YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

[คนโปรด : 16](จบภาคเด็ก)*(ลบnc)

ชื่อตอน : [คนโปรด : 16](จบภาคเด็ก)*(ลบnc)

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 109

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2561 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 16](จบภาคเด็ก)*(ลบnc)
แบบอักษร

คนโปรด 16

LUCAS's part

ผมชื่อ ลูคัส ฮาล์น เกิดที่อังกฤษแต่โตที่รัสเซีย แม่ผมเสียตั้งผมอายุ4ขวบด้วยอุบัติเหตุและพ่อมีเมียใหม่ตอนผมอายุ7ขวบ

ตอน8ขวบผมมีน้องชายต่างแม่ชื่อ อาร์มันโด้ ฮาล์น แต่เขามีชื่อเล่นว่าทศกัณฐ์

ผมไม่เคยแอนตี้น้าบุหงา(เมียใหม่พ่อ)หรืออาร์น(ทศกัณฐ์) กลับกันผมมีความรู้สึกว่าผมรักพวกเขาในระดับหนึ่ง

น้าบุหงาใจดี เธอคอยดูแลห่วงใยผมตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ได้อยู่ร่วมกัน แต่แล้วก็มีเหตุที่ทำให้เธอต้องจากไป

คนที่ทำให้เป็นแบบนั้นคือปู่ของผมเอง

เขาเป็นทหารยศใหญ่ของรัสเซีย มีอำนาจอยู่ในมือในระดับต้นๆของประเทศ ทำงานรับใช้ชาติไม่ว่าในทางสว่างหรือทางมืดเขาก็ทำได้

เป็นพวกที่รักอุดมการณ์ยิ่งชีพ

ปู่มีลูก2คน คือพ่อผมและก็ลุง ลุงผมเดินตามรอยปู่ แต่ตายในหน้าที่ตั้งแต่ยังหนุ่ม ส่วนพ่อก็ไปคนละทางกับปู่เลย

ความซวยจึงตกมาอยู่ที่รุ่นหลาน ผมไม่ได้เป็นตัวเลือกของปู่หรอกนะ เขาบอกว่าผมอ่อนแอเหมือนพ่อ ไม่ได้เชื้อทางแม่มาเลยสักนิด

อ้อ ลืมบอกไป แม่ผมเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้มีอิทธิพลใต้ดินของรัสเซีย

พ่อกับแม่ถูกคลุมถุงชน เพราะผลประโยชน์ทางการเมืองของปู่กับตา

ก็นั่นแหละ ในเมื่อผมไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือก ทศกัณฐ์ที่เพิ่งเกิดมาคือความหวังของปู่

ผมปกป้องน้องไม่ได้เพราะในตอนนั้นผมไม่มีกำลังมากพอ

แต่ถึงกระนั้นปู่ก็พยายามจะปั้นผมเป็นเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานของเขา

ผมถูกส่งไปอยู่ที่บ่อนการพนันผิดกฎหมายแถบชายแดนของประเทศ มันค่อนข้างเลวร้ายสำหรับเด็กอายุ11ที่สบายมาทั้งชีวิต แต่อยู่ๆชีวิตก็เหมือนตกจากเหวสู่นรก

ช่วงปีแรกผมถูกกดขี่และใช้แรงงานในบ่อนอย่างหนัก หลายครั้งผมเกือบจะตายเพราะหิวและอากาศที่หนาวจนติดลบ

ตกเย็นในทุกวันผมถูกส่งขึ้นไปสู้บนสังเวียนเถื่อน ที่นั่นไม่มีกติกาเพียงแค่ทำยังไงก็ได้ให้คู่ต่อสู้ล้มลง

คงไม่ต้องบอกหรอกใช่ไหมว่าสภาพผมในวันแรกเป็นอย่างไร

ผมถูกซ้อมจนสลบทุกวัน ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด ที่นั่นเป็นโลกที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอ มันโหดร้ายต่อเด็กอายุ11ปีอย่างแสนสาหัส ที่ผมยังไม่ตายในวันแรกๆก็อาจเพราะเบื้องบนสั่งไว้ก็ได้ แต่ถ้าวันไหนผมไม่สู้และคิดยอมแพ้ วันนั้นคงเป็นวันตายของผมจริงๆ

