miew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 39

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2561 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39
แบบอักษร

ในวันต่อมาข่าวของแซมและแก๊งฉลามขาวก็แพร่ไปทั่วทั้งในหนังสือพิมพ์ทีวีและอินเตอร์เน็ต มันคนสนใจข่าวนี้กันมาก ในเนื้อข่าวคือเรื่องของความขัดแย้งและการหักหลังกันเองในแก๊ง แซมได้รับบาดเจ็บและเกริกชัยหายตัวไป มีการปะทะกันอย่างดุเดือดถึงจะมีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเกริกชัยหนีไปได้หรือไม่ก็ตายไปแล้วแต่ไม่มีใครถามว่าเกริกชัยหายไปไหน แต่ในข่าวไม่มีการพาดพิงถึงใครอีกนอกจากคนในแก๊งเท่านั้น หลายคนที่อยู่นอกแก๊งจึงรอดตัวไป

“ โอ๊ะ. โอ๊ยยยยย เจ็บฉิบหายเลย อึก ” แซมร้องโอดครวญว่าเจ็บหลังจากหลับไปเพราะฤทธิ์ยาหลังผ่าเอากระสุนปืนออกจากหัวไหล่ตั้งแต่เมื่อวาน ธันที่นั่งเฝ้าอยู่ก็ลุกขึ้นมาดูอาการของแซมทันที

“ อย่าลุกหุนหันสิ จะลุกก็บอกจะได้ช่วย ดื้อจริงๆเลยนะ ” ธันบ่นให้แซมจนแซมมองค้อน ยิ่งป่วยแซมยิ่งงอแงและขี้งอน ธันเองก็นึกขำอีกคนอุตส่าห์ออกโรงไปจัดการเกริกชัยด้วยตัวเองแท้ๆสู้กันยังไม่ถึงสิบนาทีก็โดนยิงจนต้องมานอนโรงพยาบาลซะแล้ว

“ ขำอะไร แซมเจ็บอยู่นะ ธันขำแซมหรอ?! ฮึก ฮืออออ ” พูดไปเบะปากน้ำตาร่วงเผาะ เวลาป่วยขี้งอนขี้งอแงเป็นที่สุด ธันเลยต้องกอดปลอบใจกันยกใหญ่ คิดเอาเถอะคนหน้านิ่งอย่างธันต้องมาอยู่ในโมเมนต์อบอุ่นมันเป็นยังไง

“ ยังไม่ได้ขำเลยแค่ยิ้มเฉยๆ อย่าร้องสิโตแล้วนะ ร้องไห้เป็นเด็กไปได้ ” ยิ่งปลอบยิ่งร้องไปใหญ่ แผลก็เจ็บ แถมยังมาโดนดุอีก ส่งสายตาน้อยใจปนตัดพ้อน้ำตาไหลไปให้อีกคนก็ขำ หน้าน้อยใจนัก ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแล้ว ร้องไห้อย่างเดียวจนธันต้องมากอดปลอบพรางลูบหลังคนสะอื้นไห้

“ ฮึ่ก ฮึ่ก ฮืออออออ ธันใจร้าย ฮื่ออออออ ” แซมเป่าปี่ร้องไห้ไม่เลิก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้เหมือนกับเสียใจมาแล้วสิบปีเสียอย่างนั้น เหมือนทุกอย่างที่เก็บกักมันปะทุแตกออกมา จนธันตัดสินใจเอามือโอบข้างแก้มยกหน้าของแซมให้เงยขึ้นสบตามองหน้ากัน

“ ไหนดูหน่อย หึหึ ขี้มูกย้อยจะเข้าปากแล้วครับ หยุดร้องได้แล้วนะเด็กดี จุ๊บ! ” ธันทั้งพูดทั้งยิ้มให้แซมน้อยๆหยิบทิชชูเช็ดน้ำมูกให้พร้อมกับจุ๊บปากคนกำลังเบะร้องไห้ที่ธันแซวไปทีหนึ่ง จากที่แซมกำลังจะร้องอีกก็เปลี่ยนเป็นเขินมุดหน้าหนีเข้าอกธันแทน

“ ธันคนบ้า! ” เสียงพูดอู้อี้จากแซมทำให้คนหน้านิ่งอย่างธันยิ้มขำและยกมือลูบผมแซมอย่างเบามือ ใครจะคิดว่าแซมผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวหน้าแก๊งฉลามขาวที่คุมลูกน้องเกือบร้อยคนจะมานั่งทำตัวออดอ้อนอ่อนแอต่อหน้าธัน ทั้งที่เมื่อก่อนมีแต่คนมาอ้อนแท้ๆ ถ้าจะเท้าความหาเรื่องราวทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น



-ย้อยความก่อนหน้านี้หลายเดือนก่อน-**

...... ก่อนที่จะเกิดเรื่องของขิงและลินไม่กี่วัน ธันช่วยเคลียร์งานของกรให้เข้าที่เพราะงานที่รั่วไหลออกไปนั้นมันหลายงาน วันนี้ธันกับกรออกมาดูสินค้าที่สั่งผลิตไว้มากมาย แต่ระหว่างนั้นกรกับธันเจอแซมถูกไล่ล่าโดยบังเอิญ

แซมหนีออกมาจากบ้านของตัวเองเพราะถูกหักหลังจากคนใกล้ชิดและพวกนั้นวางแผนมานานแล้ว กว่าที่แซมจะรู้ตัว ทุกอย่างก็ถูกชิงไปหมด แม้แต่บ้านของตัวเองยังโดนเอาไป เอกสารหลายๆอย่างที่แซมเซ็นมันถูกสอดมาด้วยเอกสารที่ดินบ้านและโรงงานบางส่วนของแซม แต่คนที่จะได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่นั้น คนที่ครองตำแหน่งปัจจุบันต้องตายซะก่อนหรือถูกแต่ตั้งจากรุ่นปัจจุบันนี่คือกฏของแก๊งแซม แซมเลยถูกตามฆ่า คนใช้และแม่บ้านคนสวนรวมทั้งการ์ดของแซมตายหมดภายในวันเดียว



“ แฮ่กๆ อึก! โอ๊ย!!! ” แซมวิ่งหนีพวกทรยศมาสองวันแล้ว ไม่มีแม้แต่เวลานอน แต่แซมจะตายตอนนี้ไม่ได้ ถ้ารอดไปได้แซมจะกลับมาเอาคืนพวกมันทุกคน แต่ขณะที่แซมกำลังวิ่งหนีอยู่นั้น แซมก็วิ่งชนใครไม่รู้เพราะไม่ได้มองเข้าเต็มๆ เพราะมัวแต่มองว่ามีใครตามหลังมารึเปล่าเลยวิ่งชนคนข้างหน้าจนตัวเองเป็นฝ่ายล้ม แต่คนถูกชนกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลย

“ นาย..... ” ธันที่เดินตามหลังกรถูกคนวิ่งชนอย่างแรงแต่ธันก็ไม่ถึงกับล้ม พอมองดูว่าใครชนก็รู้ได้ทันทีถึงสภาพจะมอมแมมเหมือนลูกหมาหลงทางก็เถอะ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงคนวิ่งตามมาก็ตะโกนขึ้นก่อน

“ มันอยู่นั้น!!! จับมันเป็นให้ได้!!! ถ้าจับเป็นไม่ได้ก็ฆ่ามันให้ตายแล้วเอาศพไปให้นาย!!!! ไปเร็ว!!! ” พวกลูกน้องของใครบ้างคนพูดขึ้นแล้ววิ่งตรงมาที่ธันกับแซมอยู่แล้วยกปืนขึ้นเล็งยิงใส่ทันที

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

แซมถูกธันกระชากแขนหลบลูกกระสุนปืนอัตโนมัติ กรกับลูกน้องคนอื่นๆเองก็หลบลูกปืนไปอีกทางแล้วก็ยิงโต้กลับไป ทั้งสองฝั่งยิงกันอุดตะหลุด แซมทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย หนีมาสองวันแล้วข้าวก็ไม่ได้กิน นอนก็ไม่ได้นอน แต่ยังก็ไม่อยากตายตอนนี้ด้วย

“ คุ้มกันคุณกรขึ้นรถ!! ” เสียงปืนยิ่งสวนกันแต่ฝั่งของกรได้เปรียบ เพราะฝีมือที่ดีกว่าทำให้ฝั่งนั้นที่มีคนเกือบสิบคนต้องเรียกพวกมาเสริม ทั้งที่ฝั่งกรมีแต่สี่ห้าคนเอง

ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!

