cxparallel

ถ้้าถูกใจ อย่าลืมให้กดติดตามและให้เม้นท์เน้อ :) เลิฟยู!

ชื่อตอน : Chapter 4 : You're Not...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 399

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2561 22:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : You're Not...
แบบอักษร

4




แสงแดดซึ่งกระทบสายตาของวาเลอรีเป็นสิ่งที่ไม่คุ้น เธอสูดหายใจเข้าและขยับตัวพลิกไปอีกทาง เพียงเพื่อจะพบกับใบหน้าของผู้ชายที่เธอไม่อยากเจออีกต่อไป

เวสต์มีท่าทางแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเธอตื่น ก่อนที่เขาจะดึงแขนเธอไว้เพราะรู้ว่าวาเลอรีจะทำอย่างไรทันทีที่พบตน

“อย่าเพิ่งหนีฉัน”

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง แล้วเธอก็แปลกใจเมื่อเห็นรอบกายเต็ม ๆ  ตา ...ห้องไม่ใช่ห้องเดิมที่เธอถูกขังไว้ มันมีเฟอร์นิเจอร์มากกว่า บ่งบอกได้ว่านี่เป็นห้องที่มีคนอยู่อาศัยประจำ และเตียงคิงไซส์สี่เสานั้นยิ่งระบุถึงสถานะอันสะดวกสบายของคนที่นอนมันทุกคืน

“เรย์ ฟังฉันก่อน”

วาเลอรีข่มตาลงอย่างพยายามระงับความรู้สึกทุกอย่าง เธอยังมึนในหัว รู้สึกกรามแข็งและไม่มีแรงด้วยฤทธิ์ยาสลบที่ทำให้เธอหลับไปมากกว่าสิบสี่ชั่วโมง

“ฉันไม่อยากให้เธอทำร้ายตัวเองอีก”

น้ำเสียงซึ่งเปลี่ยนไปของอัลดริกทำให้วาเลอรีไม่อยากเชื่อสนิทว่านั่นออกมาจากใจเขา เธอกลืนน้ำลายลงคอและดึงมือตัวเองออกมาจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย หากเวสต์ไม่ได้แสดงอาการจะควบคุมหรือบีบบังคับ เขาปล่อยให้หญิงสาวขยับตัวออกห่างไปอีกฝั่งของเตียง

“ฉันอยู่ที่ไหน”

“ห้องของฉัน”

คำตอบนั้นทำให้วาเลอรีหันกลับมามองเวสต์ ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความงุนงง

“ทำไม”

“อย่างที่บอก” เขากล่าว “ฉันไม่ต้องการให้เธอทำร้ายตัวเอง”

“แต่นายจะทำร้ายฉันคนเดียวงั้นเหรอ?” หญิงสาวย้อนด้วยความรู้สึกฝื่นขม เธอพยายามยับยั้งน้ำตาไม่ให้ไหลเมื่อความรู้สึกเลวร้ายทั้งหมดผุดพรายขึ้นมาในสมอง แม้เวสต์เห็นอาการเหล่านั้นแล้วจะไม่พอใจ หากเขาก็ข่มอารมณ์ตนและเพียงแค่ส่ายหน้าช้า ๆ

“ฉันรู้ว่าเธอสับสน แต่เธอมีสิ่งที่ต้องทำ”

“ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องทำอะไร ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย หรือเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันไม่รู้อะไรเลยและการตื่นมา...” เธอพูดไม่ออกเมื่อย้อนคิดกลับไป

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่”

“แต่เธอไม่มีทางเลือก” น้ำเสียงของชายหนุ่มเริ่มกดต่ำ “และฉันเองก็ไม่มีทางเลือกมากเหมือนกัน ทางเดียวที่เรื่องนี้จะจบ ทางเดียวที่เธอจะได้สิ่งที่เธอต้องการ คือทำในสิ่งที่เธอต้องทำ เรย์”

ดวงตาสีฟ้าหม่นเงยขึ้นสบกับอีกฝ่าย แววตาคล้ายวิงวอนของความเห็นใจเพราะไร้ทางออกที่เขาเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนจากบรรดาเชลยสงคราม หากมันไม่มีครั้งไหนสามารถทำให้อัลดริกรู้สึกปั่นป่วนได้กับครั้งนี้

มีบางอย่างผิดปกติและเขาอธิบายไม่ได้

“อะไรที่ฉันต้องทำ” เธอถามเสียงสั่น ขณะเวสต์เอนหลังพิงเก้าอี้ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อจะระงับความรู้สึกฟุ้งซ่านของตนเอง

“เริ่มง่าย ๆ  ...เธอต้องอาบน้ำ และลงไปกินข้าว”

