Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สัตว์ประหลาดน่ะไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน : แมงมุมลายตัวนั้นฉันเห็นมันซมซานเหลือทน

ชื่อตอน : สัตว์ประหลาดน่ะไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน : แมงมุมลายตัวนั้นฉันเห็นมันซมซานเหลือทน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 332

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2561 05:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สัตว์ประหลาดน่ะไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน : แมงมุมลายตัวนั้นฉันเห็นมันซมซานเหลือทน
แบบอักษร

แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน

วันหนึ่งมันตากฝน ....


ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเพลงกล่อมเด็กเพลงนั้นและกลิ่นอบอุ่นของขนมอบ

ที่นี่ที่ไหน? ผมอยู่ที่... ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาในหัว อยู่กับคิว ฝึกบิน ร่วงลงมา เจอพี่สาวคนนั้น ตลาดทาส ... แมงมุม และ-

... งวง 


อ๊อก!!


ขนลุกซู่ ตัวสั่น ซุกหัวกลับไปกับหมอน พยายามลบสัมผัสเลวร้ายกับกลิ่นตัวผู้หลอกหลอนในความทรงจำ 

'... กะ กลับ กลับบ้าน ต้องกลับไป หะ หา พวกแม่ๆ กลับไปสูดกลิ่นล้าง ...'

ทำใจระงับอาการคลื่นไส้ คลานลงจากเตียง เจอกระจกที่มุมห้อง ร่ายมนตร์ติดต่อของเปิดทาง แต่ไม่มีผล ผมเข้าไปในกระจกไม่ได้ ติดต่อกลับไปโลกเบื้องล่างไม่ได้ 

เรียกหาคิวไม่ได้ คู่พันธะสัญญาอย่างนางควรจะคุ้มครองผมแต่นางกลับหายไป

ผมสัมผัสได้ว่านางยังอยู่ แต่ ....


ตอนนี้มีคนเดียวที่จะตอบคำถามนี้


ผมทำใจอยู่พักใหญ่ เสื้อผ้าหายไปตั้งแต่ก่อนถูกจับไปตลาดทาส ต้องเลาะเอาผ้าคลุมเตียงมาห่มตัว เหน็บชายผ้าให้เรียบร้อย แต่งผม แต่งตัวอีกรอบ ...

พอแล้วมึง อย่าแหย ผมตบตีกับตัวเองในใจ

ผมออกจากห้อง มองไปรอบๆ ที่นี่ดูคล้ายบ้านแต่ไม่ใช่ มันคือถ้ำที่เหมือนถูกเจาะให้มีหลายห้อง มีกองไฟส่องสว่างเป็นจุดๆ คอยไล่ความมืดและความชื้น

ผมเดินลากขาเข้าไปที่ห้องที่มีแสงไฟกลิ่นอาหารโชยมา


จั๊บๆๆ แจ๊ะๆๆ ซรวบ ซี๊ดดดดดส์!!


"......................."

พี่สาว- ไม่ใช่ แมงมุมตัวนั้นอยู่ในร่างสองขา แสงไฟสลัวส่องร่างงดงามเปลือยเปล่าจากทางด้านหลัง

"อ่า" 

*'งง**หใววมผกใวบงหบลใใงงงไมงง'* ลำดับความคิดในใจผมกำลังแปรปรวน

พี่สาวหันมามอง เลิกคิ้ว

"ขะ ขอ ขอ ทะ " ผมติดอ่าง ยังลำดับความคิดไม่ได้

ใต้ร่างของนางผมเห็นใบหน้าของตัวผู้ตนหนึ่ง แสงไฟวับแวมส่องต้องร่างเปลือยเปล่ามีมัดกล้ามแกร่ง

พี่สาวลุกขึ้นยืน มีเสียงของเหลว ...

"อ่ะ! กะ! กะ!"  

*'อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!'*ผมหันกลับ วิ่งปิดหน้าออกมา เลือดกำเดาพุ่งทะลัก หน้าแดงเถือกแทบระเบิด 

พี่สาว! กับฉากวายแบบนั้น! แบบนั้น! แบบน้านนน!!