“ ขึ้นไปถ้ายังไม่อยากตายอยู่ที่นี่!! ” ธันยิงสะกัดแล้วพูดบอกกับแซมเสียงดัง แซมไม่รอช้ารีบขึ้นรถไปนั่งข้างกรทันที ตอนนี้ศักดิ์ศรีเก็บมันไว้ก่อน เอาชีวิตให้รอก่อนค่อยว่ากัน

ปึก!! บรึ้น!!!! เอี๊ยด!!! บื้น!!!

รถของกรและลูกน้องที่ตามคุ้มกันออกรถกันเสียงดังจนล้อรถเบียดเสียดสีไปกับถนนจนเกิดเสียงดัง

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

“ โถเว้ย!! มันรอดไปได้ รายงานนายด้วยว่ามันหนีไปกับแก๊งเหยี่ยวดำ!! ” ลูกน้องของฝั่งที่ล่าแซมสบทอย่างหัวเสียที่ไม่สามารถจับหรือฆ่าแซมได้ แซมหนีรอดไปได้ในที่สุดและลูกน้องของเกริกชัยก็คว้าน้ำเหลว คนของแซมเองส่วนหนึ่งก็แปรพรรคไปอยู่กับเกริกชัยเพราะเงินที่เกริกชัยซื้อตัวไป


“ หมดสภาพเลยนะ หัวหน้าแก๊งอย่างแกทำไมโดนไล่กวดซะหมดท่าอย่างนี้ล่ะ หึ! ” นั่นเป็นคำถามแรกหลังจากที่ขึ้นมาบนรถของกรซึ่งธันนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับและแซมนั่งเบาะหลังกับกร

“ อย่ายุ่ง จอดรถได้แล้วฉันจะลง ” แซมพูดเหวี่ยงกรและร้องบอกให้คนขับจอดรถ แต่สภาพแซมนั้นหลับกลางอากาศได้ทุกเมื่อเพราะร่างกายขาดการพักผ่อนและอาหาร แต่แซมก็ยังไม่ยอมวางศักดิ์ศรีที่ทิ้งไปก่อนขึ้นรถ ไม่อยากรับความช่วยเหลือจากกรหลังจากที่หนีมาพ้นพวกนั้นมาแล้ว

“ จะตายอยู่แล้วยังจะมาอวดเก่ง ธันฉันให้นายดูแลไอ้เด็กนี่ด้วย หาที่อยู่และหาคนคุ้มกันให้ไอ้เด็กนี่ด้วยนะ ” กรพูดขึ้นอย่างไปใส่ใจ ถือว่าช่วยลูกหมาตาดำๆ แต่ใครจะคิดว่าการช่วยแซมในครั้งนี้คือการหาเมียให้ลูกน้องตัวเองไปด้วยในตัว

“ ครับ ผมจะทำตามที่สั่ง ” และธันก็รับคำสั่งของกร อันดับแรกคือหาที่อยู่ให้ซึ่งที่อยู่ที่ว่านั้นก็คือคอนโดมิเนียมของธัน มันกว้างและใหญ่ที่สามารถอยู่ด้วยกันสองคนได้สบาย คอนโดที่ธันซื้อไว้เป็นแบบ หนึ่งห้องนอน สองห้องน้ำ มีโซนรับแขกที่ติดกับโซนห้องครัว หรูหราแต่เรียบง่ายใช้งานสะดวกตามสไตล์ของธันเอง การรักษาความปลอดภัยจากภายนอกนับว่าดีเยี่ยมแต่ก็ไม่ได้กันคนจากภายในหนีสักหน่อย ระบบล็อกของประตูมีแบบทั้งแบบรหัสผ่าน กุญแจและคีย์การ์ด

เมื่อได้รับการช่วยเหลือโดยที่แซมไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ก็ทำให้แซมอยู่ไม่ค่อยสุขนัก แซมหาทางหนีตลอดเวลาแต่ก็ไม่เคยหนีรอดไปได้ เมื่อนานวันเข้าการอยู่ในห้องเฉยๆแซมก็เริ่มที่จะเบื่อ เพราะถูกคนหน้านิ่งอารมณ์หุ่นยนต์อย่างธันห้ามปรามตลอด จนแซมเริ่มที่จะหงุดหงิดและเบื่อขึ้นเรื่อยๆ


“ อยากออกไปข้างนอก ” แซมนั่งกระแทกตัวลงโซฟาในโซนของห้องรับแขก วันนี้ธันทำงานอยู่ในห้องเพราะบางวันก็กลับช้า วันนี้เคลียร์งานไม่เสร็จจึงเอากลับมาทำด้วย และช่วงนี้แซมเองก็พูดเรื่องออกไปข้างนอกหลายต่อหลายครั้งจนธันเริ่มอยากจะเอาแซมไปปล่อยวัดปล่อยป่าแล้วเหมือนกัน

“ วันนี้จะพาไปผับ แต่อย่าคิดหนีเพราะพวกนั้นมันยังไม่เลิกตามตัวนาย เข้าใจที่พูดมั๊ย ” แซมแอบเบะปากใส่ธันที่รู้ทันว่าตนเองกำลังคิดจะหนีจากที่นี่ไป แต่ถ้าหนีออกไปได้ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่รอดกี่วันเพราะแซมไม่มีเงินติดตัวมาแล้ว บ้านก็กลับไปไม่ได้อีก แซมเลยต้องอยู่กับธันต่อไปก่อน ถึงจะนอนในห้องเดียวกันแต่ไม่ได้นอนเตียงเดียวกันเพราะห้องนอนของแซมมีเตียงเสริม แซมเลยคิดว่าก็พออยู่ได้ แต่ให้อยู่เฉยๆมันน่าเบื่อ แซมยิ่งเป็นคนชอบเที่ยวชอบสังสรรค์อีกด้วย

“ ไม่หนีหรอก! ไปอาบน้ำก่อนนะ ” แล้วแซมก็วิ่งไปอาบน้ำที่ห้องน้ำในห้องนอน ตอนมาอยู่แรกๆเสื้อผ้าแซมใส่ของธัน ถึงจะตัวสูงไล่เลี่ยกันแต่ธันตัวหนากว่าแซมมาก แต่ตอนนี้ธันซื้อไซซ์ของแซมมาให้แล้ว และคืนนี้แซมคิดว่าจะออกไปปล่อยผี และหาสาวสวยเข้าห้องน้ำผับด้วยกันสักคน


...................30%.................

แก๊งฉลามขาวก็ไก่กามากเนอะ แซมหนีออกมาได้ตั้งครึ่งปีกว่าจะหาเจอ หรือเป็เราเองที่แต่งเกินจริงแบบฉิบหายวายป่วง มาให้ก่อนนะจ๊ะ เราเอาอดีตความเป็นมาของอารยธรรมก่อนแซมจะเป็นเมียพี่ธันมาให้อ่าน เราก็เว่อร์เกินอีกแล้วเนอะ เราจะย้อนอดีตรักคู่นี้ก่อนเด้อ เรื่องของเฮียกรยังไม่คลี่คลายเพราะยังบ่ได้จัดการสองพ่อลูกอสังหาริมทรัพย์เลย ยังไงก็อย่าพึ่งหัวร้อนกันนะที่รัก รอเราหน่อยเรื่องมันแต่งอยากขึ้นเพราะหาที่ยัดของคู่นี้บ่ได้ เราจะคืนความสุขให้ประชาชนของเรา เราจะรีบมาต่อ แฮร่!!! 😝 แล้วเจอกันที่รัก ❤️💛



........................................


...... ต่อ ......

[เราปรับเปลี่ยนช่วงย้อนตอนแรกๆนิดหน่อยนะคะ ขอบคุณคุณนกน้อยในกรงทองที่สังเกตเห็นว่าเนื้อเรื่องไม่ตรงกับตอนที่แต่งก่อนหน้านี้ มีอะไรที่มันไม่ตรงกันก็ท้วงติงเราได้เลยนะค่ะ เนื้อเรื่องตอนย้อนนี้อาจจะไม่ตรงตอนที่โผล่ๆมาร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ 😊*]*


-ที่ผับ-

ตอนนี้ธันกับแซมมาถึงผับแล้ว ผู้คนคึกคักวาดลวดลายกันอย่างเมามัน ผับที่มีทุกอย่างครบวงจร แต่ไม่ใช่ผับมั่วยามั่วเซ็กส์หรอก ถ้าอยากมีเซ็กส์แค่เปิดห้องวีไอพีชั้นบน ไม่งั้นก็ในห้องน้ำในผับ แซมเคยมาผับของกรแต่ไม่บ่อยครั้งนัก ก็นะคนเกลียดขี้หน้ากันก็ย่อมไม่อยากเห็นหน้ากันเป็นธรรมดา

