ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 26 สะสางแทนเมีย 70%

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 สะสางแทนเมีย 70%

คำค้น : โรแมนติก แฟนตาซี,ปีศาจ,อิโรติก,เทพนิยาย,พระเอกหื่น,เย็นชา'พระเอกเป็นปีศาจ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2561 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 สะสางแทนเมีย 70%
แบบอักษร

เสียงเพลงดังกระหึ่มเร้าให้เหล่าผู้คนที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกายให้โยกย้ายตามจังหวะของดนตรี แสงสีลายตาและกลิ่นสุราเคล้ากลิ่นบุหรี่ทำให้มุจลินท์รู้สึกเวียนศีรษะ ร่างงามในชุดเสื้อปาดไหล่สีเทาและกางเกงยีนส์สีเข้มดูโดดเด่นเป็นที่จับตามองแม้เจ้าตัวไม่ได้แต่งตัวล่อเสือล่อจระเข้ ด้วยสัดส่วนที่งดงามบวกกับใบหน้าที่สวยสะดุดตาจนใครมองต้องเหลียวหลัง ยิ่งหญิงสาวมีเรือนผมที่ยาวสลวยยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาหนุ่ม ๆ

มุจลินท์นั่งเฝ้าโต๊ะและคอยมองตามเพื่อนตลอดไม่ให้คลาดสายตาเช่นกัน เธอไม่แตะเครื่องดื่มใด ๆ นอกจากน้ำเปล่าที่ตัวเองพกมาด้วย แม้จะมีหนุ่ม ๆ แวะเวียนมาชนแก้วทำความรู้จักในเชิงจีบเธอก็ปฏิเสธไปทุกรายด้วยประโยคเดิม ๆ ว่า “ฉันมีสามีแล้ว แล้วสามีก็โหดมาก”

แค่นั้นหนุ่ม ๆ ก็ต้องหอตกหิ้วแก้วของตัวเองกลับไปทุกราย

“เฮ้ย ๆ ๆ ดูผู้หญิงโต๊ะนั้นดิวะ โคตรแจ่มเลยว่ะ แถมยังนั่งคนเดียวด้วยเว้ยเฮ้ย”

“ไหนวะ”

ชายหน้าโหดมองตามสายตาเพื่อน...ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่มีแสงสีหลากสีกวัดแกว่งสร้างบรรยากาศสนุกสนาน หนุ่มหน้าโหดต้องขยี้ตารัว ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนเพ่งมองดี ๆ แล้วต้องชาวาบไปทั้งตัว

“เป็นไปไม่ได้”

“อะไรวะเข้ม สวยขนาดมึงตะลึงเลยหรอวะ” หนึ่งในเพื่อนที่มาด้วยกันเอ่ยแซวเมื่อเห็นเพื่อนถึงกับนิ่งไป ก่อนอีกคนจะแซวขึ้นมาเล่น ๆ

“สวยสู้น้องที่ตกหน้าผามั้ยวะ ฮ่า ๆ ๆ”

ชายที่ชื่อเข้มหันขวับมามองเพื่อนด้วยอาการยังช็อคไม่หายแต่ไม่พูดอะไร มีเพื่อนอีกคนชิงพูดก่อน

“ไอ้เชี่-บีม มึงจะพูดทำห่-อะไรวะขนกูลุกทั้งตัวไอ้สั-“

“อ้าว! ก็กูอยากรู้นี่หว่า ถ้าคนที่ตกหน้าผาสวยแบบนี้ต่อให้เป็นผีกูก็จะเอา...ว่าไงไอ้เข้ม น้องที่ตกหน้าผาที่มึงบ่นเสียดายว่าสวยนักสวยหนาสู้น้องโต๊ะนั้นได้มั้ยวะ”

เข้มเงียบไปซักพักก่อนเอ่ยขึ้นแข่งกับเสียงเพลงด้วยท่าทีลังเล

“เฮ้ยพวกมึง...กูก็ไม่รู้ว่ากูตาฝาดหรือกูเมา แต่ว่าผู้หญิงคนนี้หน้าแม่-โคตรเหมือนผู้หญิงคนนั้นเลยว่ะ”

“เชี่-!!!”

