคิดยิ่งร้องไห้ ยิ่งคิดยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ความที่ไร้อำนาจจะขัดขืนทำให้เธอรู้สึกว่าโดนข่มเหงตลอดเวลาทั้งกายและใจ หญิงสาวร้องไห้หนักขึ้น สะอื้นจนตัวโยน หากมือของอีกฝ่ายกลับปล่อยออกจากใบหน้าและกดศีรษะเธอให้ซบลงที่ไหล่ของเขา

“นายต้องการอะไร” เธอถามขณะที่เวสต์กอดเธอแน่นกว่าเดิม

และยังคงไร้คำตอบ ยังคงมีเพียงการกระทำอันแสนสับสนที่ทิ้งวาเลอรีให้เคว้งคว้างในเขาวงกตนั้นตอบเธอกลับมา เธอก้มหน้าลงกับไหล่อีกฝ่าย ร้องไห้ไปเรื่อย ๆ  แม้จะรู้ว่าคนที่ทำร้ายเธอคือเขาเช่นกัน

เวสต์ลูบผมสีเข้มของหญิงสาวช้า ๆ  บรรจงจูบที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา และนั่นยิ่งทำให้วาเลอรีทนไม่ไหว เธอทุบมือลงใส่อกอีกฝ่าย ผลักเขาออก แต่แรงของเขามากกว่าอย่างเทียบไม่ได้

“ปล่อยฉันเถอะ เวสต์” เธอร้องตะโกน “ปล่อย!”

“ได้โปรด...”

“ปล่อยฉันเถอะนะ”

จากกระชากเสียงกลายเป็นขอร้อง หากทุกคำพูดไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนการกระทำ ชายหนุ่มยอมยืนนิ่งให้วาเลอรีทุบตีอกเขา ตะโกนให้เขาคลายอ้อมแขนออกจนเธอกรีดร้องออกมาเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้

และมือของเธอก็ฟาดลงใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรง

เวสต์ชะงัก เขาไม่ได้คาดคิดถึงการกระทำเกรี้ยวกราดจากอีกฝ่ายถึงขั้นนี้

และมันหยามเขาเกินไป...

จากมือที่เคยลูบผมของชายหนุ่มกลายเป็นกำและคว้าผมเธอ กระชากจนหญิงสาวร้องด้วยความเจ็บ วาเลอรีถูกจับหันหลังกดเข้ากับผนังห้อง ความตกใจทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเมื่อเสื้อยืดที่สวมอยู่ถูกฉีกกระชากออก บอกถึงอารมณ์รุนแรงของอีกฝ่าย เธอร้องออกมาอย่างหวาดกลัว

“อัลดริก ฉันขอโทษ”

“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”

วาเลอรีร้องไห้ แทบจะทรุดลงไปกับพื้นถ้าไม่เพราะมือของเขาที่ยังกดเธอไว้ติดกับผนัง พอไร้คำตอบ เขาก็คว้าคอเธอเข้ามาหา มือของชายหนุ่มจับขาเธอขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนนิ้วเขาจะเริ่มรุกล้ำพื้นที่สงวนของร่างกายเธออย่างรุนแรง

“ฉันบอกเธอว่าอะไร เรย์” เวสต์กระซิบถาม

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”

“ฉันสั่งเธอว่าอย่าเรียกชื่อฉัน!”

การตะโกนใส่ทำให้เธอผวา หากขณะเดียวกันสัมผัสเร่าร้อนที่อีกฝ่ายเริ่มมอบให้ทำให้วาเลอรีตัวสั่น เขาบดขยี้จุดไวต่อสัมผัสนั้นอย่างไม่ปรานี เรียกเสียงครางออกมาจากลำคอแม้ว่าเธอจะไม่ได้ต้องการจะทำ

“ปล่อยฉัน...”