“ ขออยู่ข้างล่างนี่นะ ” แซมยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูของธัน เพราะถ้าจะตะโกนพูดกันก็กระไรอยู่ ข้างนอกเสียงไม่ดังมากแต่ข้างในพูดกันทีต้องพูดติดหูของอีกฝ่ายไม่งั้นก็ไม่ได้ยิน แต่บางโซนก็ไม่ได้เสียงดังมากนัก

“ ขึ้นไปข้างบนก่อน ค่อยลงมาพร้อมกัน ” เสียงทุ้มนุ่มดังอยู่ข้างหูของแซม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสียงของธันเซ็กซี่มาก แต่ด้วยความหน้านิ่งหน้าตายเลยไม่ชวนเข้าไกล้กระมังแต่ธันเป็นคนที่หล่อและดูดีมากซึ่งแซมไม่อยากจะยอมรับข้อนี้เลย ตั้งแต่เดินเข้าผับมา สาวๆและหนุ่มหน้าหวานส่งสายตาเชิญชวนมาให้ธันอยู่มาโขแต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจใยดีใคร เรียกว่าไม่สนโลกเลยจะดีกว่า

“ ก็ได้ งั้นเดินไปเร็วๆสิ ” แซมพูดง่ายกว่าทุกวัน แหง่งแหละกว่าจะได้ออกมา ยากยิ่งกว่าจับได้ใบดำอีก เลยต้องทำตัวเป็นคนดีว่าง่ายจึงตามธันไปแต่โดยดีไม่มีว่าต้องบังคับ แซมเดินตามธันจนถึงที่ห้องทำงานของกร กรนั่งเช็ครายรับรายจ่ายของผับอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่

“ ตรวจสอบเรียบร้อยดีมั๊ยธัน เพราะผับคู่แข่งของเราสั่งไวน์ที่เราจะเอาเข้ามาเปิดตัวตัดหน้า แถมยังเปิดกึ่งผับกึ่งคาสิโนด้วย เราเองก็ใช้ระบบเดียวกันมันชักรู้มากเกินไปแล้ว ” กรพูดขึ้นหลังจากที่ธันเดินเข้าห้องเอาเอกสารบางส่วนไปให้กร

“ เรียบร้อยครับ แต่ไม่มีอะไรผิดปกติครับ ตรวจสอบกล้องทุกตัวแล้วไม่มีใครเข้าออกห้องทำงานห้องนี้เลยครับ และไม่มีการตัดต่อคลิปกล้องวงจรแน่นนอนครับ ” กรเครียดนิดหน่อยที่หาตัวคนร้ายไม่ได้ แต่มันก็ไม่ทำให้กิจการผับของกรย่ำแย่หรอก เพียงแต่เสียความรู้สึกที่มีคนกล้ามาหยามกันขนาดนี้ เอาความลับของกรออกไปขายได้มันไม่ใช่ธรรมดาเลย

“ ฉันแค่อยากจะจัดการหนูสกปรกที่บังอาจมาแทะเล็มฉันเท่านั้น แล้วนั่นพาออกมาด้วยทำไม เดี๋ยวก็โดนจับฆ่าหมกข้างทางแถวผับนี่หรอก ยิ่งทำตัวเซ่อซ่าไม่ระวังตัวแบบนี้แล้วด้วย ” กรเห็นแซมเดินเขามาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่ว่าไว้ใจให้มาฟังเรื่องภายในหรอก แต่เพราะแซมติดแหง่กอยู่กับธันแบบนี้ รับรองว่าไม่สามารถหลุดรอดมือขวาของเขาออกไปได้แน่นอน

“ เหอะ!! ฉันดูแลตัวเองได้หรอก แค่นี้หมาแมวพวกนั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอกนะ ” แซมพูดเสียงขึ้นจมูกแบบฉุนๆ แซมไม่ได้ลามปามหรือพยายามทำตัวให้ขวางโลกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จะว่าดีขึ้นก็นิดหน่อยล่ะนะ แซมได้แต่นั่งกอดอกหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา ธันได้แต่ส่ายหัวให้กับความเด็กของแซม

“ เอาเถอะ ไปพักได้แล้วธัน ฉันก็ว่าจะไปพักเหมือนกัน วันนี้นอนที่ผับนี้แหละ ” กรเอนหลังไปกับเก้าอี้และหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว หัวหมุนกับงานจนไม่เป็นอันนอนเลยทีเดียว

“ ครับ ” ธันตอบรับกร ส่วนแซมก็เด้งตัวลุกจากโต๊ะอย่างเร็วเพราะจะได้ไปดื่มและคุยกับสาวๆสมใจแล้วไม่ต้องมาต่อปากต่อคำเจ้าของผับ แซมเดินออกจากห้องของกรก่อนธันซะอีก ธันก็เดินตามออกไปและลงไปชั้นล่างของผับกับแซม





....

“ ของนั่งด้วยคนนะค่ะ ” สาวสวยในชุดรัดรูปสีดำมีเสน่ห์น่าค้นหาเดินเข้ามาขอนั่งกับธัน อ่านไม่ผิดหรอกหลายคนแล้วที่มาของนั่งข้างธันอย่างกับมาล่ารางวัลอะไรสักอย่าง ทั้งที่ธันก็แค่นั่งจิบเหล้าหน้าเรียบๆนิ่งๆแต่สาวๆกับเวียนมานั่งด้วยหลายคนแล้ว ซึ่งมันทำให้แซมหัวเสียเพราะตั้งแต่นั่งอยู่ด้วยกันแซมยังไม่ได้สาวนั่งข้างตัวสักคน เขาหมดเสน่ห์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แซมยังถามตัวเองในใจอยู่เลย

“ ........ ” ธันปรายตามองสาวเจ้าหล่อนนิดหน่อยอย่างไม่สนใจว่าเธออยากจะนั่งหรือคุยอะไรด้วย ท่วงท่าการจิบของมึนเมาของธันช่างน่ามองและชวนหลงใหล ทำเอาคนสวยที่นั่งข้างๆมองจนจะกลืนกินธันไปทั้งตัวแล้วตอนนี้

“ จะไม่ทำความรู้จักกันหน่อยหรือคะ ” เธอโครงเหล้าในแก้วและนั่งในท่าสบายพร้อมกับพูดขึ้นเพื่อให้ธันสนใจสาวสวยอย่างเธอบ้าง ความเฉยชาของธันช่างดูเร่าร้อนเหลือเกิน และนั้นก็สร้างความหมั่นไส้ให้แซมเป็นอย่างมาก เขาไม่ดูสะดุดตาสำหรับเธอเลยหรือแซมได้แต่คิดในใจ

“ ผมไม่ชอบทำความรู้จักกับใครก็เท่านั้นเองครับ บอกมาเลยดีกว่าว่าคุณต้องการอะไรจากผมหรือเปล่า ” คำพูดที่เหมือนไร้เยื่อใยและรอยยิ้มมุมปากช่างกระชากใจเธอยิ่งนัก ผู้ชายคนนี้น่าค้นหาและน่าหลงใหลเป็นที่สุด ความเย็นชาที่แฝงความเร่าร้อนเอาไว้แบบนี้ช่างโดนใจเธอเหลือเกิน

“ ฉันรู้ว่าคุณรู้.. ว่าฉันต้องการอะไร ” เธอพูดพรางลากนิ้วเรียวสวยไปกับแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของธัน แซมรู้สึกว่าความอิจฉามันฉายออกมาเป็นแสงจากตาตัวเองแล้วตอนนี้ จะว่านิสัยเด็กก็ได้ แต่ธันน่าอิจฉามากกว่ากรตรงที่น่าหลงใหลทั้งรูปร่างและหน้าตา สาวๆเข้าหาเพราะอยากรู้จักโดยไม่สนด้วยซ้ำว่าธันจะรวยหรือเปล่า แต่เข้าหาเพราะอยากรู้จักและได้ลองลึกซึ้งเพียงข้ามคือกับธันสักครั้งเท่านั้นสำหรับพวกเธอ ชนิดว่าถวายตัวให้แม้จะไม่ได้อะไรตอบแทน

“ ผมรู้.. แต่ผมไม่สามารถตอบสนองคุณได้ในคืนนี้ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังนะครับ วันนี้ผมแค่อยากดื่มเท่านั้นเอง ” ประโยคปฏิเสธที่แสนจะเว้าวอนนั้นช่างทำให้แซมอยากจะบอกกับเธอจริงๆว่าคนที่ธันพูดแบบนี้ด้วยมาสี่ครั้งแล้วก่อนที่เธอจะมานั่งตรงนี้ แซมลุกขึ้นเพราะจะไปเข้าห้องน้ำแต่ไม่คิดจะบอกธัน เพราะไปแป๊บเดียวก็กลับมาแล้วนั่งต่อแล้ว



