Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

คลั่งรักครั้งที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป

ชื่อตอน : คลั่งรักครั้งที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป

คำค้น : HEART , Rabid , หัวใจคลั่งรัก , เพลิงพาย , Yaoi , Sameejaejung

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 132

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2561 22:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คลั่งรักครั้งที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป
แบบอักษร



**Part 7# Pieความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป **

โชคดีที่ตลอด 2 เกือบ 3 ชั่วโมงเพลิงไม่ได้โทรหาผม เพียงแค่ไลน์มาถามประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นว่าทำวิจัยไปถึงไหนแล้ว ถ้าผมรีบตอบทันทีเพลิงก็จะไม่ถามย้ำแล้วครึ่งชั่วโมงถัดไปค่อยทักมาถามใหม่ แต่ถ้าผมตอบช้าล่ะก็เพลิงจะส่งสติ๊กเกอร์มารัวๆ จนโต๊ะสะเทือนเพราะโทรศัพท์สั่นเลยล่ะ

“นี่พายไม่ได้คบกับเพลิงจริงๆ น่ะหรอ ไลน์หาทุกครึ่งชั่วโมงขนาดนี้มันไม่น่าใช่แค่เซ็กส์เฟรนด์เลยนะ” อินน์ถามขึ้นหลังจากที่ผมตอบไลน์เพลิงไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ส่วนทำไมอินน์ถึงถามแบบนี้ก็เพราะผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังตั้งแต่มาถึงห้องสมุดแล้ว

“เพลิงคงจะกวนประสาทเราเพื่อเอาคืนนั่นแหละ”

ถึงผมจะบอกไปแล้วก็เถอะว่าเงินพันห้าเป็นค่าโรงแรมกับค่าเครื่องดื่มไม่ใช่ค่าตัวของเพลิง แต่ในมุมมองของเพลิงคงจะเชื่อยากล่ะมั้ง เพราะงั้นผมเลยอยู่นิ่งๆ ไม่คิดมีปากเสียงเวลาเพลิงทำอะไร เดี๋ยวอีกไม่นานพอเบื่อเพลิงก็คงจะเลิกยุ่งกับผมไปเอง

“มันจะใช่แค่นั้นจริงๆ น่ะหรอ” อินน์พูดพึมพำเบาๆ คือผมก็ได้ยินแหละแต่ไม่รู้จะตอบว่าอะไรก็เลยปล่อยผ่าน

“วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนดีมั้ยอินน์ เราชักเริ่มหิวข้าวแล้วล่ะ” ถึงแม้จะต้องเสียเวลาที่มีคนกวนอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่างานเดินไปได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ อีกอย่างตอนนี้มันก็จะ 1 ทุ่มแล้วด้วย ท้องมันก็เลยเริ่มร้อง

“ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยววันไหนว่างๆ ค่อยมาทำต่อก็ได้ ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า” อินน์ยิ้มกว้างแล้วพับโน้ตบุ๊คลง ส่วนผมก็รวบรวมหนังสือทั้งหมดไปเก็บที่ชั้น จากนั้นเราสองคนก็ลงลิฟต์มายังด้างล่าง

“กินข้าวที่โรงอาหารกันมั้ยอินน์ ตอนนี้น่าจะมีบางร้านขายอยู่”

“ก็ดี ช่วงนี้เราแกลบมาก” ผมหัวเราะเบาๆ กับคำพูดนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหนโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าของผมก็สั่นขึ้นมาซะก่อน

“เพลิงล่ะสิ” อินน์เดาได้อย่างไม่ยาก

“อืม แต่คราวนี้โทรมา เรารับสายก่อนนะ” พอกดรับแล้วผมก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู “ฮัลโหล”

“มึงกำลังจะไปไหน” อะไรกันเนี่ย ผมพึ่งออกจากห้องสมุดได้ไม่ถึงนาทีเลยนะ ทำไมเพลิงถึงรู้เรื่องนี้ได้ล่ะ

“นายอยู่แถวนี้งั้นหรอ”

“เออ แต่ไม่ใช่เพราะกูอยู่รอเฝ้ามึงหรอกนะ”

“เราก็ไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย” อะไรของเพลิงก็ไม่รู้ พูดอย่างกับร้อนตัวที่ถูกจับได้ยังไงยังงั้น

“แล้วสรุปมึงกำลังจะไปไหน”

“ไปกินข้าวกับอินน์ จะไปกินที่โรงอาหาร นายจะไปด้วยมั้ยล่ะ” ผมก็ถามไปตามมารยาทเท่านั้น ก็ไม่คิดหรอกว่าคนอย่างเพลิงจะตอบตกลงไปกินด้วย

แต่...