ทุกครั้งที่ผมหลับและลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันหัวใจผมกลับไร้ความรู้สึกลงไปทุกที

ผมจึงเรียนรู้ที่จะยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่อยู่ภายในใจของผม ซึ่งศัตรูส่วนมากก็มักจะตายใจและคิดว่าผมอ่อนแอ

กว่าพวกมันจะรู้ตัว ตอนนั้นมันก็คงไปอยู่ในนรกแล้ว

ผมใช้ชีวิตในสถานที่นรกนั่น6ปีเต็ม กลายเป็นคนคุมบ่อน บนศึกวังเวียนผมขึ้นแท่นเป็นที่หนึ่ง ไม่นานหลังจากนั้นผมตอนอายุ17 ปี ผมก็ถูกคนของตามารับตัวกลับไปที่บ้านของตา

ผมไม่แปลกใจหรอกที่เขาเพิ่งจะมารับผมเอาป่านนี้

คงพิสูจน์ผมจนพอใจแล้ว

ถามว่าผมไม่ผิดหวังเหรอ?ที่พวกเขาเพิ่งจะเห็นหัวผม

ไม่เลย...เพราะผมไม่เคยหวังอะไรจากพวกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ตาให้ผมเลือกว่าจะอยู่ที่เดิม...หรือเลือกเส้นทางเดียวกับเขา

แม้ไม่อยากเลือกแต่ผมก็หันหลังให้กับสถานที่ที่สร้างปีศาจในตัวผม

ถ้าผมไม่เดินออกมาจากที่นั่น ชีวิตผมคงไม่มีอะไรดีขึ้น

ที่เลือกจะไปกับตาเพราะผมอยากจะทำในสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้ทำ

อย่างน้อยก็เรื่องของน้องผม

ในตอนนั้นผมเข้าไปช่วยพ่อบริหารธุรกิจโรงแรมในรัสเซียที่กำลังจะล้ม ผมไม่ได้เรียนบริหารอะไรเทือกนั้นหรอก แต่คนรอบข้างบอกว่าผมเป็นคนที่มีพรสวรรค์ ผมเรียนรู้ทุกอย่างจากประสบการณ์และนำมาคิดกลั่นกรองเอาไปต่อยอดได้ หนึ่งปีต่อมาโรงแรมพ่อฟื้นตัวขึ้น

ผมคิดจะทำอะไรที่มากกว่านี้ และสิ่งที่ผมถนัดที่สุดคือสิ่งที่ผมเห็นมันมาตลอดเวลา6ปี การพนันคือสิ่งที่ล่อลวงจิตใจคนได้ง่ายและได้กำไรมหาศาล

ถ้าผมบอกว่าผมไม่เชื่อเรื่องดวงคุณจะเชื่อไหม?

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ทำมันออกมาได้ดี เรื่องพวกนี้ใช้สมองเยอะๆหน่อยก็เอาชนะดวงได้

ผมสร้างคาสิโนในนามของพ่อด้วยทุนจากตา เพราะผมยังอายุน้อยเกินไปที่จะกิจการในนามของตัวเอง

คาสิโนที่ผมสร้างมีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย มันเติบโตอย่างรวดเร็ว นั่นจึงทำให้ผมเริ่มขยายกิจการไปหลายประเทศในแถบยุโรป

โดยเฉพาะอังกฤษที่ผมจะเดินทางมาบ่อยๆเพราะเป็นบ้านเกิดย่าและสถานที่ๆผมเกิด

ย่าผมเสียชีวิตตอนผมอายุได้19ปี ผมกับทศกัณฐ์เป็นคนที่ย่ายกมรดกทั้งหมดให้

มันเยอะกว่าที่ผมมีในตอนนี้มาก แต่มรดกส่วนนี้ผมไม่คิดจะแตะต้องเพราะผมอยากให้น้องรับไปคนเดียว

ทศกัณฐ์ไม่เหมือนผม เขาไม่ใช่คนทะเยอทะยาน อยู่แบบไหนก็ได้ซึ่งนั่นทำให้ผมเป็นห่วงเขา

