Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่40 “เรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเอาไว้1”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่40 “เรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเอาไว้1”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่40 “เรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเอาไว้1”
แบบอักษร

เวลาผ่านไปนานจนครบสองเดือนเต็มแล้วที่มนสิชาออกมาจากบ้านของธนาธิป ตลอดระยะเวลาที่มนสิชาหายไปไม่ใช่ว่าธนาธิปจะไม่ออกตามหามนสิชา ธนาธิปพยายามตามหาจากคนที่มนสิชารู้จักแต่ก็ไม่มีวี่แววเลยว่าจะหามนสิชาเจอ แม้กระทั่งที่บ้านมารดาของมนสิชาธนาธิปเองก็ไปเฝ้าดูอยู่หลายสัปดาห์แต่ก็ไม่พบเธอเลยสักครั้งเดียว เพื่อนสนิทของธนาธิปเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ เพื่อนๆของธนาธิปช่วยกันเป็นหูเป็นตาออกตามหามนสิชาด้วยเช่นกัน แต่ก็ไม่มีใครหามนสิชาเจอแม้แต่คนเดียว

ธนาธิปไม่เคยหมดหวังกับเรื่องนี้ ถึงวันนี้เขายังตามหามนสิชาไม่เจอแต่เขาก็ยังหวังเสมอว่ามันต้องมีสักวันที่มนสิชาและเขาต้องกลับมาเจอกันจนได้ ขนาดเขาเองไม่เคยคิดว่าจะรักมนสิชาได้ แต่ตอนนี้เขาแทบจะตายเพราะขาดเธอไปเช่นกัน


ธนาธิประแคะระคายเรื่องคนที่ให้ความช่วยเหลือนิชาภาจนทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกแยกแบบนี้ ธนาธิปตามสืบและหาหลักฐานเพื่อใช้มัดตัวคนๆนั้นจนดิ้นไม่หลุด ธนาธิปไม่เหลือทางเลือกให้กับเลขาหน้าห้องของเขาเลย เพราะความผิดของเธอโทษทัณฑ์ที่ควรได้รับคือไล่ออกสถานเดียวเท่านั้น

ส่วนแหล่งข่าวที่ปล่อยข่าวเรื่องของธนาธิปและนิชาภา ตอนนี้ทางธนาธิปกำลังเรียกร้องค่าเสียหายหลายสิบล้านบาทเพราะทำให้ธนาธิปต้องเสียงชื่อเสียงและครอบครัวต้องมาแตกแยก ดังนั้นธนาธิปอยากให้เป็นคดีตัวอย่าง ธนาธิปจะไม่ยอมความใดๆทั้งสิ้นซึ่งคงต้องสู้คดีกันต่อไปในชั้นศาลอีกยาวนานพอสมควร ถ้าคดีนี้เขาชนะและได้เงินมาธนาธิปตั้งใจจะเอาเงินไปทำบุญทั้งหมดโดยไม่คิดเสียดาย ธนาธิปจะแบ่งบริจาคออกไปในหลายๆที่ เผื่อผลบุญนี้จะทำให้เขาเจอมนสิชาเร็วขึ้น


คุณอารดาเป็นกังวลใจกับเรื่องของมนสิชาด้วยเช่นกันถึงตอนนี้ท่านเองก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากมนสิชาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆที่ท่านก็พยายามที่จะโทรศัพท์ติดต่อไปหามนสิชา แต่ปลายสายคือไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ท่านไม่รู้เลยว่ามนสิชาไปอยู่ที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างไรซึ่งคุณอารดารู้สึกเป็นห่วงมนสิชาเป็นอย่างมาก มนสิชาเองก็ไม่ได้ติดต่อหาคุณอารดาเลยเพราะเธอกลัวท่านจะบอกให้ธนาธิปรู้ มนสิชากลัวว่าถ้ากลับมาแล้วเธอจะต้องเจ็บเพราะเธอคือส่วนเกิน