“ไป! เอ่อ...ก็ถ้ามึงรบเร้าขนาดนั้นกูจะไปด้วยก็ได้” ผมว่าเพลิงต้องสับสนอะไรแน่ๆ ผมเนี่ยนะรบเร้า? จำไม่เห็นได้เลยว่าผมพูดแบบนั้นตอนไหน

“ถ้าจะไปกินด้วยจริงๆ ก็เจอกันที่โรงอาหารแล้วกัน” พูดจบผมก็กดวางสาย ก่อนจะหันไปยิ้มแห้งๆ ให้อินน์ “โทษทีนะ เราชวนไปงั้นๆ แต่ไม่คิดว่าเพลิงจะมาด้วย”

“ไม่เป็นไร เราโอเค” อินน์ยังคงยิ้มแย้มเหมือนเดิม เป็นคนสดใสและมองโลกในแง่บวกจริงๆ เพราะถ้าผมเป็นอินน์คงจะเกร็งจนอยากปลีกตัวกลับบ้านไปแล้ว

หลังจากนั้นเพลิงก็มาสมทบกับพวกผมที่ถึงโรงอาหารก่อน พอมาถึงกับข้าวที่สั่งเอาไว้ก็เสร็จพอดีเพลิงเลยควักตังจ่ายให้ทั้งหมด ตอนแรกผมก็รู้สึกเกรงใจ เพราะนอกจากของผมเพลิงยังจ่ายในส่วนของอินน์ให้ด้วย ถึงแม้จะเป็นเงินไม่ถึง 200 มันก็เป็นเงินอยู่ดี

แต่ทันทีที่ได้ยินเพลิงกระซิบที่ข้างหูเท่านั้นแหละ ความคิดที่ว่าเกรงใจก็เปลี่ยนเป็นอยากจะสั่งให้หมดทั้งร้าน!

“ไม่ต้องกลัวไปว่ามึงจะไม่ได้ใช้คืน เพราะคืนนี้กูจะจัดหลายๆ ดอกทบต้นทบดอกแน่นอน” ลองถ้าเพลิงได้พูดแบบนี้ คนที่ขาดทุนย่อยยับก็ต้องเป็นผมน่ะสิ!

“เอ้า ยืนเอ๋ออยู่ได้ ข้าวน่ะจะไม่กินรึไง” เพลิงที่เดินไปตรงโต๊ะที่อินน์นั่งอยู่เรียบร้อยแล้วเรียกผม ผมเลยตั้งสติแล้วเดินไปนั่งข้างๆ เพลิงอย่างช่วยไม่ได้

เฮ้อออออ เมื่อไหร่เพลิงจะเบื่อผมกันนะ ผมคิดว่าตัวเองก็ทำเรื่องน่าเบื่อทุกอย่างไปแล้ว แต่ทำไมดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเลยก็ไม่รู้

 หลังที่เราสามคนกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วอินน์ก็ขอตัวแยกกลับบ้านไป ส่วนผมถึงแม้จะภาวนาให้เพลิงแยกกลับบ้านไปอีกคน แต่ความหวังลมๆ แล้งๆ ของผมก็หมดลงเมื่อเพลิงโอบเข้าที่ไหล่แล้วพาผมเดินตรงไปที่รถ

“ต่อไปมึงห้ามใส่คอนแทคเลนส์ ห้ามเปลี่ยนทรงผม ต้องใส่แว่นแล้วก็เอาผมมาปิดหน้าปิดตาเหมือนเดิมเข้าใจมั้ย” เพลิงหันมาสั่งทันทีที่เราสองคนเข้ามานั่งข้างใน

“เข้าใจแล้ว” ความย้อนแย้งและเปลี่ยนกลับไปกลับมาของเพลิงผมเจอมาทั้งวัน เพราะงั้นผมเลยชินและชาจนไม่รู้สึกโมโหแต่อย่างใด ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าผมจะเข้าใจความคิดของเพลิงล่ะนะ

“ดีมาก แล้วคืนนี้มึงอยากทำที่ไหน” ถ้าผมตอบไปว่าไม่อยากทำ เชื่อว่าเพลิงต้องเกรี้ยวกราดอาละวาดจนรถพังไปข้างแน่ๆ

“เอ่อ...ที่ไหนก็ได้” ผมไม่อยากมีเรื่องและอยากให้เพลิงเบื่อหน่ายสุดๆ เลยตอบแบบน่าเบื่อไป แต่ก็ดูเหมือนว่าเพลิงจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เพราะเพลิงยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุกผสมกับความเจ้าเล่ห์

