facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 206

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2561 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

​เกือบสองเดือนแล้วที่ร้อยตรีวีรยุทธไม่ได้รับจดหมายจากกรองแก้วอีกเลย ถึงแม้จะพยายามคิดในแง่ดีว่าเธออาจจะยุ่งจนไม่มีเวลาเขียนจดหมายแต่เขาก็อดจะกังวลใจไม่ได้ ว่าคงจะไม่ได้รับจดหมายจากเธออีกแล้ว

นัยน์ตาคมเข้มมองไปที่ถุงเมล์ที่บรรดาทหารหลายนายต่างยื้อยุดกันเป็นพัลวัน สุดท้ายจึงยอมตัดใจหันกายจากไปเงียบ ๆ แววตาหม่นแสงลง

วินาทีที่คิดว่าควรจะตัดใจได้แล้ว ซองจดหมายสีขาวอมชมพูก็นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง…รอคอยให้เขาเปิดอ่าน 

ความสุขุมเยือกเย็นที่มีอยู่เป็นนิจหายวับไปทันที เขาพุ่งตัวไปคว้าซองจดหมายรวดเร็วพอ ๆ กับลูกกระสุนปืน M16 ทำให้พวกลูกน้องที่แอบมองอยู่สบตากัน 

ในที่สุดผู้หมวดก็ได้รับจดหมายเสียที เพราะเกือบสองเดือนแล้วที่พวกเขาแทบจะไม่เห็นรอยยิ้มของหมวดวีเลย

ขณะที่เขาเปิดจดหมายออกด้วยประกายตาตื่นเต้นยินดี กลิ่นดอกกุหลาบเข้มข้นกว่าครั้งก่อน ๆ โชยเข้าจมูก ก่อให้เกิดระลอกคลื่นในหัวใจที่มั่นคงของเขา

19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513

สวัสดีค่ะ พี่วี

แก้วต้องขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้พี่ต้องรอจดหมายฉบับนี้นาน (ขอเดาเอาเองว่าพี่วีคงรออ่านจดหมายของแก้ว)

ที่หายไปนานเพราะแก้วยุ่งตัวเป็นเกลียวเลยค่ะ สาเหตุก็เพราะเด็กโอจอมซน ที่นอกจากจะซนจนลูกลิงยังต้องอาย…แล้วยังตะกละเป็นที่หนึ่ง เห็นลูกมะม่วงก็ไม่รอช้าปีนขึ้นไปเด็ดทันที 

ตอนขึ้นไม่มีปัญหาแต่ตอนลงไม่รู้ว่าเจ้าหนูไปทำท่าไหน ตกลงมาขาหักทันที แก้วเลยต้องไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลทุกวันเลยค่ะ

สองวันก่อนที่น้องโอจะออกจากโรงพยาบาลพ่อก็มาลื่นล้มตกบันไดไปอีกคน โชคดีที่ขาไม่หักแต่ก็จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสามวัน แก้วเลยต้องแปลงร่างเป็นพยาบาล (ชั่วคราว) ดูแลคนป่วยทั้งสองคนค่ะ 

ช่วงนี้มีลูกค้าจากในเมืองหลายรายสั่งซื้อดอกกุหลาบพร้อม ๆ กัน ปรากฏว่าเรามีคนงานไม่พอ แก้วเลยต้องวิ่งวุ่นระหว่างโรงพยาบาลกับที่สวน 

นอกจากจะต้องหาคนงานมาเพิ่มแล้วแก้วยังต้องอยู่ช่วยงานที่สวนด้วยค่ะ กว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นเที่ยงคืนเลยค่ะ

ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ที่ทำให้พี่วีต้องรอนาน 

แต่คราวนี้แก้วจะทำตามสัญญา จะเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้พี่ฟังจนจุใจเลยค่ะ

ตอนที่น้องโอนอนพักรักษาตัวอยู่ก็เอาแต่นอนมองเพดาน เอามือก่ายหน้าผากเป็นตาแก่ แก้วสงสารเลยกลับบ้านไปเอานกแก้ว (ที่ดื้อด้าน) ตัวนั้นมาเป็นเพื่อนเล่นน้องค่ะ

พวกเราช่วยฝึกให้มันพูดแต่มันก็ไม่ยอมพูดสักที จนน้องโอขู่มันว่าถ้าอีกสามวันไม่พูดจะยกให้คนอื่นแล้วนะ 

ผลปรากฏว่ามันก็ยังไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว พวกเราสองคนเลยได้แต่ส่ายหน้าไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี 

สงสัยว่ามันจะเป็นนกแก้วตัวแรกในโลกที่พูดไม่ได้ (กลายเป็นนกแก้วหายากไป)

