cxparallel

ถ้้าถูกใจ อย่าลืมให้กดติดตามและให้เม้นท์เน้อ :) เลิฟยู!

ชื่อตอน : Chapter 1 : ​Eyes Shut

คำค้น : ติดเรท, 18+, ขัง

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 19:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 : ​Eyes Shut
แบบอักษร

1

​Eyes Shut


อากาศเย็นเสียจนเธอไม่อาจจะหลับต่อไปได้ วาเลอรีลืมตา ปวดและเจ็บร้าวไปทั้งร่างราวกับเธอเพิ่งประสบเหตุร้ายบางอย่างมาไม่นาน หากเธอจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงร่องรอยอารมณ์หวาดหวั่นเท่านั้นที่ทำให้หญิงสาวไม่สบายใจ

และเมื่อทราบสภาพตัวเองได้ชัดเจนในวินาทีถัดมา การเห็นข้อมือซึ่งถูกมัดไว้กับพนักเก้าอี้ทั้งสองข้างพร้อมกับกำลังสวมใส่เพียงชุดนอนเดรสกระโปรงสั้นซึ่งถูกฉีกขาดจนเห็นหน้าอก วาเลอรียิ่งอยากกรีดร้อง

หากตอนนั้นเธอรู้ว่ามันไร้ประโยชน์

มองไปรอบตัว เห็นเพียงผนังสีขาว รู้แค่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่ และยังคงจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อยยิ่งทำให้วาเลอรีตื่นตระหนก เธอพยายามดึงตัวเองออกจากเก้าอี้ หากพบว่าเก้าอี้นั้นหนักราวกับทำมาจากหิน หญิงสาวเริ่มหายใจหอบถี่ขณะที่ออกแรงดิ้นให้หลุกจากพันธนาการ

จนกระทั่งเสียงประตูเปิดออกดังขึ้นจากข้างหลัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครสักคนที่ก้าวเร็ว ๆ  มาประชิดร่างง่ายดาย

ใบหน้าคมซึ่งปรากฎขึ้นทำให้สมองของวาเลอรีอื้ออึงและสับสน

“เวสต์?” เธอเรียกเขา “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

ชายหนุ่มชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำถามล่าสุด มือซึ่งกำลังจะเอื้อมมาจับที่สายหนังซึ่งพันข้อมือเธอไว้หยุดลง ก่อนสีหน้าไร้อารมณ์จะจ้องเธอกลับ

“เกิดอะไรขึ้นกัน”

ความเงียบครอบคลุมชั่วคราวก่อนเวสต์จะตอบกลับเสียงแข็ง

“เธอขายตัวเองให้ฉัน”

“ขายตัวเอง?”

คราวนี้อีกฝ่ายไม่เก็บงำอารมณ์ มือแข็งแรงบีบคางหญิงสาวจนสะดุ้ง ก่อนจะกระชากเสียงกับเธอ

“ใช่ และเธอก็รู้ว่าฉันกำลังจะทำอะไร ฉะนั้นเงียบ!”

ความสับสนครอบงำวาเลอรี ดวงตาสีฟ้าหม่นสะท้อนความรู้สึกนั้นชัดเจน หากนั่นไม่ได้ทำให้เวสต์สนใจ ทันทีที่เขาโน้มหน้าลงมา และริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากของเขา วาเลอรีสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด มันเต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอพยายามหันหน้าหนีเพื่อจะตั้งสติ แต่พอมือของเขาคว้าเข้าอกซึ่งไร้เสื้อผ้าปกปิดและบีบเค้น เธอส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

“นายทำอะไร”

ใบหน้าถูกจับให้หันกลับมา ดวงตาสีน้ำตาลเขียวจ้องเธอแน่วแน่ เอ่ยตอบคำถามของวาเลอรีอย่างเฉียบขาด

“สิ่งที่เป็นเหตุผลให้เธอยังมีชีวิตอยู่”