อย่างน้อยมรดกพวกนี้ก็พอจะทำให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหลังจากที่เขาหลุดพ้นจากปู่แล้ว

วันหนึ่งตอนผมอายุ20ปี ผมก็เดินทางไปดูคาสิโนที่อังกฤษตามปกติ เสร็จจากนั้นก็ไปนั่งดื่มในคลับที่หนึ่งในลอนดอน

ผมเจอกับมิเชล สาวนักเต้นของคลับ ผมถูกใจเธอตามประสาผู้ชายทั่วไป มิเชลก็ดูสนใจผมหลังจากนั้นเราก็จบกันบนเตียง

ผมชอบเซ็กส์มิเชลและชอบที่เธอเป็นคนพูดรู้เรื่อง มีสมองและไม่ทำตัวน่ารำคาญ

ผมติดพันธุ์มิเชลได้เกือบสัปดาห์ วันนั้นที่ผมคิดว่าเราจะไปกันต่อหลังเลิกงานของเธอ เราจูบกันสักพักที่หลังร้าน อยู่ๆก็มีเด็กผู้ชายเอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่น

นั่นทำให้ผมได้รู้จักกับ 'สมิธ'

ผมกล้าฟันธงได้เลยว่าเขาไม่ชอบหน้าผมตั้งแต่แรกเห็น ก็แน่ล่ะเขาเห็นภาพที่ไม่ควรจะเห็นเข้านี่นา

แต่ผมก็เฉยๆไม่คิดจะถือสาเด็กหรอก

แต่เมื่อได้พบกับสมิธอีกครั้ง ผมกลับมีความรู้สึกสนใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ

มันมากขึ้นจนผมอยากจะครอบครองเขา

ผมไม่เคยมีรสนิยมชอบกินเด็ก คนที่มีเซ็กส์ด้วยต้องอายุไม่ต่ำกว่า18ปี แม้ผมจะมีเซ็กส์ครั้งแรกตอนอายุ14ปีก็ตาม

สมิธเป็นเด็กคนแรกที่ผมอยากลอง แต่เมื่อได้ลิ้มลองผมกลับติดใจ

จากติดใจเป็นเสพติดและลุ่มหลง

ผมพยายามเก็บอาการ แต่กระนั้นลูกน้องที่ทำงานกับผมมาหลายปีอย่างโยก็จับสังเกตุได้

ตอนนั้นผมยังรู้สึกตัวและควบคุมได้ ผมพยายามหลอกตัวเองว่าผมแค่ถูกใจสมิธในระดับที่มากเกินปกติ

แต่ผมจะไม่ยอมให้มันกลายเป็นความรักเด็ดขาด

ผมเห็นมานักต่อนักไอ้ความรักที่ว่า หากเมื่อใดที่ความรู้สึกรักมันไม่เท่ากัน คนที่รักมากก็ยิ่งเสียใจมาก

หลายคนจะเป็นจะตายก็เพราะความรัก

ผมไม่อยากให้ใครมามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกและความคิดผม มันยากต่อการควบคุมมากเกินไป ผมจึงไม่เคยคิดที่จะมีความรักเชิงชู้สาวกับใครเลย

ผมสามารถเอ่ยคำว่ารักกับใครก็ได้ง่ายๆเพราะผมไม่ได้มีความศรัทธาต่อคำๆนั้น

มันไม่มีค่ากับผมเลยสักนิด

แต่ยิ่งนานวันเข้าสมิธคือคนที่ทำให้ผมโกหกคำว่ารักไม่ออก

ผมกลัวว่าถ้าผมพูดออกมันจะกลายเป็นความรู้สึกจริงๆของผม

ความสัมพันธ์ของเราเริ่มระหองระแหงเพราะความเจ้าชู้ของผมเอง(รู้ตัวดี)

ผมยังไม่อยากหยุดและดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในขณะเดียวกันผมก็ไม่สามารถปล่อยมือจากสมิธได้