อีกสามคนที่เหลืออุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน ต่างขนลุกเกรียมอย่างไม่มีสาเหตุ หากเปิดไฟสว่างคงได้เห็นทั้งสี่หน้าซีดเป็นไก่ต้มแน่ ๆ

“เออ กูว่ามึงอาจจะเมาก็ได้ไอ้เข้ม ก็มึงบอกเองว่ามันโดดหน้าผากับตา แล้วหน้าผาสูงแบบนั้นแถมยังมืดด้วย ถ้ารอดตกหน้าผาก็ไม่รอดสัตว์ป่าอยู่ดี”

“ก็จริง...” ทุกคนเห็นด้วยกับบีม เข้มจึงออกความเห็นด้วยยังคาใจไม่หาย “งั้นเดี๋ยวกูจะลองไปคุยดู ถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้นมันต้องจำกูได้แน่เพราะมันเห็นหน้ากูเต็ม ๆ”

ชายร่างบึกลุกจากโต๊ะของตัวเองเดินไปยังโต๊ะที่มีสาวสวยนั่งอยู่ ยิ่งเดินเข้าไหใกล้ ๆ เข้มยิ่งรู้สึกขนลุกซู่...ใบหน้าแบบนี้ไม่ผิดแน่...แต่เพื่อไม่ให้พลาดขอให้แน่จีกนิดเถอะ ถ้าใช่คราวนี้เขาไม่ปล่อยให้รอดเป็นครั้งที่สองแน่

“สวัสดีครับ มาคนเดียวหรอครับ”

“ฉันมีสามีแล้ว แล้วสามีฉันก็โหดมากด้วยค่ะ”

อีกฝ่ายตอบกลับทันทีโดยไม่เงยหน้ามองเขาด้วยซ้ำ แต่สำหรับเขาตอนนี้เชื่อเกินครึ่งเลยว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนเดียวกันกับที่กระโดดลงหน้าผาในคืนนั้นแน่

“แหม ใจร้ายจังนะครับ อย่างน้อยก็ชนแก้วกับพี่ซักแก้วสิครับ

มุจลินท์แปลกใจที่รายนี้ตื๊อกว่าที่คิด ใบหน้าสวยสะดุดตาสะดุดใจเงยขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่ซีเมลเพิ่งซื้อให้ไม่นานมานี้ เธอพยายามศึกษาวิธีการใช้แก่เบื่อแต่ทว่าก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาทักทายคิ้วสวยก็ขมวดทันที...เธอรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้เหลือเกิน...ฉับพลันภาพในคืนนั้นก็เลยเข้ามาในหัว

“อย่าคิดตุกติก ไม่งั้นเจ้านี่มันจะลั่นเอาได้”

เสียงพูดคุยดังเล็ดลอดมาจากตรอกที่ปกติแทบไม่มีคนอยากเข้าไปแต่ทว่ามันเป็นทางลัดที่จะทำให้เธอถึงหอพักได้เร็วขึ้นทำให้จำได้ผ่านทางนี้นาน ๆ ทีที่ต้องเลิกดึก หลังเสร็จจากทำงานพิเศษ ระหว่างทางที่กำลังจะกลับหอพัก เธอดันเห็นกลุ่มคนสามถึงสี่คนกำลังทำอะไรบางอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ด้วยความบังเอิญเธอไม่ได้ตั้งใจจะมองด้วยซ้ำ แต่หนึ่งในนั้นก็ดันเจอเธอเข้าพอดี

“ชิ-หายล่ะ มีคนเห็นเว้ย*!**”*

ซวยล่ะ*!* มุจลินท์ตะโกนร้องในใจก่อนตัดสินใจรีบวิ่งจ้ำอ้าว ทว่าก็ช้ากว่าคนที่วิ่งตามมาด้วยความรวดเร็วก่อนเข้าประชิดตัวเธอพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีของแข็งจ่ออยู่ที่บริเวณเอวด้านหลัง

“ถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็หุบปาก แล้วก็ทำตามที่สั่ง เข้าใจมั้ย*!**”*

ชายฉกรรจ์ในชุดดำสั่งแกมขู่ มุจลินท์ตัวสั่นไม่กล้าขยับ ในหัวคิดอะไรไม่ออกนอกจากความกลัว วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของเธอแท้ ๆ ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย มันจะทำอะไรเธอ ฆ่าปิดปาก?...หรือข่มขืนแล้วฆ่า? แม่จ๋า ช่วยลินด้วย ใครก็ได้...เอาวะ*!*