วันที่พวกเรากลับมาถึงบ้านยังไม่ทันหายเหนื่อย หลวงตาให้คนมาตามแม่กับแก้วไปช่วยงานที่วัด เพราะต้องเตรียมจัดงานฉลองอุโบสถหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ หลังจากที่ถูกน้ำท่วมเมื่อปีกลายค่ะ งานนี้โอก็ไม่ยอมพลาดขอตามมาด้วย ถึงจะยังต้องใช้ไม้คำ้ยันอยู่แต่น้องก็เดินไปไหนเองได้แล้วค่ะ 

พอไปถึงที่วัดแม่กับแก้วยุ่งจนลืมน้องโอไปเลย พอนึกขึ้นได้น้องโอก็กลับมาพร้อมกับเพื่อนใหม่พอดี 

เพื่อนที่ว่าเป็นลูกลิงที่ชาวบ้านเอามาถวายหลวงตาค่ะ พวกเขาเข้ากันได้ดีมาก (คงเป็นเพราะมีนิสัยซุกซนเหมือนกัน) 

หลวงตาเห็นแล้วก็หัวเราะชอบใจยกลูกลิงน้อยให้น้องโอทันที ก่อนพวกเราจะกลับหลวงตาบังเอิญเห็นแก้วเล่นไล่จับนกยูงกับพวกเด็กวัดพอดี เลยยกนกยูงสีสวย ๆ ตัวนั้นให้แก้วอีกหนึ่งตัว ตอนนี้บ้านเรากลายเป็นสวนสัตว์เล็ก ๆ ไปแล้วค่ะ  

หลังเลิกเรียนโอมักจะพาเพื่อน ๆ มาเล่นที่ ‘สวนสัตว์’ เกือบทุกวัน ทำให้บ้านเราครึกครื้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แม้แต่เสือยิ้มยากอย่างพ่อยังเผลอยิ้มบ่อย ๆ เลยค่ะ

เพื่อน ๆ แก้วที่ส่งจดหมายไปแนวหน้าได้รับจดหมายตอบกลับกันทุกคนเลยค่ะ ว่างเมื่อไหร่เป็นได้นัดกันมาสุมหัวที่บ้านแก้ว คุยกันแต่เรื่องทหารที่ไปรบ พวกเธอซักถามเรื่องของพี่วีด้วยความอยากรู้อยากเห็น แก้วแค่ยิ้มตอบเพราะอยากเก็บเรื่องพี่วีเอาไว้คนเดียวค่ะ

อ๊ะ! เกือบลืมเรื่องที่แก้วฝากมาในจดหมายเลย 

กลีบกุหลาบแห้งที่พี่วีเห็นไม่ใช่ดอกกุหลาบธรรมดา ๆ นะคะ เป็นพันธุ์หายากที่พ่อใช้เวลาตามหามาเป็นปีเลยค่ะ แก้วเป็นคนดูแลรดน้ำพรวนดินเองกับมือ กุหลาบพันธุ์นี้จะพิเศษอยู่ที่กลิ่นจะอยู่ทนนานหลายเดือนค่ะ 

แทนคำขอโทษที่ทำให้พี่วีต้องรอจดหมายแก้วนานค่ะ 

หวังว่าพอพี่วีได้กลิ่นหอม ๆ แล้วจะรู้สึกดีขึ้น…ยิ้มออกนะคะ

ช่วงนี้แก้วไม่ได้ฟังข่าววิทยุสถานการณ์ในสงครามเลยค่ะ เพราะฟังแล้วจิตใจหดหู่ กลัวจะได้ยินข่าวที่ไม่อยากได้ยินค่ะ บางทีการที่คนไม่รู้อะไรเลยก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป (อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ)

หวังว่าจดหมายฉบับนี้จะทำให้พี่วีหายเหงาได้บ้างนะคะ เอาไว้ฉบับหน้าแก้วจะหาเรื่องสนุก ๆ มาคุยให้พี่ฟังอีกค่ะ

รักษาตัวด้วยค่ะ

แก้ว

ป.ล. คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสวยเชียวค่ะ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยหรือที่เวียดนามจันทร์เจ้าจะสวยกว่ากันหนอ?

ค่ายแบร์แคท ประเทศเวียดนามใต้

7 มีนาคม พ.ศ. 2513

สวัสดีครับ แก้ว

ขอบใจสำหรับดอกกุหลาบ ได้กลิ่นหอม ๆ แล้วพี่ยิ้มออกทันที

ไม่เป็นไร…นานแค่ไหนพี่ก็จะรอจดหมายจากแก้วเสมอ

ขอให้พ่อกับน้องโอหายดีเร็ว ๆ

เมื่อห้าวันก่อนพวกเราเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เพราะบริเวณที่ออกไปลาดตระเวนเป็นป่าทึบติดแม่น้ำ เพื่อย่นระยะทางพวกเราจึงจำเป็นต้องเดินข้ามแม่น้ำ น้ำสูงแค่เอวไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรงจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น 

เวลาข้ามแม่น้ำพวกเราต้องเดินแถวเรียงหนึ่ง พยายามไม่ให้ของที่ติดตัวมาเปียกน้ำ ด้วยการยกปืนและเสบียงไว้เหนือหัว

