janine_yingjane

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Return 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 465

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2561 21:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Return 26
แบบอักษร

Return 26

กานต์บีบมือเข้าหากันแน่นเมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับฮารุจากนักสืบคนหนึ่งที่เขาจ้างวาน

หลังเกิดเรื่องขึ้นกานต์ไม่อยากเป็นคนโง่ที่ถูกทุกคนปิดบังความจริงอีกต่อไป เขาจึงสั่งให้เลขาจ้างนักสืบเอกชนเพื่อจะสืบเรื่องราวที่แท้จริงเกี่ยวกับฮารุและปวิน โดยกำชับหนักแน่นว่า ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดโดยเฉพาะลุงของเขา 'มิสเตอร์จาคอบ'

เขาไม่เคยรู้สึกรังเกียจตัวเองได้มากเท่านี้มาก่อน เขาที่ทำทุกอย่างได้ดีมาตลอดแต่กลับพลาดในเรื่องความรัก เป็นเขาเองที่ทำให้ฮารุทุกข์ใจเป็นเขาเองที่ไม่เคยใส่ใจคนรักแม้แต่น้อย เอาแต่คิดว่าฮารุมีคนอื่นจนกานต์นึกอยากตีตัวเองให้ตายให้สาสมกับความโง่ของเขา

หลังจากที่ฮารุทิ้งเขาไปในวันนั้นกานต์ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ฮารุจะป่วยหนักถึงกับเป็นโรคซึมเศร้า เอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานับปี โดยมีพี่ชายต่างพ่ออย่างปวินที่ยอมดร็อปเรียนไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเนื่องจากฮารุพยายามฆ่าตัวตายนับครั้งไม่ถ้วน

หัวใจของเขาราวกับถูกฉีกขาดยามเมื่อคิดถึงภาพเหล่านั้นในหัว ภาพของฮารุที่ทำร้ายตัวเองโดยที่เขาไม่เคยรับรู้มันแม้แต่น้อย หากฮารุทำมันได้สำเร็จล่ะ ตัวของกานต์สั่นอย่างไม่อาจห้ามได้ อดนึกขอบคุณปวินอยู่ในใจไม่ได้จริงๆ

'ปวิน' ผู้ชายที่เขาเคยหลงเข้าใจผิดมาตลอดหลายปีว่า เป็นคนรักของฮารุตามคำบอกเล่าของลุงจาคอบ ปวินคนที่เขาเคียดแค้นชิงชังว่าแย่งคนรักของเขาไป ปวินคนที่กลายมาเป็นคนที่เขานึกอยากขอบคุณมากที่สุด ถ้าไม่มีปวินคอยอยู่เคียงข้างฮารุในวันนั้น เขาก็คงจะไม่ได้เจอกับฮารุอีกตลอดกาล

กานต์ยิ้มเศร้า ทั้งๆที่ตอนนั้นเขามีโอกาสแล้วแท้ๆที่จะได้ถามความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดจากปากของฮารุในวันที่เขาบินไปเจอทั้งคู่นั่งกอดกันที่สวนสาธารณะ แต่กานต์กลับโยนโอกาสนั้นทิ้งไปอย่างไม่น่าเชื่อด้วยความขี้ขลาดของตัวเขาเอง

แม้นรู้ดีว่าไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องที่ผิดพลาดในครั้งนั้นได้ แต่กานต์อดนึกโทษความโง่งมของตัวเขาไม่ได้ที่หลงเชื่อไปกับคำหลอกลวงจากลุงอันเป็นที่รัก

เมื่อพูดถึงลุงจาคอบ กานต์ก็อดหนักใจไม่ได้ เนื่องจากในการตามสืบครั้งนี้ดันมีเรื่องราวหนึ่งที่เกี่ยวพันกับลุงของเขา นั่นคือ เหตุการณ์ของคุณยายของฮารุ

กานต์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ลุงของเขาจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดของครอบครัวคนรักของเขา ในการใส่ร้ายคุณยายของฮารุจนคุณยายตรอมใจตายในที่สุด

นั่นเป็นเรื่องที่เขารับไม่ได้!!!

ทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่นึกเฉลียวใจออกตามหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องของคุณยายกันนะ ทำไมเขาถึงได้เพิกเฉยเรื่องราวเหล่านี้ 

กานต์นึกด่าตัวเองยามเมื่อนึกถึงรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของคุณยาย เขาเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้คุณยายต้องเสียชีวิต แม้เขาจะไม่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นั่นแต่ทุกอย่างก็เกิดมาจากเขาทั้งสิ้น เขากล่าวคำขอโทษคุณยายอยู่ในใจก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา 

ไม่ต้องห่วงครับคุณยาย ผมจะรับผิดชอบทุกเรื่อง ผมจะคืนความเป็นธรรมให้คุณยายให้จงได้...กานต์ตั้งมั่นกับตัวเอง

"ลุงจาคอบอยู่ไหม??" กานต์เอ่ยถามกับเลขาหน้าห้องของลุงจาคอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเย็นชา