ทุกครั้งที่เขาหายไปจากการควบคุม ในอกผมเหมือนมีรูโหว่ขนาดใหญ่ มันวูบโหวงและทรมานแปลกๆ พอเขากลับมาความรู้สึกนั้นมันก็จะหายไป

ผมทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะฉุดรั้งเด็กคนนั้นไว้กับผมไม่ว่าจะด้วยวิธีการเลวทรามแค่ไหนก็ตาม

แม้ผมจะไม่ได้ให้เขามายืนเคียงข้างแต่ทุกครั้งที่ผมมองกลับไป พอมีเขาอยู่ผมก็รู้สึกสบายใจ

ผมรู้ว่าผมเป็นคนเห็นแก่ตัวและเลวมาก

แต่แล้วไงล่ะ?

ผมสนใจซะเมื่อไหร่

ผมกักขังสมิธไว้ให้อยู่ในกรงที่ผมสร้างขึ้น รวมระยะเวลาที่รู้จักกันมาก็เลยสี่ปีเข้าไปแล้ว

สำหรับผมเวลาเท่านี้มันนานนะที่สมิธยังอยู่ในสายตาผมอยู่

ผมคิดว่าสักวันหนึ่งที่ผมเบื่อเขาแล้ว ผมคงให้เงินเขาสักก้อนแล้วปล่ยเขาไป

แต่ตอนนี้สมิธยังเป็นคนที่ผมโปรดปรานที่สุดอยู่ดี

สัปดาห์ที่แล้วโยโทรมาหาผมว่าสมิธรู้เรื่องผมกับคาร่าแล้ว

ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะไม่คิดว่าสมิธจะรู้เรื่องเร็วขนาดนี้

ความสัมพันธ์ของผมและคาร่ามันมีเรื่องของธุรกิจที่มาเอี่ยวด้วย ผมก็แค่หมั้นไม่ได้คิดจะแต่งงานกับเธอสักหน่อย

อาจจะได้ของแถมเป็นตัวเธอมาให้ชิมเล่น ซึ่งผมก็คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว

ผมกำลังเดินทางไปคฤหาสน์ที่ซื้อไว้ให้สมิธอยู่ พอถึงบ้านลูกน้องก็บอกว่าสมิธออกไปขี่ม้าเล่นที่ป่าหลังบ้าน

ผมไม่กลัวเขาหายหรอกเพราะมันอยู่ในเขตรั้วบ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่

ผมขึ้นไปอาบน้ำในห้องของตัวเอง เมื่ออาบเสร็จก็ลงมาชั้นล่างปรากฏว่าสมิธกำลังเดินเข้าบ้านมาพอดี

ผมฉีกยิ้มนิดๆและกำลังจะเอ่ยทักทายเขาก่อนแต่สมิธกลับทำหน้าเฉยแล้วเดินผ่านหน้าผมไป ผมขมวดคิ้วแล้วจับแขนเขาไว้ก่อนที่ร่างโปร่งบางจะเดินพ้นตัว

สมิธเซถลาปะทะอกผมเพราะไม่ทันตั้งตัว เขาไม่ได้ตัวเล็กบอบบางเหมือนเมื่อสี่ปีก่อน แต่ตัวสูงโปร่งหุ่นน่าฟัดน่าขย้ำกว่าเมื่อก่อนซะอีก(บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ชอบกินเด็ก)

สมิธตวัดสายตาขุ่มมัวใส่และพยายามบิดแขนออกจากมือผม

"ผัวมาไม่รู้จักทักทาย?"ผมเลิกคิ้วแกล้งพูดยั่วโมโหเขา และก็ได้ผลเมื่อสมิธถลึงตาใส่ดุๆ

"ใครเมียมึง!"

"อยากให้เป็นใครล่ะ?"ผมยิ้มบางๆ

"เมียดาราคนนั้นของมึงมั้ง"เขาตอบเสียงแข็ง ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะก้มโฉบริมฝีปากจูบสมิธเร็วๆ

"เวลาหึงก็น่ารักดี" สมิธหน้าบึ้ง ขมวดคิ้วจนแทบผูกกันได้

"กูไม่ได้หึง แต่กูไม่พอใจ"ผมขมวดคิ้วบ้าง

"ไม่พอใจเรื่องอะไร?"