ขณะที่ทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันจากด้านนอก แซมไม่ได้ยืนที่โถฉี่แต่เลือกเข้าไปในห้องส้วมแทนมากกว่า เลยได้รู้ได้ยินอะไรแบบนี้

“ มึงเห็นไอ้แซมรึป่าววะ ไหนมีคนพูดว่ามันโดนเก็บไปแล้วไง แล้วไหงมันมานั่งในผับแบบนี้ได้วะ กูล่ะหมั่นไส้แม่งจริงๆ ครั้งก่อนแย่งผู้หญิงที่กูคั่วอยู่ไป มันแม่งมั่นหน้าคิดว่าตัวเองหล่อมาก กูว่าอย่างมันควรได้ผัวมากกว่าได้เมียอีกนะ ฮ่าๆ ” เสียงพูดกลั้วหัวเราะดังอยู่ข้างนอก แซมกำมัดแน่นแล้วคิดอยู่ในใจว่า ‘แล้วจะทำไม ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาหาเขาเอง เสร็จสมอารมณ์หมายก็จ่ายเงินค่าเหนื่อยกันไปแล้วก็จากใครจากมัน ไม่ผูกมัดสัมพันธ์กันลึกซึ้ง แค่เซ็กส์ ไม่มีปัญญาทำให้เธอพอใจได้แล้วยังจะมาโทษเขาอีก’

“ กูก็ว่างั้นแหละ เชิดคอผยองอยู่ได้ ร่วงลงมาคงเจ็บน่าดูนะคงได้แต่หนีหัวซุกหัวซุน ตอนนี้มีข่าวลับๆมาว่ามันขายตูดให้แก๊งเหยี่ยวดำเพื่อให้คุ้มกะลาหัวมันด้วย กูล่ะสะใจจริง ฮ่าๆ ” แซมแทบจะพังประตูห้องส้วมออกไปต่อยปากสองคนนั้นแล้วจับหัวกดชักโครกเสร็จแล้วก็เลาะฟันมันออกจากปากจริงๆ แต่ไม่ทันได้ทำอะไรก็ได้ยินเสียงทุ้มเย็นของใครคนใหม่ที่เดินเข้ามาในห้องน้ำ

“ พวกคุณคงจะเตรียมใจรับผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่พูดออกมาแล้วใช่มั๊ยครับ คุณถึงได้พูดถึงแก๊งของเราแบบนี้ ” ธันทำท่ายืดเส้นนิดหน่อยทำเหมือนจะมีเรื่องกับพวกขี้ขลาดที่ได้แต่นินทาคนอื่นลับหลังในห้องน้ำแบบนี้ สองคนนั้นก็แค่ลูกนักธุรกิจกระจอกงอกง่อยที่แก๊งเหยี่ยวดำสามารถยุบธุรกิจของพ่อแม่พวกนี้ทิ้งเพียงเวลาไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ

“ ปะ.. เปล่าๆ พวกเราแค่พูดเรื่องที่เขาพูดต่อๆกันมาเท่านั้น พวกเราจะออกไปข้างนอกแล้วล่ะ ” แล้วทั้งสองก็ลนลานวิ่งหนีกันหางจุกตูดออกไป พวกเก่งแต่ปากก็แค่นั้นแหละ แซมกำหมัดแน่นแล้วเหวี่ยงมันใส่ผนังในห้องส้วมอย่างแรง

ปึง!! ผลัก! ปัง!!

หลังจากเหวี่ยงกำปั้นใส่ผนังแล้วแซมก็กระชากเปิดประตูห้องส้วมออกมาอย่างแรง ธันเองก็รู้ว่าแซมอยู่ในนั้นแต่ไม่พูดอะไร ทั้งสองเงียบจนสุดท้ายแซมก็พูดขึ้น

“ กลับเถอะ หมดอารมณ์แล้ว ขืนอยู่ต่อฉันคงได้พังข้าวของในผับนี้แน่ ” พูดจบแซมก็เดินนำหน้าธันออกไปอย่างสง่าอย่างกับพญาจริงๆ แต่ในท่วงท่านั้นมันเกรี้ยวกราดพร้อมประทุ เดินออกมาจนถึงเคาน์เตอร์บาร์แซมก็หยุดแล้วสั่งแรงๆมาดื่มแก้วหนึ่งก่อนกลับ

“ ขอแรงๆหนึ่งช็อต ” พนักงานมองไปที่ธัน ธันพยักหน้าให้พนักงานจึงจัดแรงๆให้หนึ่งช็อตตามที่แซมขอไป แซมกระดกน้ำสีอำพันให้มันไหลบาดผ่านลำคอระหงส์ลงไป แล้วหันไปตวัดมองคนที่ให้ความสนใจและซุบซิบนินทามองมาที่แซมจนคนพวกนั้นสะดุ้ง แซมลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก ส่วนธันควักแบงค์สีเทาออกมาให้กับพนักงานและเดินไปสั่งงานลูกน้องก่อนจะตามแซมออกไป


แซมยืนพิงสูบบุหรี่ที่ข้างรถของธัน ควันสีขาวเทาล่องลอนออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีชมพู บุหรี่ไม่เข้ากับแซมเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าแซมดูเป็นผู้ชายแบดๆเวลาสูบบุหรี่แบบนี้ และท่าทางที่ดูล่องลอยราวกับอยู่คนเดียวในโลกนี้นั่นก็ด้วย

“ ขึ้นรถได้แล้ว ” ธันเดินอ้อมไปที่ฝั่งคนขับและเรียกให้แซมขึ้นรถ แซมพ่นควันอีกรอบก่อนจะเขวี้ยงบุหรี่ทิ้งลงพื้นและใช้เท้าขยี้ก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ไม่มีเสียงพูดจากทั้งสองคน แซมนั่งเอาหัวพิงกระจกรถและมองไปเรื่อยในดวงตาไม่มีจุดหมายใดๆเลย เขาแค่คิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต เรื่องบัดซบที่วิ่งเข้ามาตั้งแต่ยังไม่สิบห้าด้วยซ้ำ พ่อแม่ตาย ถูกแย่งคนรักไปถึงแม้ว่าคนคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่แซมก็ตาม แบกรับคนทั้งหมดในแก๊งฉลามขาวและเจอคำพูดดูถูกสารพัดเพราะยังเด็กเกินไป และถูกหักหลังจากคนที่คิดว่าเป็นหนึ่งในครอบครัว เขาอยากจะหลับไปโดยไม่ต้องคิดเรื่องพวกนี้สักครั้ง อยากอยู่ในอ้อมกอดใครสักคนที่จะปกป้องเขาจากเรื่องพวกนี้ได้ บางครั้งเขาก็ไม่อยากทำอะไรแบบนี้เลย ไม่เลยจริงๆ


“ ถึงแล้ว ลงไปพักผ่อนเถอะเรื่องที่มันไม่จริงก็อย่าไปคิดถึงมันให้มาก ” ธันพูดก่อนจะลงจากรถไป แซมคิดว่าคำพูดเมื่อกี้คืออยากจะบอกไม่ให้เขาคิดมากงั้นหรอ? เขาไม่ใช่คนน่าสงสารหรอก แต่บางครั้งเขาก็จมดิ่งจนอยากจะให้ใครสักคนฉุดขึ้นมาจากทุกอย่างที่อยู่กับเขามานานแล้วเหมือนกัน

“ ....... ” แซมลงจากรถและเดินตามธันขึ้นไปบนคอนโด แซมตรงไปที่ระเบียงในห้องนอน ขึ้นไปนั่งหย่อนขาลงไปข้างล่างและเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด มันมืดดำเหมือนหัวใจของเขาเหลือเกิน ไร้แสงไร้ดวงดาวแสงสว่างใด ดวงตาที่ทอดมองไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนมันช่างว่างเปล่า ก่อนจะก้มลงมองไปข้างล่างของตึกสูง เขาอยู่ตั้งชั้น12เลย แต่ก็ยังไม่ใช่ชั้นที่สูงที่สุดอยู่ดี


“ นั่งมองตรงนั้น คิดจะโดดลงไปหรือไง? ” ธันถามขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วเจอกับแผ่นหลังของแซมที่นั่งหย่อนขาก้มหน้ามองลงไปข้างล่าง ถ้าจะโดดลงไปเขาก็ไม่ห้ามหรอก แต่แค่ถามเพื่อความแน่ใจเท่านั้นจะได้รอเก็บซาก

“ ถ้าไม่เจ็บมากก็อยากลองดูอยู่นะ หึหึ ” แซมละจากการมองพื้นเบื้องล่างแล้วหันมาตอบคำถามธันไป เขาไม่คิดที่จะทิ้งชีวิตตัวเองกับโชคชะตาเส็งเคร็งนี่หรอก ถ้ายังไม่ตายเราก็ลุกขึ้นยืนได้ใหม่เสมอนั่นแหละ แล้วจะตายไปทำไม