คำพูดเริ่มเลือนหายไปในลำคอ เธอสะอื้นและร้องออกมาเพราะความรู้สึกที่เขามอบให้ วาเลอรีรู้สึกได้ว่ายิ่งเขาทำให้เธอทุรนทุรายและสับสน มันยิ่งกระตุ้นให้เขาต้องการเธอมากขึ้น

“เวสต์ หยุดเถอะ ฉันขอร้อง”

แทนที่จะทำเช่นนั้น มือของเขาอีกข้างเริ่มคว้าเข้าหน้าอกหญิงสาวและบีบขย้ำจนเธอยิ่งร้องเสียงดังกว่าเดิม วาเลอรีก้มหน้าใส่ผนังกำแพง เธอรู้ว่าการฝืนนั้นไม่ทำให้เธอชนะ

เขายังเหนือกว่าเธอทุกอย่างอยู่ดี

เวสต์ดึงมือออก เลื่อนนิ้วขึ้นมาใส่ปากให้วาเลอรีได้รับรสชาติของความต้องการที่ร่างกายเธอตอบสนองการกระทำของเขา แล้วคว้าเอวของหญิงสาวเข้ามาใกล้ตน

ซิปถูกรูดลง ไม่ช้าทางที่เธออยากหลบหนีก็กลายเป็นทางที่เธอต้องปีนไปให้ถึงอีกคราว ทุกแรงกระแทกที่เข้าผ่านมาในร่างทำให้วาเลอรีควบคุมความรู้สึกไม่อยู่ ราวกับเธออยู่ภายใต้อำนาจของเขาทั้งสิ้น ไม่นานเธอก็กำลังจะขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ปรารถนาด้วยไม่อาจจะระงับได้

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากให้เกิด …ไม่ใช่ตอนนี้

ถ้ามันคือวิธีหนึ่งที่จะได้บงการความรู้สึก ถ้ามันเป็นการบอกให้วาเลอรีรู้ซ้ำ ๆ  ว่าเธอไม่มีวันจะได้ในสิ่งที่ต้องการง่าย ๆ  แม้ว่านั่นจะเป็นร่างกายของเธอเอง เวสต์ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น เมื่อเขาหยุดเคลื่อนไหวกายท่อนล่าง จับเธอให้หันหน้ากลับมาหา แยกขาหญิงสาวออกจากกัน

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก หากไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เห็นเรือนร่างเบื้องหน้าเต็มตา เขาค้นพบความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกบ่อยนักจากผู้หญิงคนไหน ดึงดูดมากกว่าที่เขาจะอยากปล่อยเธอไปง่าย ๆ  แม้จะรู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาควรต้องการขนาดนี้

เวสต์จำได้ดีว่าเขาไม่ได้รู้สึกอย่างเดียวกันนี้ในตอนแรกที่พบเธอ

ความไม่เข้าใจและสับสนเล่นงาน หากนั่นไม่เคยทำให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำของตน ตรงกันข้าม สิ่งซึ่งอธิบายไม่ได้นั้นเริ่มกลายเป็นชนวนให้มีความรู้สึกผูกพันและเสพติดมันมากขึ้น

เขาไล่มือสัมผัสเธอด้วยความปรารถนา สังเกตและพิจารณาใบหน้าซึ่งสะท้อนอารมณ์ไม่ต่างกันนักของวาเลอรี ฟังเสียงลมหายใจที่หนักขึ้นและเสียงร้องในลำคอ เมื่อมือของเขาครอบครองหน้าอกของเธอไปพร้อม ๆ  กับจูบที่เริ่มเลื่อนลงต่ำ ความวาบหวามก่อตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อลิ้นของเขาสัมผัสจุดรับรู้นั้น

เอวของเธอถูกบีบแน่น วาเลอรีเกร็งร่างไม่ต่างกัน ความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านมาทำให้เธออยากเรียกชื่อเขาด้วยความเคยชิน ...ชื่อจริงของชายหนุ่มเกือบจะหลุดออกจากปากหลายครั้ง หากวาเลอรีทำได้เพียงเรียกอยู่ในหัวเมื่อระลึกได้ว่าเขาไม่ต้องการเช่นนั้น