แม้จะไม่เข้าใจกับอาการที่เปลี่ยนไปชัดเจนของอัลดริกที่มีต่อเธอ หากหญิงสาวก็มึนงงและเจ็บปวดเกินกว่าจะอยากรู้เหตุผล เธอสับสนมากพอเพราะไม่อาจจะเลือกได้อีกแล้วว่าอะไรคือความจริงที่ตนต้องยึดถือ

สรุปว่าเธอไม่ใช่วาเลอรี เรย์ หรือทุกคนที่เธอเคยรู้จักนั้นลืมเธอไปด้วยเหตุบางอย่าง

ไม่ว่าคำตอบคืออะไร เธอยังไม่มีทางพิสูจน์มัน

หญิงสาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ...ผ่านกระจกใสสะอาดนั้นเป็นท้องฟ้ากระจ่างไร้เมฆ วาเลอรีกระพริบตา น้ำใส ๆ  ไหลอาบแก้ม เธอยกมือเช็ดมันออก แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเธอไม่ถูกล่ามกุญแจไว้อีกต่อไป ข้อมือที่ตนกระแทกเข้าเตียงจนเกินรอยแผลมีผ้าพันไว้ วาเลอรีหันไปมองเวสต์ สบตาของเขาเพียงชั่วขณะ แต่มันมากพอให้เธอจะนิ่งพิจารณาถึงทุกอย่างได้

แล้วเธอก็ตัดสินใจก้าวลงจากเตียง

ร่างเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ ฤทธิ์ยารุนแรงทำให้เธอต้องทรุดลงนั่งกุมขมับ ปล่อยให้ความเจ็บบรรลงบ้างถึงจะลุกขึ้นอีกคราว ตอนนั้นเองที่หญิงสาวเงยหน้ามาพบว่าร่างสูงก้าวมายืนอยู่ข้างหน้า วาเลอรีถอนหายใจ เธอลุกขึ้นและเดินหลบเขา ก้าวตรงไปในทิศที่คิดว่าเป็นประตูห้องน้ำ

“นาย...” วาเลอรีขมวดคิ้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายก้าวตามเข้ามา แม้ห้องน้ำจะกว้างพอจนแทบจะวางเตียงขนาดคิงไซส์ได้สามเตียง แต่เธอก็ไม่อาจจะลบความรู้สึกโดนคุกคามจากเวสต์ออกไปได้

“ทำไมต้องตามเข้ามา”

ชายหนุ่มเม้มปากเมื่อระลึกได้ว่าคำพูดที่เขาอยากโต้ตอบนั้นจะทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายแน่ เขาเบือนหน้าไปทางอื่นและสรรหาคำพูดใหม่ที่กลั่นกรองแล้วว่าไม่ใส่อารมณ์จนเกินไป

“เธออาบน้ำถนัดหรือไง”

วาเลอรีมองข้อมือของตนอีกคราวก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดก็อกน้ำ มันยังเจ็บชัดเจน แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการจะอาบน้ำ อุปสรรคที่แท้จริงคือผู้ชายตรงหน้าต่างหาก

“ฉันทำได้” เธอกล่าวสั้น ๆ  และหันหลังให้ หากนั่นไม่อาจจะไล่อีกฝ่ายออกไปจากห้อง เวสต์ยืนนิ่งราวกับเป็นหุ่นเฝ้าเธอจนวาเลอรีหมดความอดทน

“ช่วยออกไปเถอะ”

“เธอคิดว่าฉันจะไว้ใจให้เธออยู่คนเดียวเหรอ เรย์”

“นี่มันสิทธิ์...” แล้วเธอก็ต้องหยุดคำพูดของตนไว้เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับอย่างไร ความรู้สึกคับแค้นใจครอบงำอีกครั้ง หากเธอเหนื่อยเกินกว่าจะแผดเสียงไล่อีกฝ่ายจึงตั้งใจจะเดินกลับออกไป แต่เวสต์กลับยืนขวางประตูไว้อย่างไม่ละความพยายาม

“อาบน้ำ” เขาพูด ซึ่งคำพูดนั้นยืนยันได้ดีว่าเธอยังไร้อิสระในการตัดสินใจ

“ฉันจะทำเมื่อนายออกไปจากห้อง”

ดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายไม่สะท้อนความรู้สึกมากนักนอกจากย้ำคำสั่งของเขา มือที่วางลงบนไหล่ของเธอก็เช่นกัน

“เรย์ ถ้าเธออยากรู้ว่าเธอคือใคร เธอควรจะทำอย่างที่ฉันบอก”