“ถ้างั้นกูทำที่รถเลยแล้วกัน ถึงไม่เคยลองแต่ก็น่าจะมันส์เอาเรื่อง” ไม่พูดเปล่าเพลิงที่พึ่งสตาร์ทรถก็ปลดเข็มขัดแล้วโน้มตัวมาคร่อมผมเอาไว้ ผมที่คิดว่าเพลิงต้องไม่ได้พูดเล่นแน่ๆ เลยรีบบอกชื่อสถานที่แรกที่อยู่ในหัวออกไปทันที

“ห้องเรา! คืนนี้ไปทำที่ห้องเรานะเพลิง!”

“หึหึ อยู่กับมึงแล้วกูรู้สึกสนุกจริงๆ” พูดจบเพลิงก็ก้มหน้าลงมาจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากของผม เล่นเอาผมถึงกับใจเต้นโครมครามเพราะตั้งตัวไม่ทัน ยังดีที่หลังจากนั้นเพลิงก็กลับไปนั่งที่เบาะคนขับ แล้วออกรถมุ่งตรงไปยังหอของผมที่อยู่ไม่ไกล

ระหว่างทางที่ขับเข้าไปในซอย ผมมองเห็นกวีกับเดือนกำลังกินข้าวอยู่ด้วยกัน ร้านนั้นคือร้านเจ๊หมวยที่ผมกับกวีชอบไปกินด้วยกันเป็นประจำ ภาพที่เห็นทำเอาผมอดรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาไม่ได้ ถึงแม้ผมจะรู้สึกยินดีกับความรักของกวีจากใจ แต่ผมก็เจ็บเพราะยังตัดใจจากกวีไม่ได้นี่นา

“เป็นอะไรไปน่ะ จู่ๆ ก็ทำหน้าแบบนั้น” หน้าแบบนั้นที่ว่าคือแบบไหนผมไม่รู้หรอก แต่การที่เพลิงสังเกตเห็นทั้งที่ต้องมองทางไปด้วยก็ทำเอาผมรู้สึกแปลกใจขึ้นมา

“ปะ...เปล่าหรอก คือเราแค่เสียดายที่ไม่ได้กินข้าวตามสั่งร้านเมื่อกี้ ปกติไม่เกิน 1 ทุ่มก็ปิดแล้ว ถ้ารู้ว่าเปิดอยู่เราจะได้มากินน่ะ” ที่ผมโกหกไปเพราะไม่อยากให้เพลิงรู้ว่ากวีอยู่ที่นั่น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเพลิงอาจจะไปหาเรื่องกวีที่ร้านก็ได้ แถมกวีก็ชอบขี้หน้าเพลิงที่ไหน ถ้าได้เจอกันมีหวังได้ก่อสงครามจนร้านเจ๊หมวยพังแน่ๆ

ผมก็ได้แต่หวังว่ากวีคงจะไม่ทันได้มองเห็นรถคันนี้ที่ขับผ่านหน้า จริงอยู่ว่าสีมันแดงโดดเด่นสะดุดตา แต่ความมืดของช่วงกลางคืนน่าจะบดบังความแรงของสีได้ล่ะนะ 

“อาบน้ำพร้อมกันเลยมั้ยจะได้ไม่เสียเวลา” เพลิงถามทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องของผม แต่ถึงจะบอกว่าถาม เสื้อของเพลิงก็ถูกถอดออกลงไปกองที่พื้นด้านล่าง จากนั้นเพลิงก็เดินตรงมา แล้วยื่นมือมาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของผม

“เราถอดเองก็ได้”

“แต่กูถอดเองมันได้อารมณ์มากกว่า” คำพูดว่าหื่นแล้ว แต่สีหน้าของเพลิงนั้นดูหื่นกว่าสัก 10 เท่าเห็นจะได้

“ตามใจนายแล้วกัน” ถึงแม้ผมจะรู้สึกอายอยู่บ้าง แต่ผมก็เคยทำอะไรที่มันน่าอายกว่านี้มาแล้ว เพราะงั้นแค่นี้ถือว่าธรรมดาผมเลยปล่อยให้เพลิงทำตามใจ พอถอดเสื้อของผมออกไปได้เพลิงก็เลื่อนมือลงไปยังเข็มขัด โดยที่ระหว่างนั้นก็ก้มหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอของผมไปด้วย