เธอเริ่มไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวเมื่อขาสั่น มือจึงไปคว้าผมของเวสต์ไว้ ในวินาทีนั้นวาเลอรีไม่กลัวอีกต่อไปว่านั่นจะทำให้เขาโกรธและหยุดรุกเร้าเธอหรือไม่ เธอเพียงแค่อยากจะระบายความรู้สึกที่ล้นเกินกว่าจะรับได้ไหว ยิ่งยังไม่ถึงฝั่งฝันง่าย ๆ  เพราะเขายังไม่ยอมให้เธอได้สิ่งที่ต้องการ ร่างจึงเริ่มสั่นสะท้านและบิดเร่าด้วยอารมณ์

ปฏิกิริยาเหล่านั้นทำให้เขาลุกขึ้นอีกครั้งก่อนจะทำในสิ่งที่เธอต้องการ หญิงสาวร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิมเมื่อร่างถูกเข้าครอบครองเธออย่างรุนแรงกะทันหัน เวสต์เอามือปิดปากเธอ กระซิบถามช้า ๆ  

“เธออยากเสร็จหรือไง”

วาเลอรีหอบหายใจเข้า เมื่อเขาปล่อยมือออกจากปาก เธอตอบเสียงเบา

“อือ...”

“ตอบฉันให้ดีกว่านั้น เรย์”

ดวงตาสีฟ้าหม่นเหลือบไปมองใบหน้าอีกฝ่ายขณะที่เขาเคลื่อนกายท่อนล่างช้ากว่าเดิมอย่างจงใจ เธอเม้มปาก มือเผลอคว้าเอาแขนของเวสต์และรวบไว้ก่อนจะเอนศีรษะพิงเขา

“แรงกว่านั้นได้ไหม ฉันขอร้อง”

ไม่ใช่คำพูดที่เขาคิดว่าจะได้ยิน แต่มันทำให้เขาพอใจอย่างประหลาด เวสต์กดเธอให้โน้มตัวลงไปเพื่อที่ตนจะได้เข้าถึงร่างกายเธอได้ง่ายขึ้น ...คราวนี้เขายอมจะทำตามที่วาเลอรีขอ เสียงเมื่อร่างกายสัมผัสกันดังถี่กระชั้นในห้องกว้าง วาเลอรีไม่เคยคาดว่าเธอจะได้รับรู้ว่าตนเปลี่ยนไปถึงขนาดนั้น เธอซึมซับทุกการเคลื่อนไหวและจังหวะที่ร้อนเร่าเพียงเพื่อจะได้เสร็จสิ้นในสิ่งที่เขากระตุ้นไว้

จนกระทั่งโลกทั้งใบแตกเป็นเสี่ยง ๆ  

เธอรับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นเพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหว่างขา แทบจะอยากทรุดลงไปกับพื้น หากเวสต์ไม่ได้หยุดการกระทำของเขาเลยแม้แต่น้อย หากกลับเคลื่อนกายเร็วขึ้น กระชากผมดึงวาเลอรีไปเต็มแรงจนหญิงสาวร้องเสียงดัง

เขาผลักเธอลงไปกับพื้นก่อนจะคว้าเธอขึ้นมา คราวนี้เวสต์อุ้มเธอพาดบ่า นำเธอไปที่เตียงก่อนจะโยนตัวเธอลง ความสับสนแล่นปราดเข้าใส่ แต่มันไม่ได้อยู่กับเธอนานเพราะทันทีที่เขาจับขาเธอแยกออกจากกันและกดร่างตนเองเข้ามา วาเลอรีไม่อาจจะต้านทานความรู้สึกทั้งเจ็บและเสียวจนไม่รู้จะเลือกอะไรได้

แต่หลังจากถึงจุดสุดยอด การสัมผัสที่รุนแรงอีกครั้งทำให้เธอเริ่มเจ็บมากกว่า ราวกับอีกฝ่ายกำลังจงใจที่จะกระทำรุนแรงกว่าเดิม

“ฉัน...” เสียงสั่นไม่ต่างจากร่างเมื่อถูกกระตุ้นซ้ำ ๆ  วาเลอรีเงยหน้าขึ้น กว่าจะเอ่ยต่อไหวต้องรวบรวมสมาธิ “ฉันขอโทษ”

หากคำขอโทษไม่อาจจะทำให้เขาเห็นใจ

“หยุดได้ไหม ฉันเจ็บ”

เวสต์แค่นหัวเราะ “ไม่อยากจะให้ฉันทำแรงขึ้นแล้วรึไง?”