แม้ไม่มีอารมณ์เกรี้ยวกราดในน้ำเสียง หากความหมายที่บังคับข่มขู่กันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น วาเลอรีอยากร้องไห้ แต่สุดท้ายเธอก็กำมือที่สั่น หันหลังให้อีกฝ่าย และก้าวเข้าไปในอ่างอาบน้ำทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่ ก่อนจะเปิดก๊อกน้ำเต็มกำลัง

คนที่ได้รับหน้าที่ให้มาคุมความประพฤติและความปลอดภัยของผู้หญิงซึ่งเป็นทั้งทรัพย์สินและคู่นอนยืนมองการประชดของเธอด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แต่การโต้ตอบเช่นนั้นก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของเขา

“ทำอย่างนั้นทำไม” เวสต์ถามเสียงแข็งขึ้น

“แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าเธอจะไม่ทำร้ายตัวเองเพื่อประชดฉันอีก”

“นายจะเอาอะไร!?” วาเลอรีเริ่มกระชากเสียงบ้าง “นายคาดหวังจะให้ฉันแก้ผ้าแล้วอาบน้ำให้นายดูงั้นเหรอ เวสต์ ฉันไม่คิดว่านายจะบ้าไปขนาดนั้นแล้ว!”

“แล้วเธอคิดอะไร เธอคิดว่าฉันจะนึกอยากจะยืนเฝ้าเธออาบน้ำนักเหรอ ทุกอย่างมันเกิดเพราะเธอพยายามทำร้ายตัวเองทั้งนั้น และฉันยอมให้มันเกิดอีกไม่ได้”

“ถ้านายไม่...” วาเลอรีตัดสินใจก้มหน้าแล้วกรีดร้องใส่ฝ่ามือเพื่อหยุดทุกอย่าง เธอรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ไม่มีค่าอะไรที่จะพยายามโต้เถียงกับผู้ชายคนนี้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองระดับน้ำที่เริ่มท่วมขึ้นสูง เสื้อผ้าที่เธอใส่เปียกจนหมด ไม่เว้นแม้แต่ผ้าพันแผล

และตอนนั้นเองที่เวสต์หมดความอดทน

“ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะเรย์”

เขาก้าวตรงไปยังอ่างอาบน้ำ รวบข้อมือเธอไว้เพื่อห้ามไม่ให้ขัดขืนไปมากกว่าที่ขาอันเป็นอิสระของเธอจะทำ วาเลอรีพยายามถอยหนี แต่เมื่อมองมือของตนที่ถูกบีบ เมื่อความเจ็บจากแผลย้ำเตือนอีกรอบ วาเลอรีรู้ว่าเธอหนีไม่พ้น น้ำตาไหลอย่างหยุดไม่อยู่ด้วยความกลัว

“ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอ”

“งั้นอย่าแตะต้องตัวฉัน”

ชายหนุ่มชะงัก เขาอยากตอบโต้อย่างเจ็บแสบ หากต้องระงับความเดือดดาลของตนเอาไว้

“ขอโทษ”

คำสั้น ๆ  นั้นเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเลิกชุดดึงมันออกจากร่างของเธอ วาเลอรีกอดตัวเปลือยเปล่าเอาไว้แทบจะทันที ก้มหน้าใส่เข่าเพื่อที่จะหนีสัมผัสของอีกฝ่าย เธอรู้สึกพ่ายแพ้ รู้สึกไร้ความเป็นคนและไร้ศักดิ์ศรี เธอไม่อาจจะปกป้องตัวเองได้จากแรงของอีกฝ่าย

และนั่นช่างน่าอัปยศสิ้นดี

เวสต์สังเกตอารมณ์หดหู่ของเธอได้ไม่ยาก เขาจึงลุกขึ้นและยอมก้าวถอยไป ปล่อยให้น้ำไหลเพิ่มระดับจนปริ่มตัวของเธอถึงเอื้อมมือมากดปิดน้ำ แล้วคว้าข้อมือข้างที่มีแผลของเธอออกจากอก

 วาเลอรีก้มหน้าลงด้วยขัดขืนไม่ได้ หากยังพอเห็นการกระทำของอีกฝ่ายเมื่อเขาแกะผ้าพันแผลออกจากข้อมือของเธอ

“อย่าให้แผลโดนน้ำ”

เขาดึงแขนเธอให้พ้นอ่างอาบน้ำ หยิบเอาขวดครีมอาบน้ำมาใส่เทมืออีกข้างของวาเลอรี ก่อนจะเก็บมันที่เดิมและยืนกอดอกเฝ้าเธออย่างใจเย็นจนเห็นว่าหญิงสาวเริ่มสงบลง

เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอย่างที่เขากล่าว

วาเลอรีเริ่มลูบครีมกับมือช้า ๆ  จนฟองสบู่เกิดขึ้น มองสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ด้วยอารมณ์ไม่คงเส้นคงวานัก ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากให้มันจบลงไปเสียทีจึงหลับตาเพื่อพยายามจะหนีออกจากโลกแห่งความจริง คิดว่าในห้องนั้นมีแค่ตนเองอยู่

แต่มันยากลำบาก ห้องเงียบจนได้ยินทุกการขยับตัวเมื่อเธอพยายามทำความสะอาดร่างกาย ได้ยินเสียงหายใจแผ่วเบาของเวสต์ และได้ยินเสียงหายใจติดขัดของตน

“ได้โปรด ฉันไม่อยากให้นาย...”

“เรย์” เขาเรียกชื่อเธอ คล้ายจะปลุกให้ตื่นจากภวังค์ น้ำเสียงหนักแน่นนั้นทำให้หญิงสาวลืมตา

“ทำไมเธอถึงรักอัลดริก เวสต์”

เธอหยุดชะงักเมื่อคนถามคำถามนั้นพูดราวกับว่าเขาไม่ใช่คน ๆ  เดียวกัน แล้ววาเลอรีก็ต้องเตือนตัวเองว่าเวสต์ที่เธอรักกับผู้ชายที่ยืนอยู่ในห้องน้ำกับเธอตอนนี้ไม่เหมือนคนเดียวกันจริง ๆ

“ฉันไม่รู้”

เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ  ราวกับเย้ยหยัน วาเลอรีถอนหายใจออกมาหนักหน่วง

“ถามไปทำไม ในเมื่อนายไม่ใช่เขา”

เวสต์ยักไหล่ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เธอ “เพราะทุกครั้งที่เธอมองหน้าฉัน ทุกครั้งที่เธออยู่กับฉัน เธอแยกแยะความรู้สึกนั้นไม่ได้หรอก เรย์”

“เธอแยกไม่ได้หรอกว่าฉันที่เธอมีอยู่ในหัว กับฉันที่เป็นความจริงไม่ใช่คนเดียวกัน”

วาเลอรีหัวเราะบ้าง แต่เป็นการหัวเราะอย่างขมขื่นเพราะเธอไม่อาจปฏิเสธคำสันนิษฐานของเขาได้แม้แต่นิด

“แต่เธอต้องติดอยู่กับฉัน”

มือของเขาแตะเข้าที่ไหล่ วาเลอรีสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรับสัมผัสที่คล้ายการทดสอบนั้น ดวงตาเผลอสบกับอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ และเวสต์ก็คุกเข่าลงข้าง ๆ  อ่างอาบน้ำอีกครั้ง

“และมันจะเลวร้ายถ้าเธอไม่ยอมรับความจริง”

“พูดเหมือนว่านายสนใจ”

“ไม่ได้อยากสนใจ แต่ฉันจำเป็นต้องสนใจ” เวสต์กล่าวง่าย ๆ  มือเริ่มเลื่อนไปที่ลำคอหญิงสาว “เพราะมันคืองานของฉัน”

“เธอคืองานของฉัน”

ร่างที่เขาสัมผัสอยู่ไม่ยอมขยับ เธอยังเกร็งอย่างต่อต้านเพราะไม่คุ้นชินและเพราะกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิด หากมันเป็นอย่างที่เขาพูดไปทุกอย่าง

“ถ้าฉันเป็นแค่งาน ฉันไม่อยากให้นาย...”

“แตะต้อง?” รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาราวกับเยาะเย้ย “สัญญาก็คือสัญญา เรย์ ถึงเธอจะจำไม่ได้ แต่เธอตกลงมันไปแล้ว และฉันคงไม่ยกเลิกมันเพียงเพราะเธอจำอะไรไม่ได้”

วาเลอรีไม่ได้พยายามหลบหนีอีกต่อไป เธอเพียงแค่หลับตาลงอีกคราว หากนี่เป็นการหลับตายอมรับในความพ่ายแพ้ของตน ขณะที่มือของเขาลูบจากไหล่ลงไปตามท่อนแขน และเลื่อนขึ้นกลับมายังหน้าอก หากความแผ่วเบายิ่งทำให้เธอปั่นป่วนเพราะไม่รู้ว่าแท้จริงเธอต้องการอะไร