"แกว๊กกกกๆๆๆๆๆๆๆ แอร๊ !!!" ผมเปลี่ยนร่าง ร้องกรี๊ดๆ สติแตก

ถึงชาติที่แล้วผมจะอยู่กับเผ่าจิ้งจอกตัวผู้ล้วนแต่พวกนั้นถ้าจะมีฉากอย่างว่าก็ปกปิดมิดชิดน่ะครับ แม้ว่าผมจะพยายามแอบดู หรือ-

... เอาเป็นว่าผมไม่เคยอ่านหรือเสพย์ฉากเรตอะไรแบบนี้ครับ! 


ผมบินตุปัดตุเป๋แถ่ดๆออกไปนอกถ้ำ เข้าป่าแบบงงๆ จนกระทั่งมีกรงเล็บโฉบลงมาจะตะปบ ... อีกแล้ว

ผมบินหลบทัน หันขวับมอง มันบินเฉียดหัว


เพี๊ยะ! 


กระปู๋แข็งโด่เด่ของไอ้หื่นตัวผู้สายพันธุุ์อะไรสักอย่างฟาดเข้าเบ้าหน้า

"......................."  


"แกว๊กกกก!! ก๊าซซซซ!!! ฮว๊ากกกก!!! ฟ่อออออ!!" 

ตูมมมม !! ตูมมม ตูมม!! ตูมมม!! เปรี้ยง!!


น้ำลายฟูมปาก ระเบิดเพลิงมังกร ลนลานปล่อยวิทยายุทธที่เรียนรู้ทั้งจากโลกนี้และโลกก่อนเท่าที่ร่างของมังกรเด็กจะรองรับได้ ไล่กัดเอาตัวรอดไม่คิดชีวิต

ผมนำพวกมันกลับเข้าถ้ำนั้นแบบไม่รู้ตัว


วี๊ดดดด!!! ตูมมม!! แปร่ดดด!!


... และ ลืมตัวหนีไปหลบใต้ขาทั้งแปดที่แสนน่ากลัวอีกครั้ง


นาง - ผมหมายถึงอารัคเน่ในร่างกึ่งแมงมุม ท่อนบนเป็นหญิงสาว (ครับ ท่อนบนของแมงมุมคือพี่สาว มีเต้า เปลือยด้วย) เดินนวยนาดแปดขามาสำรวจซากตัวผู้ที่แหลกจากระเบิด แล้วหันมาทางผมที่ยังนอนง่อยหอบหายใจกองกับพื้น 


"มีคุ๊กกี้อยู่ในครัวแน่ะ แต่ เอ่อ ไปอาบน้ำก่อนนะจ้ะ เดี๋ยวถ้ำเปื้อน" นางพูดเสียงหวาน ยิ้มน่ารักหวานเจี๊ยบจนตาหยี เอาขาที่ผมคิดว่าเป็นขาหน้าแตะแก้มผมแบบหยอกเย้าเอ็นดู

อ่า ... นางกลัวถ้ำเปื้อนล่ะ

นางทิ้งอะไรลงพื้นดังเพละ! 

เป็นส่วนหัวของตัวผู้รูปหล่อที่ผมเห็นและคิดว่าเป็นคู่วายใต้ร่างนาง ผมมองเศษเนื้อกับรอยเลือดเป็นทางไหลโกรกจากหัวนั้น มองแมงมุมยักษ์ที่เริงร่ากับการเก็บเสบียงแขนขา

นางชะงัก หันมามองผมอีกรอบ เลิกคิ้ว

"ครับ" .... 'เชี้ยยยย!!!'

ผมเรียนรู้ในวันนั้นว่าแมงมุมเป็นสัตว์กินเนื้อ ... เหยื่อไม่จำกัดสายพันธุ์

... และอารัคเน่กินจุ


.......................................


เช้าวันต่อมาผมถูกปลุก ตื่นในร่างมังกร กำลังถูกลากหาง

"แกว๊กก!?"  อารัคเน่? นางหันมายิ้มให้ผม

"ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานนะจ้ะ" นางบอก

?