“ช่วยด้ว-”

ปึก*!*

กำปั้นหนัก ๆ ต่อยเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรงไม่มีปราณี เจ็บ...ร่างบางทรุดฮวบพร้อมกับสติที่ค่อย ๆ พร่าเลือน เรี่ยวแรงไม่หลงเหลือแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือ ร่างของเธอถูกอุ้มโยนไปบนเบาะหลังที่นั่งคนขับ แม้อยากจะหนีแต่ก็ทำไม่ได้ด้วยเรี่ยวแรงยังไม่กลับคืน

“ถ้าทำตามที่บอกก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว เสือกเรื่องคนอื่นมันก็ต้องโดนแบบนี้แหละ”

ชายโฉดพูดขึ้นหลังจากที่รถเริ่มเคลื่อนตัวพลางมองร่างงามผ่านกระจกหลัง แววตาของมันวาววับเมื่อจ้องไปยังสัดส่วนที่งดงามไม่แพ้ใบหน้า แม้จะผอมและดูโทรมไปหน่อยแต่ก็ยังถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว...

บริเวณรอบ ๆ เงียบสงัดและมืดสนิท มีเพียงเสียงจากเครื่องยนต์และไฟจากหน้ารถเท่านั้น ซ้ำถนนหนทางยังเป็นทางลูกรัง...ที่นี่ที่ไหน? ใครก็ได้ช่วยด้วย แม่จ๋าลินกลัว...ถ้าลินเป็นอะไรไปแม่จะอยู่ยังไง ใครก็ได้...ช่วยด้วย

ความกลัวที่มีในใจไม่เท่าความห่วงใยต่อมารดา เธอและแม่เหลือกันแค่สองคน หากเธอเป็นอะไรไปแล้วแม่ล่ะ คงไม่มีใครตามหาเธอเจอแน่ เธอจะทำยังไงดี เธอยังไม่อยากตาย

รถจอดสนิทกลางป่าที่มืดครึ้ม มีเพียงแสงของพระจันทร์เต็มดวงที่ลอดผ่านต้นไม้สูงใหญ่เท่านั้น บรรยากาศหนาวเย็นยะเยือกผิดกับอากาศที่ร้อนระอุของกรุงเทพฯชวนให้รู้สึกขนลุก ร่างบึกบึนของชายชุดดำก้าวลงจากรถก่อนเปิดประตูฉุดดึงร่างงามให้ออกจากรถ

“อย่ามาอิดออด ไม่มีใครช่วยแกได้หรอก ถ้าฆ่าแกที่นี่ก็ไม่มีใครหาตัวแกเจอแน่ แม้แต่กระดูกแกก็จะไม่เหลือ”

บริเวณเขาลูกนี้ทั้งลูกคือป่าต้องห้ามที่ชาวบ้านในละแวกนี้หวาดกลัวด้วยมีคนพบศพและโครงกระดูกมากมายนับไม่ถ้วนโดยไม่มีสาเหตุ จึงเป็นสถานที่ทำเลดีที่เหล่าอาชญากรจะใช้ข่าวลือเรื่องผีปีศาจในการอำพรางศพ พวกที่คลุกคลีในวงการเดียวกันย่อมรู้จักป่าแห่งนี้ดี

มุจลินท์ไม่ได้สนใจว่าที่นี่คือที่ไหน เมื่อได้โอกาสเท้าเล็ก ๆ ทว่าเต็มไปด้วยแรงของความหวังว่าจะรอดถีบเข้าที่ท้องของชายร่างใหญ่จนอีกฝ่ายเสียหลักล้มไปกองกับพื้น ไม่รอให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาฆ่า มุจลินท์ใส่เกียร์หมาวิ่งจ้ำอ้าวไม่คิดชีวิต ในตอนนี้ของแค่ให้เธอรอดจากคนเลวก่อน เธอต้องยื้อให้ถึงที่สุด ป่านี่ตั้งกว้างใหญ่แถมต้นไม้ก็หนาแน่น ใจเธอไม่กลัวความมืด ภูตผี หรือสัตว์ป่าทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เธอกลัวตอนนี้คือคนจิตใจโหดเหี้ยมที่พร้อมจะฆ่าคนด้วยกันเพียงต้องการจะปกปิดความเลวของตัวเอง

