wickedwish_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มายาที่ 27 [END] : เราอยู่ด้วยกันจนชักหน้าตาคล้ายๆ

ชื่อตอน : มายาที่ 27 [END] : เราอยู่ด้วยกันจนชักหน้าตาคล้ายๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2561 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
มายาที่ 27 [END] : เราอยู่ด้วยกันจนชักหน้าตาคล้ายๆ
แบบอักษร

มายาที่ 27





Day 9

ตื่นเช้ามาพร้อมกับอากาศที่สดใส คุณพระอาทิตย์ในวันนี้ดูใจดีกว่าทุกวัน อาจคงเพราะเป็นวันที่ใครบางคนจะกลับมา เป็นวันที่เขารอคอยมานานแสนนาน นึกได้ดังนั้นรอยยิ้มหวานก็ถูกวาดระบายขึ้นบนใบหน้าคมราวกับคนบ้า เกรทพับผ้าห่มพลางจัดเตียงให้เรียบร้อยก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดออกกำลังกาย


ขายาววิ่งรอบๆบริเวณคอนโดเพื่อสูดรับไอแดดบริสุทธิ์ เสร็จสิ้นคาดิโอก็ต่อด้วยซิทอัพห้าเซ็ต วิดพื้นอีกห้าเซ็ต พร้อมกับกระโดดเชือกอีกห้าเซ็ต หาอะไรทำไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ความคิดถึงไต่ระดับมากจนเกินไปเพราะกว่าใครบางคนจะมาถึงก็ตั้งหกโมงเย็นนู่น  ปกติก็ออกกำลังกายบ่อยๆอยู่แล้วเว้นแต่ช่วงนี้ที่จะหนักหน่อย


เรียกเหงื่อจนตัวเปียกก็กลับมาจัดห้องที่เป็นระเบียบอยู่แล้วให้เป็นระเบียบมากขึ้นไปอีก เขาติดไฟแต่งห้องไว้บนหัวเตียงเพราะไอ้บลูบอกว่ามันจะช่วยให้ดูโรแมนติกมากขึ้น ถ้าลูกแกะมาเห็นต้องชอบแน่ๆ คนที่ไม่มีเซนส์ด้านนี้เลยตามน้ำไปอย่างว่าง่าย ไม่รู้สิ...เขาก็แค่อยากทำให้ลูกแกะกลับมาแล้วยิ้มหยีบ้าง


ว่าไงนะ สองสามวันเลยหรอ!!?”


แต่อารมณ์สดใสก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นขุ่นมัวเมื่อหลังอาบน้ำเสร็จคุณนางฟ้าดันโทรมาบอกว่าคงไม่ได้กลับวันนี้แล้ว เพราะหิมะตกอย่างหนักจนเครื่องไม่สามารถขึ้นได้


[ใช่ครับ อยู่ดีๆพายุก็เข้าอ่า]


“ทำไมต้องมาเข้าตอนนี้ด้วย”


[ไม่งอแงซี่ อ๊ะ! เดี๋ยวผมต้องไปหาที่พักใหม่ก่อนนะครับ แค่นี้ก่อนนะ]


สิ้นเสียงอีกฝ่ายก็วางสายไปในทันที หัวใจที่กำลังพองโตเลยเหมือนถูกเข็มแหลมจิ้มให้แฟบลงโดยฉับพลัน อ้อมกอดของลูกแกะตัวหอมที่ใกล้เข้ามาก็พลอยถูกเลื่อนให้อยู่ไกลออกไปอีก ไอ้พายุหิมะเหี้ยยยย ทำไมต้องมาตกตอนนี้ด้วยวะแม่ง เขาอยากจะเจอลูกแกะจะตายแล้วนะโว้ยยยย


แพลนที่วางไว้ เช่นเที่ยงจะอาบน้ำแล้วออกไปหาอะไรทาน บ่ายสองจะฝึกทำเค้กไว้เซอไพรส์ใครบางคน บ่ายสี่โมงครึ่งจะออกไปรอคุณลูกแกะเขาที่สนามบิน ก็ต้องพังครืนต่อหน้าต่อตา เพราะงั้นคนที่ไม่เคยขี้เหงามาก่อน แต่ต้องกลายมาเป็นคนขี้เหงาหลังจากมีแฟนเลยต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน


“ไอ้เอิร์ทกับไอ้โดมก็อยู่หรอวะ?” เอียงหัวถามอย่างงงๆ ไม่ต้องสืบก็น่าจะรู้นะครับว่าตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในห้องของใคร แหงล่ะ...มีอยู่คนเดียว ช่วงนี้มาบ่อยเสียจนมันรำคาญจนมันเลิกบ่นว่ารำคาญ


“กูชวนไอ้เชี่ยโดมมาเล่นเกม ส่วนไอ้เอิร์ทมานอนกับกูช่วงนี้พักนึง” เจ้าของห้องตอบเรียบๆในขณะที่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับPS4 รู้อยู่แล้วแหละว่าเวลาไอ้ตี๋มาห้องทีไรก็คงไม่พ้นเรื่องปัญหาหัวใจ


“ไอ้เอิร์ททำไร” ทิ้งตัวลงข้างๆคนที่กำลังต่อโมเดลแผ่นไม้อะไรซักอย่างอยู่


“โปรเจ็คสิครับ ปิดเทอมแล้วก็ยังจะสั่งงานกูล่วงหน้า รักกูชิบหายเลยอาจารย์” เด็กหนุ่มในคราบแว่นตาหนาเตอะตอบด้วยเสียงเนือยๆก่อนจะหันมาอมยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย “แล้วมึงล่ะตี๋ ได้ข่าวว่ามีแฟนนี่”


“ไอ้บลูเล่าล่ะสิ”


“เออดิ ใครจะไปคิดว่ามึงจะคบนางฟ้าคณะมนุษย์” เอิร์ทว่าอย่างประหลาดใจ


“เออ ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก” หยิบแผนชานอ้อยขึ้นมาดูพลาง บางทีเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตนึงจะแพ้ให้กับอะไรบ้าง อย่างเขาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าแพ้ให้กับคุณนางฟ้าคณะมนุษย์ที่ว่าจนหมดใจ “แล้วพวกมึงล่ะ คบกันหรอ เห็นช่วงนี้ตัวติดกันเหลือเกิน” แกล้งถามอีกฝ่ายบ้าง ปกติมาห้องไอ้บลูคนจะเยอะขนาดนี้ที่ไหน


“พ่อมึงอ่ะ”


“ฮ่ะฮ่ะ กูก็ว่างั้น” แค่นหัวเราะเล็กน้อย “ไอ้เชี่ยบลูดูท่าน่าจะจีบนิลกานต์มากกว่า”


 “นิลกานต์?” เอิร์ทมุ่ยคิ้วอย่างสงสัย


“เพื่อนเฟยน่ะ...ฮ้าวว” พูดพลางยกมือขึ้นมาปิดปาก “กูไปนอนละ เซ็ง” ว่าเสร็จก็เดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงหกฟุต ในขณะที่คู่สนทนาก็หันกลับไปจดจ่ออยู่กับโมเดลตรงหน้าต่อ ส่วนไอ้บลูกับไอ้โดมก็ยังคงคร่ำเคร่งกับการเล่นเกมส์สุดๆ ตอนแรกก็ว่าจะด่าที่พวกมันไม่กลับบ้านกันหรอ แต่ก็ดีแล้ว...เพราะเขาจะได้มีเพื่อน