ธนาธิปแทบหมดแรงทุกครั้งที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตคนเดียวที่เรือนริมน้ำ ทุกๆพื้นที่ในบ้านหลังนี้มีแต่ภาพของมนสิชาเท่านั้น ไม่ว่าจะมองไปที่ตรงไหนของบ้านภาพของมนสิชามักจะลอยเข้ามาในหัวธนาธิปเสมอ ในช่วงแรกที่รู้ว่ามนสิชาทิ้งเขาไป ธนาธิปเลือกใช้เหล้าแก้ปัญหา เขาดื่มกินราวกับคนเสียสติ ไม่สนใจการทำงานและไม่ห่วงสุขภาพของตนเองเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อคุณอารดาพูดเตือนสติมันทำให้ธนาธิปเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ ธนาธิปกลับมาทำงานด้วยหัวใจที่ยังแตกสลาย ดังนั้นเขาจึงทำงานหนักขึ้นเพื่อที่จะใช้งานช่วยเยียวยารักษาแผลในใจ


มนสิชามีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่สวนมารดาของศาสตรายุ ที่นี่เงียบสงบ ร่มรื่นเป็นอย่างมาก มนสิชาช่วยนางอังคณาทำบัญชีอยู่ที่บ้าน จริงๆนางอังคณาไม่ให้มนสิชาทำงานแต่เธอเองก็ดื้อและไม่ยอมที่จะมาอาศัยอยู่เฉยๆ ดังนั้นเมื่อมีอะไรที่มนสิชาสามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้เธอก็ยินดีและเต็มใจเป็นอย่างมาก

ตอนนี้อายุครรภ์ของมนสิชาเริ่มจะเข้าเดือนที่สองแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นท้องแรกและเป็นท้องสาวถ้าคนไม่สังเกตก็จะดูไม่ออกเลยว่ามนสิชากำลังตั้งครรภ์อยู่ ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ศาสตรายุจะกลับมาที่บ้านสวนแห่งนี้ และในทุกเสาร์หรืออาทิตย์ที่ตรงกับต้นเดือนศาสตรายุจะขับรถพามนสิชาไปซื้อของใช้จำเป็นที่ในเมืองหรือที่ห้างสรรพสินค้าด้วย

นางอังคณาเองก็รักและเอ็นดูมนสิชาไม่น้อย เพราะตลอดสองเดือนที่อยู่ด้วยกันมานางอังคณาก็รู้แล้วว่ามนสิชาเป็นเด็กที่น่ารัก มนสิชาช่วยนางอังคณาทำงานบ้าน ต่างๆ และช่วยทำบัญชีของสวนผลไม้ด้วย โดยเธอไม่ขอรับเงินเดือนแต่ขอแลกกับที่อยู่ที่กินเท่านั้น นางอังคณาเองก็ยังแอบเสียดายที่มนสิชาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นนางอังคณาคงเชียร์ให้ศาสตรายุจีบมนสิชาเป็นแน่ แต่นางอังคณาดูท่าแล้วคงไม่ต้องยุเพราะบุตรชายสุดที่รักของตนก็ดูรักมนสิชาอยู่ไม่น้อย


ตอนนี้ธนาธิปมีโปรเจคใหม่เพิ่มขึ้นนอกจากที่เคยส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ธนาธิปยังส่งผลไม้ภายในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย โปรเจคนี้เขาคิดได้เพราะไม่อยากให้ตัวเองมีเวลาว่างมากเกินไป เพราะเมื่อมีเวลาว่างเมื่อไรธนาธิปมักคิดถึงมนสิชาเสมอ ดังนั้นช่วงนี้ทำให้ธนาธิปต้องลงพื้นที่ด้วยตัวเองเพื่อหาสวนผลไม้ที่มีคุณภาพอย่างที่เขาต้องการและสามารถมีผลผลิตได้ในปริมาณที่เขาต้องการด้วยเช่นกัน ธนาธิปจึงต้องเดินทางไปติดต่อที่สวนผลไม้ต่างๆด้วยตนเอง ธนาธิปเป็นคนที่ทำงานอย่างจริงจังและจริงใจ เขาถือว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความสามารถที่มาพร้อมกับความซื่อสัตย์ด้วย จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลยถ้าเห็นธนาธิปลงพื้นที่เพื่อลุยงานเองทั้งหมด ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องเหล่านี้เขาเรียนรู้มาจากบิดาและมารดาที่พร่ำสอนเสมอว่า เราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้าทุกคน แล้วผลที่ตามมาจะมีแต่สิ่งดีๆ เท่านั้น