“อืม...” ผมเป็นคนรู้สึกค่อนข้างไว เพราะงั้นเพียงไม่กี่นาทีก็มีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว แต่ก่อนที่ผมจะไปถึงยังจุดนั้น โชคดีที่เสียงโทรศัพท์ของเพลิงก็ดังขึ้นมาซะก่อน

“เชี่ยเอ๊ย! แม่งมารหัวขนที่ไหนโทรมาขัดจังหวะวะ!” เพลิงสบถอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ผมเห็นแว้บๆ ว่าชื่อที่ปรากฏตรงหน้าจอนั้นคือ ‘พฤกษ์’

“โทรมาหาพ่อมึงหรอตอนนี้!” โอ้โห รับสายได้เป็นมิตรเอามากๆ ถ้าจำไม่ผิดพฤกษ์คือชื่อพี่ชายของเพลิงนี่นา พึ่งรู้ก็วันนี้แหละว่าน้องสามารถเกรี้ยวกราดใส่พี่ได้ถึงขนาดนี้

“จะอะไรนักหนาก็แค่ไม่กลับบ้านคืนสองคืน...ถ้ามึงไม่มีปัญหางั้นก็ไปอัญเชิญคนที่มีปัญหามาคุยกับกู...พี่ภูไม่คุย?...แล้วฝากมึงบอกอะไร?...เชี่ยแม่งใครจะไปยอม! นั่นมันเงินส่วนแบ่งกูแล้วพี่ภูจะเอาไปหารใส่เพิ่มให้คนอื่นได้ยังไง!...โว้ยยยยยยยย! งั้นกลับก็ได้พอใจแล้วนะ! Fuck! Fuck!! Fuck!!!”

ความเกรี้ยวกราดอย่างรุนแรงของเพลิงทำเอาผมรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยแน่ๆ ถ้าอยู่ใกล้ เลยขยับถอยออกมาจนเกือบชิดผนัง ซึ่งหลังจากวางสายเพลิงก็หันขวับมาทางนี้แล้วเดินดุ่มๆ เข้ามา ผมคิดว่าต้องถูกเพลิงทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายอารมณ์แน่ๆ เลยหลับตาปี๋ด้วยความกลัว

แต่แล้ว...

จุ๊บ!

เพลิงแค่ก้มลงจูบที่ริมฝีปากของผมเบาๆ เท่านั้น ไม่มีความรุนแรงหรือดิบเถื่อนอย่างที่คิดเอาไว้แม้แต่น้อย ถ้าว่าไปตามจริงผมคิดว่าเพลิงอ่อนโยนมากกว่าครั้งไหนๆ เลยด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็ทำเอาผมใจเต้นแรงขึ้นมา

เป็นเพราะกลัวจะถูกเพลิงทำร้ายหรือเป็นเพราะว่าอะไรกันแน่?

“โทษทีนะ วันนี้พี่ชายกูบังคับให้กลับบ้าน”

“เอ่อ...ไม่เป็นไร” ผมยังงงไม่หายเลยตอบอย่างติดๆ ขัดๆ แต่ประโยคถัดมาของเพลิงกลับยิ่งทำให้ผมรู้สึกงงมากกว่า

“มึงอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย” สีหน้าของเพลิงดูจริงจังและเป็นห่วงเป็นใยผม ถึงแม้จะยังงงแต่ผมก็ยิ้มออกมา

“ถามอะไรแบบนั้น ลืมแล้วหรอว่านี่มันห้องเรา แล้วทำไมเราจะอยู่ไม่ได้”

“ถ้างั้นก็ดี กูจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” เพลิงมีสีหน้าเบาใจแล้วลูบที่ศีรษะของผม 2 – 3 ที ก่อนที่จะถอยออกไปแล้วหยิบเสื้อที่ทิ้งเอาไว้ตรงพื้นขึ้นมาสวม

“กูไปแล้วนะ” เพลิงหันหลังกลับมามองผมเมื่อเดินไปถึงประตูแล้วเอามือสัมผัสลูกบิด

“อืม ขับรถดีๆ ล่ะ” พอได้ยินผมพูดแบบนั้นเพลิงก็ยิ้มออกมาบางๆ จากนั้นก็เปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องไป

จู่ๆ ผมก็คิดว่าบรรยากาศระหว่างผมกับเพลิงเปลี่ยนไปนิดหน่อย นี่ผมคิดไปเองรึเปล่านะ?