“คราวนี้เป็นอะไรอีกครับตี๋”


หลังจากจบนัดชิงฟีฟ่าไปหนึ่งแมทซ์ เจ้าของห้องที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่หน้าทีวีก็เปลี่ยนมาทิ้งตัวลงข้างๆพร้อมทำสายตาออเซาะจนเขาหมั่นไส้ “นาริตะพายุเข้า เครื่องขึ้นไม่ได้ เฟยต้องติดอยู่ญี่ปุ่นอีกสองสามวัน” มุ่ยปากพลางถอนหายใจเหมือนหมาหงอย


“ทนหน่อยน่า ใช่เขาจะไม่กลับมาซะเมื่อไหร่”


“ก็กูคิดถึง”


อื้อหืออออ อยากให้เฟยมาเห็นหน้าตาไอ้คุณแฟนชะมัดเลยครับ ก็กูคิดถึง มันเป็นประโยคที่มาพร้อมกับสีหน้าเว้าวอนแถมออดอ้อนแบบสุดๆ นี่ถ้าเขาเป็นผู้หญิงคงต้องอ่อนระทวยตายแหงๆ  “เหม็นความรัก เบื่อออ บลูเบื่อ”


“พูดมาก” เกรทปรายตาใส่เพื่อนรักที่นิสัยชักจะตุ้ดขึ้นไปทุกวัน


“จ้า นอนให้สบายเลยจ้า ยังไงห้องบลูก็เหมือนห้องเกรทอยู่แล้วนี่เน้ออ”


กระแนะกระแหนเขาเสร็จมันก็เดินสะบัดตูดไปนั่งเล่นเกมส์กับไอ้โดมต่อ นี่ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลยซักนิดเพราะตอนนี้หัวใจมันคิดถึงลูกแกะบางตัวอยู่ตลอดเวลา เห้ออออ...คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว


ตอนเย็นพวกเขาสั่งพิซซ่ามากินกันสี่คนชุดใหญ่ ปกติจะต้องคุมอาหารนะ แต่หลังจากคบกับใครบางคนอาหารการกินก็เลยดูเหมือนจะอุดมสมบูรณ์จนเกินดีจึงต้องเพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้น เอาเถอะ...ถึงอ้วนไปลูกแกะก็รักเขาอยู่ดีนั่นแหละ...อื้ม ต้องรักซี่ ลูกแกะต้องรักเขา ต้องรักเขา แน่ะ! ย้ำคิดย้ำทำอีกแล้วนะมึง


กลับมาถึงห้องก็เกือบหนึ่งทุ่ม จริงๆอยากจะอยู่นานกว่านี้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงอยากกลับห้องมาก ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าถึงกลับมาก็ไม่เจอใครอยู่ดี ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมกอดเจ้าอู้ไว้แน่น จมูกโด่งแตะลงบนเนื้อผ้านุ่มนิ่มของตุ๊กตาแสนรักที่แอบเอาน้ำหอมของใครบางคนมาฉีดไว้ เห้ออ...ทำตัวเหมือนโรตจิตเลยว่ะเกรท


“เมื่อไหร่หม่าม๊ามึงจะกลับวะอู้”


บ่นอุบอิบกับไอ้ปลาวาฬน้อยอยู่คนเดียวท่ามกลางห้องมืดที่ถูกสาดส่องด้วยแสงไฟสีส้มสลัว นี่ตั้งแต่ปิดเทอมมาเขายังไม่ได้นอนกอดลูกแกะจนหนำใจถึงสามวันเลยนะเว้ย


อาจเป็นเพราะอุณภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นจนเกินไป ผนวกกับร่างกายที่ไม่ได้รับไออุ่นจากใครบางคนรวมถึงฟันเฟืองเหล็กที่ทำงานหนักจนเหนื่อยล้าจากการคิดถึง จึงทำให้เขารู้สึกง่วงผล็อยหลับไปดื้อๆ


“คุณ....”


“.....”


“ตื่นได้แล้วครับ”


“อือ...”


“ลูกแกะกลับมาแล้ว”


ลูกแกะงั้นหรอ...เสียงแบบนี้ สัมผัสแบบนี้ ความรู้สึกแบบนี้ มีคนเดียว ใช่! “ลูกแกะ!” เปลือกตาสีอ่อนเลิกผ่างขึ้นทันทีพร้อมกับปรากฏภาพของคนรักตรงหน้า เด็กหนุ่มผิวขาวในชุดเสื้อยืดสีเทาตัวโคล่งกับกางเกงจ็อกกี้สีดำสบายๆ วินาทีนั้นมันเหมือนกับหัวใจที่ห่อเหี่ยวกลับมาพองโตอีกครั้ง “นี่มันอะไร ไหนบอกว่าเครื่องบินติดพายุไง นี่แกล้งกูหรอ ตอบมาเดี๋ยว....”


“ชู่วว” นิ้วเรียวทาบลงที่กลีบปากกระจับได้รูป “เซอไพรส์ไงครับ”


“เซอไพรส์อะไร ไม่ตลกเลยนะ รู้ไหมว่ากู...”


จุ๊บ!

ไม่ทันจะได้เคลียร์กับลูกแกะตัวร้ายดี อีกฝ่ายก็ประทับจุมพิตหอมหวานลงมาเสียแล้ว มันเป็นจุมพิตที่ต่อให้จะได้รับบ่อยแค่ไหนก็ไม่เคยเบื่อ แถมครั้งนี้ที่ไม่ได้สัมผัสจุมพิตนี้มานานก็ยิ่งทำให้ร่างกายโหยหาเข้าไปใหญ่ “ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยรู้ไหม”มือหนาคว้าโอบเอวสอบให้นั่งลงบนตักก่อนจะตะโบมจูบให้สาแก่ใจ


“อื้อ...พอแล้วครับ”


“ไม่พอ ก็มึงแกล้งกูอ่ะ”


“ผมจะไปแล้ว” อีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นนิ่งเรียบราวกับคนละคน


“ไปไหน?”คิ้วหนาขมวดยุ่งในประโยคที่ได้ยลยิน


ไปให้ไกลจากคุณไง


ไปให้ไกลหมายความว่าไง? ไม่อยากอยู่กับเขาหรอ จะหนีเขาไปหรอ ไม่เอานะ! “เฟยไม่เอา! เฟย!!” เสียงแหบตะโกนลั่น รู้สึกตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็เป็นเพดานห้องว่างเปล่า มือหนายกก่ายหน้าผากที่มีเหงื่อผุดออกมาจนเปียกโชกก่อนจะรับรู้ว่า “เห้ออ ฝันไปหรอเนี่ย”


ลุกขึ้นมานั่งก่อนจะโคลงหัวเรียกสติ นี่เขาคิดถึงลูกแกะมากเกินไปจนเก็บเอาไปฝันเลยเรอะ เห้อออ...ลูกแกะจะกลับมาได้ไงวะ ก็ในเมื่อเจ้าตัวบอกแล้วว่าอีกสองสามวันเครื่องบินถึงจะขึ้นได้ แต่คิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่นอีกครั้งเมื่อเหลือบไปเห็นแสงไฟสว่างจากในครัว


“เฟย...” เขาเดินไปหยุดหลังคนที่กำลังหาของอะไรบางอย่างในตู้เย็นพร้อมอ้าปากค้าง


“ตื่นแล้วหรอครับ” ตัวขาวหันมายิ้มหวาน “แล้วเมื่อกี้ตะโกนอะไรน่ะหืม?”