“ หึ ” ธันหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเสริมของตัวเอง คนอย่างแซมไม่ตายง่ายๆหรอก


วันเวลาเริ่มวนเวียนไปเรื่อยๆจากคนหน้านิ่งก็กลายเป็นคนกวนประสาทแบบนิ่งๆ การที่มีใครสักคนอยู่ด้วยถึงส่วนมากบรรยากาศมันจะเงียบแต่มันไม่อึดอัดใจอะไร ธันดูแลแซมเป็นอย่างดีถึงแม้จะดูแลแบบนิ่งๆขรึมๆก็เถอะ แต่มันก็สบายใจแบบแปลกๆ บ่อยครั้งที่ได้พูดเถียงหรือส่อเสียดเรื่องของกรบ้างก็เถอะ แต่ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่แซมไปเที่ยวผับกับธันวันนั้น



“ วันนี้เข้าผับจะไปด้วยมั๊ย? ” ธันถามขึ้นหลังจากที่ทำงานเก็บกวาดส่วนที่แฟนเก่าของกรเล่นไว้ซะเละใช้เวลากว่าจะเข้าที่ก็นานพอสมควร วันนี้ธันเข้าผับไปผ่อนคลายสักหน่อย ส่วนช่วงนี้แซมมีอาการแปลกๆ เขาใจสั่นเมื่ออยู่ใกล้ธัน อาการบ้าบอแบบนี้ใช่ว่าจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่แซมงงตัวเองว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง? ตอนไหน?

“ ไปสิ ขอเวลายี่สิบนาทีนะ ” พูดจบก็ลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไป การอยู่ด้วยกันแบบนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับคนทั้งสอง แซมแต่งตัวจะว่าหล่อก็หล่อ จะว่าเซ็กซี่ก็เซ็กซี่ล่ะนะ



ในผับที่ผู้คนยังคงคึกคักเหมือนเดิม แซมเดินเฉิดฉายเข้าไปข้างในพร้อมกันกับธัน แต่ธันกลับถูกสายตากลืนกินจับจ้องมาทั่วทุกทิศไม่ว่าจะเป็นสาวสวยไม่เว้นแม้แต่หนุ่มน้อยที่เดินเข้ามาทักทายพร้อมกับสายตาเชิญชวนนั่นก็ด้วย ไม่ชอบเลย ไม่ชอบใจจริงๆ!!

“ ขอโทษนะครับ ผมอยากรู้จักกับคุณจังเลย ” ไม่ว่าเปล่าแต่หนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาแทรกพร้อมกับกระแทกให้แซมเซไปอีกทาง นี่คือประกาศสงครามกันใช่มั๊ย? ถึงจะไม่สบอารมณ์แต่แซมทดไว้ในใจก่อน เพราะจะโวยวายก็ใช่เรื่องใช่วิสัยของแซม แล้วแซมก็ไม่ได้เป็นอะไรกับธันด้วย โวยไปก็หน้าแหก

“ ผมไม่ว่าง ขอตัวก่อนนะ ” ธันพูดขึ้นก่อนจะผละตัวเดินต่อไปทันที แซมเองก็ตามไปด้วยแต่ก่อนจะเดินผ่านหนุ่มหน้าหวานคนนั้นแซมได้ยิ้มยั่วก่อนจะโน้มตัวเล็กน้อยและกระซิบข้างหูหนุ่มหน้าหวานไป

“ เขาไม่ว่างสำหรับนายหรอกนะเด็กน้อย เสนอตัวเกินไปเขาไม่เอา หึหึ ” พูดจบแซมก็เดินกระแทกจากไป ไม่รู้เหมือนกันว่านิสัยแบบนี้มาได้ยังไง คงจะประมาณหวงของแต่แสดงออกมาไม่ได้ล่ะมั๊ง ส่วนคนถูกปฏิเสธก็ฮึดฮัดและเดินสะบัดไปหาคนอื่นต่อ



“ สวัสดีครับ ถ้าผมจำไม่ผิดคุณคือ คุณแซมหรือเปล่าครับ ” หนุ่มหล่อสูงชะลูดคนหนึ่งถือแก้วน้ำเมาเข้ามาทักแซมที่นั่งดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ แซมหันไปแล้วเลิกคิ้วขึ้นเหมือนจะสงสัยนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้สนใจอีกคนเป็นพิเศษ เลยคุยด้วยธรรมดาไป แน่ล่ะไม่ใช่หนุ่มหน้าหวานหรือสาวสวยสักหน่อย ไอ้กล้ามแน่นตัวหนาแซมสนใจแค่ธันคนเดียวเท่านั้นแหละ

“ เรารู้จักกันหรอ? จำไม่เห็นได้ ” แซมถามอีกฝ่ายกลับไป แน่ล่ะแซมไม่ได้จับงานของแก๊งมาหลายเดือนแล้ววันๆก็อยู่แต่กับธันไม่งั้นก็อยู่ในห้อง ไม่ได้ทำงานอะไรหรอก ไม่แปลกที่จะจำคนที่รู้จักแค่ผ่านตาไม่ได้ ถ้าไม่น่าสนใจแซมไม่จำหรอก

“ ผมชื่อทายครับ คุณไม่รู้จักผมหรอก แต่ผมรู้จักคุณเลยเข้ามาทัก ดื่มกับผมสักแก้วสิครับ ” แล้วชายหนุ่มก็สั่งเครื่องดื่มให้กับแซมหนึ่งแก้ว แซมเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรรับมาดื่มก่อนจะคุยกับไปสักพักโดยส่วนมากทายจะเป็นคนชวนคุย ก่อนที่แซมจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ



แกร็ก

เสียงคนเข้าห้องน้ำตามแซมหลังจากที่แซมเดินเข้าห้องส้วมไปแล้ว คนคนนั้นปิดประตูและล็อกกันคนอื่นเข้ามาขัดจังหวะ แซมที่ชอบเข้าห้องส้วมมากกว่ายืนที่โถฉี่เลยไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาและยืนรอแซมที่หน้าประตูห้องส้วมที่แซมเข้า

แกร็ก

“ เฮ้ย!!!!... อื้ม!!! ” ผ้าสีขาวสะอาดที่ห่อสารระเหยที่เป็นยาปลุกชนิดหนึ่ง อาการของมันคือหอบหายใจแรงร่างกายอ่อนแรงลง ร่างกายต้องการเซ็กส์และตื่นตัวเร็วกว่าปกติ ออกฤทธิ์นานกว่าสองชั่วโมง แซมสูดมันเข้าเต็มปอดและจ้องหน้าคนที่เอาผ้าปิดปากปิดจมูกตัวเองอยู่ตอนนี้ คนคนนั้นคือทาย!!

“ หึหึ หมดท่าเลยสินะมึง กูอยากจะลิ้มลองร่างกายของอดีตหัวหน้าแก๊งฉลามขาวอย่างมึงมานานแล้ว ” ชายหนุ่มพูดพลางเลียริมฝีปากอย่างน่าเกลียด อีกทั้งสายตาโลมเลียที่ชวนสะอิดสะเอียนนั่นก็ด้วย ทำหน้าหื่นกามยิ่งกว่าเสี่ยแก่อายุหกสิบเสียอีก!

“ แฮ่กๆ ถ้ากูรอดไปได้.. อึก! แฮ่กๆ มึงตายแน่!! ฮึ่ก.. อ๊าาา!! ” พอพูดจบคนตัวใหญ่กว่าก็กำส่วนสงวนที่อยู่ใต้กางของแซมทันที ส่งผลให้แซมร้องลั่นเสียงหลง ตอนนี้ต้องช่วยให้ตัวเองรอดออกไปให้ได้ก่อนเท่านั้น เพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มด้านนอกไปมีใครมาสนใจเสียงของคนที่มาทำอะไรในห้องน้ำแบบนี้แน่นอน เพราะบ่อยใครที่คนสองคนจะมาหาความสุขทางร่างกายในห้องน้ำแบบนี้

“ คงรอดไปได้หรอกนะสภาพนี้ ฮ่าๆ ” พูดจบก็ก้มลงไปซุกไซร้คอขาวของแซม แต่ยิ่งแซมเบือนหน้าหนีก็ยิ่งเหมือนเปิดโอกาศให้คนที่กำลังบังคับขืนใจได้ทำอะไรถนัดขึ้นไปอีก แซมจึงต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ความกำหนัดในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นกว่านี้!!

ปึก!! พลั่ก!!