ซึ่งในขณะที่ถามตัวเองแบบนั้น ผมกลับไม่รู้ตัวเลยว่าได้เผลออมยิ้มออกมา ภาพที่เพลิงก้มหน้าลงมาจูบผมอย่างแผ่วเบาฉายชัดในความคิดอีกครั้ง แต่ว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้รู้สึกอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูห้องของผมก็ดังขึ้นซะก่อน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หืม? หรือว่าเพลิงจะลืมของ?

“ลืมอะไรเอาไว้หรอเพลิ...” ผมรีบเดินไปเปิดประตูให้ แต่ยังไม่ทันได้พูดจนจบผมก็ต้องชะงักไปซะก่อน เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่ใช่เพลิงแต่เป็นกวี

“คืนนี้ขอนอนด้วยคนได้มั้ย กุญแจเราหายเลยเข้าห้องไม่ได้น่ะ”

“เอ่อ...กวีลองติดต่อนิติฯ ดูรึยัง” ปกติถ้าคนในหอมีปัญหาก็ต้องติดต่อนิติบุคคลที่อยู่ข้างล่างเป็นอันดับแรก อย่างเรื่องกุญแจก็จะมีของแต่ละห้องสำรองเอาไว้ 3 – 4 ดอก แต่ถ้าลองกวีได้มาเคาะประตูห้องผมแบบนี้นิติบุคคลก็อาจจะปิดแล้วล่ะมั้ง

“เราเห็นปิดไฟ คงไม่มีคนอยู่น่ะ” ว่าแล้วเชียว เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย แต่ก็แปลกเหมือนกันนะ ปกตินิติบุคคลจะปิดตอน 4 ทุ่ม นี่พึ่ง 3 ทุ่มเองทำไมถึงปิดเร็วจัง แต่บางทีผู้ดูแลอาจจะมีธุระที่ต้องไปทำก็ได้ เพราะกวีก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกผมนี่นา

“ถ้างั้นคืนนี้กวีก็นอนกับเราไปก่อนแล้วกัน” ผมหลีกทางให้กวีเดินเข้ามา จากนั้นก็ปิดประตูแล้วรีบเดินไปหยิบเสื้อที่กองอยู่ตรงพื้นขึ้นมาสวมกลับเข้าไปใหม่

“พายกำลังจะอาบน้ำหรอ”

“อะ...อื้ม...เรากำลังจะไปอาบน้ำ” เวลาที่โกหกผมไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ตัวเองมักจะหลบตาและพูดติดอ่างเป็นประจำ ส่วนคนที่อยู่รอบข้างของผมนั้นรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

“กวีนั่งรอแถวนี้ก่อนนะ เราอาบแป๊บเดียวเดี๋ยวออกมา”

“โอเค” กวีพยักหน้า ผมเลยเดินไปหยิบชุดนอนกับผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“เฮ้อออออ” ทันทีที่ปิดประตูผมก็ถอนหายใจออกมา

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกอึดอัด ปกติเวลาที่กวีมาหาที่ห้องผมจะดีใจและมีความสุขมาก ซึ่งสาเหตุที่ผมรู้สึกแบบนั้นคงเพราะกวีมีแฟนแล้ว แถมเมื่อกี้ยังอยู่ด้วยกันและกินข้าวกันด้วยท่าทางมีความสุขอีกต่างหาก

หลังจากที่ยืนถอนหายใจสักพักผมก็เริ่มต้นอาบน้ำ ผมใช้เวลาไม่กี่นาทีก็อาบเสร็จแล้วจึงเดินออกมา โดยที่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อย

“กวีจะอาบน้ำเลยมั้ย”

“อาบเลยก็ได้”

“งั้นเดี๋ยวเราไปหยิบผ้าเช็ดตัวกับหาชุดใส่นอนให้นะ” ผมพูดจบก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็หยิบชุดกับผ้าเช็ดตัวยื่นส่งไปให้กวี ปกติผมจะใส่เสื้อตัวใหญ่จนหลวมโครกอยู่แล้วเพราะมันนอนสบาย ดังนั้นกวีก็คงใส่ได้ไม่น่ามีปัญหา

“ขอบใจนะ” กวียิ้มบางๆ แล้วยื่นสองมือออกมารับชุดกับผ้าเช็ดตัว ซึ่งถ้ารับไปเฉยๆ ผมคงจะไม่กระอักกระอ่วน แต่นี่รู้สึกเหมือนว่ากวีจะจงใจจับที่มือของผมเอาไว้ แถมยังค้างอยู่อย่างนั้นไม่ยอมเลื่อนออกไปสักทีอีกต่างหาก

