เล่ห์จันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

นางมารเหมาะกับข้ามากกว่า (แก้ไข)

ชื่อตอน : นางมารเหมาะกับข้ามากกว่า (แก้ไข)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2561 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นางมารเหมาะกับข้ามากกว่า (แก้ไข)
แบบอักษร

Related image

Image;hanyukuaile.weebly.com


“วันนี้คุณหนูของซือซือช่างงามเสียจริงเจ้าค่ะ”

       ซือซือสาวใช้ปะจำตัวคูณหนูรองแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ เอ่ยชมคนเป็นนายด้วยความสัตย์จริง ขณะที่รินน้ำชาให้ผู้เป็นนายที่กำลังปักผ้าอยู่ศาลาริมสระบัวดื่มดำบรรยากาศธรรมชาติ สายลมที่พัดผ่านหอบเอาความหอมของดอกท้อต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่ใกล้ เหล่าพี่เสื้อผึ้งน้อยต่างบินสยายปีกพากันดูดดื่มน้ำหวานจากบึงบัว มองดูแล้วช่างเป็นภาพที่งดงามหาได้ยากเสียเหลือเกิน ลี่ฮวา! สาวงามล่มเมืองที่ใครต่างเล่าลือทั้งที่ปรากฏตัวให้เห็นน้อยนัก ทั้งดวงตากลมตาสวยสุดสกาวใสกระจ่างดั่งตากวาง ล้อมรอบด้วยแพรขนหนายาวเรียงงามอย่างเป็นระเบียบ  กระพริบตาแต่ละครั้งดั่งผีเสื้อกระพือปีกอย่างอ่อนช้อย สง่างาม จมูกที่โด่งรั้นลับกับใบหน้าเรียวงามรูปไข่ใสกระจ่างที่ไร้ซึ่งเครื่องประทินโฉมใดๆ คิ้วที่โค้งเข้มถูกกันจนเป็นทรงงามดั่งคันธนู เข้ากับรูปร่างที่อ่อนช้อยอรชร ส่วนเว้นส่วนโค้งส่วนควรนูนก็นูน ส่วนควรเรียบก็เรียบ นิสัยฤาก็ดีงาม ศาสตร์ศิลป์ต่างล้วนชำนาญไม่ต่างจากงามใช้ความรู้ ถือเป็นหญิงงามอย่างไร้ที่ติ ร่างบางที่อยู่ในชุดสีเขียวอ่อนตัดกับสีขาวดูเรียบง่าย บนผมมีเพียงปิ่นรูปผีเสื้อเพียงอันเดียวที่ปักเก็บผมงามสลวยดั่งเส้นไหม

“คุณหนูของพวกเราก็งามทุกวันมิใช่หรือซือซือ”

       ซืออี้เอ่ยเสริมทับอีกแรงด้วยใบหน้ายิ้มละมุนจริงใจ แม้นใครจะหาว่าคุณหนูของตนอ่อนแอไร้ประโยชน์ แต่ตนที่อยู่รับใช้ว่าตั้งแต่เล็ก โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันกับคุณหนูมีหรือจะมิรู้ว่าแท้จริงแล้วคุณหนูของตนเปรียบดั่งเพชรเม็ดงามที่หายากยิ่งต่างหาก

“หึ!”

ลี่ฮวากดยิ้มลึกที่มุมปากทั้งที่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย เพราะคุ้นชินเสียแล้วกับคำชมเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เป็นทุกวันที่สาวใช้ทั้งสองจะเอ่ยชม

“งามแต่ไร้ซึ่งประโยชน์ อ่อนแอก็ปานนั้นเสียชาติเกิดนะสิไม่ว่า เสียชื่อตระกูลแม่ทัพใหญ่หมด”  เสียงที่ดังมาจากร่างบางที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาที่ศาลาแสนสุข ฮุ่ยเหมยคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพนั่งลงตรงข้ามด้วยท่าทีสง่างามดั่งหญิงสาวชั้นสูง ก่อนจะกวาดสายตามองผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนางสาวด้วยแววตาหยามเหยียดปนอิจฉา แม้จะอ่อนแอไร้ประโยชน์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามี่ฮวางดงามกว่านางยิ่งนัก มีศักดิ์ยิ่งกว่านางที่เป็นเพียงลูกอนุ

“จริงเจ้าค่ะคุณหนู”