หมับ!

ดึงร่างบางเข้าไปกอดแน่นพลางกดจมูกลงบนซอกคอขาวอันเสพติด กลิ่นแบบนี้สินะของจริง ไออุ่นแบบนี้สินะของจริง ความรู้สึกแบบนี้สินะของจริง “เมื่อกี้ฝันร้าย” ทำเสียงอู้อี้อ้อนใครบางคน


“ฝันว่าอะไรครับคนดี?” เฟยผละเขาออกเล็กน้อยก่อนจะลูบไล้ที่กรอบหน้าคมอย่างนุ่มนวล


“ฝันว่ามึงจะทิ้งกูไป” ทำหน้ามุ่ยราวกับเรียกร้องคนในอ้อมแขนให้ปลอบปะโลม


“รู้ได้ไงครับ?”


“หมายความว่าไง?” คิ้วหนาขมวดยุ่งในประโยคที่ได้ยลยิน


ก็ผมจะไปแล้วไง ผมโคตรเบื่อคุณมากเลยรู้เปล่า


“ว่าไงนะ!?” ลูกแกะเบื่อเขางั้นหรอ เขาทำอะไรผิด? เขางี่เง่าเอาแต่ใจหรืออะไร นี่มันเกินอะไรขึ้น แล้วทำไมปากถึงไม่ขยับ ทำไมเขาถึงพูดสิ่งที่คิดออกไปไม่ได้ ไม่เอานะลูกแกะ อย่าทิ้งเขาไป!!


ตุบ!

“โอ้ยยยยยย!!” ลูบสะโพกที่กระแทกเข้ากับพื้นห้องจนเต็มแรงเก้อๆ ก่อนเปลือกตาสีอ่อนจะค่อยๆลืมขึ้นและพบว่าตนเองยังคงอยู่ในห้องมืดที่ถูกสาดส่องด้วยแสงไฟสีส้มสลัวเช่นเดิม “ฝันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย”


ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกพรูออกทางปากอย่างเหน็ดหน่าย เป็นฝันที่โคตรเหี้ย เป็นฝันที่เขาไม่อยากเจอที่สุด นั่นก็คือการที่ถูกลูกแกะทิ้งไป แถมยังเป็นฝันซ้อนฝันอีก เห้ออออ คืนนี้เขาจะนอนได้มั้ยพระเจ้า


ติ๊ง!    ติ๊ง!

เป็นเสียงออดห้องที่ดังขึ้นทำลายภวังค์ฟุ้งซ่าน เกรทขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปยังบานประตูนั้น อยู่ดีๆก็รู้สึกตะหงิดๆชอบกล อย่าบอกว่าสิ่งที่เขากำลังจะเจอด้านหลังบ้านประตูนั้นคือ...


“เซอไพรส์ครับ”


เป็นภาพของเด็กหนุ่มผิวขาวในชุดเสื้อยืดสีเทาตัวโคล่งกับกางเกงจ็อกกิ้งสีดำเหมือนในฝันเป๊ะๆ เขาวาดหน้าเบื่อหน่ายให้กับเจ้าของรอยยิ้มหวานหัวฟูๆก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงแล้วทิ้งตัวลง


นี่มึงจะฝันซ้อนฝันอะไรตั้งสามสี่รอบวะ เป็นหนักแล้วนะมึงไอ้ร่างกายเวร สบถอยู่กับตัวเองพลางถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เปลือกตาสีอ่อนถูกปิดลงเพื่อให้หลุดผลจากห้วงพันธนาการบ้าบอนี่เสียที


“ไม่สบายหรอ” ฝ่ามือนุ่มแตะลงบนหน้าผากก่อนสัมผัสยวบของเตียงจะบ่งบอกให้รู้ว่ามีใครบางคนกำลังนั่งอยู่ข้างๆ รู้สึกว่าไอ้ฝันบ้านี่จะเริ่มเรียลขึ้นเรื่อยๆแล้วแฮะ จะเก่งเกินฝันไปละ


เกรทไม่ตอบนอกจากส่ายหน้าหนี เขาไม่อยากเสวนากับไอ้คนในฝันมากเกินไปเดี๋ยวจะเจ็บหัวใจเปล่าๆ เหอะ คราวนี้จะมาบอกว่า ผมอยากไปจากคุณ อีกล่ะสิ กูรู้มุกมึงหมดแล้วครับ อย่ามาหลอกซะให้ยาก


“งอนหรอ ผมแค่อยากเซอไพรส์คุณเอง”


คนพูดทิ้งใบหน้าลงแนบแผ่นอกแกร่งพร้อมกับถูไถไปมาตามสไตล์พี่แกะเขา เป็นการงอนที่ใช้กี่ครั้งๆก็ได้ผลทุกที โอ้โห... ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนจริงขนาดนี้วะ นี่ฝันเลเวลไหนแล้วเนี่ยยย!!


“คุณ...ผมขอโทษ”


“อย่ามายุ่งกับกู กูขี้เกียจจะฝันแล้ว!” ตะคอกเสียงดังจนคนบนร่างหลุดอ้าปากค้างอย่างงงๆ


“ฝัน?”


“ออกไปเลย” ผลักคนตัวหอมออกก่อนจะลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิพลางกับนวดขมับเพื่อเรียกสติ นี่มันจะเกินไปแล้วนะ เป็นฝันรูปแบบที่มีกลิ่นเลยหรอเนี่ย! ไอ้เหี้ยฝันนน! เห้ย…หรือเขาจะโดนผีหลอกวะแม่ง!?


“นี่คุณ...โกรธขนาดนี้เลยหรอ” ลูกแกะตัวน้อยขมวดคิ้วพร้อมเบ้ปากทำท่าจะร้อง


“ไม่ต้องมาอ้อน กูเจ็บมาเยอะ”


“ฮึ่ยย แค่ผมโกหกนิดเดียวถึงกับต้องดราม่าขนาดนี้เลยรึไง” กอดอกทำแก้มพองลม


เหยยย ทำไมรอบนี้มันฝันนานจังวะ แถมยังเถียงเขาฉอดๆเหมือนกับตัวจริง ปกติเวลาฝันความรู้สึกมันจะต้องฟุ้งๆงงๆกว่านี้ไม่ใช่เรอะ “จูบกูหน่อย” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดแบบนั้นออกไป ตอนนี้เหมือนสารเคมีในสมองตีกันยุ่งไปหมด หรือเขาจะอยากเปรียบเทียบรสจูบระหว่างฝันอันนี้กับฝันก่อนหน้ากันนะ อื้ม...ต้องใช่แบบนั้นแน่ๆ


“อะไร ว่าผมแล้วก็มาขอให้จูบ” คนพูดยิ่งขมวดคิ้วที่ซุกซ่อนไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากขึ้นไปอีก


“จะจูบไหม”


จุ๊บ!