นางลากผมมาถึงหน้าถ้ำ ร่ายมนตราบางอย่างใ่ส่ตัวผม แปลงร่างเป็นกึ่งแมงมุม แล้วเหวี่ยงผมกระเด็นลอยออกนอกอาณาเขตถ้ำ  

"ขอให้สนุกน้าาาาาาาาาา!!!" แมงมุมยิ้มหวาน โบกมือหยอยๆ 

ส่วนผมถูกเหวี่ยงขึ้นฟ้า พุ่งเข้าไปทางป่า

... และถูกโฉบ ... โดยตัวผู้ ... อีกแล้ว


"แกว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!"


คราวนี้พวกมันมาเยอะกว่าเดิม หลายเผ่าพันธุ์มากขึ้น ทะเล่อทะล่ารุมล้อมเข้ามา และตามตื้อเหมือนถูกสะกดด้วยมนตราดึงดูด ผมพยายามบินกลับถ้ำแต่ถูกดีดกลับสองสามครั้งจนต้องหันกลับไปสู้กับพวกมัน แล้วร่ายมนตร์สลายอาณาเขตอีกรอบ คราวนี้สำเร็จ มนตราอาณาเขตถ้ำยอมรับผม และ-


ตูมมมมมม!! แพร่ดดดด!!!


ครับ เหตุการณ์วนลูป

ผมหอบแฮ่ก นอนหมดแรงแต่ยังหวาดระแวงเอาอุ้งขาหน้าปิดตูด มองอารัคเน่กระโดดสกิ๊ปๆลั้นลาเก็บซาก รู้สึกถึงมนตราของนางรอบตัวผมเริ่มสลาย 

สรุปว่านางใช้ผมเป็นเหยื่อล่อเหยื่อน่ะครับ


"ฟุ ฟุ ฟุ ฟี่ยย์ อิ อิ อิ อี๊ยยยย์ ~*​" นางใช้ขาหน้าลูบหัวผมเหมือนจะบอกว่า 'ทำได้ดีมากเลยล่ะน้าาา~*'

ผมสะบัดหัวให้พ้นขานาง อ้าปากจะพูดสิ่งที่เดือดปุดอยู่ในใจ แต่เหลือบเห็นสิ่งที่คล้ายกับหัวของมังกรไหลเข้าปากแมงมุม

แมงมุมเอียงหัวมองหน้าผม ใช้ขาหน้าจ้วงอะไรสักอย่างที่ผมไม่อยากรู้เข้าปาก ...

" .................................." 'ครับ ... ก็ได้'


.......................................

.......................................


"คิวเหรอ? รู้จักสิ" ผมรอให้อารัคเน่อืิ่มแล้วถึงถาม นางตอบมาแบบนี้

ผมแปลกใจนิดๆ นึกว่านางจะเฉไฉหลอกลวงยึดผมไว้ที่นี่ อ้าปากจะถามต่อ แต่นางพูดต่อมาว่า

"นางฝากเจ้าไว้ที่นี่ รอจนกว่าโตพอที่จะเอาตัวรอดได้แล้วค่อยออกไปแล้วกันนะ" นางยิ้มหวานจ๋อย 

อ่าห์ เจิดจ้าเหลือเกิน ผมเคลิ้มกับรอยยิ้มแสนวัตต์ ไอคิวลดฮวบๆ จนต้องตบตีจิตใต้สำนึกของตัวเองเรียกสติ

"ตะ แต่ว่า ..." ผมยังไม่ได้บอกพวกแม่ๆ

"ไม่เอา ไม่งอแงสิจ้ะ ..." อารัคเน่ลูบหัวผม หยิกแก้มเบาๆ 

"... อยู่ที่นี่ต้องทำตัวดีๆนะจ้ะ​" ส่วนอีกมือเลื้อยมาตบตูดผม

"...................................." 

คิดว่าผมจะกล้าเซ้าซี้ต่อไหมครับ? 