เธอส่ายหน้า กัดปากตัวเองขณะที่มองเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนกายเข้าออกจากตัวเธอซ้ำ ๆ  วาเลอรีพยายามจะหยุดเสียงร่ำร้องหากทำไม่ไหว

“อัลดริก...”

อีกครั้งที่เผลอเรียกชื่อเขา หากครั้งนี้อารมณ์อีกฝ่ายเริ่มพลุ่งพล่านเกินกว่าที่ตนจะอยากหยุดการกระทำตัวเองไปเพื่อตะคอกใส่หน้า อัลดริกกดไหล่เธอให้นอนราบกับเตียง แล้วมือของเขาก็เลื่อนมากดคอเธอไว้ เร่งจังหวะของตนจนกระทั่งเขาสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่เกิดขึ้นเหนือหน้าท้อง


เวลาอาจจะไม่ได้ถึงชั่วโมง หากสำหรับหญิงสาว มันนานเสียจนเกือบจะขาดอากาศหายใจ แต่เมื่อของเหลวอุ่นกระเด็นโดนใบหน้า ก่อนที่แก่นกายของเขาจะยัดเข้ามาในปาก เธอเกือบจะสำลักด้วยความตกใจจนเขาต้องจับคางเธอให้อ้าปากกว้างกว่าเดิม

มันไม่ได้ง่ายนักที่จะปรนนิบัติอีกฝ่ายเมื่อเธอไม่อาจจะใช้ปากครอบครองมันได้หมด วาเลอรีจึงเริ่มไล่ลิ้นของตนตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการไปเรื่อย ๆ  แทน จนของเหลวเหล่านั้นไหลออกหมด เขาจึงถอยกายออกมาจากปากของเธอ แต่มือยังจับคางวาเลอรีให้เงยหน้ามองตนเอง

มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังอยู่ในห้องนั้นแล้ว หญิงสาวพยายามจะลุกขึ้นและถอยออกห่าง เวสต์จึงถามทันที

“จะไปไหน”

ไม่มีคำตอบ เธอเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า เมื่อความปรารถนาลดระดับลงมาก เธอก็เพียงแค่อยากจะหนีอารมณ์ละอายของตัวเองหลังจากทุกอย่างที่ทำลงไปและยอมให้เวสต์ทำลงไปกับตน

เขาสังเกตมาครู่ใหญ่ว่าเธอไม่ยอมหันมาสบตา เวสต์จึงจับคางหญิงสาวให้หันมาอีกครั้ง

“ทำไมเธอถึงอยากเรียกชื่อฉันนัก”

วาเลอรียังคงเงียบไปอีกแล้วส่ายหน้าเบา ๆ

“ฉันขอโทษ”

“ฉันอยากได้เหตุผล ไม่ใช่คำขอโทษ” เขาตอบกลับ น้ำเสียงไม่ได้เคืองโกรธอย่างปกติ แต่เหตุผลที่เธอมีนั้นคงไม่ใช่เหตุผลที่เขาอยากฟัง หญิงสาวจึงทำเงียบต่อไปและหวังว่าเขาจะเลิกใส่ใจ

แม้เธอจะรู้อยู่ลึก ๆ  ว่าเวสต์ไม่ใช่คนแบบนั้น

“เธอจะตอบฉันไหม”

“นายคงไม่อยากฟัง...”

“หมายความว่ายังไง” เขาเริ่มขึ้นเสียง “ฉันถามแปลว่าฉันอยากรู้ ต่อให้เธอจะมีเหตุผลไม่น่าเชื่อถือขนาดไหน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกสำหรับเธอ”

คราวนี้ดวงตาสีฟ้าหม่นสบเขาตรง ๆ  และคำพูดถัดมาชัดเจนจนเขาแปลกใจ

“เพราะนายบอกให้ฉันเรียกชื่อนาย...”

“ตอนไหน?” เวสต์เลิกคิ้ว “เวลาที่ฉันนอนกับเธองั้นเหรอ?”

ชายหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะแล้วลุกขึ้น เขาหันไปคว้ากางเกงมาใส่และก้าวลงจากเตียง

“เธอคงหมายถึงผู้ชายที่เธอรัก แต่ไม่ใช่ฉัน”

“ฉันรู้...” เธอกล่าว และเวสต์ไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราดไปมากกว่านั้น พอหันกลับมามองวาเลอรีอีกที ร่องรอยแห่งการกระทำของตนยังปรากฏชัดเจนบนเรือนร่างนั้น เขาบอกไม่ถูกว่ามันทำให้เกิดอารมณ์แบบใดในช่วงเวลาดังกล่าว... อาจจะเกือบสงสาร แต่มันกลับกระตุ้นความรู้สึกรุนแรงขึ้นมามากกว่า

สายตาของอีกฝ่ายซึ่งมองจ้องเธอทำให้วาเลอรียกมือขึ้นปิดหน้าอก พอสัมผัสของเหลวซึ่งเลอะลงไปแถวนั้นก็พยายามเช็ดออก แต่มันเหนียวเกินกว่าที่เธอจะใช้เพียงมือเปล่าทำให้มันหายไป ยิ่งเห็นรอยแดงเป็นจ้ำบนร่างกาย ความอายยิ่งครอบงำจนเธอต้องรีบลงจากเตียงและวิ่งตรงไปห้องน้ำ

เวสต์หัวเราะในลำคอ เขามองตามร่างสันทัดนั้นหากไม่ได้ก้าวตาม ชายหนุ่มนั่งลงที่เตียง หันไปหยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่ เสียงน้ำจากฝักบัวดังขึ้นมา เขาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินมันชัดกว่าปกติ พอหันไปมอง ถึงเห็นว่าวาเลอรีไม่ได้ปิดกระทั่งประตูห้องน้ำ

และแน่นอนว่าเธอก็ไม่ได้เอาผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย

ลังเลชั่วครู่ แต่เพราะรำคาญเขาจึงไม่ได้ลุกขึ้นไปหาผ้าไว้ให้อีกฝ่าย นั่นทำให้เมื่อวาเลอรีรู้ตัว เธอก็โผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำก่อน

“เอ่อ...” หญิงสาวไม่กล้าพูด รู้ว่าเขาจะตอบโต้อย่างไรจึงหลบหน้ากลับไปยืนลังเลอยู่อีก

“มีปัญหาอะไร”

“คือ ฉันลืมผ้าเช็ดตัวน่ะ”

“ทีวิ่งเข้าไปยังวิ่งไปตัวเปล่านี่ จะเดินออกมาทั้งอย่างนั้นจะเป็นอะไร”

ไม่มีการตอบรับ เวสต์รู้ว่าวาเลอรียังไว้ตัวกับเขาแม้หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น และนั่นทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาจนต้องออกคำสั่ง

“เดินออกมาเดี๋ยวนี้ เรย์!”

นั่นแหละเขาถึงเห็นสีหน้าเจื่อน ๆ  ของเธอที่เดินกอดอกออกมา แทบจะหันหลังให้ทันทีที่เห็นเขา มันทั้งตลกและทั้งน่ารำคาญ พอเธอเดินไปถึงประตูตู้เสื้อผ้า เขาถึงถามเสียงแข็ง

“ฉันอนุญาตให้เธอใส่ชุดฉันอีกตอนไหน?”

พอรู้ว่างานเข้า เธอกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหันกลับไปตอบเวสต์ด้วยไม่มีทางเลือกมากนัก

“ให้ยืมอีกไม่ได้เหรอ อย่างน้อยก็เสื้อยืดซักตัวได้ไหมในเมื่อ...” เธอชี้ไปที่กองเสื้อของเขาซึ่งขาดเพราะถูกฉีกอยู่บนพื้น

อยากจะตะคอกกลับ แต่น้ำเสียงของเธอมีอิทธิพลกับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ แววตาวิงวอนทำให้ชายหนุ่มขัดใจแต่ก็ไม่อาจจะเอ่ยคำปฏิเสธได้เต็มที่ เวสต์ถอนหายใจบ้าง