เจมส์บอดี้การ์ดและเลขาส่วนตัวของมิสเตอร์จาคอบละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาค้อมศีรษะให้กานต์เล็กน้อย "อยู่ครับ"

"ดี" เขากล่าวสั้นๆก่อนจะผลักประตูเข้าไปทันทีโดยไม่นึกจะเคาะประตูขออนุญาตตามมารยาทที่ดีแม้แต่น้อย

"เดี๋ยวสิครับคุณกานต์" เจมส์ร้องห้าม รีบร้อนเดินตามเข้ามาภายในห้องทำงานของเจ้านายเมื่อเห็นกานต์เปิดประตูเข้าไป

มิสเตอร์จาคอบเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังอ่านอยู่ เขาตำหนิกานต์ทางสายตาในความไร้มารยาทแต่ชายหนุ่มไม่นึกจะสนใจ มิสเตอร์จาคอบปรายตามองเลขาส่วนตัวก่อนจะโบกมือไล่เจมส์ออกจากห้อง เจมส์ก้มศีรษะให้นายตัวเอง ปิดประตูหันกลับไปทำงานต่ออย่างเงียบๆ

"ใครสั่งใครสอนให้แกทำตัวไร้มารยาทแบบนี้" มิสเตอร์จาคอบกล่าวตำหนิหลานชายคนโปรด

กานต์ไม่แม้แต่จะตอบ เขาจ้องตามองมิสเตอร์จาคอบด้วยแววตาแข็งกร้าว มิสเตอร์จาคอบหรี่ตามองคล้ายไม่เข้าใจว่า ทำไมหลานของเขาถึงมองเขาด้วยแววตาเช่นนั้น

"แกมองฉันแบบนั้นต้องการอะไร" มิสเตอร์จาคอบวางเอกสารลงจ้องตากลับด้วยแววตาดุเดือดไม่ต่างกัน

"ลุงจำฮารุได้ไหมครับ??" เขาถาม

"ฮารุ..ใคร???" 

กานต์บดกรามแน่นเมื่อได้ยิน เขาโยนซองเอกสารในมือไปบนโต๊ะทำงานของลุงก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา "ฮารุคนรักของผมยังไงครับ คนที่ลุงโกหกผมว่าเขามีคนอื่นถึงได้ทิ้งผมไป คนที่ลุงทำลายชีวิตครอบครัวของเขาจนยายของเขาต้องตาย คนที่ลุงเอาเงินสิบล้านไปให้ในงานศพเพราะต้องการให้เลิกกับผม"

มิสเตอร์จาคอบหน้าตึงก่อนจะยิ้มมุมปากออกมา เขาเปิดเอกสารในซองขึ้นมาดูอย่างใจเย็นก่อนจะโยนกลับคืนไปให้กานต์ "อ้อ นึกว่าใคร ไอ้เด็กอ่อนแอคนนั้นนะหรือ ยังไม่ตายหรือไง"

กานต์กำมือเข้าหากันแน่น รู้สึกเกลียดชังลุงของเขาถึงที่สุด ทำไมถึงพูดคำๆนั้นออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย "ลุงไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรือไงครับ"เขาถาม

มิสเตอร์จาคอบยิ้มเย็น "แล้วทำไมฉันต้องรู้สึกผิดด้วย เด็กคนนั้นมันอ่อนแอเอง มันก็ช่วยไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนั้นฉันให้โอกาสแกแล้วแต่แกก็ไม่คว้าไว้เอง จะมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันไม่ได้"

กานต์โกรธจนตัวสั่น ความรู้สึกเดือดดาลภายในหัวใจของเขากำลังพลุ่งพล่านแต่ไม่อาจจะพุ่งไปทำร้ายร่างกายของลุงจาคอบได้ดั่งใจนึก 

"แกมาก็ดีเหมือนกัน ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับแก อีกหนึ่งเดือนฉันจะจัดงานแต่งงานให้แก เตรียมตัวไว้ให้พร้อมด้วย"

"แต่งงาน????" กานต์อุทานออกมาอย่างนึกแปลกใจ นี่มันเรื่องบ้าอะไรอีก

"ใช่...ฉันเข้าไปตกลงกับเจ้าสัวบุญชัยเรียบร้อยแล้วว่า จะให้แกหมั้นหมายและแต่งงานกับหนูชมพูเดือนหน้า แกมีหน้าที่ต้องเข้าพิธีตามที่ฉันสั่ง อย่าทำให้ฉันขายหน้าเป็นอันขาด" มิสเตอร์สั่งเสียงเฉียบ ดุดัน

"ไม่ครับ" กานต์ปฏิเสธหนักแน่น "ผมจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น หากคนๆนั้นไม่ใช่ฮารุ คนรักของผม"

มิสเตอร์จาคอบโยนแฟ้มงานบนโต๊ะใส่กานต์ก่อนจะตะคอกเสียงดังลั่น "แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน แกต้องทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง"

กานต์กำหมัดแน่น "ผมจะไม่ทำตามที่ลุงสั่งอีกเด็ดขาด ถ้าลุงอยากให้ผมแต่งนัก ลุงก็แต่งซะเองสิครับ" เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเปิดประตูหุนหันออกไปโดยไม่สนใจเสียงของคนที่ตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด

เขาจะไม่ยอมให้ลุงจาคอบควบคุมเขาได้อีกต่อไป มันถึงเวลาที่เขาควรจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องคนรักของเขาแล้ว กานต์จะไม่ยอมขลาดเขลาเบาปัญญาหลงเชื่อคำพูดของใครง่ายๆอีกต่อไป

@@@@@@

"ตัวเล็กเมื่อไหร่จะตื่นขึ้นมาคุยกับพี่ครับ พี่รอเราตื่นอยู่นะ" กานต์กุมมือคนรักซึ่งถูกย้ายออกจากห้องไอซียูมาพักฟื้นอยู่ในห้องพิเศษที่เขาจองไว้

นี่ก็ผ่านมาได้สี่วันแล้วนับตั้งแต่ฮารุประสบอุบัติเหตุและยังคงไม่ฟื้นคืนสติ กว่าเขาจะจัดการให้ฮารุมาพักฟื้นห้องนี้ได้ก็ต้องทะเลาะกับปวินมานับครั้งไม่ถ้วน ปวินดื้อแพ่งไม่ยอมให้เขาเป็นเจ้าของไข้และไม่ยอมให้ย้ายมาห้องนี้เด็ดขาดด้วยไม่อยากนึกเป็นบุญคุณต่อกัน

โชคดีที่แม่ของฮารุเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยให้ ปวินถึงได้ยอม เขาคุกเข่าสารภาพกับพ่อแม่ของฮารุตรงๆว่าเขาเป็นคนรักของฮารุและเป็นคนผิดทุกอย่างที่ทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

แม่ของฮารุร้องไห้โฮเมื่อได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเขาโดยไม่นึกปิดปัง รวมไปถึงเรื่องของคุณยายที่เป็นฝีมือของลุงจาคอบ กานต์รู้สึกผิดจนไม่อาจยอมรับได้ เขาพร่ำกล่าวคำขอโทษนับครั้งไม่ถ้วนกับครอบครัวคนรัก

กานต์ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นร้องไห้ออกมาอย่างไม่นึกอาย "ผมขอโทษครับคุณน้า"

แม่ของฮารุร้องไห้อย่างหนักโดยมีสามีประคองดูแลไม่ห่าง "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของผม ผมไม่ขอให้คุณน้าให้อภัยครอบครัวของผมสำหรับความผิดครั้งนี้ แต่ผมอยากจะขอโอกาสพิสูจน์ความจริงใจของผมที่มีต่อฮารุ"

ปวินที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกล ทนฟังต่อไปไม่ไหว เขากระชากคอเสื้อของกานต์ขึ้นมาก่อนจะปล่อยหมัดกระแทกใบหน้าหล่อนั่น "เลิกพล่ามสักที กูไม่มีทางให้อภัยครอบครัวของมึงเด็ดขาด"

"ปวิน!! หยุด แม่บอกให้หยุด คุณช่วยห้ามลูกหน่อย" มารดาของเขาบอกสามีใหม่ให้ดึงลูกชายหัวร้อนออกมา

ปวินคำรามไม่พอใจเมื่อถูกพ่อเลี้ยงล็อกแขน แยกเขาออกจากกานต์ ปวินพยายามเตะขาสะเปะสะปะไปทั่วด้วยหวังจะให้มันโดนเข้าสักแห่งบนร่างของกานต์ "พอได้แล้วปวิน" น้ำเสียงดุดันของพ่อเลี้ยงทำให้เขาฮึดฮัดไม่ชอบใจแต่ก็ยอมหยุดการกระทำทั้งหมด

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างสงบดีแล้ว มารดาของเขาก็แตะบนไหล่ปวินเบาๆ "แม่ขอคุยกับเขาหน่อยจะได้ไหม" แม้จะไม่พอใจแต่ปวินก็ยอมลงให้ เขาสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงยังเก้าอี้อีกตัวที่ไม่ห่างนัก โดยมีพ่อเลี้ยงมองพลางส่ายหน้าอย่างระอากับอารมณ์ร้อนของลูกเลี้ยง

แม่ของฮารุดึงกานต์ให้ลุกขึ้นมายืนคุยกันดีๆ "น้าต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะ"

"ผมสมควรจะโดนแล้วครับ ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ" กานต์รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เขาควรจะโดนมากกว่านี้ด้วยซ้ำให้สมกับความโง่ของตัวเอง

"เรื่องแม่ของน้า น้าเชื่อมาตลอดว่าแม่ไม่ผิด แม่ไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่ ในที่สุดวันนี้น้าก็ได้รู้ความจริงสักที น้าขออโหสิให้ทั้งลุงของคุณและก็ตัวคุณค่ะ ถ้าแม่ยังอยู่แม่ก็คงทำแบบเดียวกับที่น้าทำ ขอบคุณมากที่กล้ายอมรับความจริงและกล้าที่จะสารภาพกับน้าตรงๆ" แม่ของฮารุกล่าวพลางเช็ดน้ำตาที่พาลจะไหลออกมาเรื่อย ยิ่งสร้างความรู้สึกผิดให้แก่กานต์มากขึ้นไปอีก