“เอ่อ...ระ...เรา...หิวน้ำ เดี๋ยวเราไปกินน้ำก่อนนะกวี” ผมดึงมือออกมาแล้วรีบหันหลังเดินไปยังตู้เย็น กวีเป็นอะไรไปนะ ทำไมถึงได้ทำอะไรแปลกๆ แบบนี้

โชคดีที่กวีไม่ได้พูดอะไรและไม่ได้ตามผมมา เพราะงั้นผมเลยโล่งใจแล้วเก็บกวาดห้องที่มันค่อนข้างรกนิดหน่อย เสร็จแล้วผมค่อยไปปัดฝุ่นและจัดแจงหมอนกับผ้าห่มตรงที่นอน

เตียงขนาด 5 ฟุตแบบนี้ผู้ชายสองคนนอนด้วยกันได้สบาย ซึ่งผมก็เคยฝันเอาไว้ว่าอยากนอนร่วมเตียงกับกวีดูสักครั้ง แต่พอความจริงมันกำลังจะเป็นอย่างที่ฝัน ผมกลับไม่รู้สึกดีใจแถมยังไม่สบายใจอีกต่างหาก

“นี่จะนอนแล้วหรอพาย เร็วไปมั้ยเนี่ย” กวีที่เดินออกมาจากห้องน้ำถามผม เพราะตอนนี้พึ่งจะ 3 ทุ่มกว่าๆ เท่านั้นเอง

“เราไม่มีอะไรทำน่ะ งานที่ต้องส่งพรุ่งนี้ก็เสร็จแล้ว”

“ถ้างั้นก็มานั่งคุยเล่นกับเราเหมือนเมื่อก่อนก็ได้นี่นา” กวีเดินเอาผ้าเช็ดตัวไปตากที่ระเบียง จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาในห้อง ซึ่งพอเห็นผมยังคงนอนอยู่ กวีก็เลยขึ้นมานอนบนเตียงข้างๆ ผมบ้าง

“พอเปลี่ยนจากนั่งคุยกันมาเป็นนอนคุยข้างกันมันก็ดีเหมือนกันนะ พายว่ามั้ย” ในใจของผมตอบว่าไม่ แต่ผมไม่กล้าพอที่จะบอกไปแบบนั้นเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ออกมา

ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นมันจะผ่านไปได้ไม่นาน แต่ผมก็แทบนึกไม่ออกเลยว่าแต่ละวันผมกับกวีเราคุยอะไรกัน ในสมองของผมมันจำได้เพียงแค่วันนั้น...วันที่ผมหัวใจพังเพราะกวีแนะนำให้รู้จักเดือนว่าเป็นแฟนของตัวเอง

“กวีไม่โทรหาเดือนหน่อยหรอ” พอได้ยินผมพูดแบบนี้กวีก็ดูจะอึ้งๆ ไปเล็กน้อย

“ตอนนี้เราอยู่กับพาย ทำไมต้องพูดถึงเดือนด้วยล่ะ”

“แล้วพูดไม่ได้หรอ?” ทำไมล่ะ? นี่ผมงงจริงจังเลยนะ ซึ่งกวีตอนแรกก็ดูเหมือนว่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ตัดใจไม่พูดมันออกมาแล้ว

“ช่างเถอะ เอาเป็นว่าถ้าเราอยู่ด้วยกันพายอย่าพูดถึงเดือนอีกก็พอ” ถึงจะไม่เข้าใจแต่ผมก็พยักหน้าลง

เอาตามจริงผมก็ไม่ได้อยากจะพูดถึงเดือนขนาดนั้นหรอก แต่ผมนึกไม่ออกว่าเราสองคนควรคุยเรื่องอะไรกันดี ตอนนี้มันเหมือนมีอะไรบางอย่างมาขวางผมกับกวีเอาไว้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าอยู่ไกลกับกวีทั้งที่อยู่ข้างๆ กันนี่เอง

ซึ่งขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะตอบกวีไปยังไงดี จังหวะนั้นก็มีเสียงไลน์ดังขึ้นที่โทรศัพท์ของผม


🔥 เพลิง 🔥 แม่ง เบื่อฉิบหาย ถึงบ้านปุ๊บก็โดนคนแก่เทศน์ปั๊บ ชาติก่อนแม่งคงเป็นเจ้าอาวาส!

🥧 พาย 🥧 ดูพูดเข้า นายนี่น้า...