“จูบแล้วครับ” มือขาวยกเกาหัวแกร้กๆเหมือนกำลังไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง


เอ้อ...ทำไมรสจูบอันเสพติดนั่นมันถึงได้รู้สึกจริงขนาดนี้วะ สัมผัสนั่น...กลิ่นนั่น...ความหอมหวานนั่น ตกลงนี่เขาฝันหรือไม่ได้ฝันกันแน่ งงไปหมดแล้ว ไม่อยากเชื่ออ่ะ กลัวโดนหลอก ลูกแกะยิ่งหลอกเก่งอยู่ด้วย


“ตบหน้ากูหน่อย”


“หืม ตบทำไม?” เฟยเอียงหัวถามแบบสงสัยสุดๆ


“บอกให้ตบก็ตบซี่”


ผัวะ!

หมัดนุ่มๆซัดเข้าที่ข้างแก้มอย่างเต็มแรงจนเขาแทบหน้าทิ่มลงไปกับเตียง “ให้ตบ ไม่ใช่ให้ต่อยโว้ยยย!” ยกมือลูบบริเวณดังกล่าวเก้อๆ โชคดีที่อีกฝ่ายแรงไม่ค่อยเยอะ ไม่งั้นปากเขาคงได้อาบเลือดจริงๆแน่


“โทษๆ ตบมันต้องแบมือสินะ”


“มึงแกล้งกูอ่ะ” เบ้ปากพลางย่นคิ้วเรียกร้องความสนใจ


“สรุปคืออะไรครับ?”


“กอดหน่อย” อ้าแขนกว้าง


“คุณเป็นบ้า ผมไม่กอด”


ไม่กอดก็ไม่กอด เพราะเขาดึงอีกฝ่ายมากอดเองเรียบร้อยแล้ว อื้ม...ไม่ได้ฝันจริงๆด้วย อาการปวดชาตึบๆที่ใบหน้า ผนวกกับกลิ่นหอมๆอันคุ้นเคยนี้ ต้องเป็นความจริงแน่ๆ ใช่...ต้องใช่แน่ๆ ไม่เอาฝันอีกแล้วนะโว้ย


“อื้อ...หายใจไม่ออก”


ผละคนที่ร้องอู้อี้อยู่ในอ้อมแขนออกเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนฝ่ามือที่โอบคล้องแผ่นหลังลงมาที่เอวสอบพลางกับกระชับกอดให้แน่นขึ้น “ขอโทษ...” พูดไปงั้น สุดท้ายก็ขโมยหอมแก้มนุ่มๆนั่นไปหลายฟอดอยู่ดี


“งื้อออ...พอแล้วครับคุณ มันจั๊กจี๋นะ”


“ก็คิดถึงนี่นา”


“ไม่โกรธผมแล้วหรือไง” นิ้วเรียวยกลูบแก้มของชายอันเป็นที่รักอย่างเอ็นดู


อ่า...ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลยนี่หว่า “สรุปคือเครื่องบินไม่ได้ดีเลย์?” แกล้งเปลี่ยนมาทำเสียงนิ่งขรึม


“แหะๆ” เฟยหัวเราะแห้งๆ เขาก็แค่อยากจะเซอไพรส์คุณแฟนพระเอกซักหน่อยเท่านั้นเอง แต่ไหงกลายมาเป็นตัวเองที่โดนเซอไพรส์แทน “ขอโทษครับ ไม่โกรธผมน้า” ถูหน้าออดอ้อนไปมาที่แก้มของอีกคน


เห้ออออ โดนแบบนี้เข้าไปมีหรอใจยังจะแข็งอยู่ได้ มือหนายกบีบจมูกลูกแกะตัวร้ายอย่างหมั่นเขียวก่อนจะกดจมูกหอมแก้มขาวๆลงไปอีกหนึ่งฟอด “ไม่เอาแบบนี้อีกแล้วรู้ไหม กูใจหายแทบแย่”


“อื้อ จะไม่แกล้งคุณอีกแล้ว” ว่าไปนั่น แกล้งเกรทน่ะสนุกจะตาย ใครจะห้ามใจไหวกัน “แล้วคุณล่ะ จะบอกผมได้หรือยังว่าเมื่อกี้เป็นอะไร” ถามพร้อมคลอเคลียไปที่ซอกคอแกร่ง อ่าห์...คิดถึงกลิ่นของเกรทจัง กลิ่นอันแสนอบอุ่นและปลอดภัย ไม่ว่าจะได้ดอมดมกี่ครั้งก็ยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยน


“ฝัน...”


“ฝัน?”


“ฝันซ้ำๆแบบเดิม ฝันว่ามึงจะทิ้งกูไป”


หน้าจ๋อยๆของเด็กชายเกรททำเอาคนมองต้องหลุดยิ้ม นี่ที่นอยด์ๆอยู่ก็คือกลัวว่าเขาจะทิ้งตัวเองไปอย่างงั้นหรอ น่ารักจังชะมัดเลยน้าตาคนนี้ “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ ผมไม่ทิ้งคุณไปไหนหรอกน่า ผมอยู่ตรงนี้แล้วไง”


“จริงนะ” ทำตาแป๋วออเซาะ


เอาอีกแล้วพ่อคนอันตราย นับวันพี่แกยิ่งอัพเลเวลมากขึ้นเรื่อยๆ นี่ใครสั่งใครสอนให้ทำตาแบบนี้กัน รู้มั้ยว่ามันกำลังจะฆ่าเขาให้ตายแล้วนะโว้ยย ฮรืออ ทำไมต้องมาใจเต้นกับอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย นี่แฟนนะเฟย ทำใจให้ชินซักทีซี่ “จริงครับจริง...เอ้ออ มาดูของฝากเร็ว” พูดพร้อมหาเรื่องปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น ว่ากันว่าคนที่กำลังคิดถึงมากจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เพราะงั้นเขาต้องเซฟตัวเองให้มากที่สุด


“ซื้ออะไรมาเยอะแยะ” เกรทมองไปที่ถุงกระดาษพะรุงพะรังบนพื้นห้อง รู้สึกว่าตอนเขาไปส่งลูกแกะทีแรกจะมีแค่กระเป๋าใบเดียวนะ แล้วไงตอนนี้สัมภาระถึงเพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ล่ะเนี่ย


“ของฝากไงครับ”


“ไหน”


“อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ อ๊ะ! สองอันนั้นด้วย”


เขามองตามไปที่ถุงต่างๆที่คนตัวขาวชี้ไปมา มีทั้งรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า กล่องดินสอก็มี แถมเครื่องรางหรือตุ๊กตาก็มี หืมมม นี่เสียค่าโหลดไปกี่บาทวะเนี่ย เอ้อ...แต่ลืมไป แฟนเขารวยนี่นะ “หมดนี่เลยหรอ”


“ใช่ครับ”


“แล้วไหนของมึง”


“อันนี้” เฟยชี้ไปที่โอนิสึกะสีขาวพาดสัญลักษณ์ประจำแบรนด์สีแดง ดูท่าจะเป็นรุ่นลิมิเต็ตที่มีเฉพาะในญี่ปุ่น เพราะเขาไม่เคยเห็นคู่แบบนี้ในไทยมาก่อนเลย


“อันเดียว?”