อีกครั้งที่จูบนั้นบดขยี้ริมฝีปากหญิงสาว วาเลอรียังไม่หยุดความพยายามจะหนี เธอสะบัดหน้าไม่พ้น สิ่งต่อมาที่ทำจึงกลายเป็นการกัดปากอีกฝ่ายจนเขาผละถอยไป หากนั่นทำให้เวสต์แค่ใช้หลังมือเช็ดเลือดออกจากปาก ดวงตาคู่นั้นเริ่มมีไฟปะทุ หากเขาไม่พูดอะไรต่อ

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำอย่างนี้

มือซึ่งเคยจับอกของเธอจึงกระชากผ้าผืนบางนั้นออกจากร่างอย่างง่ายดาย วาเลอรีกรีดร้องด้วยความตกใจ แต่นั่นก็กลายเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้ร้องสุดเสียงในขณะนั้นเมื่อของบางอย่างถูกยัดเข้ามาในปาก มันคล้ายยาง... ลูกบอลยางซึ่งคับเต็มปากจนเธอไม่อาจจะเปล่งเสียงเป็นภาษาได้

เขาทำแบบนี้ทำไม!?

น้ำตาไหลอาบใบหน้า มองผู้ชายซึ่งเธอยังคงไม่ลืมว่าเขาเคยดีกับเธอขนาดไหน เช่นกันกับความร้ายกาจที่เขาเคยก่อไว้เมื่อนานมาแล้ว หากนี่... หากสิ่งที่เธอเผชิญอยู่นี่เทียบไม่ได้กับทุกสิ่งที่เขาเคยทำร้ายเธอ

เวสต์ทำอย่างนี้ทำไม?

คำถามโผล่เต็มหัว หากไร้คำตอบ สัมผัสอันเต็มไปด้วยความรุนแรงเริ่มทำให้สมองของเธอไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ กลัวและหวาดหวั่น หากในความกลัวนั้นยังมีความรู้สึกหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยหนีมันพ้นได้เมื่อคนที่มอบให้เป็นเขา

นิ้วซึ่งแทรกเข้ามาในร่างกายเริ่มขยับเข้าและออกเร็วขึ้น ร่างของหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความสับสน มือที่ถูกมัดไว้กำบีบแน่น ดวงตาหลับลงด้วยไม่อาจจะทนเห็นสภาพของตนเอง และไม่อาจจะทนเห็นแววตาของผู้ชายที่เธอรักทำร้ายเธออย่างสาสมใจได้

ก่อนที่ความร้ายกาจนั้นจะหยุดลงไป

วาเลอรีไม่ได้ลืมตา แต่ถ้าหากเธอลืมตาและมองเห็นว่าร่างสูงคุกเข่าลงต่อหน้า ถ้าเพียงเธอเห็นว่าชั่ววูบหนึ่ง แววตาของเขาที่มองใบหน้าเธอนั้นเปลี่ยนไปจากอารมณ์รุนแรง ...เธอคงยิ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตในตอนนั้น

ราวกับต้องการปลอบประโลม สัมผัสบนร่างกายของเธอเริ่มเปลี่ยนลักษณะไป เขาใช้ลิ้นลูบไล้ทรวงอกไปจนถึงยอดถันอย่างละเอียดและเชื่องช้า ดูดกลืนจนเธอเผลอครางออกมาเบา ๆ  ก่อนที่เขาจะไล่จูบจากอกลงต่ำไปเรื่อยจนถึงจุดที่ทำให้เธอไม่อาจต้านทานสัมผัสที่เขามอบให้ได้

ทุกอย่างถูกเป่าออกไป เธอกัดปากตัวเอง เกร็งไปทั้งร่าง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่จุดไวต่อการรับรู้นั้นถูกรบเร้าจากปลายลิ้นให้มอบความสุขแก่ร่างกายเธอ วาเลอรีเบี่ยงหน้าหนีแม้จะรู้ว่าตนไม่อาจจะหยุดยั้งสิ่งที่เวสต์ทำอยู่ไหวและไม่อาจจะหยุดความรู้สึกของตนเองได้เช่นกัน

สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้และปล่อยให้เขาครอบครองเธอทุกอย่างกระทั่งความรู้สึก

เสียงร่ำร้องดังขึ้นและดังขึ้นจากลำคอ วาเลอรีพยายามจะลุกจากที่นั่งทั้งที่รู้ว่าถูกผูกมัด ร่างแอ่นและเกร็งมื่อเขาดึงเธอไปจนถึงจุดสูงสุดนั้นไม่อาจบังคับให้ไม่แสดงออก และยิ่งรู้ เขายิ่งดูดและเน้นสัมผัสของตนให้เธอมากขึ้นจนแทบทนไม่ได้

แล้วนั่นก็คือเกมของเขา เวสต์จะให้สิ่งที่เธออยากร้องขอซ้ำ ๆ  จนเธอเสพติดมัน ก่อนเขาจะพรากมันไป

เขาลุกขึ้น ดึงมีดออกมาตัดสายหนังที่รัดข้อมือเธอไว้

“อย่าหนี เธอหนีไม่พ้น”

ใช่ ...วาเลอรีรู้ดีแม้ใจจะคัดค้านคำพูดเหล่านั้น แขนแข็งแรงรัดคอเธอเอาไว้ แนบร่างกำยำให้ชิดกับร่างเปลือยเปล่าไร้ทางต่อสู้ของเธอ เมื่อยืนพิงตัวอีกฝ่ายแนบชิดเพราะแขนของเขากลายมาเป็นสิ่งพันธนาการ เธอจึงรับรู้การเคลื่อนไหวของเวสต์ได้ง่ายดาย

เข็มขัดถูกปลดออก และไม่ช้าร่างของเขาก็แทรกเข้ามาในตัวของเธอ สัมผัสซึ่งหายห่างไปยาวนานยังคงสร้างความเจ็บปวดอันไม่คุ้นชินให้วาเลอรี เธอร้องออกมา แต่เขาไม่ได้เห็นใจและไม่ได้ลดแรงซึ่งส่งผ่านมาหา ตรงกันข้าม ยิ่งเธอร้องมากเท่าไหร่ เขายิ่งขยับกายเร็วขึ้นเท่านั้น

“ได้โปร...”

มันไม่เป็นภาษา มันไม่เป็นคำ และมันไร้ความหมายต่อเขา ครั้งแล้วครั้งเล่าที่แรงกระแทกนั้นสร้างความรู้สึกสับสนแก่วาเลอรี ทั้งวาบหวาม ทำให้ร่างสั่นสะท้าน แต่มันก็ยังฉีกเธอให้เป็นชิ้น ๆ  ได้ง่ายดาย

มือซึ่งบีบเค้นอกเธออยู่คลึงอย่างชำนาญ มืออีกข้างซึ่งจับเอวเธอไว้เลื่อนลงไปหาจุดรับรู้ของหญิงสาว หยอกล้อกับมันและสร้างอารมณ์เสียวกระสันจนแทบไม่อาจจะยืนไหว จนเธอเอนร่างทั้งร่างไปพิงเขา ปล่อยให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่เขาต้องการทั้งหมด

หากมันไม่ได้หยุดที่ตรงนั้น

ประตูเปิดเข้ามา วาเลอรีลืมตาขึ้น ครั้งนี้เธอเห็นผู้มาเยือนใหม่ได้ง่ายดาย ใบหน้าของโดมินิก สเปนเซอร์ทำให้เธอรู้สึกชาไปทั้งร่าง เสียงร้องด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ได้ยังดังก้องอยู่ในห้องสีขาวนั้น และเธออับอายจนไม่มีคำบรรยายใด ๆ  เหลือ

ประตูปิดลง และโดมินิกส่งยิ้มมุมปากให้เธอชั่วครู่ ก่อนเวสต์จะปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน

หญิงสาวล้มลงกับพื้น ความตื่นตระหนกเด่นชัดแล้วคราวนี้ วาเลอรีพยายามจะลุก และอีกครั้งที่มือของเวสต์ฉุดเธอขึ้นมา เพียงเพื่อจะรั้งเธอไว้กับเขา