แซมตัดสินใจเอาหัวโขกช่วงจมูกอีกฝ่ายตอนที่ผละออกและกำลังก้มลงมาซุกไซร้คอแซมอีกข้าง พออีกฝ่ายเสียหลักแซมก็ยกขาทั้งสองถีบเข้ากลางตัวอย่างแรงจนอีกฝ่ายหงายหลังไป แซมรวบรวมกำลังทั้งหมดลุกขึ้นและพยายามเกาะที่กำแพงพาตัวเองเดินไปที่ประตู

“ อึก!! Shit!! ” แซมสบถออกมาเมื่อรู้สึกว่าขาเริ่มอ่อนแรงลง และคนที่ลงนอนหงายและเลือดกำเดาไหลอยู่กับพื้นลุกขึ้นยืนและเดินมากระชากแซมกลับไปพร้อมกับชกเข้าลิ้นปี่ของแซมอย่างแรง ความจุกแล่นริ้วไปทั่วท้องจนแซมไอ้โขลกเขก

พรึบ! ผัวะ!!

“ อุ่ก!! แค่กๆ ” แซมงอตัวและล้มไปกองกับพื้น อย่างทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ภาวนาว่าจะมีใครสักคนเข้ามาช่วย ใครก็ได้ เสื้อของแซมถูกฉีกทึงออกจากตัวเผยผิวขาวสวยแก่คนที่กระทำอุกฉกาจ มือหนาสากลูบไล้ไปตามผิวเนียน ความร้อนรุ่มก่อเกิดขึ้นเพียงสัมผัสเบาๆ แต่แซมไม่ได้เต็มใจกับมันเลยสักนิด มันเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายที่ยากจะปฏิเสธ แต่ก่อนที่คนตัวโตกว่าจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ประตูก็เปิดออก

กริ้ก! แกร็ก ปัง!!!

ปึก! พลั่ก!! ผัวะ!! ผัวะ!! ตุบ!! ตุบ!! พลั่ก!!

คนหน้านิ่งที่จัดการจุดสำคัญของอีกฝ่ายเพียงแค่ไม่กี่ครั้งอีกฝ่ายก็สลบเหมือดไปเลย แซมเห็นคนที่มาช่วยก็ถึงกับน้ำตาไหล ไม่อยากจะอ่อนแอเลย แต่เขาดีใจมากที่ธันเข้ามาช่วยได้ทันเวลา ธันเข้ามาพร้อมกับลูกน้องสองคน ธันเดินไปหาแซมย่อตัวลงถอดเสื้อตัวนอกคลุมให้ก่อนที่จะอุ้มแซมขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนที่ธันจะเดินออกไปจากห้องน้ำธันได้สั่งกับลูกน้องเสียงเรียบ

“ จัดการให้เรียบร้อย เอาให้มันรู้ว่าไม่ควรทำเรื่องแบบนี้ในผับถ้าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ ” แล้วธันก็อุ้มคนที่หายใจถี่กระชั้นออกไป แซมเหงื่อไหลชุ่มหน้า ปรือตามองธันด้วยแรงอารมณ์จนธันพาแซมออกมาข้างนอกผับและจับให้แซมขึ้นนั่งในรถสำเร็จก็ขับกลับคอนโดทันที


“ ชะ.. ช่วยหน่อย ไม่ไหวแล้ว อ่าาาาาส์ ” แซมร้องขอให้ธันช่วยให้หายจากอาการความต้องการของร่างกายนี้สักที ตั้งแต่โดนยามันพึ่งผ่านมาสิบกว่านาทีเอง ยาออกฤทธิ์ตั้งสองชั่วโมงถ้าไม่ทำอะไรเลยแซมต้องตายแน่ๆแซมคิดในใจ

“ ให้ถึงห้องก่อน ” ธันนิ่งกว่าปกติอีก ไม่คิดว่าแซมจะถูกกระทำแบบนี้ แค่ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ คิดว่ามีคนของตัวเองคอยดูก็น่าจะไม่เป็นไร จนบาร์เทนเดอร์มาบอกว่าแซมหายไปห้องน้ำนานกว่าปกติธันจึงรีบตามไปดู และธันก็ถือกุญแจสำหรับไขประตูห้องน้ำไปด้วย เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ แซมเกือบถูกข่มขืนถ้าเขาไปไม่ทัน



แซมถูกอุ้มเข้าห้องนอน วิธีเดียวที่ดีที่สุดคือมีเซ็กส์กับแซมซะ แต่ธันไม่เป็นรับให้แซมแน่นอน คิดได้ดังนั้นเขาจึงถามแซมก่อนว่าจะเอายังไงดี

“ ฉันให้เลือก ระหว่างมีเซ็กส์กันโดยที่นายเป็นฝ่ายรับ กับยานอนหลับ นายจะเลือกอะไร? ” จะไม่มีการบังคับขืนใจกัน ธันให้โอกาสแซมเป็นคนเลือก ธันนั่งอยู่ขอบเตียงมองหน้าแซมโดยที่แซมนอนหงายอยู่บนเตียง จะให้ตอบว่าต้องการธันมันก็กระดากปากและเสียหน้ามากเกินไป ก็แน่ล่ะเขาเป็นรุกมาตลอดนะ ถึงจะโดนยาแต่ก็ไม่ได้เมาสักหน่อย

“ ........ไม่เลือก ” แซมยันตัวลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าธันบอกว่าไม่เลือกก่อนที่จะโถมตัวเข้าหาธันและจูบธันทันที ธันชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ปล่อยให้คนตัวบางกว่าตะบมจูบต่อ เขานั่งโดยเอามือยันไปข้างหลังสบายๆส่วนแซมเพื่อให้จูบได้ถนัดถัดถี่ขึ้นจึงได้ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมตักของธัน แซมโอบแขนรอบคอธันและจูบธันอยู่อย่างนั้นธันเองก็เปิดปากให้แซมจูบได้ตามใจ

“ จุ๊บ.. อึก.. ไม่เลือกหรอก.. อยาก.. ” หลังจากที่จูบจนพอใจแซมก็ผละปากออกมาจากธันน้ำลายใสไหลยืดออกจากปากและพูดเสียงอ้อมแอ้ม ธันกระตุกยิ้มให้แซม แซมอายจนเอามือเรียวของตัวเองมาปิดตาธันไว้ ไม่อยากให้ธันมองตอนนี้เลยให้ตาย แต่ธันขยับนั่งตัวตรงรวบแขนแซมออกและกอดแซมไว้ก่อนจะพูดขึ้น

“หึหึ รู้หรือเปล่าว่าถ้าทำแล้วนายจะกลายเป็นเมียฉัน ” แซมหน้าแดงไม่รู้เพราะยาหรือเพราะเขินอายกันแน่ แต่ก็ตัดสินใจไปแล้วยอมรับกับตัวเองได้แล้วว่าชอบไอ้คนหน้านิ่งตรงหน้าคนนี้ แต่จะให้ยอมรับกับเจ้าตัวมันก็เกินไปมั้ย? จะอ้างว่าเพราะเมายาปลุกเซ็กส์เลยยอมเป็นเมียได้มั้ยนะ? แซมคิดในใจ ตาหวานหยาดเยิ้มของแซมจ้องตาคมของธันก่อนที่จะพยักหน้าให้กับธันเป็นคำตอบว่าตกลง

“ อ๊ะ! ” พอแซมตกลงธันก็กัดลงที่หัวไหล่ของแซมทันทีเพราะแซมไม่ได้ใส่เสื้อ คนถูกกัดจึงสะดุ้งตกใจ อารมณ์ประมาณว่าหมั่นเขี้ยวธันจึงกัดเข้าให้ จากนั้นก็ลากไล้จมูกไปตามไหปลาร้าและต้นคอของแซม ทำรอยทับรอยจางๆที่แซมโดนขืนใจไปเมื่อครู่นี้ ก่อนที่ธันจะพูดขึ้นทั้งที่จมูกยังสาระวนอยู่ที่คอของแซม

“ ถุงยางมีแค่อันเดียวนะ ฉันไม่อึดขนาดไม่แตกได้ในเวลาชั่วโมงสองชั่วโมงแน่ จะเอายังไง? ” ถ้าจะให้ไปซื้อเพิ่มสักกล่องตอนนี้คงไม่ทัน ก็ธันไม่ได้ติดเซ็กส์ถึงขนาดซื้อติดห้องไว้หนิ นานๆจะออกไปปลดปล่อยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่าช่วยอีกคนให้หายอยาก หายทรมานร่างกายแล้วกัน

“ อ๊าาาาาส์.. ก็ใส่สดสิ.. อ๊ะ!! อื้มมมมม ” พูดแซมพูดว่าใส่สดเสียงอ้อมแอ้มธันก็บีบก้นแซมแรงๆและประกบปากลงบนปากสีชมพูอิ่มนั่นทันที ผู้ชายมันก็มีความต้องการเป็นธรรมดา แต่ธันเป็นคนจำพวกที่ยับยั้งชั่งใจได้ จึงไม่ค่อยจะมีเรื่องพวกนี้มากเท่าไหร่