"มึงจะแต่งงานทั้งๆที่มีกูอยู่แบบนี้น่ะเหรอ"เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ผมกลับยักไหล่แล้วตอบเขากลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"แล้วไม่ได้เหรอ?"

ผลั๊วะ! มืออีกข้างที่ว่างของสมิธต่อยผมเต็มแรง แก้มและมุมปากซ้ายผมชาเลยล่ะ

"ไอ้ชั่ว!มึงแม่งโคตรเห็นแก่ตัว...ปล่อยกูไปสักที!แล้วมึงจะไปทำอะไรกับใครก็เชิญ!"สมิธตะคอกเสียงดังลั่น ผมตวัดสายตามองเขาดุดัน มือกำเข้าที่ลำคอเล็กแล้วบีบไม่เบานัก

"หุบปาก!พี่จะปล่อยนายไปตอนไหนก็เรื่องของพี่ จัไม่ปล่อยนายไปชั่วชีวิตเลยก็ยังได้!"ผมตะคอกคืนเสียงดัง

"อึก!ถ้ากูไม่มาเจอมึง!ชีวิตกูคงมีความสุขมากกว่านี้ คงได้เจอได้เจอคนอื่นที่ทำให้กูมีความสุขได้ เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะไม่มีใครจะเลวร้ายได้เท่ามึงอีกแล้วไง!!!"สมิธโต้ตอบกับมาด้วยถ้อยคำที่ทำให้สติผมขาดผึง

คนอื่นที่ทำให้มีความสุขได้?

อย่าฝันว่าผมจะยอม

ผมลากสมิธไปที่ห้องเขา ผลักเขาลงบนเตียงแล้วบังคับเขาจูบอย่างรุนแรง ผมได้กลิ่นเลือดในโพรงปากที่ไม่รู้ว่ามากผมหรือสมิธ

ผมกระชากเสื้อผ้าเสื้อสมิธจนขาดวิ่น ขบกัดแรงๆไปทั่วทั้งตัวขาวๆ


**[ลบncเนื่องจากผิดกฎของเว็บไซต์ กรุณาติดตามในช่องทางอื่น]**​


ผมข่มขืนเขาแบบนี้ติดกันทุกวันเป็นสัปดาห์ก็ไม่สามารถระบายความโกรธที่อัดอยู่ในอกนี้ได้

เขาคิดที่จะมีคนอื่นนอกจากผม

ถ้าอย่างน้ำผมก็จะย่ำยีบดขยี้เขาไม่ให้ใครกล้าเอาเขาไปจากผม ผมจะทำให้เขารู้สึกไม่กล้าไปกับใคร

แม้ใจผมจะเจ็บแค่ไหนผมก็จะยังทำอยู่ดี

สมิธร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดนิดเขามองผมด้วยสายตาหวาดกลัวและทุกข์ทรมาน

วันที่เจ็ดที่ผมข่มขืนเขาเสร็จ สมิธก็ไข้ขึ้นอย่างหนัก ผมตามหมอมาดูอาการเขาเช่นเคย เขาเพ้อและร่องไห้ออกมา

ผมคิดว่าคราวนี้เขาน่าจะหลาบจำและไม่คิดเรื่องที่จะไปจากผมอีก

ปมปล่อยให้สมิธพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ส่วนผมก็ไปเคลียร์งานที่ห้องทำงาน พรุ่งนี้ทศกัณฐ์จะเอาของสำคัญมาให้ผม

แต่ใครจะรู้ว่าเขากำลังจะพรากสิ่งสำคัญอีกอย่างของผมไป

++++++++++++

ผมเผลอหลับบนโต๊ะทำงานจนเช้า ก่อนจะสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อนของโย

"มีอะไรโย?"ผมเปิดประตูออกไปถามมือขวาคนสนิท หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว

"คุณทศกัณฐ์มาแล้วครับ"

"แล้ว?"

"คุณสมิธเธอก็อยู่กับคุณทศกัณฐ์ด้วย แถมยังร้องไห้ขอให้คุณทศกัณฐ์ฆ่าตัวเอง"

"ว่าไง!พวกเขาอยู่ที่ไหน!"