"ผมขอโทษครับ" กานต์ยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขารู้สึกคำขอโทษของเขาอาจจะไม่ช่วยลบล้างความเสียใจในอดีตของทุกคนได้ แต่เขาก็อยากจะพูดมันออกมา แม่ของฮารุรับไหว้ แตะหลังมือของกานต์เบาๆ

"แม่!!!!" ปวินร้องประท้วงที่แม่ให้อภัยครอบครัวนี้ง่ายๆ เขากำหมัดแน่นไม่ยอมรับมันเด็ดขาด แม่ของปวินส่งสายตาปรามให้เขาหยุดพูดก่อน

"งั้นน้าขอถามคุณสักหน่อยได้ไหมคะ ถ้าหากฮารุไม่ตื่นขึ้นมา คุณจะทำยังไงต่อไป"

ไม่ต้องใช้เวลาคิดนานกานต์ก็ตอบมันออกมาได้ทันที "ถ้าฮารุไม่ตื่นผมพร้อมจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต ผมจะไม่มีใคร จะไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด ชีวิตนี้ผมจะมีแค่เพียงฮารุคนเดียวเท่านั้น"

"เฮอะ!" ปวินแค่นยิ้มเยาะ แม่ของเขาส่งสายตาปรามอีกครั้ง ปวินเบือนหน้าหนี

"คุณยังหนุ่มยังแน่น ยังมีอนาคตที่สดใส คุณแน่ใจหรือคะว่า คุณจะทิ้งทุกอย่างมาดูแลคนที่คุณไม่รู้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่" แม่ของฮารุถามย้ำ ยิ้มเศร้า

"ขอเพียงคุณน้าให้โอกาส ผมจะทำให้คุณน้าเห็นถึงความจริงใจของผมที่มีต่อฮารุครับ" กานต์ยืนยันหนักแน่น

แม่ของฮารุเมื่อเห็นแววตามั่นคงนั่นมันทำให้เธอรู้สึกใจอ่อนยวบ เธอพยักหน้าน้อยๆแต่เธอก็ยังไม่ตัดสินใจในทันทีกลับหันไปขอความเห็นจากสามี ผู้เป็นพ่อแท้ๆของฮารุ "คุณค่ะ คุณคิดว่ายังไง"

"ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ผมจะเคารพในการตัดสินใจของคุณ" พ่อของฮารุกล่าว เขายอมให้ภรรยาเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องนี้ ถ้าถามความเห็นของเขาตรงๆ เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างจากปวินนัก หลายปีที่ครอบครัวของเขาต้องอยู่อย่างทุกข์ใจ มันทำให้เขารู้สึกโกรธผู้ชายคนนี้

แต่เขาก็อดสงสารเป็นห่วงความรู้สึกของลูกชายตนเองไม่ได้ แม้นในอดีตเขาจะไม่รู้ว่าคนรักของลูกของคือใครแต่เขาก็รู้ว่าฮารุรักคนๆนั้นมาก วันนี้เขาก็ได้เห็นแล้วว่าคนๆนั้นก็รักลูกชายของเขาไม่ต่างกัน หากจะกีดกันกันไปถ้าลูกชายของเขาตื่นขึ้นมาแล้วได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดคงจะไม่มีความสุขเป็นแน่ เขาจึงได้แต่ทำใจยอมรับมันเท่านั้น

"งั้นน้าขอถามคุณเรื่องสุดท้าย ถ้าลุงของคุณรู้เรื่องของฮารุ คุณจะทำยังไง"

"ผมจะปกป้องเขาด้วยชีวิตครับ ต่อให้ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อเขา ผมจะไม่ลังเลเลยที่จะทำ ขอเพียงคุณน้าให้โอกาสผมสักครั้ง" แววตามุ่งมั่นของกานต์ทำให้แม่ของฮารุตัดสินใจได้แล้วว่าควรจะยอมรับหรือไม่

"ตกลง น้าจะยอมให้โอกาสคุณได้พิสูจน์ตัวเอง" กานต์ยกมือไหว้ขอบคุณแม่ของคนรักก่อนจะสวมกอดทั้งน้ำตา

ปวินลุกขึ้นยืนร้องประท้วง "แม่ ผมไม่ยอมรับเด็ดขาด ถ้าน้องตื่นผมจะพาน้องไปอยู่ที่อื่น" เขากล่าวจบก็สะบัดตัวหุนหันจากไป

แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วแต่กานต์ยังรับรู้ได้ว่าทุกคนในครอบครัวยังคงเจ็บปวดไม่หาย ทั้งเรื่องของคุณยายและเรื่องของฮารุ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากไปกว่าเดิม แต่หากจะให้เขาทอดทิ้งฮารุไปเพราะความรู้สึกผิด กานต์ก็ทำมันไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงอยากจะขอโอกาสจากทุกคนในครอบครัวให้เขาได้แก้ตัวอีกสักครั้ง

"ตื่นมาให้พี่ได้ไถ่โทษความผิดที่พี่ได้ทำลงไปนะครับ พี่จะรอ...ไม่ว่านานแค่ไหนพี่ก็จะรอ" กานต์จุมพิตเบาๆบนหน้าผากของคนรัก 

..

