กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : โลกกลมหรหมลิขิต1/3จบบท (วางจำหน่ายแล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : โลกกลมหรหมลิขิต1/3จบบท (วางจำหน่ายแล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 684

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2561 10:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : โลกกลมหรหมลิขิต1/3จบบท (วางจำหน่ายแล้ว)
แบบอักษร

​พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้


ต่อจากตอนที่แล้ว...

เมื่ออานนท์เดินมาถึงด้านในตัวร้านอาหารกึ่งผับ ชายหนุ่มหมุนตัวหันกลับเดินเลี้ยวไปยังเส้นทางเดิมเมื่อตอนเข้ามาครั้งแรก เขาสั่งให้ประภาวิธนั่งรออยู่ตรงนั้น ห้ามหนีเขากลับบ้านเด็ดขาด ดีที่มันยังเชื่อฟังนั่งรอเขาอยู่ไม่ได้ลุกหนีหายไปไหน ตอนนี้ร่างสูงโปร่งของน้องชายตัวแสบ กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ตัวเดิมก่อนเกิดเรื่อง ในมือนั้นกำช้อนจ้วงตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆอย่างสบายอารมณ์ ทำเหมือนเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้เกิดเรื่องน่าอับอายอะไรขึ้นมาทั้งนั้น

ให้มันได้แบบนี้สิ ไอ้น้องเวร! ตัวเองก่อเรื่องขึ้นมาแท้ๆ แต่เสือกมานั่งกินข้าวสบายใจเฉิบ ปล่อยให้เขาหัวเสียกับเรื่องของมันเพียงคนเดียว...

“ไงไอ้ตัวแสบ มีคำจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมให้พี่ฟังอีกหรือเปล่า...” อานนท์ส่งสายตาขุ่นเขียวยามกระแทกร่างใหญ่นั่งลงฝั่งตรงข้าม ประภาวิธไหวไหล่เลิกคิ้วยาวเหนือดวงตาเรียวขึ้นมองลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อานนท์มองหน้ากวนบาทาของลูกพี่ลูกน้องตนเองพลางถอนใจ แม้ในใจอยากจะลุกขึ้นแล้วยันมันให้สักโครมก็เหอะ

“แกบอกพี่ว่า แม่นั่นลงมานั่งตักแกก่อนอย่างนั้นเหรอ” อานนท์ข่มเสียงตนเองลง เมื่อนึกถึงประโยคแรกที่เขาได้ยินจากปากประภาวิธ และแน่นอน แม่หนูหริ่งปฏิเสธ มันเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ เมื่อคนผิดถูกจับได้คาหนังคาเขามักย่อมพูดปฏิเสธเอาไว้ก่อนจะคลายความจริงออกมาทีหลัง เขามักพบเจอกับเครสอย่างวันนี้มาบ่อยครั้ง เขาถึงไม่เชื่อคำพูดของแม่นั่นมากกว่าสายตาตัวเองที่เห็นจะจะ ตอนแม่นั่นนั่งกระแซะร่างเบียดเข้าหาไอ้ปลาน้องชายของเขา

“ก็ถ้าไม่ให้แล้วผมจะกล้าเอาเขาหรือเปล่าล่ะ ของฟรีมาป้อนให้ถึงปากใครมันจะโง่ไม่รับไว้...” ประภาวิธลอยหน้าลอยตาตอบ ในมือตักแกงส้มมะระค้างไว้ก่อนจะส่งมันเข้าปากเพื่อระบายอารมณ์ค้างเติ่ง

“เรื่องบางเรื่องแกสมควรจะโง่มากกว่าทำตัวฉลาดนะไอ้ปลา” อานนท์ย้อนเสียงกระด้าง

“โดยเฉพาะเรื่องทำนองนี้ หัดหักห้ามใจเอาไว้เสียหน่อย ของฟรีมันอันตรายจะตาย คนอย่างแกไม่น่าจะโง่จนคิดไม่ได้”