“งั้นก็ใส่แค่เสื้อโค้ทฉัน”

วาเลอรีก็ได้แค่ทำอย่างที่เขาสั่งจึงเดินไปหยิบเอาเสื้อโค้ทของอีกฝ่ายมาสวมทับ แล้วยืนอยู่ที่เดิมเพราะตอนนั้นไม่รู้แล้วว่าเธอมีสิทธิ์อะไรในห้องนั้นอีกบ้าง จนกระทั่งดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขาสบกับเธออีกคราวจึงกล้าถามออกไป

“แล้ว... ฉันนอนที่ไหนได้”

“เธอคิดว่าเธอจะนอนที่ไหนได้ล่ะ”

มองไปรอบห้องอย่างลังเลใจและเดาไม่ออกว่าเวสต์อยากจะทำอะไรกันแน่ แต่เข้าใจว่าเกมของเขามันมีเพื่อปั่นประสาทเธอ วาเลอรีก็อดประชดไม่ได้

“ถ้านายจะให้ฉันนอนพื้น ฉันก็ต้องนอนอยู่แล้วนี่”

เขาแค่นหัวเราะอีกที คล้ายจะเริ่มรำคาญทุกครั้งที่หญิงสาวยอกย้อนใส่

“อยากจะนอนพื้นนักใช่ไหม” เวสต์เลิกคิ้วถาม “งั้นก็ถอดเสื้อออกแล้วนอนที่พื้น”

ยืนนิ่งมองเขา คราวนี้อัลดริกไม่ได้เงยหน้ามาต่อบทสนทนาใดเพิ่ม ชายหนุ่มเดินไปหยิบเอาแล็ปท็อปของเขามาเปิดดู นั่งค้นหาข้อมูลในเครื่องอยู่บนเตียงและไม่หันมาหาเธออีก ท้ายสุดวาเลอรีจึงตัดสินใจทำอย่างที่เขาบอก

ประชดหรือ? เธอไม่รู้สึกอย่างนั้น เพราะรู้ว่าอย่างไรเธอก็คือเบี้ยล่างและต้องทำตามไปเสียทุกอย่างไม่ว่ามันจะทำให้เธอสูญเสียความเป็นคนไปเท่าไหร่

อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ต้องอยู่ในสถานะนั้นไปก่อน

เสื้อโค้ทตัวที่เพิ่งถอดออกมีกระดาษแผนที่อยู่ข้างใน หญิงสาวนึกขึ้นได้จึงพับเสื้อไว้ให้เป็นหมอนไว้รองหนุนศีรษะนอน ก่อนจะนอนกอดร่างตัวเองไว้และข่มตาลง พยายามบังคับตัวเองให้หลับแม้ความเย็นจากแอร์คอนดิชั่นผสมกับน้ำที่เพิ่งอาบมาจะทำให้เธอหนาวแทบทนไม่ได้ หากความอ่อนล้าก็มากพอกัน

และคงเป็นเพราะใช้งานร่างกายมาหนัก ไม่ช้าหญิงสาวก็หลับไป

เวสต์เกือบจะลืมเสียด้วยซ้ำ ว่าในห้องของเขามีผู้หญิงอีกคนนอนอยู่ กว่าเขาจะคิดได้ก็ตอนคว้ารีโมตมาจะปิดไฟในห้องแล้วเหลือบไปเห็นวาเลอรีนอนคุดคู้อยู่อีกฝั่งของห้อง เธอไม่ได้หันหน้ามาหาเขา และบนร่างไม่ได้สวมเสื้อผ้า เพราะเสื้อโค้ทถูกเอาไปทำหมอน ชายหนุ่มวางคอมพิวเตอร์ลงข้างกายและลุกไป

เธอหลับสนิท แต่เป็นอีกครั้งที่เขาพบความผิดปกติเมื่อสัมผัสร่างนั้น

อากาศในห้องหนาว แต่เธอตัวร้อนเหมือนกับไฟ เวสต์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อรู้ว่าสาเหตุนั้นมาจากคำพูดของตนที่บอกให้เธอนอนบนพื้นและไม่ใส่อะไรทั้งที่รู้ว่าเธอเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ คงเพราะร่างกายวาเลอรีไม่ได้มีภูมิคุ้มกันมากมาตั้งแต่แรก เธอถึงป่วยแทบจะทันที

วาเลอรีรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อเวสต์วางเธอบนเตียง ผ้าห่มนวมผืนอุ่นถูกลากมาห่อตัวเธอไว้ ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจหนักหน่วง ขณะเดียวกันความเจ็บปวดก็ชัดเจนกว่าเดิมในร่างกาย

“เรย์...” เขาเรียกเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นเปิดปรือขึ้นชั่วครู่

“กินยาไหวไหม”

เธอส่ายหน้า ไม่ใช่เพราะไม่ไหว หากเหนื่อยเกินกว่าจะลุกและอยากนอนต่อมากกว่า แต่สุดท้ายคำพูดของเขาก็กลายเป็นคำสั่งที่ขัดไม่ลง

“ลุกขึ้นกินยาเถอะ”

เขาก้าวไปหยิบซองยาแก้ปวดมาพร้อมยื่นขวดน้ำให้ วาเลอรียันร่างขึ้นนั่ง เจ็บจนแทบจะหยุดเสียงโอดโอยของตนไม่ไหวแต่เธอก็พยายามไม่แสดงอาการใดออกไปเพราะคิดว่าเวสต์คงจะรำคาญและทำร้ายเธออีกทางใดทางหนึ่งอีก หญิงสาวกินยาอย่างว่าง่ายและวางขวดน้ำลงที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอน

“...ฉันขอโทษ”

เขาขมวดคิ้วเมื่อวาเลอรีพึมพำขึ้นมา ยังไม่ทันได้ถามว่าขอโทษอะไร เธอก็เอ่ยต่อเบา ๆ

“อนุญาตให้ฉันนอนตรงนี้เถอะนะ”

ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรกลับ วาเลอรีจึงจมลงสู่ห้วงนิทรา เขามองดวงตาซึ่งปิดสนิทของเธออยู่พักใหญ่ ไม่ช้าก็เอนกายลงข้าง ๆ  ถอนหายใจยาวเมื่อเรื่องในความคิดวนย้อนกลับมา

บางความรู้สึกมันทำให้เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ

เวสต์ไม่แน่ใจว่าตนอยากจะแข็งกระด้างใส่เธอตลอดเวลาและทำเหมือนว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเครื่องมือในภารกิจของเขา หรือทำอย่างที่คนอื่น ๆ  บอกด้วยการทำให้เธอเชื่อใจ ซึ่งต้องแลกมาด้วยการดูแลและวิธีปฏิบัติต่อวาเลอรีต่างกันออกไปจากนี้ ...แต่นั่นอาจจะสร้างปัญหาในภายหลัง

เขาเริ่มหวั่นใจว่าเขาอาจจะผูกพันกับผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา

ความคิดดังกล่าวทำให้ชะงัก เหลือบมองคนที่หลับสนิทอยู่ข้างกายอย่างไม่อยากเชื่อในจิตใต้สำนึกของตนที่ยอมรับความเป็นไปได้นั้น เขาเพิ่งเจอกับเธอไม่ถึงสามวันด้วยซ้ำ และมันไม่ควรจะมีเหตุผลใดที่จะทำให้เขาต้องรู้สึกลึกซึ้งกับวาเลอรี... หรือผู้หญิงเชื้อชาติเพอราซซึ่งเขาเจอเธอในสถานบริการ

เธอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเขาด้วยผลประโยชน์ของเธอ

แต่เขาหวังว่าสุดท้ายเรื่องจะจบที่ผลประโยชน์ของเขาต่างหาก

ชายหนุ่มคิดคำนวณใคร่ครวญเพื่อตัดสินใจอยู่นาน หากเขายังค้นหาทางเลือกอื่นไม่ออก

ฉะนั้นเพื่อบรรลุเป้าหมาย เขาต้องลองเสี่ยงและเชื่อใจในตนเองดูสักครั้งว่าเขาจะไม่ไขว้เขวไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราวนี้...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น