“ งั้นเราก็มาเริ่มกันเถอะ ” พูดจบธันก็ลูบไล้ไปตามร่างกายขาวเนียนของแซม ฝังปากและจมูกไปกับต้นคอขาว เลียจนแซมขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ความชื้นที่คอขยับลงมาเรื่อยๆจนมาจบที่เม็ดทับทิมชูฉ้ออยู่ตอนนี้ เสียงหัวใจของแซมเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะเต้นหนักเกินไปจนหยุดเต้นไป แต่แซมเลือกที่จะไม่สนใจแล้วโอบกอดธันไว้อย่างหวงแหน


บทรักแสนเร่าร้อนเริ่มขึ้นเสียงครางกระเส่าดังเคล้าเสียงหอบหายใจ จังหวะเคลื่อนไหวของคนร่างใหญ่ที่รวดเร็วสลับหนักหน่วงแทบจะทำให้คนที่ร่างบางกว่าขาดใจตาย แซมที่เคยแค่มอบตัวตนของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้ว่าการที่ต้องมารับตัวตนของคนอื่นมันเป็นอย่างไร ทั้งเจ็บปวดและสุขสมในเวลาเดียวกัน ความเสียวกระสันแทบขาดใจ ความรู้สึกของฝ่ายรับมันเป็นแบบนั้น หวีดร้องเมื่อร่างกายสัมผัสกันอย่างหนักหน่วง ควานหาเมื่อผละออกจากกัน ความสุขเคล้าน้ำตาดำเนินไปกว่าครึ่งค่อนคืน ทั้งที่ฤทธิ์ของยาหมดไปแล้วยังเรียกร้องถึงอีกฝ่าย เติมเต็มให้กันจนเหนื่อยอ่อนเมื่อยเพลียจนหลับใหลไป แซมไม่เคยคิดเลยว่าความรู้สึกที่เป็นฝ่ายได้รับมันจะดีขนาดนี้ ถึงร่างกายจะเหนื่อยล้าและเจ็บปวดแต่ก็หลับตาลงไปพร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้ม

‘ เอาเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ’ แซมคิดในใจก่อนที่ความง่วงงุนจะดึงให้แซมจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งนิทรา

“ หลับซะแล้วนะไอ้เด็กดื้อ พรุ่งนี้จะหาว่าฉันข่มขืนหรือเปล่านะ ” ธันเช็ดตัวให้แซมเสร็จก็นั่งเกลี่ยผมที่ปิดกรอบหน้าตอนหลับไหลออก ธันคิดว่าจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะหัวใจต่างหาก ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกคนมาอยู่ในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นคนอื่นจะกระทำย่ำยีแซม แต่ธันไม่มีทางปล่อยแซมไปไหนแน่นอน และทุกอย่างมันก็เริ่มต้นจากตรงนั้น



-กลับมาปัจจุบัน-

แซมนั่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาตลอดที่อยู่กับธัน เดี๋ยวก็ทำหน้าเศร้าอมทุกข์ เดี๋ยวก็นั่งหน้าแดงบิดตัวเขิน ธันที่เดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากล้างมือเสร็จก็นั่งลงเก้าอี้ที่นั่งเฝ้าแซมก่อนหน้านี้ ไม่นานพยาบาลก็เอาอาหารและยามาให้แซมกินตามเวลา แต่เหมือนแซมจะจมในห้วงความคิดลึกไปหน่อยเลยไม่รู้สึกตัว จนธันถือชามข้าวต้มขึ้นมาใช้ช้อนคนๆและตักขึ้นมาเป่าจนไม่ร้อนมากแล้วสงช้อนไปแตะปากแซม แซมถึงสะดุ้งรู้สึกตัวตื่นจากความคิดของตัวเอง

“ อ๊ะ!.. ตกใจหมด ” แซมพูดหน้ามุ่ยพร้อมกับอาปากรับข้าวที่ธันป้อน แซมมีความสุขมากถึงแม้จะเจ็บตัว ยิ่งมีธันคอยดูแลเอาใจใส่แซมยิ่งมีความสุข

“ แล้วคิดอะไรอยู่ล่ะ ทำหน้าพิลึกอยู่ตั้งนานสองนาน ” แซมถลึงตาใส่ธันเพราะปากยังเคี้ยวข้าวอยู่ แซมกลืนข้าวลงคอก่อนจะพูดกับธัน

“ คิดไปเรื่อย.. แล้วผู้หญิงคนนั้นเธอบาดเจ็บหนักมั๊ย? ” แซมถามถึงผู้หญิงที่เข้ามาช่วยตอนที่ไปคฤหาสน์ แต่เธอก็พลาดท่าโดนเล่นงานจนบาทเจ็บ เธอกับแซมไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรหรอก เธอเคยถูกแม่เลี้ยงขายให้ซ่อง เธอต้องรับลูกค้าซาดิสม์ที่ชอบเล่นกับร่างกายให้เธอเจ็บปวด ตอนนั้นเธอหนีออกมาและได้เจอกับแซม แซมจึงซื้อเธอต่อจากซ่องเพราะสภาพร่างกายเธอน่าสงสารมาก ถึงแซมจะดูเลวแต่แซมกลับเป็นคนที่ช่วยเหลือคนอื่นได้ดีจนน่าเหลือเชื่อ ชีวิตเธอดีขึ้นเธอไม่เคยลืมวันที่เธอส่งสายตาของร้องอ้อนวอนแซมและแซมไม่มองผ่านเขาช่วยเธอจากที่นั่น สิ่งนั้นทำให้เธอจงรักภักดีต่อแซม เธอรวบรวมข้อมูลหลายๆอย่างแต่เธอไม่สามารถส่งต่อให้แซมได้ ทางไม่สะดวกและไม่มีโอกาสที่เป็นใจสำหรับเธอสักครั้ง จนในวันที่แซมกลับมา เธอเลยเลือกที่จะออกมาช่วยเหลือผู้มีพระคุณของเธอ

“ ปลอดภัย ถูกยิงที่ต้นขา และก็หัวแตกช้ำตามตัวแต่ไม่ได้ร้ายแรงหรืออันตรายอะไรมาก ” ธันตอบพลางว่างชามข้าวต้มลงหลังจากแซมกินมันจนหมด และส่งน้ำกับยาให้แซมกินต่อ แซมเองก็รับมากินจนหมดทุกอย่างที่ธันส่งให้

“ พี่ธันลบประวัติเธอและสร้างขึ้นมาใหม่ได้รึเปล่า แซมจะส่งเธอไปอยู่ต่างประเทศเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่โน่น ” แซมถามธันอ้อนๆ ธันก็หัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นคนรักออดอ้อนให้ช่วยแบบนี้ เรื่องนี้ไม่ยากไปกว่าความสามารถของธันหรอก

“ ได้สิ.. แล้วเรื่องแก๊งล่ะ จะเอาไงต่อ? ” ธันถามแซมพร้อมกับแกะเปลือกส้มและป้อนแซม ถามไปด้วยป้อนไปด้วย แซมเองก็อ้าปากรับเคี้ยวส้มตุ้ยๆ ดูๆแล้วก็เหมือนหนูแฮมเตอร์ที่เจ้าของป้อนอะไรก็กิน แถมเคี้ยวเต็มปากจนแก้มย้วย

“ เรียกรวมตัวกัน แซมจะให้ลูกพี่ลูกน้องที่พิ่งเรียนจบจากต่างประเทศมารับช่วงแทน คนนั้นมันโหดดีด้วย แซมไม่ทำต่อแล้วจะอยู่เฉยๆให้พี่ธันเลี้ยง ” พูดจบก็ยิ้มหวานให้ธันไปหนึ่งครั้งจนธันฟัดแก้มสองข้างไป ใครว่าคนนิ่งไม่มีโมเมนต์แกล้งและอ่อนโยน ธันนี่แหละที่อ่อนโยนและชอบแกล้งแซมแบบหน้านิ่งๆ

“ งื้อออ จะกินส้ม!! ” ธันขำและป้อนส้มต่อ ขุนจนอ้วนขึ้นมาบ้างแล้วตอนนี้ ธันไม่ค่อยชอบผอมมากไป มันดูเหมือนจะทนแรงไม่ได้ จับไม่เต็มไม้เต็มมือ