ธนาธิปขับรถมุ่งหน้ามาที่จังหวัดจันทบุรีด้วยตนเองเพื่อมาดูสวนผลไม้ชนิดต่างๆ ที่เขาได้ติดต่อไว้ ตอนนี้เขาดูมาแล้วทั้งหมดสามที่ เหลืออีกเพียงที่สุดท้ายเท่านั้นซึ่งตอนนี้เขาก็ขับรถมาถึงแล้วเช่นกัน สวนผลไม้ที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักมีคนงานอยู่ไม่กี่คน แต่สวนผลไม้ที่นี่ขึ้นชื่อของคุณภาพของสินค้า ถือว่าเป็นสวนผลไม้ที่ดีที่สุดเลยในสี่ที่ที่เขาได้ไปดูมา เจ้าของสวนผลไม้ดูใจเย็นและเอื้ออารีซึ่งธนาธิปประเมินตามที่เห็น

“สวัสดีครับคุณป้า ผมธนาธิป จารุพิชญา ที่ติดต่อขอเข้ามาดูสวนผลไม้ครับ” ธนาธิปกล่าวทักทายพร้อมกับแนะนำตัว

“ไหว้พระเถอะพ่อหนุ่ม มาๆ เชิญมาดื่มน้ำดื่มท่ากันก่อน ท่าทางจะขับรถมาไกล” นางอังคณารับไหว้ แล้วชวนให้ธนาธิปพักก่อน

“ครับ ขอบคุณครับ” ธนาธิปรับคำและไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณนางอังคณาด้วย

เมื่อธนาธิปได้พักสักครู่นางอังคณาก็เป็นคนพาธนาธิปเดินชมสวนผลไม้ด้วยตนเอง ที่สวนของนางอังคณาปลูกผลไม้หลายชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย และกระท้อน ซึ่งนางอังคณาปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีแต่จะใช้เป็นสารจากธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้นผลผลิตที่นี่จึงไม่ได้มีมากมายนักแต่ก็มีพอให้ขายได้เพียงพอในการเลี้ยงชีพ ระหว่างเดินชมสวนผลไม้ธนาธิปได้ฟังนางอังคณาพูดถึงสวนผลไม้ของท่าน เป็นธนาธิปเองที่รู้สึกอึ้งเพราะนางอังคณามีความคิดที่ดีมากๆ ซึ่งธนาธิปคิดแล้วว่าถ้าเขาจะรับผลไม้เพื่อส่งขายที่สวนของนางอังคณาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ขณะที่ธนาธิปและนางอังคณาเดินกลับมาจากสวนฝนเริ่มตั้งเค้ามาแล้ว ตอนนี้ลมเริ่มพัดแรงมากขึ้นด้วย เมื่อมาถึงยังจุดที่พักฝนเริ่มตกกระหน่ำลงมาเมื่อมองฝ่าสายฝนออกไปแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

“ฝนตกแรงขนาดนี้พ่อหนุ่มจะกลับบ้านยังไงหละจ๊ะ” นางอังคณาถามธนาธิปด้วยความเป็นห่วง

“ผมน่าจะยังกลับไม่ได้ครับคุณป้า เอ่อถ้ายังไงผมขอหลบฝนอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ ฝนซาเมื่อไรผมจะกลับทันทีครับ” ธนาธิปตอบคำถามนางอังคณา

“พ่อหนุ่มไม่ใช่คนพื้นที่ ขับรถตอนฝนตกมันอันตรายนะ ถนนก็ลื่น เส้นทางก็ไม่คุ้นชิน รีบขับรถกลับไปอาจเกิดอุบัติเหตุได้ งั้นเอาแบบนี้นะ นี่ก็จะเย็นแล้วด้วยเดี๋ยวอยู่กินข้าวกินปลาด้วยกันเลยนะพ่อหนุ่ม แล้วถ้าพ่อหนุ่มไม่รังเกียจก็เชิญมาพักที่บ้านป้าก่อนสักคืนนะ” นางอังคณาแสดงน้ำใจต่อธนาธิป

“ขอบคุณครับคุณป้า” ธนาธิปรีบกล่าวขอบคุณทันที

เมื่อฝนซาแล้วนางอังคณาพาธนาธิปเดินกางร่มโดยลัดเลาะไปตามทางเพื่อกลับบ้าน สองข้างทางที่ยังดูเป็นธรรมชาติน่าหลงใหล ยิ่งฝนตกแบบนี้ก็ยิ่งหอมกลิ่นดิน กลิ่นฝนมากขึ้น บางทีธนาธิปเองก็อยากจะทิ้งชีวิตคนเมืองเพื่อหลบมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ดูบ้าง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น