    เสี่ยวมี่!  สาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่เอ่ยสนับสนุนด้วยรอยยิ้มเหยียดตามผู้เป็นนาย โดยไม่คำนึงเสียเลยว่าคนที่นางใช้สายตาน่ารังเกียจเช่นนั้นใส่ก็คือนายของนางอีกคน

“จะมากไปแล้วนะเสี่ยวมี่ อย่าใช้สายตาเช่นนั้นกับคุณหนูของข้า เจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหรืออย่างไร”

       “สูงต่ำอย่างไรรึ ข้าต่ำแต่ก็ยังมีประโยชน์กว่านายของเจ้า เช่นนี้ข้าควรเคารพอยู่ดีหรือไม่” เสี่ยวมี่เอ่ยกลับใส่ซือซืออย่างถือดี เพราะมั่นใจว่าที่ตนได้กล่าวมาไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิด คุณหนูรองงั้นหรือ! วาดภาพก็มิงาม ศาสตร์ดนตรีก็อ่อนด้อย การเรือนการอาหารก็มิมีฝีมือ ซ้ำยังอ่อนแอปัญญาน้อยมิทันคนเช่นนี้ ที่สำคัญ...ทั้งบิดาและนางก็เป็นที่เกลียดชังของท่านแม่ทัพยิ่งนัก สมควรแล้วหรือที่นางต้องเคารพ หึ! ไม่มีทาง

      “เจ้า!” ซือซือเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยวไม่พอใจ ยิ่งเห็นผู้นายตนเอาแต่เงียบทั้งที่ความสามารถเป็นที่ร้ายกาจยิ่งนัก แต่ใยไม่ตอบกลับสักครั้งแม้นรู้ดีว่าการเงียบของผู้เป็นนายนั่นคือการอยากอยู่อย่างเงียบสงบ แต่ซือซือผู้รักนายยิ่งชีพก็ยากจะทนได้เช่นกัน

      “หึ! ให้สาวใช้ออกหน้าปกป้อง ไร้ค่าสิ้นดีว่าหรือไม่น้องหญิง”  ฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างดูถูก ยิ่งเห็นว่ามี่ฮวาไร้ซึ่งการตอบโต้ดั่งเช่นที่ผ่านมายิ่งได้ใจนางยิ่งนัก ตัวสวะอย่างไรก็สวะอยู่วันยังค่ำสินะ

“ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องการความสงบแม้แต่ฮ่องเต้ที่นั่งบนบัลลังก์ แล้วพี่หญิงเล่าเป็นคนประเภทใดกัน วุ่นวายยิ่งนัก” น้ำเสียงกล้าๆกลัวไม่มั่นคงแต่กลับตัดกับสายตาที่นิ่งสงบไม่ท่าทีเกรงกลัวยิ่งนัก แต่คนที่โดนหลอกด่าโกรธหน้าดำหน้าแดงจนไม่ทันสังเกตความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น

“เจ้า!”

            ฮุ่ยเหมยผุดกายขึ้นพรางชี้หน้ามี่ฮวาด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้ เพราะเพียงแค่นางยกฝ่ามือขึ้นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ของผู้เป็นน้องสาวก็ยืนขวางจนมิด โดยผู้เป็นนายของพวกนางยังคงก้มหน้าปักผ้าต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อนกะไร

“เดี๋ยวนี้ปากกล้าดีนี่ เก่งแต่ปาก!”

     “ข้ามีสมองมิชอบใช่กำลังให้เปลือง เพราะนั่นมันหมายถึงการแก้ปัญหาดั่งคนโง่ ท่านพี่ว่าจริงหรือไม่” มี่ฮวาเงยหน้ามองผู้เป็นพี่สาวด้วยแววตาใสซื่อ ทั้งที่ในใจกระหยิ่มพอใจยิ่งนัก

‘หึ! คนโง่อวดฉลาด ช่างน่าขัน ดูอย่างไรก็ดูโง่ยิ่งนัก ยิ่งอวดก็ยิ่งดูโง่งม’

       ใบหน้างามก้มปักผ้าในมือต่อ พรางยกยิ้มนึกหยันผู้เป็นพี่สาวในใจ การกระทำคล้ายเห็นอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุกระตุ้นความโมโหของฮุ่ยเหมยได้ดียิ่งนัก คุณหนูใหญ่ที่รู้สึกเสียหน้าที่โดนตัวสวะของจวนเมินให้จึงไม่พอใจอย่างยิ่ง ผลักสาวใช้ซือซือและซืออี้ที่ยืนปกป้องน้องสาวออกด้วยแรงที่มีก่อนจะเข้าไปกระชากมือมี่ฮวาจนเข็มแหลมนั่นตำมือเข้าจนเลือดไหล สองสาวใช้ที่เห็นผู้เป็นนายบาดเจ็บก็รีบลุกขึ้นจะเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วงปนตกใจ แต่ยังมิทันได้ถึงตัวผู้เป็นนายก็โดนสาวใช้ของคุณหนูใหญ่จับตัวไว้เสียก่อน