..

..

"สวัสดีครับปวิน" เสียงใสเอ่ยทักทายจนทำให้ปวินที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในกองถ่ายหลังคุยโทรศัพท์สอบถามอาการของน้องชายจากมารดาเสร็จต้องหยุดเดิน เขาหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจออกเดินต่อ

"เดี๋ยวสิครับ จะรีบไปไหนรึครับ" กายจับข้อมือร่างโปร่งไว้พร้อมรอยยิ้ม 

ปวินเหยียดตามอง ความจริงเขาไม่อยากจะมาทำงานเลยด้วยซ้ำ ถ้าตราบใดที่ฮารุยังคงไม่ฟื้นอยู่แบบนี้ แต่ว่าแม่ของเขาไม่ยอมบอกความรับผิดชอบก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าน้อง ตอนนี้มีแม่คอยดูแลอยู่ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นแม่จะโทรบอกนั่นทำให้เขาไม่มีข้ออ้างที่จะไม่มาทำงานได้อีก

"มีอะไร" ปวินถามเสียงแข็งพลางสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม

"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะทักทายคนที่ใช้สามีร่วมกันเท่านั้น" คำพูดของกายยิ่งทำให้ปวินรู้สึกเดือดดาลในใจ แม้ไม่อยากจะยอมรับว่าเขาตกเป็นล่างของไอ้พระเอกบ้านั่นก็ตาม

"ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัว" ปวินกล่าวสั้นๆคิดจะแยกตัวออกไป แต่ดูเหมือนกายจะไม่ยอมง่ายๆ

"เดี๋ยวสิครับ ผมยังพูดไม่จบเลยทำไมใจร้อนจังเลยล่ะครับ" ปวินหันไปมองอีกครั้งแววตาเริ่มดุดันมากขึ้น 

"ผมกับพี่แดลเนียลเรารักกันมาก ผมไม่อยากให้คุณเข้ามายุ่ง เป็นมือที่สามขั้นกลางระหว่างเรา" ปวินถึงกับหัวเราะออกมา ที่แท้ก็หนีไม่พ้นเรื่องไอ้บ้านั่นจนได้

"ใครบอกคุณยังงั้นหรือว่าผมเป็นมือที่สาม ผมว่าคุณต่างหากล่ะมั้งที่เป็นมือที่สามระหว่างเรา ทางที่ดีผมว่าคุณควรจะเลิกยุ่งกับผมดีกว่านะ" เมื่อเขาพูดจบรอยยิ้มแปลกๆผุดขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่าย 

จู่ๆกายก็จับมือของปวินขึ้นมาตบหน้าตัวเองอย่างแรง "ทำไมพี่ปวินต้องทำร้ายผมด้วยล่ะครับ ผมไม่ได้คิดจะแย่งพี่แดลเนียลเลยนะครับ" 

ปวินสับสนไม่เข้าใจ "เล่นบ้าอะไรของนาย" 

"กรี๊ดดดดดดด!!!!! ช่วยด้วยค่ะ ปวินทำร้ายกายค่ะ" เสียงกรีดร้องโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นพร้อมกับคนจำนวนหนึ่งที่เข้ามาดูเหตุการณ์และจับพวกเขาแยกออกจากกัน

กายบีบน้ำตาร้องไห้ "ฮึก...ผมแค่ทักทายดีๆ ทำไมพี่ปวินต้องตบผมด้วยครับ" พี่อย่างงั้นหรือ ก่อนหน้านี้ยังเรียกเขาปวินเฉยๆอยู่เลย ปวินแค่นยิ้มเยาะกับความเจ้าบทบาทของเด็กหนุ่มตรงหน้า

"น้องกายเป็นไงบ้างคะ ดูสิหน้าเป็นรอยแดงเลย" หนึ่งในทีมงานสอบถามอาการของกายก่อนจะตวัดหางตาจ้องเขาอย่างไม่ชอบใจ 

สายตาแบบนี้อีกแล้ว เกลียดชะมัด ปวินสบถลั่นอยู่ในใจ 

วันนี้เป็นวันแรกที่เขากลับเข้ามาทำงานอีกครั้งนับตั้งแต่เกิดเรื่อง ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาทำงานพร้อมแดลเนียลและแจ๊ส ก็แทบจะเห็นสายตาแบบนี้จากทีมงานทุกคน เขาไม่นึกแปลกใจเท่าไรและไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเพียงแค่อึดอัดใจบ้างก็เท่านั้น

"ทำไมคุณต้องรุนแรงกับน้องด้วยคะ ไม่รู้หรือไงว่าอีกเดี๋ยวน้องกายต้องเข้าฉาก" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างฉุนเฉียว