“ใช่ครับ”


“เห้ย ไม่เอา มึงไปเที่ยวทั้งทีแล้วดูของที่มึงได้ดิ” เกรทรีบปฏิเสธทันควัน สิ่งที่เขาอยากได้จากลูกแกะที่สุดก็คือตัวลูกแกะ ไม่ใช่สิ่งของหรือเครื่องใช้ที่ลูกแกะซื้อให้ แถมยิ่งเป็นคนที่ไม่ยึดติดในวัตถุอยู่แล้ว พอโดนซื้อของให้เยอะขนาดนี้เข้าก็ลำบากใจสุดๆเหมือนกันนะ


“รับไปเถอะนะครับ ผมอยากซื้อให้คุณนี่”


“มันมากไปเฟย มึงซื้อให้กูคนเดียวขนาดนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่มึงล่ะ ไหนจะน้องฟรานอีก ไหนจะพวกไอ้บลูหรือชมฟุตบอลอีก ขืนพวกแม่งรู้เข้าได้น้อยใจมึงแย่”


“ไม่ต้องห่วง ผมเตรียมไว้หมดแล้ว” ว่าเสร็จมือขาวก็จัดการเปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออก เผยให้เห็นถุงของฝากมากมายด้านใน โอ้โห ดูเหมือนว่าเสื้อผ้าที่เจ้าตัวยัดไว้จะกินพื้นที่ไปแค่ครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งที่เหลือเป็นของฝากทั้งหมดเลย อื้ม...ป๋าจริงๆเลยนะแฟนเขาเนี่ย “เห้ออ”


“ทีนี้คุณก็สบายใจแล้วใช่เปล่า” เงยหน้าขึ้นมายิ้มหยี


นั่นแหละ...ตอนแรกก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก แต่พอเห็นหน้ามีความสุขแบบนั้นก็ทำไม่ลง ดูท่าเจ้าตัวคงจะตั้งใจซื้อมาให้เขาจริงๆ เพราะงั้น...รับไว้ก็ได้วะ “มานี่ซิ” กวักมือเรียกลูกแกะตัวน้อยให้เข้ามาหาในขณะที่เขากำลังนั่งขัดสมาธิรออยู่บนเตียง


“ทำไมอ่า”


“มาเถอะน่า”


“ครับๆ” เฟยพยักหน้ารับงงๆ


ทันทีที่ร่างบางเดินมาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง มือหนาก็รวบแผ่นหลังกับสะโพกมนของอีกฝ่ายให้ล้มลงบนอ้อมกอดอุ่น ก่อนจะพลิกตัวมาขึ้นคร่อมนางฟ้าตัวหอมที่ตอนนี้ยิ่งหอมมากขึ้นไปอีกร้อยเท่า ก็ต้องหอมซี่ เพราะจมูกของเขากำลังถูไถฟุดฟิดอยู่บนซอกคอเพรียวขาว อ่า...หอมที่สุดเลยนางฟ้าคนนี้อ่ะ


“คุณ...อื้อ...ทำอะไรเนี่ย”


“จ่ายค่าของฝากไง”


“ทำไมดูเหมือนผมที่จะเป็นฝ่ายจ่ายมากกว่าอ่ะ”


“บ้า...มึงอ่ะคิดมาก”

























































เผลอแปปเดียวก็ขึ้นปีสองเทอมสองเสียแล้ว อย่างที่ว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ พอลองมองย้อนกลับไปก็แอบประหลาดใจนิดๆที่ความรักของเขากับเกรทเกิดขึ้นเพียงแค่ภายในเทอมเดียว


ไม่ได้กังขาในช่วงเวลาที่มันสั้นเกินไปหรอก เพราะสำหรับเขาแล้วจะกี่ปี กี่เดือน กี่วัน หรือกี่วินาที หากมันคือความรักยังไงมันก็คือความรัก เป็นความรักที่มีให้ชายคนนึงมาโดยตลอด


แต่ที่ประหลาดใจก็คือเพียงแค่ช่วงเวลาไม่นานเขากลับทำให้เกรทตกหลุมรักจนหัวปักหัวปำได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย เห้ออ ไม่อยากจะคุยแฮะ แต่เรานี่ก็เก่งเหมือนกันนะเฟย สงสัยต้องให้รางวัลตัวเองซะหน่อยแล้ว


“เลนนี่ไปไหนต่อเปล่า”


“ไม่นะครับ”


“งั้นไปส่งพี่ที่คณะวิศวะหน่อยดิ”


“ไปหาแฟนล่ะซี่” เด็กน้อยขี้เล่นยักยิ้มยียวน “วันนี้ไม่อยู่เล่นกับน้องแล้วหรอ”


“บอกให้ไปส่งก็ไปส่งเถอะน่า”


พูดพร้อมเขกหัวน้องรหัสปากดีไปหนึ่งที คุยกับไอ้หมอนี่ทีไรดันให้อารมณ์เหมือนคุยกับฟรานทุกที แต่เป็นฟรานในเวอร์ชั่นเฮี้ยวๆนะ ก็แหงล่ะ...ฟรานตัวจริงจะกล้าต่อล้อต่อเถียงเขาขนาดนี้ซะที่ไหน


พูดถึงน้องชายก็แอบคิดถึงเหมือนกัน นี่เห็นว่ากำลังยุ่งๆกับงานพรอมที่โรงเรียน จากนั้นก็จะเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยที่ไทย แถมมอที่เจ้าตัวเล็งไว้ยังเป็นมอเดียวกับเขาอีก โชคดีที่พ่อเปิดใจกับเขามากขึ้น เดี๋ยวนี้มีอะไรเราก็โทรคุยกันตลอด เห็นว่าท่านจะมาหาสิ้นเดือนนี้ด้วย คิดแล้วก็ดีใจเป็นบ้า จะได้เจอทุกคนแล้วสินะ


หลังกลับจากญี่ปุ่นก็เหลือเวลาอีกประมาณสี่ห้าวันในช่วงปิดเทอม ซึ่งเขาก็ใช้เวลาช่วงนั้นไปกับการเคลียร์งานถ่ายแบบที่รับไว้ จริงๆก็ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่หรอกแต่ดันรับไปแล้วนี่นา แถมใครบางคนก็ตามเฝ้าแจราวกับเขาเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ เหยยย นี่ไปทำงานนะเฟ้ยไม่ได้ไปทำอะไรผิดซะหน่อย


“ไม่ให้ผมเดินไปส่งแน่นะพี่”


“อยากโดนปาล์มกับฟาร์มจีบก็ตามมา”