อยู่กับอารัคเน่ชีวิตไม่แย่นัก 

นอกจากช่วงกลางวันที่แสนเร้าใจกับกิจกรรมการออกไปบินเล่นหาอาหารให้นางแล้ว ถ้าผมไม่เดี้ยงจนเกินไป ช่วงเย็นถึงดึก อารัคเน่จะสอนผมเเกี่ยวกับภาษาโบราณและอักขระเวทย์ ที่ถ้ำแห่งนี้มีห้องที่หนังสือที่นางรวบรวมจากเผ่าร้างที่สัตว์อสูรย้ายไปแล้ว

เราอยู่ด้วยกันแบบ (เกือบ) สงบสุข 


ผมเคยถามนางว่าทำไมถึงยังอยู่ในขอบเขตสัมปรายภพ อารัคเน่เป็นแมงมุมตนเดียวในละแวกนี้ นางไม่มีเผ่าหรือเจ้านายหรือ? อารัคเน่เพียงยิ้ม แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด

นั่นเป็นปริศนาหนึ่งในหลายข้อเกี่ยวกับนาง

ผมเรียกแมงมุมตนนี้ว่านาง เพราะถึงอยู่ถ้ำเดียวกัน ผมยังแยกเพศนางไม่ออก ท่อนบนน่ะชัดเจน ผมเห็นเต้าเปลือยอลังการของอารัคเน่ตอนที่นางแปลงร่างเป็นครึ่งแมงมุม ส่วนท่อนล่างหลังจากวันแรกที่ผมสัมผัส "งวง"และ "กลิ่น" นั่น ผมก็ไม่เคยเห็นหรือได้กลิ่นอายความเป็นตัวผู้จากนางอีกเลย

บางทีผมอาจกำลังหลอกตัวเอง แต่อารัคเน่ไม่ว่าอะไรเมื่อผมสื่อสารกับนางด้วยสรรพนามที่ใช้กับตัวเมีย

ปริศนาอีกข้อคือ อารัคเน่จะหายไปจากอาณาเขตถ้ำทุกคืน 


............................................


ผมพบคำตอบของปริศนาพวกนี้ตอนกายหยาบของผมอายุ 13 ปี


ความทรงจำเกี่ยวกับเวทย์มนตร์จากชาติภพก่อนที่ผมอยู่กับฝูงจิ้งจอกยังอยู่ ในอายุ 13 ปี ร่างกายของผมโตพอที่จะรองรับมนตราควบคุมกระจกขั้นก้าวหน้าแล้ว

ที่จริงอารัคเน่เคยบอกดีๆว่าในกระจกของมิตินี้ยังอันตรายสำหรับลูกมังกร รอให้ถึงเวลาจะปล่อยให้ผมเข้าไปในกระจก นางถึงกับเคยจ้องหน้าผมตอนผมริลองดี ตามด้วยบทลงโทษสุดแสบสัน ผมเลยต้องแอบทดลองมนตร์นี้ตอนกลางดึก ช่วงที่อารัคเน่ออกจากถ้ำ 

มิติกระจกเปิดออกในการทดลองร่ายมนตร์ครั้งที่สาม 

ผมมองไปรอบถ้ำเป็นครั้งสุดท้าย ก้าวเข้าไปคิดว่าจะกลับไปหาพวกแม่ๆ ก่อนแล้วค่อยติดต่อกลับมา อารัคเน่ยามอิ่ม ในบางเวลาก็น่ารัก แต่--


ผมถูกตรึงกับพื้นด้วยกรงเล็บ และเผาทันทีที่สองเท้าก้าวเข้าไปในกระจก


กรีดร้องโหยหวน เจ็บแทบขาดใจ แปลงร่างเป็นมังกรขั้นสูงสุด ระเบิดเปลวไฟ แว้งกัด ทำทุกอย่างให้หลุดจากการถูกตรึง


คว่ากก!! 