เธอไม่กล้าแม้จะหายใจ

ร่างกายต้องการอีกอย่าง หากความรู้สึกบอกให้ต่อต้านมัน

วาเลอรีอยากร้องไห้แม้มันจะไม่ช่วยอะไรเลย

“จะบอกให้ฉันไม่รู้สึกอะไรและยอมเป็นแค่... เป็นแค่ผู้หญิงที่นายจะทำอะไรก็ได้เมื่อนายต้องการ หรือเพื่อนนายต้องการ? นั่นใช่ไหมคือสิ่งที่นายจะให้ฉันทำ”

ไม่มีคำตอบ มือของเขาเริ่มลูบไล้ลงไปยังท่อนขา เวสต์จับขาของเธอยกขึ้นพาดริมอ่างเพื่อจะสัมผัสมันได้ง่ายกว่าเดิม และวาเลอรีเบือนหน้าหนีภาพเหล่านั้น แต่ท้ายสุดเธอก็ไม่อาจจะระงับความรู้สึกที่เกิดกับร่างกายได้เลย เธอกัดปาก กำมือแน่นเพียงเพื่อจะไม่ให้ตัวเองเลยเถิดไปกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นมา

และการหลับตาทำให้หญิงสาวไม่รู้ว่าอาการเหล่านั้นไม่ได้เกิดแค่กับตัวของเธอ

เวสต์รู้ว่าเขาต้องการอะไร รู้ว่าเขาอยากทำอะไรต่อไป มันคงง่ายดายถ้าหากเขาไม่เห็นน้ำตาของอีกฝ่ายซึ่งไหลอาบแก้ม การต่อต้านอย่างเงียบเชียบนั้นมีอิทธิพลกว่าที่เขาคาดคิด ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นและเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาวางพาดให้ที่ปลายอ่าง ก่อนจะกดปุ่มให้น้ำไหลวนทิ้งเพื่อชะล้างฟองสบู่

“บอกฉันตอนที่เธอเช็ดตัวเสร็จ” เขากล่าว เมื่อวาเลอรีลืมตาขึ้นมาจึงเห็นว่าอีกฝ่ายยืนหันหลังให้ เธอกระพริบตาและรีบเปิดน้ำให้แรงกว่าเดิมเพื่อทำความสะอาดร่างกาย ก่อนจะลุกขึ้นพันผ้าเช็ดตัวและก้าวลงมาจากอ่างอาบน้ำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อืม” เธอส่งเสียงเบา ๆ  เพื่อให้เขาหันกลับมา พอเวสต์เห็นว่าเธอพร้อมจะออกไปจากห้อง ชายหนุ่มจึงเปิดประตูและรอให้วาเลอรีก้าวออกไปก่อน เขาจึงตามออกไป

“ชุดอยู่ในตู้” เวสต์พูด “มีแค่ชุดของฉัน ใส่ไปก่อน เดี๋ยวสเปนเซอร์คงไปหาชุดใหม่ให้เธอวันนี้”

วาเลอรีกลืนน้ำลาย เธอลังเลแต่ก็ตรงไปเลื่อนประตูตู้เสื้อผ้าออกอย่างที่เวสต์กล่าว มันเป็นตู้ built-in ที่มีเสื้อผ้าแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบไม่กี่ชุด แทบทุกชุดล้วนมีสีเข้มไปโทนดำอย่างที่ชายหนุ่มสวมอยู่

เธอเลือกเอาเสื้อยืดและเสื้อโค้ทออกมาใส่คลุมอีกทีแทนชุดชั้นในที่ไม่มี ขนาดของตัวที่ต่างกันทำให้แค่เสื้อยืดของเขาแทบจะกลายเป็นเดรสของเธอ วาเลอรีใส่ทับกันเพียงสองชิ้นเพราะเขาไม่มีกางเกงขาสั้น กางเกงขายาวของเวสต์นั้นยาวเกินกว่าที่เธอจะใส่ได้โดยขากางเกงไม่ลากพื้น

หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาคล้ายเป็นสัญญาณว่าเธอพร้อมจะออกไปจากห้องแห่งนั้น เวสต์จึงลุกจากเก้าอี้นวมและเดินประชิดเธอออกไป

แต่ไม่มีใครอยู่ในชั้นล่างเมื่อทั้งคู่ก้าวลงไป เวสต์แปลกใจเล็กน้อยกับความเงียบที่น้อยครั้งจะเกิดขึ้นเพราะอย่างน้อยวัน ๆ  หนึ่งจะต้องมีคนอยู่เฝ้าฐานขณะที่เขาและซาเวียร์ไปออกสนาม