อกของเธอชนกับร่างอีกฝ่าย เวสต์ใช้ท่อนแขนแข็งแรงรัดเอวเธอเอาไว้ การวิ่งหนีให้หลุดไปยิ่งยากลำบาก แล้วจูบของเขาก็ยังคงทำหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเสมอ ก่อนเสียงทุ้มของโดมินิกจะดังขึ้นข้างหลัง และนั่นเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล

“เรย์ ไม่ต้องกลัวนะ”

ก่อนวาเลอรีจะเข้าใจ มือของสเปนเซอร์ก็จับสะโพกเธอไว้แทนการยึดเหนี่ยว และเวสต์เริ่มคว้าขาเธอข้างหนึ่งให้ยกขึ้นจนแทบจะเกี่ยวเอวเขาไว้ ดวงตาสีฟ้าหม่นสะท้อนความสับสนและผวา กว่าจะรู้อีกครั้ง บางอย่างแปลกปลอมก็แทรกเข้ามาในร่างเธอจากข้างหลัง

พยายามจะดิ้น หรือกรีดร้อง หรือขัดขืน หากมันทำไม่ได้ เธอถูกประกบทั้งหน้าและหลัง ถูกรั้งเหนี่ยวไว้ด้วยร่างกายของชายทั้งคู่ที่กำลังเคลื่อนไหวครอบครองตัวเธอ ประสาทสัมผัสทำให้รับรู้รสชาติที่เธอไม่เคยรับรู้ มันคล้ายกับระเบิด คล้ายกับการพยายามทำลายตัวเธอซ้ำ ๆ  และถี่จนไม่เหลือตัวตน ไม่เหลืออะไรทั้งนั้นที่เป็นของเธอ ความสุขอันแปลกประหลาดเปลี่ยนเธอได้ง่ายดาย และวาเลอรีร้องออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อมือของสเปนเซอร์บดขยี้อกทั้งสองข้าง เขาขยับกายรุนแรงไม่แพ้เวสต์ จนร่างของเธอเริ่มถูกจับให้ลอยสูงขึ้น จังหวะแห่งความต้องการช่วยกระตุ้นเสียงของเธอจนลูกบอลยางที่ปิดเอาไว้หลุดออกจากปาก

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรง...

วาเลอรีโน้มตัวเข้าหาอ้อมกอดของคนที่อยู่ข้างหน้า โอบแขนเธอเข้ารอบคอของเขา สะอื้นเมื่ออีกฝ่ายยังไม่หยุดการกระทำของเขาแม้แต่เสี้ยววินาที ปากพยายามสูดอากาศเข้า เปล่งเสียงออกไปเพื่อสะท้อนความรู้สึกที่เขามอบให้ เช่นกับสเปนเซอร์ที่เริ่มรุกล้ำจุดเดียวกับที่เวสต์เคยครอบครองด้วยนิ้ว จนวาเลอรีไม่รู้ว่าเธอสามารถรองรับความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ได้

เสียงครางของหญิงสาวก้องทั่วทั้งห้องแห่งนั้น จุดสุดยอดเริ่มใกล้เข้ามาอีกครั้ง เวสต์รู้ว่าเธอกำลังปีนขึ้นไปใกล้จุดหมายแล้วเช่นกัน

“อย่ากล้าทำอย่างนั้น”

แต่วาเลอรีหยุดตัวเองได้งั้นหรือ? ไม่... ทุกอย่างที่เขามอบให้คือเหตุผลที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป เธอไม่อาจจะระงับความรู้สึกของตนไหวแม้จะมองใบหน้าเวสต์ด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาบอก

“ขอร้องฉัน เรย์”

ขอร้องอะไร?