ปีกข้างซ้ายถูกฉีก หางถูกจับเหวี่ยงให้หัวกระแทกพื้น ตามด้วยอะไรบางอย่างปักที่อุ้งเท้าซ้ายตรึงกับพื้น


กรงเล็บคมกริบขย้ำมาที่คอ จิกผ่าเส้นเลือดใหญ่ ขย้ำบีบหลอดลม ผมเห็นใบหน้ามีเกล็ดแซมของตัวผู้ตนหนึ่งท่ามกลางม่านหมอกสีแดงฉาน ทุกอย่างเริ่มพร่ามัวเมื่อขาดอากาศจนถึงจุดหนึ่ง  


เสียงกรีดร้องแหลมสูงของแมงมุมปลุกสติใกล้ดับ ร่างแมงมุมขั้นสูงสุดของอารัคเน่พุ่งเข้ามาให้เห็นในลานสายตา 


กรงเล็บคลายจากหลอดลม ผมหล่นลงกระแทกพื้น ยังหน้ามืดจากการขาดอากาศและเสียเลือด แต่หูยังได้ยินเสียงต่อสู้ เสียงของสายฟ้า ระเบิด คำราม กรีดร้อง

เสียงฉีกขาดของขาแมงมุม

ผมเงยหน้าทันเห็นตัวผู้ตัวนั้นฉีกขาข้างหนึ่งของอารัคเน่ นางถูกมันเหยียบตรึงกับพื้น

แต่ตัวผู้ตนนั้นเพียงถือขาของแมงมุม แล้วเหยียบเอาไว้แบบนั้น ไม่ซ้ำ 

ผมรวบรวมกำลัง กัดอุ้งเท้าซ้ายที่รุ่งริ่งจากการถูกตรึงจนขาด จะพุ่งไปช่วยอารัคเน่

แต่ อารัคเน่ยอมกลับเป็นร่างสองขา นอนนิ่ง ส่วนผมถูกมนตราตรึงเอาไว้กับพื้นกระจก

อารัคเน่นอนขดงอ หันหลังให้ผม นอกจากเลือดอาบร่างกับขาข้างหนึ่งผิดรูปแล้วผมเลยไม่รู้ว่านางเจ็บที่ไหนอีก

ไอ้หน้าเกล็ดที่ตอนนี้เกล็ดหายไปแล้วขมวดคิ้ว ยกเท้าออก เขวี้ยงเศษขาแมงมุมทิ้ง

"เจ้ารู้ .. ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร" 

มันพ่นลมหายใจ ร้องหึ "เพราะรู้ว่ามันเป็นใคร ข้าถึงทำแบบนี้ไงล่ะ"


เปรี๊ยงง!!


สายไฟฟ้าฟาดเปรี้ยงมาที่อกผมอย่างแรงจนเลือดทะลักออกจากปากจมูก


"... ข อ .. ร้ อ ง ...." อารัคเน่เอ่ยเสียงแผ่ว


ตัวผู้ตัวนั้นเหลือบมองผม ยกมุมปาก หันไปหาอารัคเน่ มันนั่งลงกระชากแขนนางให้ลุกขึ้นนั่ง ... มืออีกข้างของมันขย้ำเต้านมของนาง


"ไปอยู่ในฮาเร็มของเผ่าข้าสิ ถูกเ-็-สักอาทิตย์เป็นไง"


ผมเริ่มแผดเสียง น้ำตาหยดแรกไหลออกมา


"...... ได้ สิ ......."


ผมดิ้นรน คำราม กรีดร้องเท่าที่ลำคอยับเยินกับปอดจะอนุญาต น้ำตาหยดต่อมาไหลตามแรงระเบิดของอารมณ์คับแค้น 


เสียงกรีดร้องโหยหวนของมังกรยังดังต่อไปแม้ถูกดีดออกจากกระจก 

น้ำตายังคงหลั่งไหลต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมง มังกรตัวนั้นไม่กินไม่นอน ยังคงนอนขดจ้องมองกระจกบานนั้น เฝ้ารอให้แมงมุมกลับมา เฝ้ารอให้ความเจ็บปวดทุเลาลง

มันรู้แล้วว่าตนโง่เกินไป อวดดีเกินไป จนทำให้ ....