“ก็ไม่ใช่ของฟรีซะทีเดียวนะพี่นนท์ ผมเสียเงินซื้อเขาต่างหากละ” ประภาวิธโกหกคำโต

“แต่เขาบอกกับฉันว่าแกไปลวนลามเขาก่อน เขาไม่ได้บอกกับฉันว่าเขาขายตัวให้กับแก” พอได้ยินว่าหนูหริ่งเสนอขายตัวให้กับไอ้ปลา ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยแรงโทสะขึ้นมาทันตา ชายหนุ่มชักสีหน้างอง้ำกำฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น

 “แล้วพี่นนท์ก็เชื่อหรือไง...” ผู้เป็นน้องเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารบนโต๊ะ เขารวบช้อนเข้าหากัน พลางเหลือบสายตาตัดพ้อขึ้นมองพี่ชาย แสร้งตีหน้าเศร้าเสริมเข้าไปเพื่อให้อานนท์ใจอ่อนยอมหลงเชื่อเขาเหมือนที่ผ่านมา

อานนท์ตวัดตามองน้องชายด้วยนัยน์ตาเอาจริง จนประภาวิธสะดุ้งเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมา ชักรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หรือครั้งนี้พี่นนท์มันจะไม่เชื่อคำโกหกเขาวะ...

 “ผม...ผมไม่กล้าขัดคำสั่งของพี่นนท์อยู่แล้ว” นักแสดงมือทองทำเป็นพูดเสียงอ่อนลง ใจหายวาบเมื่อเห็นแรงสั่นตรงหัวไหล่ของผู้เป็นพี่ชาย

“แกเสนอให้แม่นั่นไปกี่บาท ถึงได้กล้าทำประเจิดประเจ้อไม่อายผีสางเทวดา...”

“ก็เอ่อ...ไม่น้อยสักเท่าไหร่หรอกพี่นนท์” ประภาวิธอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะบอกจำนวนเงินเท่าไหร่ดีพี่นนท์ถึงจะยอมเชื่อ ในเมื่อเรื่องทุกอย่างเขากุขึ้นมาทั้งนั้น

“ไม่เท่าไหร่ แล้วมันกี่บาทวะ” อานนท์เริ่มหงุดหงิด อยากจะรู้ราคาค่าตัว เมื่อคืนเขาเสนอให้ไม่น้อย แม่นั่นยังทำหยิ่งไม่รับด้วยซ้ำ

 “เอ่อ...หมื่นหนึ่งครับ” คนคิดคำพูดโกหกตัดสินใจบอกราคาหลอกๆไปก่อน แอบกลืนน้ำลายลงคอเหนียวหนืด ใจคอนั้นแอบหวั่นกลัวพี่นนท์จะไม่เชื่อคำโกหก ลูกพี่ลูกน้องเขาคนนี้ฉลาดเป็นกรดจะตาย

“แกบอกว่าหมื่นเดียว แม่นั่นก็ยอม” ประภาวิธพยักหน้ายืนยัน

อานนท์รู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชา เมื่อได้ฟังจำนวนเงินค่าตัวเพียงแค่หมื่นเดียว ยัยนั่นก็ยอมขายให้กับไอ้น้องชายตัวแสบเขาแล้วเหรอ...

หึ..ทีกับเขาเมื่อคืน แม่หนูหริ่งทำเป็นเล่นตัวใส่เขา ไม่ยอมรับข้อเสนอแสนงามของเขาดีๆ แถมยังมาทำร้ายกล่องดวงใจของเขาอย่างเจ็บแสบ ที่แท้แม่นั่นก็มีเป้าหมายเอาไว้ในใจแล้วนี่เอง ร้ายนักนะแม่ตัวดี คิดจะหลอกเด็กหรือไง เจ้าหล่อนคงเห็นประภาวิธเป็นเพียงเด็กหนุ่มนักศึกษา คงไม่ประสีประสาตามเกมของเจ้าหล่อนทัน กะจะเอาไว้กินยาวๆน่ะสิท่า อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ทัน...