ไม่ช้าชายหนุ่มก็ระลึกได้ว่ามันคงเป็นคิวของเขาที่ต้องเฝ้าที่นี่พร้อมกับดูแลนักโทษ

ถ้าหากวาเลอรีเหลือบไปยังเวสต์ เธอคงเห็นสายตาที่แสดงความรำคาญเพราะเธอเป็นเหตุให้คนอื่นทิ้งเขาไปทำงานและมอบงานที่เขาไม่ถนัดที่สุดให้ นั่นก็คือการดูแลคน แต่วาเลอรีมัวสำรวจรอบตัวอย่างสนใจเป็นครั้งแรกหลังจากเมื่อคืนเธอถูกพาลงมาในสภาพที่เกรี้ยวกราด เธอจึงไม่ได้เห็นสายตานั้นจากเขา จนกระทั่งชายหนุ่มดึงแขนเธอให้นั่งลงที่โซฟา

หญิงสาวสังเกตเห็นจานอาหารซึ่งมีฝาพลาสติกครอบไว้ ไอน้ำเกาะพราวบ่งบอกถึงความอุ่นของอาหารที่เพิ่งทำเสร็จไม่นาน เวสต์เป็นคนเปิดฝาออกและเทน้ำลงใส่แก้ว ก่อนจะเลื่อนให้เธอ

วาเลอรีแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปนั้น หากพอสบตาอีกฝ่าย เธอเห็นความไม่พอใจเต็มเปี่ยมจึงค่อยรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้ทำทุกอย่างเพราะอยากทำ แต่สถานการณ์บังคับ

“ขอบคุณ” สาวผมเข้มกล่าวเบา ๆ  และถอนหายใจอย่างอ่อนล้า ยาสลบขนานแรงยังทำให้เธอเพลีย ผสมผสานกับความรู้สึกซึ่งถูกบั่นทอนไปเรื่อยด้วยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง หญิงสาวไม่รู้สึกอยากอาหารนักจึงได้แค่นั่งจ้องแพนเค้กกับไข่ออมเล็ต

“ทำไมไม่กิน”

“ฉันไม่หิว”

“เธอไม่ได้กินข้าวมาสิบกว่าชั่วโมงแล้ว เรย์” น้ำเสียงของเขาเริ่มมีอารมณ์

“อย่าทำตัวยากนัก กิน!”

แน่ล่ะว่าวาเลอรีก็ไม่ได้อยากจะนั่งรับคำสั่งของเวสต์ตลอดเวลา แต่ความขัดแย้งในบรรยากาศยังมากเกินกว่าที่เธอจะยอมทำทุกสิ่งได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร ต่อให้การกินอาหารจะช่วยเธอฟื้นแรงกลับมา เธอก็ตักอาหารด้วยท่าทางจำใจอย่างมาก

ไม่มีบทสนทนาอีก เวสต์นั่งกอดอกมองอีกฝ่ายกินอาหาร ในหัวของเขาเดือดดาลให้การตัดสินใจของซาเวียร์จะทิ้งเขาไว้ที่นี่เพื่อเฝ้าวาเลอรี เรย์ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเป็นสัปดาห์หัวเลี้ยวหัวต่อของภารกิจ พวกเขาเข้าใกล้เป้าหมายไปทุกขณะ งานสำคัญเช่นนั้น เขาต้องการจะรู้ทันทุกสถานการณ์ ไม่ใช่รอฟังคำบอกเล่าหรืออ่านรายงานของเพื่อนร่วมทีม

เขาอยากจะออกไปทำงานนอกฐาน แต่เพราะวาเลอรีคนเดียวที่ทำให้เขาติดแหง็กอยู่ที่นี่

บางทีเขาควรจะจับเธอกลับไปขังอยู่ในห้อง แล้วต่อให้เธออยากจะโขกหัวใส่พื้นจนตายก็แล้วแต่เธอ!

“แล้วนายกินข้าวหรือยัง”

ประโยคนั้นทำให้อารมณ์ซึ่งกำลังคุกกรุ่นของชายหนุ่มชะงัก ดวงตาสีฟ้าซึ่งสบกับเขาสะท้อนความห่วงใยที่ไม่เสแสร้งจนชายหนุ่มสับสน วาเลอรีกระพริบตาเมื่อเห็นว่าเวสต์นิ่งไป ก่อนจะก้มหน้ากินอาหารของเธอต่อช้า ๆ

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”

พอจะรู้หรอกว่าเขาคงตอบอย่างนี้ หากมันก็ยังเจ็บลึกทุกทีที่เธอถูกเตือนความจำจากอีกฝ่ายว่าเขาไม่ได้มองเห็นเธออย่างที่เธอมองเขา วาเลอรีกลืนอาหารลงคอแล้วยกแก้วน้ำดื่มตาม ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ  

“ขอบคุณ ฉันอิ่มแล้ว”