-ทางด้านของกร-

นี่ก็5วันแล้ว ตามกำหนดที่แพรวณภาลูกสาวของทรงทัพคนที่ร่วมมือกับเกริกชัยจะจับตัวขิงไป เธอจะจัดปาร์ตี้ที่บ้านวันนี้ กรจะจัดการสองพ่อลูกวันนี้ให้เด็ดขาด ทีแรกก็ปล่อยไปให้ทั้งสองตายใจก่อนค่อยเด็ดทีเดียว ส่วนเกริกชัยกรปล่อยให้ทุกคนคิดว่าหายสาบสูญไป ก่อนที่กรจะเอาเกริกชัยไปให้จรเข้กินกรทรมารเกริกชัยสารพัด ลูกน้องของกรก็ยืนเฝ้าและฟังเสียงร้องโหยหวนกว่าเกริกชัยจะขาดใจตาย กรได้ทรมารอยู่นานหลายวัน ก่อนที่กรจะสั่งลูกน้องแยกชิ้นส่วนโยนลงบ่อจรเข้

“ นัดไอ้ผู้กองไว้รึยังล่ะ แล้วไหนจะนักข่าวอีก เอาให้ครึกโครมเลยนะเพื่อน ” หมอพลถามเพื่อนขึ้น ตั้งแต่เห็นหลานชายที่เกิดมาก็นึกแค้นคนที่จะจับขิงไป แค่คิดว่าขิงกับลูกมาคลอดที่โรงพยาบาลไม่ทันพลก็อยากจะไปจัดการพวกนั้นซะเองแล้ว

“ นัดแล้ว จะไปที่นั่นพร้อมนักข่าวสี่ทุ่มครึ่ง จับตอนที่ไม่ได้สติเท่าไหร่มันดีกว่า จะได้ไม่ไหวตัวทัน หึหึ ” กรยิ้มเย็นก่อนจะตอบไป เรื่องนี้ปล่อยให้ตำรวจจัดการจะดีกว่า เพราะสองพ่อลูกนี้อยู่ในวงการด้านสว่างมาตลอด จะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้ ถ้าเป็นแก๊งใดแก๊งหนึ่งพวกมาเฟียจะจักการกันเอง และมันง่ายต่อการปิดข่าว เหมือนกับเรื่องของเกริกชัย

“ เออดี.. งั้นไปก่อนแล้วกัน อีกครึ่งชั่วโมงป้อนนมน้องซันกับน้องกันต์ด้วยนะ ขิงคงกลับมาพอดี ” กรยังให้ขิงนอนอยู่โรงพยาบาลและตอนนี้ขิงออกไปเดินขยับร่างกาย เพราะพลไม่อยากให้นอนติดเตียงและกันแผลเป็นพังฝืดด้วย

“ อืม ” ตอนนี้กรเลี้ยงลูกในห้องพักคนไข้ของขิง เรียนรู้การอุ้ม การเปลี่ยนผ้าอ้อมการอาบน้ำและป้อนนมจากขวด ถ้าขิงอยู่ด้วยขิงจะให้ลูกทั้งสองกินจากเต้า แต่ขิงก็มีปั๊มใส่ขวดไว้ให้ลูกทั้งสองด้วย เพราะเวลาหิวจะหิวพร้อมกัน ขิงไม่อยากให้ลูกร้องไห้งอแงจึงปั๊มไว้ กรเห็นลูกดูดเต้าแม่ก็อยากดูดเต้าเมียด้วย แถมเคยลองชิมแล้วด้วย ก็น้ำนมมันไหลออกมาจนเสื้อชุ่มพ่ออย่างกรเลยช่วยลูกน้อยทั้งสองกิน


“ อะ. แอ้!! แอะ แอ้~ ” เด็กน้อยสองคนร้องตาแป๋วพร้อมกันประมาณว่า ‘พ่อหนูหิวแล้วนะ’ ในภาษาเด็กตอนนี้กรอยู่ในห้องคนเดียวเสียด้วย จึงอุ้มลูกมานอนดิ้นแด่วๆยกมือปัดอยู่บนเตียงที่กรกับขิงนอน กรอุ้มสองลูกทั้งคนมานอนด้วยกัน และเด็กทั้งสองก็ปัดป่ายจับมือกันบนเตียง ส่วนกรวิ่งไปเอาขวดนมมาเพื่อป้อนลูก

“ ใครจะกินก่อนดีฮึ? พ่อป้อนพร้อมกันไม่น่าได้ ” กรเหมือนจะถามตัวเองมากว่าแต่ลูกรักทั้งสองกลับร้องประสานเสียงกันเหมือนจะตอบคำถามผู้พ่อเสียอย่างนั้น

“ แอ้!!../..แอ้!! ” กรถึงกับมองลูกทั้งสองที่กำลังมองกรตาแป๋ว เวลาอยู่กับแม่ทั้งสองเลี้ยงง่ายมาก แต่อยู่กับพ่อไหงซนกันซะจริงเลยล่ะ กรจัดการอุ้มเด็กน้อยตัวกลมมาพร้อมกันทั้งสองคน เด็กแก้มยุ้ยๆกับตาใสแจ๋วมองพ่อตัวเองเหมือนกับรอคอยอะไรบางอย่าง เห็นทำหน้าแบบนี้แล้วใครจะใจแข็งป้อนใครคนใดคนหนึ่งก่อนได้กัน!!

“ โอเค พ่อจะป้อนพร้อมกัน มาหม่ำๆนมกันดีกว่า.. ฮึบ! .... หืมม.. ทำไมโตไวนักล่ะ ตัวหนักขึ้นนะเนี่ยเจ้าหมูน้อยสองตัวนี่ หึหึ ” พูดกับลูกไปขำไป ถ้าฟังกันรู้เรื่องจริงกรก็โดนลูกชายทั้งสองมองค้อนตาใสใส่ ลูกสองคนกรอุ้มได้สบาย ขนาดแม่ตัวนักกว่ายังอุ้มได้เลย กรนั่งขัดสมาธิและเอาผ้าห่มผืนหนาวางไวบนตักและวางน้องกันต์ไว้ตรงตัก ส่วนน้องซันกรอุ้มเอาไว้แนบอก กรเอาผ้าอ้อมผืนนิ่มวางทับอกของน้องกันต์ไว้และเอาขวดนมให้น้องกันต์ดูดและวางทับผ้าอ้อมไม่ให้มันกลิ้งล่น ส่วนของน้องซันป้อนนมให้ปกติและจับขวดให้ลูกชายได้กินถนัด ขวดนมขวดเล็กหมดอย่างรวดเร็ว กินอิ่มแล้วเด็กแก้มย้วยทั้งสองก็ง่วง แต่กรต้องอุ้มให้เรอก่อน อุ้มคนพี่เดินจนเรอก็เอาไปนอนที่เตียงเล็กของเด็กแรกเกิดแล้วกับมาอุ้มคนน้องต่อจนเรอ

“ ลูกๆหลับแล้วหรอครับ ” ขิงเดินช้าๆกลับมาที่ห้อง เขาพยายามเดินด้วยตัวเองจะได้ไม่ติดเตียงจนเกินไป เข้ามาเห็นกรเอาลูกลงนอนเตียงพอดี ที่จริงขิงอยากกลับบ้านแล้วขิงบอกกรตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วย แต่กรนี่สิอยากให้นอนที่นี่ต่ออีกสักคืน ขิงอยู่โรงพยาบาลมาจะครบอาทิตย์แล้วด้วยอยากกลับบ้านพักฟื้นที่บ้านมากกว่า เขาไม่ชอบกลิ่นยาเท่าไหร่ด้วย

“ หลับแล้วครับ มาเดี๋ยวพี่พาไปที่เตียง ” ว่าแล้วกรก็พาขิงไปนั่งที่เตียง กรกอดขิงไว้และจูบขมับขิงไปทีหนึ่ง ขิงกำลังจะอ้าปากพูดว่าอยากกลับบ้านแล้วแต่กรดันพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ พรุ่งนี้เราได้กลับบ้านพร้อมกันสี่คนแน่นอนครับ วันนี้พี่จะไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน อย่าดื้อนะครับคนดี ฟอดดด ” พูดจบกรก็ฟัดแก้มขิงไปทีหนึ่ง ขิงเลยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก กรนั่งกอดขิงรอเวลานัดแล้วออกไปจบเรื่องทั้งหมดนี้ เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสบายสักที




ปาดเหงื่อ มาแล้วจ้าาาาา หายไปนานและก็มาให้อ่านกันยาวๆ ฉากรักของธันแซมเราไม่ได้อือๆอาๆป๊าบๆมากเด้อ อาศัยบรรยายโดยรวมเอา หวังว่าจะถูกใจทุกคนน๊าาาา จะพยายามมาให้เร็วขึ้นมั้งนะ รอกันหน่อยเด้อ เจอกันตอนหน้าจร้าาาา

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น