“โอเค ผมไปละ ไว้เจอกันใหม่คร้าบ”


หัวเราะคนที่กลัวพวกไอ้น้องกล้วยหอมจอมซนจนขึ้นสมอง นี่เห็นว่าล่าสุดตอนไปร้านเหล้าก็เจอไอ้สองคนนั้นเข้ามาทำความรู้จักแบบติดหนึบเป็นตังเม โถๆ น่าสงสารจัง ตอนแรกก็ว่าจะช่วยอยู่หรอก แต่เห็นชอบทำตัวกวนโอ้ยเลยคิดว่าปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรมดีกว่า


ช่วงเปิดเทอมของมหาวิทยาลัยมักจะเป็นช่วงที่น้องๆมัธยมเตรียมสอบพอดี เพราะงั้นพ่อพระเอกของเขาเลยถูกเจ้าฟาร์มกับเจ้าปาล์มไหว้วานให้เป็นติวเตอร์จำเป็นสำหรับติววิชาฟิสิกส์ให้น้องชายสองคนของเจ้าตัว  เห็นไม่เก่งอิ้งงี้ แต่วิชาสายวิทย์นี่พี่เกรทเขามือหนึ่งเชียวล่ะ


ตอนแรกเขาบอกกับเกรทว่าเดี๋ยวช่วงที่เจ้าตัวมีสอนเขาขับรถไปเรียนเองก็ได้ แต่พี่แกก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกให้รอที่ห้องสมุดเดี๋ยวไปรับไม่เกินหกโมงชัวร์ๆ เอ้อ...นี่จะต้องไปกลับด้วยกันทุกวันให้ได้เลยใช่มั้ยคุณ


ขาเรียวเดินตรงไปยังโต๊ะไม้หินอ่อนหน้าช็อปกะหวังเซอไพรส์ใครบางคน แต่กลับต้องถูกเซอไพรส์แทนเมื่อพบว่ามีแขกที่ไม่คาดว่าจะเจอนั่งแนบเนื้ออยู่ข้างๆคนของเขา นั่นไง...ชอบเซอไพรส์คนอื่นดีนัก คราวนี้เลยโดนเซอไพรส์แบบจัดเต็มเองเสียเลย ฮึ่ยยย...โทรศัพท์ในมือตอนนี้สั่นไปหมดแล้ว อยากปาใส่หัวใครบางคนชะมัด ก็จะไม่ให้หงุดหงิดได้ไง ในเมื่อคนที่นั่งอยู่ข้างๆเกรทคือญาดา!


ภาพที่เห็นคือคู่กรณีของเขากับสาวเจ้ากรรมกำลังแสดงความใกล้ชิด อีกฟากเป็นเด็กผู้ชายสามคนที่กำลังทำท่าเคร่งเครียดฟังคุณแฟนอธิบายเนื้อหา ส่วนโต๊ะที่อยู่ห่างถัดไปเป็นสองรุ่นน้องผู้จ้างวานที่กำลังจดจ่ออยู่กับROV เฟยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเดินเข้าไปแตะไหล่กว้างพลางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ


“เลิกกี่โมงครับเนี่ย” ยิ้มหวานให้ทุกคนอย่างเป็นกันเอง


“ฟ...เฟย! มาได้ไง!!”


พี่ตี๋อุทานเสียงหลงเมื่อเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน มาได้ไงน่ะหรอ ตามกลิ่นคนนอกใจมามั้ง เหอะ...ไม่กล้าพูดออกไปหรอก ได้แต่คิดเท่านั้นแหละ ไม่อยากกลายเป็นคนงี่เง่าในสายตาเกรท เพราะงั้นจะทำอะไรมันต้องแยบยลเว้ย อยู่กันดีๆไม่ได้ใช่ไหม ชอบให้ใช้ร่างมารร้ายใช่มั้ย ได้! พ่อครับ ลูกพ่อมาแล้ว!!


“พอดีเราแวะมาแถวนี้เลยคิดว่าเกรทน่าจะอยู่” เปลี่ยนสรรพนามให้ดูเป็นเพื่อนกันมากขึ้น ก่อนจะแกล้งเขยิบเข้าไปนั่งข้างๆเด็กชายในชุดนักเรียนที่กำลังมองมาทางเขาด้วยแววตาสื่อความนัย โอ้...ไม่คิดว่าเสน่ห์จะยังคงใช้ได้อยู่อีกแฮะ “น้องติววิชาอะไรกันอยู่หรอครับ” กระพริบตาบ๊องแบ๊วถาม


“เอ่อ...ฟ..ฟิสิกส์ครับ” เด็กชายตอบตะกุกตะกักพลางเผยใบหน้าที่เริ่มขึ้นสี


“จริงดิ เก่งจัง” ทำเสียงประหลาดใจจนเกือบเกินจริง “พี่เรียนมนุษย์อิ้งนะ”  ตบแขนคู่สนทนาเบาๆ“ พี่กำลังอยากหารายได้พิเศษอยู่พอดีเลย ถ้าน้องสนใจอยากเรียนภาษาอังกฤษติดต่อพี่มาได้นะครับ”


“ค...ครับ ได้ครับ!” คนพูดตอบเสียงดังฟังชัดเก้ๆกังๆ


ไม่ทันจะได้คุยกับเด็กๆเสร็จ คนที่คุณก็รู้ว่าใครก็คว้าหมับเข้าที่แขนเขาอย่างเต็มแรง “ไอ้เฟย!!”


“ว่าไงนาย?” เลิกคิ้วเชิงถามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ถามไปงั้นแหละ “เธอเป็นเพื่อนเกรทหรอ หน้าตาสวยจังนะครับ” หันไปยิ้มให้ผู้หญิงผมหยักศกที่กำลังมองมาทางเขาด้วยหน้าตาสงสัยอยู่ไม่น้อย


“ค่ะ เราเป็นแฟนเก่าเกรทน่ะ แหะๆ”  คนพูดเกาหัวเหมือนเขิน “แล้วนี่เพื่อนเกรทหรอคะ หล่อจังนะ”


แหม ชมว่าหล่อด้วยว่ะ ตาถึงนะญาดา ตอนแรกมีแอบควันออกหูนิดๆที่เจ้าหล่อนบอกว่าเป็นแฟนเก่ากับพี่พระเอกเขา แต่พอได้ยินประโยคอันหลังเลยขอเปลี่ยนใจละกัน จริงๆผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เลวร้ายแฮะ อ่ะ...บ้ายอจริงๆว่ะเฟย “ต้องถามเกรทแล้วล่ะครับว่าผมเป็นอะไรกับเขา”


หันไปมองคนที่กำลังมุ่นคิ้วจนแทบจะติดกัน และประโยคที่ได้ยินต่อจากนั้นก็ไม่เกินความคาดหมายซักเท่าไหร่ “เป็นแฟน!” เจ้าของชื่อรีบตอบแสดงความเป็นเจ้าของแทบจะทันที