เขาเลิกคิ้ว มองอาหารที่เหลือมากกว่าครึ่งจานก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “กินให้หมด”

“ฉันไม่อยากกิน”

“ฉันไม่เคยถามว่าเธออยากหรือไม่ ฉันรู้ว่าร่างกายเธอต้องการอะไร และเธอควรจะทำอย่างนั้น”

อีกครั้งที่ได้แค่ถอนหายใจเพราะนั่นคงเป็นการคัดค้านเดียวที่วาเลอรีจะสามารถแสดงออกมาได้ หญิงสาวหยิบช้อนส้อมขึ้นมาอีกทีเพื่อจัดการอาหารเช้าอย่างที่เวสต์สั่งจนหมด

แล้วทั้งคู่ก็ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมห้องแห่งนั้น

วาเลอรีไม่กล้าเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย เธอมองจานเปล่านั้นอยู่เนิ่นนานจนร่างสูงของเขาลุกจากเก้าอี้และคว้ามันไป เวสต์ดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นตาม

“นายไม่จำเป็นต้องคุมฉันขนาดนี้ก็ได้”

“งั้นเหรอ” เขาหัวเราะเยาะและก้าวไปวางจานลงที่อ่าง ก่อนจะหมุนก๊อกน้ำล้างมัน

“เธอมีเวลาพิสูจน์ตัวเองว่าเธอจะอยู่ที่นี่ได้โดยไม่สร้างปัญหา” เขากล่าว “ตราบใดที่เธอยังทำอย่างนั้นไม่ได้ เธอก็จะไม่มีอิสระ”

วาเลอรียืนกุมมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ยังเจ็บแผลที่ข้อมือ เธอมองรอยบาดของโซ่กุญแจที่ไม่ได้ถูกพันผ้า สะเก็ดสีอ่อนเริ่มปกคลุมแผลแต่เธอยังเจ็บไม่หาย หญิงสาวเม้มปากเมื่อเขาตอกย้ำว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากที่จะทำตามเวสต์ต้องการ เธอจึงไม่ตอบโต้คัดค้านคำพูดเขา

หาทางทำใจยอมรับความจริงคงจะง่ายกว่าหรือเปล่า?

วาเลอรีมองแผ่นหลังของอีกฝ่าย ร่างสูงที่เธอคุ้นเคยไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไป แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ  ซึ่งเขาเคยดีกับเธอ วาเลอรีจะไม่ได้สามารถเข้าใจความซับซ้อนของอัลดริกได้ทั้งหมด หากเธอเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนที่ใจร้ายหรือไร้เหตุผลตลอดเวลา

แล้วผู้ชายซึ่งยืนต่อหน้าเธอคนนี้จะเหมือนกับเขาได้หรือ? ในเมื่อเขาพูดย้ำบ่อยครั้งว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอคิดว่าเขาเป็น เขามองเธอเป็นเพียงสิ่งของและเป็นเพียงงาน อย่างใดอย่างหนึ่งตามแต่เขาจะอยากให้เธอเป็น

แล้วเธอควรจะทำใจได้อย่างไร?

น้ำตาซึม เธอรีบเช็ดมันออกจากใบหน้า หากนั่นไม่อาจหลุดพ้นสายตาของอีกฝ่ายไปได้เมื่อเวสต์หันกลับมาพอดี เขามองความเศร้าซึ่งครอบงำอีกฝ่าย นิ่งไปเพราะไม่รู้ว่าเขาเกิดความรู้สึกใดกับภาพนั้น

เห็นใจงั้นหรือ?

มันประหลาดเกินไปที่เขาจะเกิดความรู้สึกสงสารผู้หญิงเพอราซที่ขายร่างกายแลกได้กับทุกอย่างเพื่อจะอยู่รอด เวสต์กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพาเธอออกไปจากห้องครัวนั้น

เขาไม่ได้อยากจะนั่งมองอีกฝ่ายร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน มันน่ารำคาญ และเขาก็รำคาญความรู้สึกของตนเช่นกัน ชายหนุ่มเลือกจะพาเธอกลับไปยังห้องตัวเองเพื่อความปลอดภัยและตัดสินใจหาหนังสือให้อีกฝ่ายอ่านทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะชอบหรือไม่ เขายัดเอาหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่ในห้องให้วาเลอรี แต่ไม่ได้คิดว่าเธอจะแสดงสีหน้าดีใจอย่างนั้น

“นายอ่านหนังสือของคาร์ดิแกนด้วยเหรอ”

อัลดริกหยุดขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรตอบรับ เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อเขียนรายงานภารกิจในคืนนั้นต่อไป ปล่อยให้วาเลอรีเปิดหนังสือไปเรื่อย ๆ  