ปวินหน้าบึ้งกำหมัดแน่นก่อนจะยิ้มมุมปากออกมา ได้...ในเมื่ออยากให้เขาเป็นตัวร้ายดีนัก เขาก็จะเป็นให้สมใจ "ก็เขามาขวางทางผมเอง ช่วยไม่ได้นี่ครับ" 

"เกิดอะไรขึ้น???" เสียงร้องดังโวยวายของผู้มาใหม่ยิ่งทำให้กายแสร้งร้องไห้หนักกว่าเก่า

"มึง!!! มึงทำอะไรน้องกู" ผู้จัดการของกายถามด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาปรี่ตรงเข้ามากระชากคอเสื้อของอดีตนักข่าวหนุ่ม ปวินจ้องตาแข็งใส่ ดึงมือที่กำคอเสื้อเขาแน่นออกอย่างแรง

"ทีหน้าทีหลังก็บอกเด็กตัวเองด้วยนะครับ อย่ามาขวางทางคนอื่นมาก คราวนี้แค่สั่งสอนแต่ถ้าคราวหน้าอาจจะเจอหนักกว่านี้ก็ได้" เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะปั้นปึ่งเดินออกไปท่ามกลางสายตาจงเกลียดจงชังของทีมงาน

"ภาพน่าดูชมดีนะ" ออฟเอ่ยทักคนที่พึ่งเดินกระแทกส้นผ่านหน้าเขาไปเมื่อครู่ ปวินหันกลับไปมองเห็นออฟยิ้มพร้อมกับกล้องในมือ

เพียงเท่านี้เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าสองคนนี้น่าร่วมมือกันอย่างที่เขาคิดไว้จริงด้วย ไม่งั้นออฟไม่น่าจะโผล่มาที่นี่หรอก เพราะงานถ่ายตามกองถ่ายไม่ใช่หน้าที่ของออฟเลยสักนิดแต่เป็นของเขาต่างหาก

"งั้นอยากได้อีกสักภาพไหมครับ" ปวินเหยียดยิ้มถาม ออฟยักไหล่พร้อมรอยยิ้ม "เอาสิ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่ามึงจะทำอะไร" 

ปวินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาต่อยรุ่นพี่คว่ำทันทีระบายอารมณ์ที่ยังคั่งค้างในใจ ออฟสบถถุยเลือดที่กบปากลงกับพื้น "ไอ้เหี้ยปวิน" 

ออฟโมโหหนักเหวี่ยงหมัดไปกระแทกปากปวินเต็มแรงเช่นกัน หน้าของเขาสะบัดไปตามแรงของออฟ "หนักดีนี่" เขากล่าวชมเอามือลูบแก้มตัวเองพลางเดาะลิ้นในปาก

"ทำอะไรกัน" แดลเนียลที่เดินตามหาปวินไปทั่วร้องถามขึ้น ก่อนจะดึงปวินไปยืนข้างหลังตน ปวินไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการกระทำของชายหนุ่ม แม้จะมีความยินดีอยู่ลึกๆในใจแต่เขาก็แสดงมันออกมาด้วยท่าทีแข็งกร้าว

"กูไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องให้มึงมาปกป้อง" เขาผลักพระเอกหนุ่มให้ออกไป แต่แดลเนียลกลับจับข้อมือแฟนกำมะลอไว้แน่น 

"อย่าดื้อได้ไหมคุณ" แดลเนียลดุดึงปวินมายืนใกล้ตัว ปวินชักสีหน้าใส่

"กายจ้างคุณมาเท่าไร ผมจะให้มากกว่า" แดลเนียลเลิกสนใจแรงขัดขืนของปวิน เขาหันไปพูดกับอดีตรุ่นพี่ของร่างโปร่งแทน

"หึ...มึงคิดว่าเงินของมึงจะอุดปากกูได้ยังงั้นหรือ กูจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด มันต้องได้รับผลกรรมที่มันก่อ" ออฟชี้หน้าจ้องตาปวินกลับอย่างดุเดือด 

ออฟกล่าวคาดโทษปวินไว้ก่อนจะก้มลงเก็บกล้องถ่ายรูปที่ได้รับความเสียหายจากการทะเลาะกันเมื่อครู่ขึ้นมา "มึงกับกูได้เจอกันอีกแน่" ออฟทิ้งท้ายไว้แต่คนฟังอย่างปวินกลับยักไหล่ไม่สนใจกับคำพูดของรุ่นพี่หนุ่ม ออฟกำหมัดแน่นหันหลังเดินจากไปด้วยใบหน้าเคียดแค้นชิงชัง

"คุณ...คุณจะช่วยระงับอารมณ์ของคุณบ้างจะได้ไหม" แดลเนียลดุปวินที่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมจนได้ 

ปวินยักไหล่ไร้ความสนใจใดๆต่อเสียงดุว่าของแดลเนียล "ทำไมกูต้องทำ ในเมื่อทุกคนอยากให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว กูก็แค่สนองให้ก็เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรยาก"

แดลเนียลถอนหายใจออกมาก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา เขาล็อกคอคนที่กำลังจะเดินหนีไว้ไม่ยอมให้ไปไหน "หึหึ คุณนี่มันเหลือเชื่อจริงๆเพราะแบบนี้ไงผมถึงได้ชอบคุณ"

ปวินตกใจหันไปมองแดลเนียล เขาไม่แน่ใจว่าคำว่า ชอบ ที่แดลเนียลเอ่ยออกมาหมายถึงสิ่งใดกันแน่ เพราะในแววตาของพระเอกหนุ่มเขาแทบจะไม่พบอะไรเลย อาจจะเป็นแค่คำพูดล้อเล่นกวนประสาทของหมอนั่นอย่างทุกครั้งก็ได้ แต่ลึกๆในใจเขาเหมือนกำลังคาดหวังกับคำพูดนั่น 

มันไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!!!!