“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” ซืออี้เอ่ยร้องด้วยความร้อนใจ พร้อมพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมแต่ดูเหมือนช่างเย็นเหลือยิ่ง

“หึ! สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเจ้าช่วยเหลืออันใดเจ้ามิได้แล้ว มี่ฮวาน้องรัก”

  “ท่านต้องการอะไร” มี่ฮวาเอ่ยเสียงสั่นพรางเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพี่ด้วยแววตาที่ช่ำไปด้วยน้ำตา พรางยกมือกุมมือข้างที่เป็นแผลมาไว้ที่อ้อมอกอย่างหวาดกลัว ใบหน้าได้แต่ก้มลงสะอื้น เห็นแล้วช่างน่าสงสารไม่น้อย แต่ไม่ใช่กับฮุ่ยเหมยที่เห็นน้ำตามี่ฮวาแล้วช่างสุขใจยิ่งนัก และกับเจ้าของสายตาคู่หนึ่งที่มองมาด้วยแววตาสนุกสนาน โรงงิ้วนี้ช่างมีฉากที่ลึกล้ำซ้ำซ้อนยิ่งนัก แม้นจะเป็นดั่งนิยายน้ำเน่าที่หญิงสาวทะเลาะกัน นางร้ายผู้แข็งแกร่งย่อมชนะนางเอกคนที่อ่อนแอกว่า คนที่แพ้ย่อมต้องน่าสงสารแต่กับฉากงิ้วตรงหน้าทำไหมถึงรู้สึกว่า นางร้ายช่างน่าสงสารยิ่งนัก โดนนางเอกหลอกแล้วยังมิรู้ตัวอีก ฮ้า! แววตาของนางเอกผู้นี้ช่างน่าสนใจยิ่ง น่าสนใจจริงๆ

“โอ้ย!”

       มี่ฮวาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อโดนฮุ่ยเหมยบีบคางจนแน่น พร้อมกระชากมือที่เลือดไหลนั้นมาบีบจนเลือดไหลออกมาไม่หยุด

       “หึ! น้ำตาของเจ้านี่มันยาทิพย์ชั้นดียิ่งนัก เห็นทีไรข้าก็สุขใจเหลือเกิน มี่ฮวาน้องรัก เจ้าเกิดมาอาภัพยิ่ง เกิดมาไร้ประโยชน์ไม่พอ ท่านพ่อก็เกลียดชั่ง แต่จะโทษใครได้เล่าโทษแม่เจ้าดีหรือไม่ที่ทำให้เจ้าต้องเป็นที่เกลียดชั่งไปด้วย 5555”

    ฮุ่ยเหมยสะบัดมืออย่างแรงจนมี่ฮวาล้มฟุบไปกับพื้นหญ้า ปล่อยหยดน้ำตาให้ไหล นัยน์ตาหวานจ้องมองไปยังผู้เป็นพี่สาวที่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปแต่พอเห็นผ้าที่นางตั้งใจปักที่ตกอยู่ไม่ไกลก็หยุดแล้วหันมามองยังนางพร้อมยิ้มหยันก่อนจะเหยียบผ้านั้นแล้วเดินผ่านไปอย่างไม่ใยดี

“ฮือออๆ”

“คุณหนู!”      

        สองสาวใช้ที่โดนสะบัดจนล้มไม่เป็นท่าไม่ต่างจากผู้เป็นนายลุกขึ้นก่อนจะวิ่งไปประคองคุณหนูของตนด้วยความหลากหลายอารมณ์ทั้งสงสารที่ผู้เป็นนายต้องมาทนฟังว่าบิดาไม่รักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียใจตนที่ปกป้องนายไม่ได้ และเกลียดชังคนที่ได้แต่ทำร้ายนายตนไม่หยุด สักวันเถิด! หากวันใดที่คุณหนูของตนไม่คิดจะปิดบังสถานะแล้วละก็ พวกนางคือคนแรกที่ซือซือคนนี้เล่นงานเป็นแน่