“ทำไมเธอถึงรู้จักคาร์ดิแกน”

วาเลอรีแปลกใจกับคำถามของอีกฝ่าย ในเมื่อคาร์ดิแกนเป็นนักประพันธ์ชื่อดังของประเทศที่นักเรียนทุกโรงเรียนต้องได้อ่านงานเขียนของเขา และคำถามแปลก ๆ  นั่นขุดให้เธอสงสัยกับสิ่งที่เขาบอกเธอขึ้นมาไม่ต่างกัน

“แล้วฉันเป็นคนยังไงตอนที่นายเจอ” เธอถามบ้างและเงียบไปชั่วครู่อย่างชั่งใจ “อิเล็กเซอร์คืออะไร?”

“สถานบริการงั้นเหรอ” วาเลอรีสันนิษฐานต่อ เพราะโสเภณีจะอยู่ที่ไหนได้นอกจากสถานบริการ

รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าอ่อนละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาพับมันลงเพื่อพักการเขียนและลุกจากเก้าอี้ ตรงไปยังเตียงที่หญิงสาวนั่งอ่านหนังสืออยู่

“มันยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะรู้” เวสต์กล่าวเสียงเบา

“ทำอย่างที่ฉันบอก ทำงานของเธอให้บรรลุเป้าหมาย แล้วเธอจะได้รู้ทุกอย่างที่เธอต้องการ”

 ดวงตาของเขาสะท้อนอารมณ์ที่เธอไม่เข้าใจนัก วาเลอรีเบือนหน้าหนี หันสมาธิกลับไปยังหนังสือในมือ แต่การที่นั่งอยู่ใกล้อีกฝ่ายทำให้เธอมีสมาธิน้อยลงมาก

เพราะความรู้สึกเดิมที่ยังไม่ได้จางลงไป เพราะมันเป็นอย่างที่เวสต์บอกเธอไว้ เธอไม่อาจจะแยกแยะได้ว่าผู้ชายในความคิดของเธอไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่เธอเห็น และนั่นช่างน่าละอายใจ

“แล้วงานที่แท้จริงของฉันคืออะไร”

มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา

“เวสต์ ฉันต้องทำอะไรเพื่อจะได้รู้เหตุผลทุกอย่าง”

ชายหนุ่มเข้าใจสิ่งที่วาเลอรีสื่อ เธออยากรู้จุดประสงค์ที่แท้จริง แต่เขาไม่ต้องการบอกให้เธอรู้ทุกอย่างในตอนนี้ เขารู้ว่ามันยังยากเกินไป

“ทำตามที่ฉันบอกไปเรื่อย ๆ  ...คิดว่าเธอทำได้ไหม”

“โดยไม่คัดค้านงั้นเหรอ?” เธอย้อน

“เธอคิดว่าเธอทำได้หรือเปล่า” เวสต์จึงตอกย้ำคำถามของเขา และนั่นทำให้วาเลอรีนิ่งเงียบ เธอข่มตาลงและส่ายหน้าอย่างสับสน

“ฉันไม่รู้”

“ฉัน...” เธอกัดปากตัวเองเพื่อพยายามระงับความรู้สึกอ่อนแอให้จางหาย ก่อนจะผุดลุกจากเตียงเพื่อไปวางหนังสือลงบนโต๊ะข้าง ๆ  และทรุดลงนั่งกอดเข่าข้างเตียงนั้น

เธออยากอยู่คนเดียวเหลือเกิน แต่รู้ว่าการทำตามสิ่งที่เวสต์บอกย่อมจะไม่รวมถึงสิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องสละความเป็นตัวของตัวเอง สละทุกอย่างเพื่อที่จะเชื่อฟังในคำพูดของเขาเท่านั้น เพราะมันคือทางเดียวที่เขาบอกว่าเขาจะให้ความจริงกับเธอในท้ายที่สุด

วาเลอรีก้มหน้าลงฝ่ามือ ในความเงียบงันชั่วคราวนั้นเองที่เสียงแห่งเหตุผลตอกย้ำเธอ

เขาไม่ใช่ผู้ชายที่เธอรัก...

เขาไม่ใช่อัลดริก เวสต์คนนั้น

หยุดใช้ความรู้สึกแล้วเริ่มใช้ความคิดในการตัดสินใจเสียที!


*******

Writer Talk - เครียดมาตั้งนาน นี่ตาเวสต์จะอ่อนโยนไปได้อีกแค่ไหนคะเนี่ย ==;

เต้มาอัพให้อ่านกันยาวหน่อย จะได้ต่อเนื่องนะคะ :)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น