ปวินสะบัดหัวไล่ความคิดตัวเองออกไป เขาชักสีหน้าใส่ก่อนจะดึงมือแดลเนียลที่คล้องคอเขาออก "แต่กูเกลียดมึง" ปวินกล่าวเสียงเย็นชาเดินไปขึ้นรถตัวเองขับกระชากออกไปอย่างไว โดยไม่นึกจะหันไปมองคนที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆพร้อมรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมา


@@@@@@

"ว่ายังไงนะ??" หญิงสาวแผดเสียงสูงตวาดคนปลายสายหลังได้รับฟังเรื่องบางอย่าง

"ให้ตาย ฉันไม่อยู่แป๊บเดียวก่อเรื่องอีกจนได้" แจ๊สสบถก่อนจะกดตัดสาย วันนี้ความจริงเธอต้องตามไปเฝ้าปวินและแดลเนียลทำงานด้วยไม่ไว้ใจคนทั้งคู่ แต่เพราะมีอีกงานที่นัดไว้ก่อนแล้ว เธอจึงต้องเข้าไปตกลงตามนัดด้วยไม่อยากจะเสียเครดิตกับบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง คิดว่าออกไปเพียงครู่เดียวคงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่

ไม่คิดเลยว่าการที่เธอทิ้งทั้งคู่ไว้ในกองถ่าย ปวินจะก่อเรื่องอีกจนได้ ไม่น่าฝากความหวังไว้ที่กิจบอดี้การ์ดของแดลเนียลเลย นึกว่าจะคุมปวินได้แต่ก็ปล่อยให้คลาดสายตาจนพลาดเกิดเรื่องจนได้

แถมตอนนี้กระแสในโลกออนไลน์ที่นึกว่าจะดีขึ้นหลังรู้ข่าวน้องของปวินป่วยและคำสารภาพรักของแดลเนียล ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดเพียงเพราะความอารมณ์ร้อนของหนุ่มปวิน

หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คนที่จะเสียผลประโยชน์คงจะเป็นเธอแน่ แจ๊สตัดสินใจได้ในทันทีว่า ต้องทำให้ทั้งคู่เลิกกันให้ได้อย่างเด็ดขาดก่อนเธอจะพังพินาศไปพร้อมทั้งคู่

"สืบให้หน่อยว่าตอนนี้ปวินอยู่ที่ไหน" เธอติดต่อหาลูกน้องคนหนึ่งของเธอ หลังวางสายไม่นานเขาก็แจ้งมาว่า ปวินไปโรงพยาบาลแล้ว ไม่ต้องรอนานแจ๊สก็คว้ากุญแจรถบึ่งไปยังแหล่งที่อยู่ของเป้าหมายทันที

ขอโทษนะแดลเนียล ขืนรอให้นายจัดการทุกอย่างมันคงจะวินาศสันตะโรไปมากกว่านี้ ดังนั้นเธอจะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม นั่นเป็นเรื่องที่เธอควรจะทำตั้งแต่แรกแล้ว ไม่น่าปล่อยให้เรื่องพวกนี้มันบานปลายมาจนถึงทุกวันนี้เลย

"ปวิน!!!" เขาหันไปมองอย่างหงุดหงิด วันนี้ทำไมถึงได้มีแต่คนเรียกเขานักนะ แม้ไม่อยากจะหยุดเดินนักแต่ก็ต้องหยุด

"สวัสดีครับ" เขาเอ่ยทักทายผู้จัดการสาวที่เดินปั้นปึ่งเข้ามาหาเขา 

"เอากองไว้ตรงนั้นแหละ" เธอว่า ปวินยักไหล่ไม่นึกแคร์กับคำพูดของเธอแม้แต่น้อยด้วยรู้ดีว่าเธอไม่พอใจเขาเรื่องอะไร ก่อนที่พูดอะไรไปมากกว่านี้แจ๊สคว้าข้อมือของปวินให้เดินตามเธอมา เธอผลักประตูหนีไฟซึ่งอยู่ไม่ไกลดันให้ปวินเดินเข้าไปก่อนเธอจะปิดประตูตามหลัง

"ฉันไม่อยู่กองแป๊บเดียว นายก็ก่อเรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้นเลยนะ" แจ๊สเริ่มต้นพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงโกรธจัดหลังทราบเรื่องว่าปวินก่อเรื่องอีกแล้ว ต้องให้เธอคอยนั่งเฝ้าเลยไหมถึงจะหยุดสร้างปัญหาให้เธอได้สักที