“หึๆๆ”

       เสียงทุ้มหัวเราะดังขึ้น ก่อนเจ้าของเสียงจะค่อยๆเดินออกมาจากหลังต้นไม้ต้นใหญ่ที่ใช้บังตนในการชมงิ้วฉากเมื่อครู่ หนึ่งนายสองสาวใช้หันหน้าไปมองอย่างพร้อมเพียง ก่อนจะพากันตกใจยิ่งนักเมื่อชายคนนั้นคือคนที่มี่ฮวาคุณหนูรองแห่งจวนไปก่อเรื่องให้เมื่อหลายวันก่อน

“ช่างน่าสงสารยิ่งนัก น่าสงสาร”

       ร่างองอาจใบหน้าหล่อเหล่าดั่งสวรรค์สร้างเดินเอามือไขว้หลังแล้วเดินอ้อมร่างบางที่นั่งอยู่กับพื้น อย่างพิจารณา พร้อมส่ายหน้าอย่างเห็นใจเหลือยิ่งตัดกับสาวตาที่มองมายังมี่ฮวามีทั่งแววขับขันและสนุกในตาคู่เดียว

“เห็นงิ้วฉากเมื่อครู่แล้วเจ้าช่างน่าสงสารยิ่งแม่นาง แต่เหตุใดหนอแววตาของเจ้ากลับดูสนุกยิ่งนัก สรุปแล้วข้าควรสงสารเจ้าดีหรือไม่”

      “ท่านกล่าวอะไร” มี่ฮวาก้มหน้าต่ำด้วยท่าทีเศร้าใจยิ่งนัก  หากผู้ใดมาเห็นคงได้ลือว่าเขา แม่ทัพทิศประจิมรังแกสาวน้อยผู้น่าสงสารจนร้องห่มร้องไห้เป็นแน่

“555 ท่าทางใสซื่อของเจ้าน่าเชื่อถือมิน้อย หากว่าวันนั้น” ชายหนุ่มหยุดแต่นั้นก่อนจะหันหน้ามามองสาวน้อยที่นั่งมองตนอยู่บนพื้นหญ้าเช่นกัน

“เจ้า...ช่างทำกับข้าแสบสันยิ่งนัก” เพียงแค่เอ่ยถึงอดีตที่ทำให้ได้พบกันอารมณ์ก็เริ่มปะทุขึ้น เพราะนางทำกับเขาไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“หึ!”

        มี่ฮวาหัวเราะในลำคอก่อนจะเชิดหน้าดั่งนางพญามองไปยังชายหนุ่มที่ยืนมองนางเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องตาอย่างไม่มีใครยอมใคร สาวใช้ทั้งสองได้แต่มองทั้งสองฝ่ายไปมาสลับกันอย่างดูท่าที แต่แล้วก็มิมีผู้ใดกล่าวอันใดออกมา จนบรรยากาศรอบข้างเริ่มอึดอัด

“มิแสร้งอ่อนแอแล้วรึ”

“ใยต้องอ่อนแอ คนอย่างข้าเคยอ่อนแอด้วยหรือ” นัยน์ตาหวานที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งสบอย่างไม่หลบ

“5555 เจ้าเป็นนางจิ้งจอกใช่หรือไม่”

“หึ! เปล่าหรอก นางมาร....น่าจะเหมาะกับข้าเสียมากกว่า”

      ทุกอย่างตกอยู่ในสภาวะแห่งความเงียบอีกครั้ง เฟยหลงแม่ทัพใหญ่ทิศประจิมมองท่าทีเชิดรั้นของหญิงตรงหน้าอย่างอดหัวเราะในใจมิได้ นี่หรือนางพญาจิ้งจอก เหตุใดช่างเหมือนลูกจิ้งจอกจอมดื้อรั้นเสียมากกว่า

       “เจ้ายิ้มอะไร” มี่ฮวาทะลึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ เก็บคราบนางเอกผู้น่าสงสารเสียมิด แต่กลับเผยตัวตนที่แสนดื้อรั้นไม่ยอมใครกับอีกฝ่ายอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดูแล้วคงไม่มีประโยชน์อันใดเพราะอีกฝ่ายคงอ่านเกมนางออกเสียแล้ว

“ยิ้มเพราะเจ้าอย่างไรเล่า จะว่าไปแล้วเราก็พบกันมาสองครั้งสองคราแล้ว แต่ยังมิรู้ชื่อแซ่กันเลย แม่นางมีนามว่ากระไรหรือ”