"ห้องโถงด้านล่างครับ"

ผมรีบร้อนลงไปด้านล่าง ไม่คิดว่าสมิธจะลุกเดินไหวด้วยซ้ำ แล้วยังบังเอิญไปเจอกับทศกัณฐ์อีก

"ทำอะไรกัน!!!"ผมตะคอกเสียงดังเมื่อเห็นภาพที่สมิธใส่เชิ๊ตตัวเดียวยืนจับชายเสื้อน้องผมไว้แน่น สมิธสะดุ้งสุดตัวผวาขยับเข้าไปใกล้ทศกัณฐ์อีก

นั่นยิ่งทำให้ผมโมโหมากขึ้นไปอีก

"ใจเย็นลุค"ทศกัณฐ์เอ่ยนิ่งๆตามนิสัยเขา มือเรียวจับมือสมิธออกจากชายเสื้อตัวเองก่อนที่เขาจะก้าวมายืนบังสมิธไว้

"เด็กคนนี้เป็นใครเหรอ?"

"คนของพี่"

"พี่บังคับเขาเหรอลุค?"ทศกัณฐ์มองผมนิ่งๆแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย ส่งเขามาให้พี่"ผมเอ่ยเสียงเข้มด้วยสีหน้าจริงจัง

"เขาเป็นอะไรกับพี่"นอกจากทศกัณฐ์จะไม่ยอมทำตามที่ผมบอกแล้วเขายังถามผมต่ออีก

"เด็ก-พี่"ผมย้ำด้วยใบหน้าเครียดขมึง

"พี่กำลังจะหมั้นนี่ ปล่อยเด็กคนนี้ไปได้ไหม?"เขายังรักษาระดับน้ำเสียงได้ราบเรียบดังเดิม ในขณะที่ผมใกล้จะระเบิดไปทุกที

"ไม่!"ผมเอ่ยปฏิเสธแทบทันที

"ถ้าอย่างนั้นผม 'ขอ' " เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางศีรษะเมื่อได้ยินคำขอของน้อง

"ไม่ใช่คนนี้อาร์น"

"แค่เด็กคนเดียวพี่ให้ผมไม่ได้เหรอ ไหนบอกว่าผมขออะไรก็จะให้ไงล่ะลุค"ทศกัณฐ์ในวัย15ย่าง16 เอ่ยกดดันผมเป็นครั้งแรก ผมสูดหายใจเข้าปอดลึกเหมือนคนหายใจไม่ออก

ผมเคยสัญญากับทศกัณฐ์ไว้ ในฐานะพี่ชายผมคิดว่าผมให้เขาได้ทุกอย่าง

แต่มาวันนี้ผมอยากกลับคำชะมัด

"พี่เคยสัญญากับผม ถ้าอย่างนั้นผมขอใช้มันตอนนี้เลยแล้วกัน"

"คนนี้พี่ขอ"ผมเอ่ยขอเขาบ้าง

"ผมขอก่อน"ทศกัณฐ์ไม่มีท่าทีว่าจะยอมเลยสักนิด

"ทำไมอาร์น ทำไมต้องเป็นคนนี้!"

"...ไม่มีเหตุผล"

"อาร์น!"

"พี่คงไม่อยากเห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตาหรอกใช่ไหม"ทศกัณฐ์ยกปืนชี้ไปทางสมิธ ลมหายใจผมสะดุดขาดห้วงทันที

"นานแค่ไหน"ผมฝืนเอ่ยถามน้อง อย่างน้อยผมก็ปล่อยได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ทศกัณฐ์นิ่งไปเหมือนใช้ความคิด

"จนกว่าเขาจะเรียนจบมหาลัยห้ามต่อรอง และผมจะไม่แตะต้องเขาเด็ดขาด"ทศกัณฐ์พูดเสียงหนักแน่น ถ้าผมไม่ยอมปล่อยสมิธตอนนี้ เขาจะต้องทำตามที่สมิธเอ่ยขอแน่ๆ