“กินอิ่มแล้วก็กลับบ้าน ฉันมีธุระต้องรีบไปจัดการต่อให้เสร็จเรียบร้อย” ตอนนี้ธุระของเขานั่งรออยู่ตรงลานจอดรถ เป็นธุระสำคัญที่เขาต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ก่อนเจ้าหล่อนจะมาปั่นหัวน้องชายของเขาสำเร็จ

“เอ่อ...พี่นนท์กลับไปก่อนก็ได้ ผมนัดกับไอ้สามตัวนั้นไว้ มันโทรมาบอกใกล้จะถึงแล้วครับ เดี๋ยวผมรอกลับพร้อมพวกมันดีกว่า” ประภาวิธหมายถึงบรรดาเพื่อนในแก๊งของเขาอีกสามคน พวกมันพากันไปหาข้อมูลเบื้องลึกยังตลาดน้ำอัมพวาเพื่อทำรายงานกันหมด ไม่มีใครยอมมาทานอาหารกับเขาสักคน และพวกมันก็ไม่ได้กำลังจะถึงร้านนี้ด้วย เขาต้องการโกหกพี่ชายแค่นั้นเอง

 ประภาวิธรีบหลบสายตาดุกร้าวของพี่ชาย อานนท์ตีสีหน้าดุเหมือนจะรู้ทัน เพราะความจริงแล้วเขายังไม่อยากกลับไปคอนโดตอนนี้ เมื่อกี้เขาสะดุดเข้ากับร่างผอมบางของเหยื่ออีกคนเข้าพอดี อดขาวอวบมากินแม่นี่ขัดไปก่อนก็พอไหว เดือนกว่าแล้วที่เขาไม่ได้ทำกิจกรรมในแจ้งเลย อดอยากจนจะลงแดงตาย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว วันนี้เขาขอสอยแม่นั่นติดไม้ติดมือกลับไปด้วยสักคนก็ยังดี

“ฉันขอเตือนแกเป็นครั้งสุดท้ายนะไอ้ปลา ถ้าแกยังขืนขัดคำสั่งฉันอีก แกได้โดนส่งไปดัดนิสัยที่ต่างประเทศแน่” อานนท์ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างใหญ่ผึ่งผายในชุดสูทราคาแพงชี้นิ้วเตือนผู้เป็นน้องชาย ประภาวิธรีบพยักหน้ารับ หากทว่าสายตานั้นกลับเปล่งประกายแวววาว

อานนท์ย้ำเท้าหนักเดินใบหน้าบึ้งตึงออกจากร้าน Black ground พนักงานสาวๆต่างมองตามแผ่นหลังกว้างกันตาปรอย ถึงแม้ชายหนุ่มจะดูท่าทางโหดร้าย เจ้าอารมณ์ไปนิด แต่ทว่าใบหน้าหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยากกลบความร้ายกาจพวกนั้นจนหมดสิ้น...

“ไอ้ติ...จับแม่นี่โยนใส่เข้าไปในรถกู แล้วมึงให้คนคอยจับตาดูไอ้ปลาเอาไว้ให้ดี ถ้ามันยังตุกติกหิ้วอีตัวที่ไหนกลับไปด้วยอีก มึงโทรมาบอกกูด้วย”

“ครับคุณนนท์” สันติรับคำ ก่อนจะทอดสายตาเป็นกังวลมองร่างเล็กข้างรถสปอร์ตของผู้เป็นนาย

“ไปครับคุณมุข อย่าขัดขืนเลยนะครับ ผมยังไม่อยากขึ้นชื่อว่ารังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้” คำพูดของลูกน้องคนโปรดสะกิดอารมณ์เดือดของผู้เป็นเจ้านายได้จังเบ้อเร่อ ไอ้ห่านี่มันบังอาจแอบด่าเขา ทำไมเขาจะฟังไม่ออก

มุขธิดาส่ายหน้าเป็นระวิง เธอไม่ยอมขึ้นรถไปกับไอ้คนใจร้ายเด็ดขาด...

“ไอ้ติ...มึงจะยืนพร่ำรำพันอยู่อีกนานไหมหะ กูรีบ...”  อานนท์เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ส่งสายตาแข็งกร้าวไปให้ไอ้ลูกน้องปากเสีย

“ไปเถอะครับคุณมุข เชื่อผม อย่าดื้อเลยนะครับ เพราะมันจะไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเอง” คนมีปากเป็นอาวุธใช้คำพูดฟังดูนุ่มนวลเพื่อหว่านล้อม เขาเองนึกเห็นใจผู้หญิงตรงหน้ามาก ไม่รู้เจ้านายของตัวเองทำไมถึงได้ดูทั้งโกรธทั้งเกลียดผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้นัก ถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณปลา คุณนนท์ก็ไม่น่าจะโมโหจนเปลี่ยนไปเป็นอีกคนได้ขนาดนี้

“ไอ้ติ!”