"เรื่องอะไรอีกครับ" ปวินแสร้งตีหน้าซื่อถามกลับ 

แจ๊สเท้าสะเอว "ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกนะ" เธอกล่าวด้วยวาจาฉุนเฉียวเมื่อคำพูดของปวินช่างคล้ายกับแดลเนียลซะจริง ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงได้เหมาะสมกันนัก สร้างเรื่องให้เธอหนักใจทั้งคู่

ด้วยก่อนหน้าที่เธอจะมานี่ เธอได้โทรต่อว่าแดลเนียลถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คำตอบที่ได้ไม่ได้สร้างความพอใจให้เธอแม้แต่น้อย มีแต่โกรธมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่เธอตัดสินใจจะทำให้ทั้งคู่เลิกกัน มันเป็นเรื่องที่สมควรที่สุด 

เลิก...เลิกกันไปซะคู่รักนรกคู่นี้ มีแต่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้เธอไม่จบไม่สิ้น!!!!!!

"นายรู้ไหม คนในโลกโซเซียลด่าว่านายกันมากแค่ไหน แถมยังมีหน้าไปทะเลาะกับไอ้เด็กกายนั่นอีก ถึงเขาจะไม่เอาเรื่องแต่มันก็ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ไม่สู้ดีของพวกนาย โอ๊ย! ให้ตายสิ" 

"ก็แล้วไงครับ ผมกับแดลเนียลก็ไม่ได้คบกันจริงๆสักหน่อย" ปวินบอก แม้แจ๊สจะนึกสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินมันตรงๆ

"ก็ดี งั้นพวกนายก็เลิกๆกันไปซะ จะได้จบๆปัญหากันไป ฉันเองก็เบื่อเรื่องพวกนี้เต็มทน" เธอกล่าวอย่างสุดทน

"ผมเองก็เบื่อรำคาญเรื่องพวกนี้เต็มทน ผมขอลาออก ส่วนเรื่องแดลเนียลผมจะจัดการบอกเลิกเขาเอง หวังว่าจะสมใจคุณนะครับ เพราะผมรู้คุณเองก็อยากได้เขาไม่ต่างกันนักหรอก" ปวินเหยียดยิ้มให้แจ๊ส

แจ๊สตาวาวด้วยความโกรธถึงเธอจะชอบแดลเนียลอยู่บ้างแต่มันก็ยังไม่มากไปกว่าผลประโยชน์ที่เธอได้จากเขา คำพูดของปวินเหมือนกำลังดูถูกเธอ ทำราวกับเธออยากได้พระเอกในสังกัดมานอนด้วยซะเต็มประดา

"ปวิน!!!!!" เธอขึ้นเสียงใส่ 

ปวินไม่ตอบอะไรด้วยนึกรำคาญผู้จัดการคนนี้เต็มทน ตอนนี้เขาลาออกแล้วไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรตามที่เธอสั่งอีกต่อไป

เขายักไหล่หมุนตัวผลักประตูหนีไฟเดินกลับเข้าไปในตัวโรงพยาบาล ก่อนจะเลี้ยวเดินแยกไปอีกทาง ปล่อยแจ๊สที่เดินตามหลังมา พยายามขู่เรียกให้เขากลับไปคุยให้รู้เรื่อง แต่เรื่องอะไรเขาจะทำตาม อย่างโวยวายนักก็ตามใจเขาไม่สนอยู่แล้ว

"ปวิน นายมีอะไรจะสารภาพไหม?"

เสียงของคนคุ้นเคยที่เอ่ยดักขวางไม่ให้เขาเดินต่อไปได้ทำให้ปวินที่ค่อนข้างหงุดหงิดหมายจะต่อว่าให้สาสม แต่เมื่อเห็นใบหน้าของใครคนนั้นชัดๆ รอยยิ้มของเขาก็ผุดออกมาทันที

"ทสึยุ!!!!"


@@@@@@@@

เฉลยคนที่เจนทิ้งปริศนาให้คิดนั่นคือ ทสึยุ นี่เอง แต่ขอแก้นิดนึง

เรื่องที่บอกว่ามีคนพูดถึงคำเดียว เจนย้อนกลับไปอ่านใหม่มีสองคนที่พูดถึงทสึยุนั่นคือปวินและฮารุ

ตอนที่มีคนเข้าไปช่วยปวินจากงูกัดนั่นเอง จำกันได้ไหม

ใบ้ให้ว่าทสึยุคนนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องแต่จะเรื่องอะไรต้องตามกันต่อไป

ว่าแต่ใครเกลียดลุงจาคอบบ้างเอ่ย แต่งเองยังไม่ชอบลุงเลย แต่ลุงนี้ร้ายจริงๆเนอะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ

สงสารกานต์รำคาญฮารุหมั่นไส้ปวินหลงแดลเนียลก็เมนต์นิดโหวตหน่อยนะคะ

(อ่านแล้วรู้เลยเจนลำเอียงเข้าข้างใคร 555)



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น