เธอสงสัย หากในที่สุดนั้น ร่างของเธอก็สั่นสะท้านอีกครั้งด้วยแรงแห่งปรารถนาที่ชายทั้งสองคนมอบให้ร่างกายของเธอ เล็บของเธอจิกลงแผ่นหลังของเวสต์จนเลือดซึม เขาไม่ได้ใส่ใจ ยังคงยกร่างเธอให้ตอบรับแก่นกายของเขาซ้ำ ๆ  ด้วยอารมณ์

“เธอชอบใช่ไหม”

“ขัดคำสั่งของฉัน เธอชอบนักใช่ไหม”

วาเลอรีหอบหายใจถี่เมื่อเวสต์ผละออกจากร่างกายเธอ เขาปล่อยให้สเปนเซอร์รับเธอไป และสเปนเซอร์ก็ย้ายความครอบครองมายังจุดกึ่งกลางลำตัวหญิงสาว กระแทกร่างของเขาจนเธอเริ่มรู้สึกเจ็บ ก่อนจะดึงตัวเองออก และย้ายมันไปที่ปากของเธอ

ความตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า วาเลอรีไม่ได้คาดหมายอะไรทั้งนั้นและทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น มือของเธอถูกกดลงกับพื้น และสเปนเซอร์ตัวใหญ่กว่าเวสต์ เขาควบคุมตัวเธอไว้ได้ง่ายดาย

“มัดเธอไว้ สเปนเซอร์”

คำสั่งนั้นตามมาด้วยการถูกรวบแขนไว้ข้างหลัง เชือกรัดลงข้อมือง่ายดาย และสิ่งเดียวที่หญิงสาวทำได้คือนั่งคุกเข่าและถูกคุกคามอย่างไม่หยุดยั้ง

ความสับสนแล่นปราดเต็มสมอง หากความรู้สึกที่ถูกปรนเปรอทำหน้าที่ลบเลือนสตินั้นลงไปทุกครั้ง น้ำตากี่หยดที่ไหลซึมจากดวงตาเพราะความเจ็บปวดและไม่เข้าใจกลืนหายเมื่อสัมผัสจากอัลดริกเริ่มทำงานอีกครั้ง เธอพยายามแยกแยะว่าอะไรถูกและผิด แต่ไม่มีครั้งไหนที่ประสบความสำเร็จ

ไม่ว่ายังไงเธอก็แพ้เรื่อยไป

ไม่มีคำพูด อาจจะเพราะไม่มีที่ว่างเหลือเพียงพอภายในอากาศของห้องแห่งนั้น วาเลอรีหลับตาลงเมื่อเธอไม่อาจจะขัดขืนแรงของชายทั้งคู่ได้ และปล่อยให้ประสาทสัมผัสของร่างกายอยู่เหนือจิตใจ

“มองหน้าฉัน”

อีกครั้งที่เสียงของเขาดุ วาเลอรีพยายามทำตาม และนั่นทำให้เธอไม่อาจจะควบคุมอะไรได้อีก

ราวกับว่าดวงตาของเขากำลังสะกดจิตเธอไว้

มือของเขาบีบคางหญิงสาวแน่น วัตถุบางอย่างถูกจ่อเข้าใกล้กลางร่างกาย แทบจะทำให้คุกเข่าไม่อยู่เมื่อการสั่นจากอุปกรณ์ช่วยกระตุ้นความรู้สึกซึ่งเพิ่งจะถึงจุดสุดยอดไปไม่นาน เสียงร้องครวญครางนั่นบอกถึงอารมณ์อันอธิบายไม่ได้ วาเลอรีเบือนหน้าหนีด้วยไม่อาจทนไหว

“หยุดเถอะ... ได้โปรด”

เวสต์หัวเราะสั้น ๆ  ขณะที่สเปนเซอร์ยังไม่ได้หยุดเคลื่อนกาย มือใหญ่ที่บดขยี้ทรวงอกเธอไว้เป็นจังหวะตอกย้ำว่าพวกเขาเท่านั้นคือคนที่บงการตัวเธอ

“ฉันจะหยุดต่อเมื่อฉันต้องการจะหยุด เข้าใจไหม เรย์”

ไม่... เธอไม่เข้าใจ

แต่มันสำคัญอะไรหรือ?


