กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : โลกกลมพรหมลิขิต1/1 (วางจำหน่ายแล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : โลกกลมพรหมลิขิต1/1 (วางจำหน่ายแล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 670

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2561 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : โลกกลมพรหมลิขิต1/1 (วางจำหน่ายแล้ว)
แบบอักษร

​พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้

ต่อจากตอนที่แล้ว...

ชมพู่โทรหาเธอเมื่อช่วงบ่าย เมื่อคืนเจ้าหล่อนอยู่กินเลี้ยงวันเกิดกับแฟนหนุ่มจนเกือบรุ่งสว่าง จนถูกอาการอ่อนเพลียเล่นงานอย่างหนัก เลยอยากให้เธอเข้าทำงานในร้านอาหาร Black ground แทน ไม่ได้บังคับเหมือนเมื่อวาน แล้วแต่ความสมัครใจของตัวเธอเองเสียมากกว่า

เธอเลยรีบมาถึงร้านก่อนเวลาทำงานจริงเกือบหนึ่งชั่วโมง ก่อนตรงดิ่งเข้าไปหาผู้จัดการร้าน ดีหน่อยที่พี่สรเพชรนั้นมาทำงานเร็วเป็นปกติ แกไม่ขัดข้องเรื่องงานของพี่โมช แถมยังเปรยว่ากำลังต้องการหาพนักงานเพิ่มอยู่พอดี เนื่องจากตอนนี้ทางร้านอยากได้ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์เพิ่มจากเดิมที่มีหนึ่งคนเป็นสองคน เพื่อเอาไว้สลับสับเปลี่ยนกับอีกคนหนึ่งที่ทางบ้านอยากให้ไปศึกษาต่อให้จบ เลยทำให้เจ้าตัวนั้นลางานบ่อยขึ้นนั่นเอง...

“ชุดไอ้พู่อยู่ในตู้ล็อกเกอร์หมายเลขเดิมนะมุข ทางแม่ครัวเขาเอาไปซักให้เมื่อเช้า ป่านนี้คงเอามาแขวนคืนให้แล้วละ พี่จะออกไปทำงานก่อน เสร็จแล้วรีบตามออกไปแล้วกันนะ เดี๋ยวพี่เพชรแกจะถามหาให้อีก”  พลอยหมุนร่างผอมบางของตน ร้องบอกรุ่นน้องสาวเมื่อเธอสวมชุดฟอร์มของทางร้านเสร็จเรียบก่อน แอบดีใจไม่ใช่น้อย เมื่อเห็นมุขธิดามาทำงานแทนชมพู่ เธอจะได้เบาแรงขึ้นหน่อย ทำงานร่วมกับคนขยันใครบ้างจะไม่ชอบ

“ค่ะ...พี่พลอย” มุขธิดาขานรับเสียงหวาน เร่งรีบเอาชุดฟอร์มออกมาสวมใส่ เธอแต่งหน้าบางๆมาจากที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่สวมชุดฟอร์มเธอก็พร้อมออกไปทำงานทันที

 วันนี้ถ้าโชคดี คงได้เงินทิปหลายบาท สะสมเอาไว้ให้เยอะๆ ถ้าหากรวบรวมดีๆอาจได้เงินเป็นก้อน พอเอาไปจ่ายเงินต้นกับทางเสี่ยชัยได้บ้าง ลดต้นลงหน่อยดอกจะได้ลดตามไปด้วยอีกทอดหนึ่ง

พอก้มหยิบรองเท้าส้นสูงมาสวม ลองขยับเดินแล้วไม่เจ็บเท้า มุขธิดาจึงรีบเดินออกไปหน้าร้านเพื่อทำงาน โดยไม่ลืมหยิบอุปกรณ์ติดมือออกมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง

“ทางนี้จ้ะมุข...” พี่พลอยกวักมือเรียกเธอให้เข้าไปหา เธอย่นหัวคิ้วลงเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ เมื่อมองผ่านเลยร่างผอมของคนเรียกไป เธอเห็นลูกค้าหนุ่มน้อยนักศึกษาคนเมื่อวาน นั่งยิ้มแฉ่งหันหน้ามาให้เธอ วันนี้เขามาแค่คนเดียว เพื่อนอีกสามคนเธอไม่เห็นบนโต๊ะตรงนั้น อีกประเดี๋ยวคงจะตามกันมาหรืออาจไม่มาก็เป็นได้

“มีอะไรหรือคะพี่พลอย” เธอถามเสียงสุภาพ

“คุณลูกค้าคนนี้เขาถามหาเธอน่ะสิ...” พลอยพยักหน้าไปทางหนุ่มนักศึกษาหน้าหล่อ เธอจำหน้าเด็กหนุ่มคนนี้ได้ดี เขาเป็นลูกค้าขาประจำของทางร้าน มักเข้ามานั่งทานอาหารช่วงเย็นๆกับกลุ่มเพื่อนอีกหลายคน และเคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอเห็นเขาเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับคนรักของคุณพิต้า สืบไปสืบมาเธอจึงได้รู้ เขาเป็นถึงหลานชายของคุณอานนท์ บูรณกำจรนั่นเอง...