"ก็ได้...พี่จะยอมปล่อยเขาตามที่นายต้องการ ครบสัญญาเมื่อไหร่พี่ต้องได้เขาคืน"ผมยอมจำนนในที่สุด ทศกัณฐ์พยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยต่อ

"นับจากนี้พี่ต้องไม่โผล่หน้าหรือแม้แต่ปลายเส้นผมไปให้สมิธเห็นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผมจะพาเขาไปจากพี่ตลอดชีวิต"

"ฮ่ะๆมันจะไม่มากไปหน่อยเหรอไง?"เป็นครั้งแรกที่ผมหัวเราะแห้งๆเหมือนจะพูดไม่ออก

"ผมทำจริง"ทศกัณฐ์พูดสั้นๆแต่เหมือนมีดที่กรีดลงกลางอกผม

"ดี!ถ้าอย่างนั้นก็สัญญามา ถ้าสมิธได้รับบาดเจ็บเลือดตกยางออกเมื่อไหร่ สัญญาที่เราตกลงกันไว้ถือเป็นโมฆะ พี่จะไปรับเขาคืนเพราะนี่ถือว่าเป็นการที่นายดูแลเขาได้ไม่ดีพอ"

"คงไม่มีใครทำให้เขาเจ็บปวดได้เท่าพี่"ผมแสยะยิ้มกับถ้อยคำยอกย้อนที่เจ็บแสบของน้อง

"พี่ทำได้คนเดียว...น้องชาย"ผมย้ำคำว่าน้องชายกับทศกัณฐ์ให้เขารู้ว่าเขาอยู่ในฐานะไหน

ถ้าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมไม่ใช่น้อง

มันตายนานแล้ว

"ตกลง"

"ขอพี่คุยกับเขาหน่อย"ผมเอ่ย ทศกัณฐ์ก็เบี่ยงกายที่บังสมิธอยู่ไปยืนด้านข้าง

ผมก้าวตรงเข้าไปหาสมิธ เว้นระยะไว้หนึ่งช่วงตัว เขาตัวสั่นและไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองผม

"วันนี้นายอาจหลุดมือพี่ไป แต่จำไว้ว่าสักวันนายก็ต้องกลับมาอยู่ในมือพี่อยู่ดี"

"..."

"ดูแลตัวเองดีๆแล้วกัน"พูดจบผมก็หันหลังให้เขาเพราะไม่แน่ใจว่าถ้ายืนนานกว่านี้ผมจะตัดใจปล่อยเขาไปได้ไหม

ผมเดินขึ้นห้องทั้งๆที่หัวมึนๆหนักๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

หัวใจผมเหมือนมีมือมาบีบแรงๆแล้วคลายออกก่อนจะบีบแรงๆอีกครั้งให้ทรมานเล่น

สิ่งที่สมองผมรับรู้อย่างเดียวคือ...

ผมสูญเสียสมิธไปแล้ว

ผมบรรยายความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ถูก

แต่ที่ผมรู้คือผมโคตรทรมานเลยว่ะ

เพราะแบบนั้นผมถึงเฝ้ารอวันที่จะได้เจอเขาอีกครั้ง...

ความทรมานนี้มันจะหายไปรึเปล่านะ

ที่ผมเจ็บขนาดนี้...บางทีผมอาจจะรักสมิธไปแล้วก็ได้

+++++++++++++

จบ(ภาค)...จ้า นี่เป็นแค่ความรู้สึกเล็กๆน้อยๆที่เฮียเพิ่งจะได้รับเท่านั้น จากนี้จะไปไทม์ไลน์สมัยที่มิทตี้อยู่มหาลัยแล้วนะคะ บอกไว้ก่อนว่าต่อให้อิพี่มันรักยังไงมันก็เหี้_อยู่ดีจ้ะ อิอิ เนื้อเรื่องถัดจากนี้ก็จะไม่หน่วงแล้วล่ะค่ะ ออกแนวสดใสๆตามสไตล์มิทตี้คนใหม่ เดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดและตอบคำถามคาใจหลายคนก่อนขึ้นภาคใหม่ด้วย ติดตามด้วยนะ❤


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น