“ชื่อแซ่มิสำคัญกระมัง เพราะข้าไม่ได้รู้จักท่าน”

“ฮ้า! แต่ข้าอยากรู้จักเจ้า” แม่ทัพหนุ่มถอนหายใจก่อนจะขมวดคิ้วด้วยท่าทีเสียดายที่โดนหญิงงามตัดขาดตั้งแต่ยังมิเริ่ม แต่นั่นมีหรือมี่ฮวาจะดูไม่ออกว่ามันก็แค่งิ้วฉากหนึ่งเช่นกัน

“อย่างไรเจ้าก็จะไม่บอกสินะ”

       แม่ทัพหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าคนที่นั่งล้มพับอยู่ สายตาทรงเสน่ห์ที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งนั้นจ้องมองมายังนางไม่หยุดจนเป็นนางเองที่ทนสบตาคู่นั้นไม่ไหวเพราะใจไม่รักดีช่างสั่นรัวยิ่งนัก ใบหน้างามสะบัดหนีแต่ก็ยังคงเชิดดังนางพญาเช่นเดิม

“เจ้ารู้อะไรไหม......”   เฟยหลงนั่งลงอย่างรวดเร็วจนมี่ฮวาไม่ทันตั้งตัว แต่กระนั้นก็ยังผละตัวออกตามสัญชาตญาณ หากแต่ไม่สามารถขยับไปไหนได้ไกลนักเพราะมือแกร่งกระชากร่างบางให้เข้ามาใกล้เช่นเดิม พร้อมจับจับคางมี่ฮวาอย่างแผ่วเบาแต่มั่นคงให้หันหน้าหลบไปไหน ร่างแกร่งโน้มตัวเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของเขาและนางรับรู้ถึงลมหายใจอันอุ่นร้อนของกันและกัน นัยน์ตาแกร่งกล้าสีดำนั่นช่างเหมือนหลุมดำที่กำลังดูดกลืนสตินางให้เลือนหาย เพียงแค่จ้องมองนางก็เหมือนโดนมนต์สะกดจนมิอาจละไปที่ไหนได้เสียแล้ว ก่อนที่เจ้าของแววตาร้ายกาจนั้นจะโน้มลงมากระซิบข้างๆหูของนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและทุ้มมีเสน่ห์จนใจสั่น

“หากข้าอยากรู้อะไรย่อมได้รู้”

“ท่านแม่ทัพ” เสียงท่านพ่อบ้านดั่งขึ้นพร้อมยกมือก้มหัวคารวะ ก่อนจะกล่าวเอ่ยถึงคำสั่งที่ตนได้รับมอบหมายมาอีกที

“ท่านแม่ทัพใหญ่รอท่านที่ห้องรับแขกแล้วขอรับ จึงให้บ่าวมาตาม”

“อืม!” ร่างสง่าของแม่ทัพทิศประจิมเอ่ยตอบรับก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงหันหลังเตรียมพร้อมจะเดินจากไป หากแต่ฝีเท้าเป็นต้องหยุดชะงักเมื่อสิ่งที่ตนอยากรู้ดั่งขึ้นพอดี

“คุณหนูรองมี่ฮวา! เป็นอะไรหรือ เหตุใด.....”

“มิเป็นไรท่านพ่อบ้าน ข้ามิเป็นไร ท่านนำท่านแม่ทัพไปเถิดเดี๋ยวท่านทัพใหญ่จะรอนาน”

“ขอรับ!”

        พ่อบ้านผู้ชราเดินนำหน้าแม่ทัพไปด้วยฝีก้าวที่มั่นคง แต่ทัพหนุ่มกลับหันมามองที่คุณหนูรองของจวนก่อนจะจะส่งยิ้มมาให้คล้ายเป็นความนัยน์ว่า ‘สุดท้ายเขาก็ได้รู้จริงๆ’แล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มยิ่งเห็นความขุ่นเคืองในสายตาคู่นั้นของนางเขายิ่งสุขอารมณ์ยิ่งนัก

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ขอโทษที่หายไปนานนนนนมากกกกกนคะ พอดีนิยายอีกเรื่องยังไม่จบ คิดว่าจะปิดให้ได้ก่อนสิ้นเดือนแต่ก็แห้วอะ งานเข้ามาพอดีก็เลยเสียเวลาไปหลายวัน อย่าพึ่งทิ้งกันนาาาา ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

ความคิดเห็น