“หาาา!!!!!” ทั้งโต๊ะประสานเสียงขึ้นมาโดยมิได้นัดหมายทำเอาลูกแกะตัวน้อยต้องแอบลอบยิ้มในใจ หึหึยุง่ายจริงๆเลยนะคนนี้อ่ะ ตากลมมองชายอันเป็นที่รักที่เริ่มพรูลมหายใจออกมาอย่างติดขัดอย่างผู้ชนะ


“น้องๆ เดี๋ยววันนี้พี่ต้องขอเลิกก่อนนะครับ พอดีมีธุระด่วน เดี๋ยวไว้พี่จะชดเชยให้วันหลัง จะเคลียร์กับแฟน!” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าอีกฝ่ายเน้นหนักตรงคำว่าแฟนพลันจ้องเขม็งมาทางเขา “ส่วนมึงมานี่!!” มือหนาดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นยืนตามแทบจะทันที แหมม รุนแรงจริงๆน้า


“เกรทคะ...แฟนที่ว่าเกรทล้อเล่นใช่มั้ย” ญาดาเอ่ยถามด้วยหน้าเหลอหลาแบบสุดๆ


“จริงๆก็ไม่ได้เป็นแฟนหรอก” ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย “เป็นเมีย


ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่เสร็จเจ้าตัวก็ลากเขาขึ้นรถในทันทีเหลือไว้เพียงความงุนงงให้ทุกคนบนโต๊ะ นี่แหละ...เล่นกับใครไม่เล่นดันมาเล่นกับท่านเฟย ก็ให้มันไปรู้ไปซี่ว่าผู้ชายคนนี้เป็นของใคร


“อย่าประชดกูด้วยการอ่อยผู้ชายแบบนี้อีก กูไม่ชอบ!”


พลขับหน้าหล่อขึ้นเสียงกร้าวจนทำให้เขาต้องหันไปมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้านิ่งเรียบ “ถึงห้องค่อยคุยกัน...” และเพลิงอารมณ์ที่กำลังโหมไหม้อยู่ด้านข้างก็ต้องดับมอดลงด้วยความเย็นชา เกรทคงรู้แล้วแหละว่าเรื่องนี้ใครถือไพ่เหนือกว่า อื้ม...ผิดแล้วอย่าได้ริอาจมาหือกับเขาเชียว


“ตั้งแต่คบกันมา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ผมเห็นคุณอยู่กับญาดา” มันเป็นประโยคแรกหลังจากความเงียบงันที่ถูกลากยาวมาตั้งแต่บนรถถูกทำลายลง เฟยนั่งกอดอกพูดบนโซฟาหน้าทีวีหากแต่สายตาไม่แม้แต่จะมองคนข้างๆเลยซักนิด


ชายหนุ่มผิดก้มหน้าจ๋อยอย่างเศร้าสลด “สอง...” มือหนาเอื้อมลูบข้อแขนเรียวเก้อๆเป็นการง้องอน “ขอโทษ กูอธิบายได้นะ”


“แล้วตั้งแต่คบกันมา มีกี่ครั้งที่คุณเห็นผมอยู่กับสายน้ำบ้าง?”


“ลูกแกะ...”


หึ ไม่ต้องมาเรียกอ้อนเลย ที่ยกสายน้ำขึ้นมาอ้างก็เพราะอยากจะเทียบให้เห็นชัดๆว่าเขาไม่เคยหลบไปทำเรื่องอะไรลับๆกับแฟนเก่าแม้แต่ครั้งเดียว “ตอบมา”


“ศูนย์…”


เหลือบมองคนที่ก้มหน้ารู้สึกผิด “อื้ม งั้นก็อธิบายมา”


“คือตอนแรกกูติวแค่น้องโป้กับน้องอาร์ม น้องที่เป็นน้องของไอ้กล้วยหอมอ่ะ ทีนี้น้องดอนที่เป็นเพื่อนกับน้องสองคนนั้นรู้ก็เลยขอมาติวด้วย ซึ่งไอ้น้องดอนแม่งเป็นน้องของญาดา” เกรทเอื้อมไปกำฝ่ามือขาวแน่น “พอญาดารู้ก็เลยตามมารอรับน้องอ่ะ มันไม่มีอะไรจริงๆนะ”


เหอะ เขามองคนที่กำลังทำตาแป๋วออเซาะ ไม่ได้โกหก แต่แค่บอกไม่หมดสินะ “อื้ม” เขาไม่กลัวว่าเกรทจะกลับไปหาญาดาหรอก แต่จะให้รู้สึกยังไงหรอ ถ้ามารู้ว่าแฟนของตัวเองไปนั่งให้แฟนเก่าโลมเลียอยู่ทุกวัน อย่าบอกนะว่าญาดาแค่นั่งเฉยๆ เพราะเขาไม่เชื่อแน่ๆ ส่วนคุณพยาบาลนั่นไม่มีขึ้นวอร์ดหรือไง


“หายโกรธแล้วใช่มั้ย”


“พรุ่งนี้ละกัน” ว่าเสร็จก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหยิบกระเป๋าตังกับกุญแจรถเดินตรงไปหน้าประตู


“จะไปไหน!” คนตัวโตกระโดดพรวดพราดข้ามโซฟาเข้ามาคว้าแขนเรียวแทบจะทันควัน


“อยู่ไปผมก็งี่เง่า คืนนี้จะกลับไปนอนห้อง”


ถ้อยคำที่ได้ยินทำเอาปวดแปล้บไปที่ขั้วหัวใจ เกรทโผเข้ากอดลูกแกะที่กำลังน้อยใจแน่นจากด้านหลัง เขารู้ว่าลูกแกะไม่ได้อะไรกับญาดาขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นเขาไปเห็นเจ้าตัวอยู่กับสายน้ำก็คงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟไม่ต่างกัน “อย่าไปนะ ขอร้อง...” ซุกคางลงบนไหล่บาง “กูขอโทษ กูจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว”


อื้ม...ติดกับแฮะ ปรายตามองเจ้าของอ้อมกอดอุ่น แต่ตีงูต้องตีให้หลังหัก ไม่งั้นงูตัวร้ายจะแว้งกลับมากัดเราได้อีก “ตอนนั้นผมโคตรอยากด่าอยากอาละวาดคุณมากอ่ะ” เฟยพูดขณะยืนนิ่งไม่ขัดขืน “แต่ผมไม่อยากงี่เง่าไง ผมโคตรโกรธเลยที่คุณไม่ยอมบอกว่าต้องไปนั่งติวโดยมีแฟนเก่านั่งอ่อยอยู่ข้างๆเป็นอาทิตย์”


“เฟย...กูขอโทษ กูสาบาน กูจะบอกมึงทุกครั้งเลยเวลาญาดามาวุ่นวาย”


“ไม่ต้องขอโทษ ไม่ต้องสาบาน เพราะต่อให้คุณจะโกหกผมยังไง…” พลิกตัวหันมามองหน้าอีกคน “ผมก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี ผมก็ยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิมอยู่ดี ผมก็ยังคงมีคุณอยู่ในหัวใจอยู่ดี เพราะอะไรรู้ไหม...” ยกฝ่ามือทาบใบหน้าคมพลันประสานสายตาที่สื่อถึงความรู้สึกเบื้องลึก “เพราะผมรักคุณไง