แต่มันยังคงไม่เข้าใจ 

จนกระทั่งในคืนวันที่หก ความอ่อนเพลียเอาชนะกายหยาบของมังกรเด็ก มันหลับ 


... และฝัน


..............................................


กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว

เทพผู้ยิ่งใหญ่สามีภรรยาขัดแย้งกัน เทพมารดาถูกทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนางไม่เชื่อในความรัก นำพาชะตากรรมแสนเศร้าสู่บริวารของเทพทั้งสอง เทพบิดาสำนึกได้ถึงความผิดของพระองค์จึงทรงวางแผนแทรกแซงชะตากรรมด้วยองค์เอง

ในครานั้นทรงลงมือกับครอบครัวพ่อมดและนางมังกร มีสัตว์คู่พันธะสัญญาเป็นจิ้งจอกตนหนึ่ง ทั้งหมดอยู่ร่วมกันในป่าใหญ่

พ่อมดมีน้องสาว นางแม่มดนั้นอ่อนเยาว์นัก ยังอยู่ในวัยที่ยังไม่ถึงช่วงอมตะ

นางแม่มดตนนั้นมีความลับอยู่ข้อหนึ่ง ... นางหลงรักพี่ชายของตนเอง

นางเข้าใจ แต่ด้วยความเยาว์วัย นางหักห้ามใจไม่ได้ รู้ดีว่ารักนั้นไม่มีทางเป็นไปได้​ ได้แต่เก็บความลับนั้นเก็บเอาไว้จนลึกสุดหัวใจ

เมื่อนางรู้ว่านางมังกรตั้งท้อง ความเศร้ากลายเป็นความริษยา ความริษยากลายเป็นความคิดดำมืด จิตใจชั่วร้ายเปิดโอกาสให้เทพบิดาใช้นางผลักกรงล้อแห่งชะตากรรม

ท่านเทพบันดาลนางเจออาวุธของเทพเจ้าที่ทำร้ายสัตว์อสูรได้ แต่ความเขลาของนางเองที่ทำให้นางเลือกที่จะเก็บมันไว้

นางถูกชะตากรรมพัดพาให้ถุกพวกผู้ใช้เวทย์ของมนุษย์หลอกใช้ นางถูกสะกด ลวงพ่อมดกับจิ้งจอก ทำร้ายทั้งคู่ ตรึงเอาไว้ เปิดโอกาสให้มนุษย์พาตัวแม่มังกรไป

พ่อมดมองหน้าน้องสาวของตนยามมนตร์สะกดคลาย มันเข้าใจแต่ไม่ให้อภัย ด้วยหัวใจที่กำลังสลายของตัวผู้ที่ถูกพรากคู่ มันบันดาลโทสะ เปล่งคำสาปร้ายแรงออกมา

... ขอให้นางแม่มดเป็นมรรตรัย ไม่ผ่านช่วงอมตะ

... จงอยู่ในร่างร้าย ไม่อาจครองคู่กับใคร ไม่อาจให้กำเนิด

... จงอยู่คนเดียว จงยึดติดอยู่ในนรก ทรมานอย่างโดดเดี่ยวที่นั่น


นางแม่มดกรีดร้อง ถูกสูบหายไปจากที่แห่งนั้น


กาลเวลาผ่านไป กงล้อของชะตากรรมหมุนวน ลูกของพ่อมดฟักออกจากไข่ นางมีคู่ชีวิตของนาง พ่อมดกับนางมังกรชดใช้คำสาปจนหมดสิ้น ละวางขึ้นสู่โลกเบื้องบน ทุกคนมีหนทางของตน

แต่นางแม่มดยังอยู่ในนรกของนาง

พ่อมดคาดไม่ถึงว่าคำสาปของตนทำให้ทุกคืนนางแม่มดที่กลายเป็นแมงมุมจะสัมผัสถึงความหวาดกลัวของนางมังกรยามถูกบังคับ ความขยะแขยงแทบสิ้นสติยามถูกข่มขืนเพื่อให้ได้ลูก ความเจ็บปวดของพ่อมดยามรับรู้ว่าคู่ของตนถูกกระทำ ความเจ็บปวดของพ่อแม่ยามที่ลูกถูกพรากไป

นางรับรู้ทุกวินาทีของช่วงเวลานั้น ราวกับเกิดกับตัวของนางเอง

และใช้ชีวิตในแต่ละวัน รับรู้ว่าเป็นที่เกลียดชังจากคนที่นางรัก


........................................