🔥 เพลิง 🔥 ก็แล้วมันไม่จริงรึไง

🥧 พาย 🥧 แต่เมื่อคืนนายไม่ได้กลับบ้านนี่นา แล้วก็คงไม่ได้โทรบอกพี่ชายด้วยใช่มั้ยล่ะ

🔥 เพลิง 🔥 กูโตแล้วนะเว่ย จะไปไหนทำอะไรก็ได้เปล่าวะ

🥧 พาย 🥧 งั้นนายก็หาเงินใช้เองสิ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ยังไม่ถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่หรอกนะ

🔥 เพลิง 🔥 มึงนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว ไอ้ที่ใช้ทุกวันนี้ส่วนใหญ่กูก็หามาเองทั้งนั้น

🥧 พาย 🥧 หืม? จริงหรอ?

🔥 เพลิง 🔥 โกหก

 🥧 พาย 🥧 ว่าแล้วเชียว

🔥 เพลิง 🔥 กูประชดโว้ยยยยยยย!

🥧 พาย 🥧 อ้าวหรอ ขอโทษ ก็เราไม่รู้นี่นา แต่พึ่งรู้นะเนี่ยว่านายทำงานแล้ว

🔥 เพลิง 🔥 ก็แค่เล่นหุ้นกับขุดบิทคอยน์กับพี่ขำๆ เฉยๆ

🥧 พาย 🥧 ไม่ขำแล้วมั้ง แค่ตัวเครื่องขุดก็เป็นแสนแล้ว ส่วนหุ้นถ้าดูไม่เป็นก็เจ๊งได้เลยนะ

🔥 เพลิง 🔥 นี่ใคร? ตัวท็อปอย่างกูแค่ดูหุ้นนี่กระจอกมาก

🥧 พาย 🥧 ขอความจริง

🔥 เพลิง 🔥 แม่ง กูล่ะเกลียดคนฉลาดอย่างมึงฉิบหาย จะโม้อะไรก็รู้ทันกูซะหมด เออยอมรับก็ได้ว่าดูหุ้นน่ะแม่งโคตรยาก!

🥧 พาย 🥧 ก็ถ้าง่ายคนทั้งประเทศคงรวยไปแล้ว ว่าแต่สมมติเล่น 10 เฉลี่ยกำไรเท่าไหร่ขาดทุนเท่าไหร่หรอ

🔥 เพลิง 🔥 กำไร 6 ขาดทุน 4 แต่บางทีกำไรรัวๆ หรือขาดทุนรัวๆ ก็มีแล้วแต่จังหวะเหมือนกัน

🥧 พาย 🥧 แต่ก็คือรวมๆ แล้วไม่ขาดทุนใช่มั้ยล่ะ

🔥 เพลิง 🔥 เยส

🥧 พาย 🥧 นายนี่ก็...จะว่ายังไงดีล่ะ จริงๆ แล้วนายก็ไม่ได้แย่เหมือนภาพลักษณ์ที่เห็นเลยนะ

🔥 เพลิง 🔥 จะชมกูว่าเก่งก็พูดมาตรงๆ เลยน่า จะมัวอ้อมโลกไปทำไมให้เสียเวลา ชอบกูแล้วล่ะซี้

🥧 พาย 🥧 มีใครเคยบอกมั้ยว่านายน่ะหลงตัวเองสุดๆ

🔥 เพลิง 🔥 หล่อ ฉลาด บ้านรวยขนาดนี้จะไม่ให้หลงยังไงไหว

🥧 พาย 🥧 เฮ้อออออ จู่ๆ เราก็รู้สึกเพลีย

🔥 เพลิง 🔥 งั้นแดกวีต้าแล้วไปนอนซะ

🥧 พาย 🥧 เราไม่ได้หมายถึงเพลียแบบนั้นสักหน่อย

🔥 เพลิง 🔥 ฮ่าๆๆๆ รู้หรอกน่า แต่กูไม่อยากให้มึงนอนดึก เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยพอนี่ รีบไปนอนได้แล้วไป

🥧 พาย 🥧 ความจริงเราก็กำลังจะนอนนี่แหละ

🔥 เพลิง 🔥 อ้อ งั้นฝันดี เดี๋ยวเจอกันในฝัน

🥧 พาย 🥧 อย่างนั้นน่าจะเรียกว่าฝันร้ายมากกว่ามั้ง

🔥 เพลิง 🔥 มึงนี่มัน...คิดคำด่าแป๊บ

🥧 พาย 🥧 ไม่ต้องคิดแล้ว ตั้งใจฟังที่พี่ชายอบรมไปเลย เราจะนอนแล้วนะ

🔥 เพลิง 🔥 เคๆ พรุ่งนี้เจอกัน


แล้วบทสนธนาของผมกับเพลิงในไลน์ก็จบลงเท่านั้นหลังจากคุยกันอยู่นานสองนาน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกว่าการคุยกับเพลิงนั้นสนุกมาก จนบางครั้งผมเผลอยิ้มและหัวเราะออกไปโดยไม่รู้ตัว ผมสนุกจนลืมไปเลยว่าตอนนี้มีกวีที่กำลังนอนอยู่ข้างๆ