เป็นอีกครั้งที่ประโยคบอกรักของลูกแกะทำเอาหัวใจคนฟังวูบโหวง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นระหว่างเขาสองคน ความรู้สึกผิดเริ่มไหลแล่นจนจุกอก ความรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกแกะเสียใจ


พอลองนึกย้อนดูตั้งแต่ก่อนคบกระทั่งหลังคบ เวลามีเรื่องอะไรที่ต้องทะเลาะกันก็จะเป็นลูกแกะเสมอที่ไม่เคยถือโทษโกรธเขา ถึงโกรธก็โกรธได้ไม่นาน นั่นก็เพราะลูกแกะรักเขา ลูกแกะบอกทุกครั้ง และทุกครั้งคำบอกรักก็ล้วนออกมาจากหัวใจจริงๆ


แล้วทำไมเรื่องแค่นี้เขาถึงไม่เคยใส่ใจเลยนะ แค่เล่าว่าวันๆหนึ่งไปเจอกับใครมาบ้างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องเป็นกังวลนี่มันยากมากหรือไงเกรท ทำไมถึงเป็นแฟนที่ห่วยขนาดนี้วะ “รักเหมือนกัน รักลูกแกะที่สุด รักลูกแกะคนเดียว รักลูกแกะนะ”


“พอแล้วครับ พูดอะไรเยอะแยะ” ยกนิ้วทาบริมฝีปากคุณแฟน


“ก็กลัวมึงจะทิ้งกูไป อย่าไปเลยนะ นอนกับกูนะ กูนอนคนเดียวไม่ได้ นะเฟยนะ” ดึงอีกคนมากอดแน่นพร้อมบ่นอุบอิบอยู่บนเรือนผมนุ่ม แค่คิดว่าคืนนี้จะต้องนอนโดยไม่มีคนข้างๆ ร่างกายก็ร้อนรุ่มแล้ว


หึหึ รอยยิ้มแห่งมารร้ายถูกวาดระบายขึ้นที่มุมปากสวย เฟยรู้สึกอิ่มใจทุกครั้งเมื่อแผนการพันธนาการชายอันเป็นที่รักลุล่วงไปตามคาดหมาย “ไหนลองเสนอมาซิว่าผมจะได้อะไรจากการนอนครั้งนี้”


คิ้วหนาขมวดอย่างใช้ความคิดก่อนจะก้มกระซิบมาที่ใบหูหอมๆ “จะได้ดูดาว” ว่าเสร็จก็อุ้มคนตัวเบาให้ลอยขึ้นกลางอากาศพร้อมกับค่อยๆวางลูกแกะแสนรักให้นั่งบนเตียงอย่างถนุถนอม ฟูกผืนใหญ่ในตู้เสื้อผ้าถูกขนออกไปปูที่นอกระเบียงกว้าง


“นี่คุณ...”


ไม่ทันจะได้ถาม ร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกช้อนให้ลอยขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง เกรทอุ้มคนตัวหอมให้วางลงบนฟูกที่ว่าพร้อมกับทิ้งตัวลงข้างๆ ศีรษะคนตัวเล็กกว่าถูกจัดให้วางแนบแผ่นอกกำยำ ท่อนแขนแกร่งโอบรัดนางฟ้าตัวขาวแน่นราวกับคืนนี้จะไม่ยอมให้สองหัวใจได้แยกจาก “สุขสันต์วันครบรอบสองเดือน”


“หืม...จำได้ด้วยหรอเนี่ย” เงยสบตาคนที่กำลังมองมาพอดี พลางยกนิ้วเกลี่ยแก้มที่ไม่ค่อยจะมีนักของคุณแฟนพระเอก “นึกว่าจะติวแต่คุณญาดาจนลืมไปซะแล้ว”


“อย่าพูดแบบนี้ซี่” มุ่ยคิ้วเบ้ปากเหมือนเด็กเล็กที่กำลังจะร้อง “กูรักมึงคนเดียว” นี่ถ้าลูกแกะเย็นชาใส่เขาอีกครั้งเดียวคงได้บ่อน้ำตาแตกจริงๆด้วย


“ฮ่ะฮ่ะ ครับๆ” เฟยแค่นหัวเราะใส่คนขี้แยก่อนจะซบหน้าลงบนกล้ามอุ่นๆ เดี๋ยวนี้ดูท่าจะอ่อนไหวเหลือเกินนะคุณ แต่ก็ดีแล้วแหละ เวลาพูดจาอะไรจะได้เชื่อฟังง่ายๆ


เคยคิดนะว่าคนคนนึงจะสามารถตกหลุมคนคนนึงได้มากซักแค่ไหนเชียว แต่พอมาเจอเกรท ทุกๆอย่างก็ชัดเจนขึ้นทันตา ชัดเจนว่ายังไงเขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเกรท เพราะเขาตกหลุมรักเกรทจริงๆ


ถ้าบอกว่าการหมดรักใครซักคนเป็นเหตุผลที่สมบูรณ์แบบในตัวของมันเองอยู่แล้ว การตกหลุมรักใครซักคนก็คงจะเป็นเหตุผลที่สมบูรณ์แบบในตัวของมันเองเช่นเดียวกัน…


“วันนี้ดูดาวที่ห้องไปก่อน” ประทับจุมพิตลงบนหน้าผากเนียน “ไว้ว่างค่อยไปดูที่ภูกระดึงตามสัญญา”


“ขอแค่มีคุณ...ผมไปทุกที่”


ความรักสำหรับเขาคือการออกตามหา ไม่ว่าจะอยู่ไกลซักแค่ไหน...ใจที่สื่อถึงกันย่อมเพรียกร้องหากันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ไกลซักแค่ไหน...ใจที่สื่อถึงกันย่อมเพรียกร้องให้มาเจอกันและกัน…


“ถ้ามีอะไรที่กูต้องปรับปรุงรีบบอกกูเลยนะ กูมันโง่เรื่องความรัก แต่อย่าทิ้งกูไปนะ”


“ผมก็ไม่ได้เก่ง เพราะงั้นเราปรับปรุงไปด้วยกันเนอะ”


และเมื่อเจอใครคนนั้นแล้วการอยู่เฉยๆรอโชคชะตาอาจไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองในชุดกรีกโบราณคงไม่ว่างมากพอที่จะมาแผลงศรรักให้กับคนทุกคนบนโลก…


“อยู่ฉลองครบรอบด้วยกันไปนานๆนะคุณ”


ก็จะอยู่ไปเรื่อยๆจนกว่ามึงจะเบื่อกูนั่นแหละ


หึหึ สุดท้ายหัวใจดวงนี้ก็ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่หัวใจสิ...ทั้งอ้อมกอด ไออุ่น จุมพิต สัมผัสอันอ่อนละมุน จิตวิญญาณ รวมถึงทุกๆอย่าง...ทุกๆอย่างที่เป็นของเกรทได้ตกเป็นของเขาทั้งหมด เป็นของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เป็นของเขาและจะไม่มีวันเป็นของใคร


ใช่! เกรทได้กลายเป็นของเขาแล้ว...

เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ;)













==============================END===============================




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น