“หยุดนะนังนี่”

ปัง*!*

“กรี๊ด*!!!**”*

ด้วยความตกใจเสียงปืนหญิงสาวจึงหลุดเสียงกรี๊ดก่อนสะดุดรากไม้หนาใหญ่จนร่วงไถลกองบนพื้น เป็นจังหวะให้ชายโฉดตามมาได้ทันรีบคว้าข้อเท้าเล็กเอาไว้แล้วฉุดเต็มแรงจนร่างบางไถลไปบนพื้นจนระบม

“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง”

เพี๊ยะ

ใบหน้าสวยหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกระด้าง มุจลินท์ชาไปทั้งใบหน้าด้านซ้ายและรู้สึกเจ็บแสบที่บริเวณมุมปาก กลิ่นคาวของเลือดทำให้เธอรู้ว่าไม่ใช่แค่เจ็บแต่เธอยังได้แผลมาเต็ม ๆ

ชายฉกรรจ์ในชุดดำรีบคร่อมร่างงามที่หมดท่าอยู่บนพื้น มือรีบเร่งปลดเข็มขัดเป็นพัลวันเพื่อรีบจัดการก่อนที่ตัวเองจะหมดความอดทนแล้วพลั้งมือฆ่าเหยื่ออันโอชะเสียก่อน เขาเองก็ไม่อยากมีอะไรกับคนตายแล้วเสียด้วย

“ปล่อยฉันไปเถอะนะฉันรอร้องล่ะ ฮือ ฉันสาบานว่าฉันจะไม่บอกใคร แล้วก็จะไม่เอาผิดอะไรคุณด้วย ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันเหลือแค่แม่คนเดียว ถ้าฉันเป็นอะไรไปแม่ฉันต้องเสียใจมากแน่ ๆ” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้น้ำตาอาบแก้มอย่างน่าสงสาร

“หุบปาก*!...มึงจะพูดหาพระแสงอะไรฮะ แม่มึงจะเป็นยังไงก็ช่างหัวแม่งสิมาบอกกูทำไม เสือกมาเห็นเองนี่หว่า ถ้าปล่อยมึงไปแล้วมึงไปบอกตำรวจกูก็ซวยสิวะ!**”*

“ไม่ค่ะ ฉันไม่บอกแน่นอน ถ้าคุณปล่อยฉันฉันสาบานว่าฉันจะไม่บอกใคร”

แควก*!*

“กรี๊ด*!!!**”*

แม้จะขอร้องอ้อนวอนซักแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังฉีกทึ้งเสื้อยืดของเธอทิ้งอย่างไม่ใยดีจนผิวนวลถูกบาดจนเป็นแผลเลือดซึม

ผิวขาวกระจ่างสะท้อนแสงจันทร์และสัดส่วนที่อวบอัดสวยงามซ่อนรูปทำให้คนใจโฉดต้องจ้องตาค้างพลางกลืนน้ำลาย ดวงตาคู่เหี้ยมมองเธออย่างโรคจิตทำให้เธอขยะแขยง มือเล็กวาดคลำไปรอบ ๆ อย่างเงียบ ๆ ก่อนจับโดนกิ่งไม้แห้ง ใจที่ไร้หนทางตอนนี้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง มุจลินท์อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายจ้องเธออย่างจะกลืนกินคว้ากิ่งไม้ท่อนใหญ่แต่ทว่าไม่ยาวนักฟาดไปบนศีรษะของชายโฉดเต็มแรงจนอีกฝ่ายล้มไปกองข้าง ๆ พร้อมกับน้ำเสียงโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

เธอไม่ได้อยากทำร้ายใคร แต่ถ้าเธอไม่ทำเธอก็ตาย อโหสิให้ฉันด้วยเถอะ

เธอต้องวิ่งอีกครั้ง และครั้งนี้เธอไม่คิดจะเหลียวหลัง หากเธอล้มเธอต้องรีบลุก นึกถึงใบหน้าเหมือนโรคจิตนั่นเธอก็รู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอ้วก ถ้าเธอต้องตาย เธอก็ขอเก็บครั้งแรกของเธอเอาไว้ดีกว่าถูกย่ำยีจากคนในโฉดใจมาร