“คร้าบ...คุณนนท์” ไม่ใช่แค่สันติเท่านั้นที่สะดุ้งโหยงไปกับน้ำเสียงทรงอำนาจ แม้แต่มุขธิดาก็พลอยสะดุ้งตกใจตามไปด้วย

“มึงจะอ้อยอิ่งอีกนานไหน กูรำคาญ...ชักช้านัก มานี่กูจัดการเอง แล้วมึงอย่ามาแอบด่ากูลับหลังไม่ได้เชียวนะ...” พอสิ้นคำมือหนาดึงประตูรถฝั่งที่เปิดค้างเอาไว้เสียงดังโครม เขาตรงรี่มาหาคนนั่งบนพื้น ถลึงตาใส่ไอ้ลูกน้องคนโปรดพร้อมกับผลักร่างหนาออกไปให้ห่างจากยัยหนูหริ่ง ร่างสูงย่อตัวลงดึงเอาร่างเล็กที่สั่นเทามาชิดร่างหนาของตนเอง

“ฉันไม่ยอมไปไหนกับคุณนะ...ออกไปอย่ามายุ่งกับฉัน” มุขธิดาปัดป้องตัวเองสุดกำลัง พยายามใช้แรงอันน้อยนิดฝืนร่างเอาไว้ไม่ยอมให้เขาลากไปได้ง่ายๆ

“อย่าสะดิ้งให้มาก ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” คนขี้หงุดหงิดกระชากกร่างดิ้นรนนั้นกลับเข้ามาหาร่างตัวเองเต็มแรง พร้อมกับจับร่างเล็กนั้นพาดขึ้นบ่าจนศีรษะหญิงสาวห้อยโตงเตงไปทางด้านหลัง

“กรี๊ด!”

มุขธิดากรีดร้องขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง ทุบตีแผ่นหลังกว้างอย่างเอาเป็นเอาตาย ร้องขอให้ใครช่วยก็ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่กล้าเข้ามาช่วยเหลือเธอ หญิงสาวได้แต่น้ำตาตกใน หัวใจสั่นผวาอย่างสิ้นหวัง พอจะรู้ชะตากรรมตัวเองในอนาคตออก ถ้าไม่ถูกเขาฆ่าทิ้ง เธอก็คงเหมือนตกนรกตายทั้งเป็นอยู่ดี ผู้ชายอย่างนายอานนท์ บูรณกำจร ทั้งใจร้ายใจดำจิตใจอำมหิตมากขนาดไหน ใครๆย่อมรู้ดีทั้งนั้น เพราะแม้แต่น้องสาวของตัวเอง เขายังลงมือทำลายครอบครัวจับพ่อลูกเขาแยกจากกันมาแล้วเลยนี่นา นับประสาอะไรกับผู้หญิงจนๆไร้บารมีอย่างเธอ เขาจะเก็บเอาไว้บูชาก็คงเป็นไปไม่ได้...

ชายหนุ่มส่งสัญญาณให้ลูกน้องมาเปิดประตูรถให้  ก่อนจับร่างเล็กนั้นโยนเข้าไปด้านในเต็มแรง แล้วตัวเองเดินขมวดคิ้วอ้อมมาฝั่งคนขับ สตาร์ทรถแล่นออกจากลานจอดรถด้วยความเร็วตามแรงอารมณ์ มุขธิดาที่ถูกจับโยนเข้ามายังไม่ทันตั้งตัวดี ร่างน้อยของเธอนั้นเซถลากระแทกลงไปนอนกองกับพื้นรถจนเจ็บจุกไปทั้งกาย...

อานนท์เหลือบหางตามองร่างเล็กที่หล่นตุบไปนอนกองบนพื้นรถ คล้ายขยะก้อนหนึ่งด้วยสายตาสะใจ...


โปรตติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น