“คุยเสร็จแล้วหรอ” กวีถามผมด้วยใบหน้านิ่งๆ น้ำเสียงติดจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก

“อ๊ะ! ขอโทษนะ เรานี่แย่จริงๆ ที่มัวแต่คุยเพลิน” ผมวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงพลางยิ้มแห้งๆ อย่างรู้สึกผิดที่เผลอลืมกวี

“เมื่อกี้พายคุยกับใคร”

“หา? เอ่อ...” ผมรู้สึกงงๆ และตกใจเล็กน้อยที่ถูกถาม แล้วที่ผมอึกอักก็เพราะไม่อยากตอบว่ากำลังคุยกับใคร กวีกับเพลิงไม่ค่อยลงรอยกันผมเลยไม่อยากให้เป็นเรื่อง แต่ถึงอย่างนั้นกวีก็พอจะเดาออกอยู่แล้ว

“กับไอ้เพลิงสินะ” กวีพูดพร้อมกับหยิบสร้อยเกียร์ที่ผมวางเอาไว้บนหัวเตียงขึ้นมา เกียร์นั้นมีชื่อกับรหัสนักศึกษาของเพลิงสลักอยู่อย่างชัดเจน กวีที่มองเห็นสายตาจึงแข็งกร้าวขึ้นมา ส่วนริมฝีปากก็ยิ้มหยัน

“พายคบกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่” กวีถามพลางวางเกียร์ลงตรงที่เดิม ถึงแม้จะทำอย่างเบามือแต่สายตากลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังเจ้าของเกียร์แค่ไหน

“เอ่อ...เปล่า ไม่ได้คบหรอก” และทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น สีหน้ากับแววตาของกวีก็เปลี่ยนเป็นตกใจ แถมยังดูเหมือนว่าจะโกรธเอามากๆ

“ว่าไงนะ! พายไม่ได้คบกับมันทั้งที่มีอะไรกับมันแล้วงั้นหรอ!” ผมไม่กล้าตอบเลยได้แต่นิ่งเงียบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าผมตกใจที่เห็นกวีเกรี้ยวกราดเป็นครั้งแรก หรือว่าตกใจที่ความแตกเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับเพลิง

“ไม่ตอบงั้นหรอ?” ผมคิดว่าการนิ่งสงบจะสยบได้ทุกอย่าง แต่ก็ดูเหมือนว่าผลลัพธ์มันจะตรงกันข้าม เพราะนอกจากกวีจะไม่หยุดถามยังพลิกตัวขึ้นมาคร่อมผมเอาไว้อีกต่างหาก!

“จะ...จะทำอะไรน่ะกวี”

“ก็จะทำเรื่องที่พายทำกับไอ้เพลิงไง ในเมื่อพายไม่ได้คบกับมันแต่มีอะไรกับมันได้ ถ้างั้นพายก็มีอะไรกับเราได้เหมือนกันสินะ”

!!!

2bc


​​เฮลโหลววววว เจอเค้าทักทายแบบนี้ก็แสดงว่า Rabid หัวใจคลั่งรัก ตอนที่ 7 ได้จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย เป็นไงคะ ค้างกันยิ่งกว่าเดิมอีกใช่มั้ยล่ะ ส่อแววดราม่าต่างจากสปอยที่เค้าลงในเพจและทวิตลิบลับเลยเนอะ​กวีนี่นับวันยิ่งจะส่อแววตัวร้ายมากขึ้น ต่างจากอีตาเพลิงที่เหมือนจะเริ่มเห็นแววความเป็นพระเอกบ้าง (ย้้ำว่าบ้าง 55555) มาลุ้นกันนะคะว่าตอนหน้าพายจะตกเป็นของกวีมั้ย ไม่อยากจิบอกเล้ยว่าเตรียมทิชชู่เอาไว้ด้วยนะคะ ซึ่งจะเอาไว้ซับน้ำตา ซับเลือด หรือซับคราบอะไร วันเสาร์หรืออาทิตย์เจอกันนะคะทุกคน ​​   แล้วเจอกันนะคะ กำพระให้แน่นๆและเป็นกำลังใจให้พายด้วยน้า รักทุกคนนะคะ บ๊ายบายยยยยย (6 มิ.ย. 61)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}