“หยุดนะนังตัวแสบ*!**”*

“กรี๊ด*!**”*

เท้าเล็กใต้รองเท้าบ้าใบคู่เก่ารีบเบรกทันทีก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงลงไปยังหุบเหวที่ลึกจนมองไม่เห็นด้านล่าง คนที่ตามมาทีหลังจึงได้ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

“ฮึ*!* หมดทางหนีแล้วสินะ เข้าใจเลือกที่ดีนี่ ชอบแบบโล่ง ๆ ก็ไม่บอก” ร่างใหญ่บึกบึนที่ศีรษะเลือดไหลยังไม่หยุดก้าวเข้าหาร่างเกือบเปลือยแสนเย้ายวนอย่างช้า ๆ

“อย่าเข้ามานะ*!**”*

ดวงตาคู่สวยที่ยังงดงามแม้ในความมืดหลุบมองลงไปยังหุบเหวลึกข้างล่างสลับกับมองไปยังชายชุดดำที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ มองไปรอบตัวก็ไม่มีทางไหนให้หนี มีเพียงหน้าผาที่ขวางอยู่ตรงหน้า

ใบหน้าของมารดาแว่บเข้ามาในหัว มันทำให้เธอเลิกตื่นตระหนก รอยยิ้มและเสียงของแม่ทำให้เธอร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เพราะเธอคงทำให้แม่ต้องเสียใจซะแล้ว

ขอโทษนะคะแม่...

“เฮ้ย*!!!**”*

ร่างบางทิ้งตัวลงไปยังด้านล่างอย่างไม่ลังเล แม้จะกลัวแต่ก็ยังดีกว่าให้คนเลวมาย่ำยีความบริสุทธิ์ของเธอ ยังไงซะเธอก็คงไม่รอดคืนนี้ ดีจริงที่แม่เป็นร่างทรง หากเธอตายไปเธอค่อยไปบอกลาแม่ก็ได้ แม่คงโกรธเธอมากแน่ ๆ

และใช่...สุดท้ายเธอไม่ตาย

มุจลินท์อึ้ง ร่างของเธอสั่นขึ้นมาอย่างคุมไม่อยู่ เขาอยู่ที่นี่แล้วเขาจะมาตามฆ่าเธออีกใช่มั้ย ไม่นะ กรุงเทพฯไม่ใช่แคบ ๆ ทำไมเธอถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้

ไม่รอช้าหญิงสาวพาขาที่สั่นเทาเดินลุกไปจากโต๊ะหมายจะเดินไปหาเพื่อน แต่เมื่อเห็นชายคนนั้นตามมาเธอจึงตัดสินใจหักเลี้ยวไปอีกทางไปยังที่ที่มีคนหนาแน่นด้วยเกรงว่าหากมันรู้ว่าเธอมากับเพื่อน ดาหวันจะซวยไปด้วย

ตอนนี้ร่างของเธอสั่นจนรู้สึกชาไปหมด สมองของเธอขาวโพลนอีกครั้ง ความหวาดกลัวที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้เธอคิดอะไรไม่ออกแม้แต่อย่างเดียว หญิงสาวตัดสินใจเข้าไปหลบในห้องน้ำหญิงคิดว่าจะรอจนกว่าเพื่อนชวนกลับแล้วค่อยหาทางหลบออกไป แต่พอคิดดูอีกที หากพวกมันเห็นเธอกับเพื่อนคงจะไม่ดีแน่ นิ้วเรียวจึงกดส่งข้อความบอกเพื่อไปว่าขอตัวกลับก่อนเพื่อไม่ให้ดาหวันตามหาหรือรอเธอ ส่วนเธอ...ค่อยหาทางหนีเอาอีกที   



ฝากกดไลค์ กดติดตาม บวกคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์หน่อยนะคะ...ขอโทษน้าที่ไม่ได้ตอบคอมเม้น แต่อ้านทุกคอมเม้นทุกตัวอักษรเลยจ้า ​

ความคิดเห็น