ไม่มีใครคาดเดาการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติได้ เมื่อพวกเราเดินไปถึงกลางแม่น้ำจู่ ๆ น้ำป่าก็ไหลบ่าท่วมมาถึงอก 

กระแสนำ้พัดแรงจนพัดเอาเสบียงอาหารและข้าวของไหลไปตามน้ำ ลำพังจะเอาชีวิตรอดก็ลำบากมากอยู่แล้ว ไม่มีใครมือว่างที่จะไปตามเก็บเอาเสบียงอาหาร

นับว่าโชคยังดีที่พวกเราสามสิบกว่าชีวิตเดินฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวมาจนถึงฝั่ง แต่ละคนเนื้อตัวเปียกมะลอกมะแลก เหนื่อยล้าจนแทบจะไม่มีแรงยืน ถ้าฝ่ายตรงข้ามโผล่มาพี่ไม่แน่ใจว่าพวกเรายังจะมีแรงสู้อีกไหม

ปกติเฮลิคอปเตอร์จะบินมาส่งเสบียงทุกวันเวลาเที่ยงวัน แต่ตอนนั้นพระอาทิตย์เพิ่งจะลับเหลี่ยมเขา ฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว ถึงจะวิทยุติดต่อทางค่ายให้มาส่งเสบียงแต่พวกเราก็ต้องรอจนกว่าเช้าอีกวัน ซึ่งก็หมายความว่าวันนี้ทุกคนต้องอดกินมื้อเย็น

แก้วคงจะคิดว่าอดข้าวมื้อเดียวสำหรับพวกทหารคงจะเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว อย่าลืมว่าพวกเราต้องเดินลาดตระเวนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซ้ำยังต้องเดินฝ่ากระแสน้ำเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดอีก แต่ละคนหิวโซหมดสภาพกันทุกคน 

บางคนถึงกับหน้ามืดคว้าปืน M16 (ที่ยังใช้งานได้) จะเข้าป่าไปล่ากวางมาทำแกงป่าเนื้อเพื่อประทังความหิว แต่ก็ถูกเพื่อน ๆ ฉุดแขนไว้ได้ทันเพราะกลัวอาถรรพ์ของเจ้าป่า ข่าวลือที่ว่าทหารคนไหนล่าเนื้อสัตว์ป่ามากินแล้วเป็นต้องจบชีวิตในสนามรบทุกรายไป

ทุกคนได้แต่มองหน้ากัน ยอมทนหิวแต่ไม่ยอมออกไปล่าสัตว์เด็ดขาด คืนนั้นหลังจากพวกเราขุดหลุมบังเกอร์เสร็จ ก็ต้องนอนฟังเสียงท้องร้องจ๊อก ๆ กันไปทั้งคืน

เช้าวันถัดมาเฮลิคอปเตอร์นำเสบียงและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาส่งตั้งแต่รุ่งสาง พวกเราถึงได้มีแรงเดินลาดตระเวนกันต่อ

แก้วมีสวนสัตว์เล็ก ๆ แต่พี่มีพวกสัตว์ป่าให้ดูในระยะใกล้ เพราะป่าที่นี่อุดุมสมบูรณ์มาก พวกเก้ง กวาง หมูป่า กระต่าย วิ่งผ่านให้เห็นเกือบทุกวัน คนรักสัตว์อย่างแก้วคงชอบ

ขอแนะนำว่าลองให้นกแก้วตัวนั้นฝึกพูดคำว่า “วี” ดูสิ คงจะง่ายกว่าคำว่าแก้ว

ที่บ้านแก้วครึกครื้นมีแต่เสียงหัวเราะ เวลาพี่ออกไปลาดตระเวนเสียงที่ได้ยินมีแต่เสียงจิ้งหรีดและแมลง ถ้าวันไหนคึกคักหน่อยก็ได้ยินเสียงปืน เสียงปะทะของฝ่ายเรากับฝ่ายตรงข้าม ครึกครื้นกว่าที่บ้านแก้วมากใช่ไหม

ประเทศที่กำลังอยู่ในภาวะสงครามอย่างเวียดนามใต้ เสียงหัวเราะ รอยยิ้มของเด็ก ๆ แม้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาเหลือเกินแต่เวลานี้สำหรับคนที่นี่แล้วเป็นเรื่องที่ยากจะไขว่คว้า

พี่ก็ได้แต่หวังว่าความสงบสุขจะมาเยือนพวกเขาในเร็ววันนี้

จดหมายของแก้วทุกฉบับช่วยคลายเหงาได้จริง ๆ แล้วพี่จะรอฟังเรื่องสนุก ๆ ครับ

รักษาตัวด้วยเช่นกัน

วี

ป.ล. ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนดวงจันทร์ก็คือดวงเดียวกัน แต่ที่พิเศษกว่าคือการได้ชมจันทร์กับคนรู้ใจ แก้วเห็นด้วยกับพี่ด้วยไหม?



ความคิดเห็น