ผมตื่นขึ้นมาจากฝันนั้น ดวงจันทร์ยังอยู่กลางฟ้า 

ที่นอกถ้ำ แสงจันทร์สาดส่องไปที่เงาเลือนรางของตัวผู้ตนหนึ่ง ตัวผู้ผมสีดำ ก้มหน้าต่ำ ไหล่ลู่

ผมนอนขดอยู่อย่างนั้น เงานั้นยังคงยืนอยู่แบบนั้น เวลาผ่านไปจนดวงจันทร์คล้อยต่ำ ฟ้าใกล้สาง 

เงานั้นหันมา ผมจ้องมองที่ใบหน้านั้น 

เงากระจายหายไป ... ก่อนที่กลิ่นของอารัคเน่จะโชยมา


ผมหลับตา แกล้งนอนนิ่งตอนนางเดินเข้ามาที่ถ้ำ ยังทำเป็นไม่รับรู้ตอนที่กองไฟถูกจุด ตอนที่เตาไฟทำอาหารทำงาน ตอนที่เริ่มได้กลิ่นอาหาร ยังคงแกล้งต่อไปในตอนที่นางเริ่มฮัมเพลง


'แมงมุมลายตนนั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน ....'


"ข้าวเช้าพร้อมแล้ว มากินด้วยกันเถอะ" นางปลุกผม เหมือนทุกเช้าที่นางกลับมาที่ถ้ำ


.'... วันหนึ่งมันตากฝน ไหลลงจากบนหลังคา'


ผมลืมตา แปลงร่างมาอยู่ในรูปสองขา คลานจากมุมมืดของห้องกระจก เดินลากเท้าซ้ายที่ยังงอกไม่สมบูรณ์ไปห้องอาหาร เจ็บปวดทุกย่างก้าวยามที่ผิวหนังตรงข้อยืดหด ผิวที่ไหม้ยังไม่หายดี

แผลหายช้า มันที่ทำร้ายผมมีเชื้อสายเทพเจ้า

ผมลากสังขารไปถึงห้องครัวสำเร็จ 

ในแสงของฟ้าสาง อารัคเน่ในร่างสองขายังดูสดใสเหมือนเช่นทุกวัน ผมสีทอง ตาสีม่วง รอยยิ้มนุ่มนวล ดูเหมือนนางฟ้าในห้องครัว

ผมฉีกยิ้มที่คิดว่าดีที่สุดให้นาง นางเลื่อนจานอาหารมาให้


ผมไม่ได้กลิ่นตัวผู้ มีแต่กลิ่นของนาง และกลิ่นหอมหวานของอาหาร

... แต่มีกลิ่นเลือดเจือจาง รอยช้ำจางแทบสังเกตไม่เห็นที่ข้อมือ สีผิวตรงใกล้อกยังไม่สม่ำเสมอ แผลเล็กๆ ที่หลังคอ นางปกปิดขาที่ยังบาดเจ็บได้อย่างดี  ..


น้ำตาหยดหนื่งหล่นลงในจานอาหาร


อารัคเน่ตักอาหารให้ตัวเอง นั่งลง เริ่มกิน

นางย่นหัวคิ้วเมื่อน้ำมูกของผมเริ่มไหล โยนผ้าเช็ดจานให้ผมซับน้ำตากับน้ำมูก แล้วกินต่อ 


"ขอโทษ"


ผมพูดออกมาในที่สุด และคิดว่าพ่อมดตนนั้นก็อยากจะบอกแบบนั้นเหมือนกัน




___________________________________________________









แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}