น้ำไหลอาบจากฝักบัวลงมายังร่างซึ่งมีรอยแดงเป็นจุดและปื้นของการบีบเค้น วาเลอรีแทบจะทรงตัวไม่ได้หากเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะชำระล้างร่างกายตามที่เขาบอกให้ทำ

น้ำตาไหลอาบแก้ม ความสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่จางลงไป เช่นเดียวกับการสัมผัสของพวกเขา เธอกัดปากตัวเองและหลับตา หากนั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างชัดเจนกว่าเก่าจนเธอแทบจะกรีดร้องออกมา

แล้วเธอก็กรีดร้องออกมา

ประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออก ร่างสูงในชุดเสื้อยืดและกางเกงลำลองก้าวตรงไปยังห้องอาบน้ำ นั่นทำให้วาเลอรีพยายามจะหันไปปิดประตูกระจก แต่เธอไม่สามารถยื้อแรงของเวสต์ได้

“เป็นอะไร”

ไม่กล้ามองหน้า เธอพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ มือยังพยายามปิดร่างเปลือยเปล่าของตนเอาไว้ เสียงตัวเองคล้ายยังสะท้อนอยู่ในหัว เสียงที่ดังออกมาเพราะหลงใหลไปกับรสสัมผัส

ทำไมเธอไม่ต่อสู้หรือขัดขืน

“เกิดอะไรขึ้น...” หญิงสาวพึมพำ “เกิดอะไรขึ้นกับฉัน”

ดวงตาสีฟ้าหม่นมองจ้องใบหน้านิ่งของอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ ในความทรงจำของเธอ เวสต์ก็ยังเป็นคนแข็งกระด้าง ...แต่อีกด้านที่เขาเคยแสดงออกกับเธอมันมีความหมาย หากการกระทำที่ผ่านพ้นไปไม่นานนั้นไม่แสดงถึงความรู้สึกอะไรทั้งสิ้นนอกจากการใช้เธอราวกับเป็นเครื่องมือ

“เกิดอะไรขึ้นกับนาย”

และสเปนเซอร์... ผู้ชายอีกคนที่ก้าวเข้ามาร่วมในเหตุการณ์เมื่อครู่นั้น และเธอไม่ได้ต่อต้านเขา เธอยอมอย่างง่ายดายเพราะเวสต์บอกให้เธอยอม มันช่างบ้าคลั่ง แต่เพียงคำสั่งของเขาเท่านั้น ทุกอย่างก็ช่างไร้ความหมาย เธอไม่มีตัวตน ไม่มีเหตุและผล เธอแค่อยากให้เขามีความสุข

แต่ตอนนี้ความรู้สึกทุกอย่างหวนกลับมา วาเลอรีละอายและรังเกียจตัวเองจนไม่อาจจะหาคำบรรยายได้ ขาทั้งสองข้างสั่น ร่างทรุดลงไปกับพื้น หากแขนของเขาฉุดรั้งเธอไว้

“ลุกขึ้นมา เรย์”

“ตอบฉันว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” เธอเริ่มตะโกน ทำให้ความเงียบปกคลุมชั่วครู่

“อยากได้ยินว่าอะไร” เสียงของเขากดต่ำคล้ายพยายามระงับอารมณ์

“เธอนึกไม่ออกเหรอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไปคืออะไร...”

พยายามจะคุมสติ หากทุกอย่างช่างซับซ้อนและสับสน คล้ายเธอตกอยู่ในพายุ วาเลอรีน้ำตาไหลไม่หยุด และไม่อยากจะยับยั้งความต้องการที่จะหายไปจากที่นั่น

อีกครั้งที่เสียงกรีดร้องดังออกมา มือของเขาก็คว้าใบหน้าเธอ ปิดปากและล็อคคอจนร่างในอ้อมแขนไม่อาจจะดิ้นหลุดได้ ภาระการพาหญิงสาวออกไปยังที่นอนตกเป็นของเขาอีกคราว

เช่นกันกับภาระในการมัดเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น