เพียงได้รู้ถึงสถานะไม่ธรรมดาของหนุ่มน้อยหน้ามน เนื้อเธอจึงเต้นระริกขึ้นมาอย่างมีความหวัง สังเกตจากสายตาหวานอ่อนของพ่อหนุ่มตรงหน้ายามมองบรรดาหญิงสาวงามทั้งหลาย มันแสดงออกมาอย่างชัดเจน เขามีนิสัยเจ้าชู้ไม่หยอก เรียกว่าผีเห็นผีคงจะได้ ผู้ชายแบบนี้คงมีนิสัยไม่คิดจริงจังกับสาวคนไหน และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ ในเมื่อเธอไม่เคยหวังให้ใครมารัก นอกจากการแลกเปลี่ยนที่ได้มาซึ่งเงินตราตัวเดียวเท่านั้นที่เธอให้ความสำคัญ

ตอนเห็นเขาเดินเข้ามาในร้านอาหาร เธอสู้อุตส่าห์เดินแซงหน้าพนักงานหญิงคนอื่น เร่งรีบมารับออเดอร์จากเขาแทบตาย แต่สุดท้ายที่ไหนได้ พ่อหนุ่มรูปหล่อฐานะโคตรจะดีคนนี้ กลับดันเรียกหาแม่รุ่นน้องคนขยันของเธอเสียได้ เธอเห็นว่าเป็นมุขธิดาหรอกนะ ถึงได้ยอมหลีกทางให้ ถ้าเป็นคนอื่นเธอคงไม่ยอม...

มุขธิดาโน้มร่างลงอย่างนอบน้อม เพื่อรอรับออเดอร์ต่ออย่างไม่เกี่ยงงอน พลอยเลยปลีกตัวออกไปอีกทาง คอยให้บริการลูกค้าโต๊ะอื่นแทน ก่อนไปยังไม่ลืมทิ้งสายตาหวานเชื่อมให้กับนักศึกษาหนุ่มน้อยคนนี้ ประภาวิธยักคิ้วหลิ่วตาให้ ถึงเจ้าหล่อนจะดูไม่สวยใสเท่าอีกคน รูปร่างไม่ได้อวบอัดอย่างที่เขาชอบสักเท่าไหร่ แต่ถ้าได้แก้ขัดสักครั้ง คงไม่เลวเหมือนกันแฮะ

ประภาวิธมองตามร่างบอบบางของพลอยจนเห็นเจ้าหล่อนหยุดรับออเดอร์อยู่อีกฟากของร้าน เขาจึงเลิกให้ความสนใจเหยื่อรายใหม่เอี่ยมอ่อง พลางเบือนสายตากลับมาให้ความสำคัญกับหญิงสาวตรงหน้าตัวเองแทน ประภาวิธเอียงใบหน้าขึ้นมองร่างระหงในชุดฟอร์มรัดติ้ว เขาเห็นผิวขาวนวลซึ่งพ้นเนื้อผ้าขึ้นมาจนเลยหัวเข่าขึ้นไปหลายคืบ ช่วยเรียกน้ำลายของเขาจนแทบหกเรี่ยราด ผู้หญิงบ้าอะไรวะ ขาวจั๊วะหน้าเจี๊ยะเป็นบ้า เขายังแอบชำเลืองสายตา สำรวจมองปลีน่องเรียวที่หลุบหายเข้าไปภายใต้กระโปรงยาวทรงแคบ ใจนั้นอยากยกฝ่ามือลงไปลูบไล้เล่นเหลือเกิน รอให้เจ้าหล่อนเผลอก่อนเถอะ เขาอาจได้สัมผัสมันก็ได้

เด็กหนุ่มคิดด้วยความลำพอง เพราะคิดว่าตระกูลตนเองนั้นรวยซะอย่าง อยากทำอะไรก็จะทำ ไม่กลัวมีปัญหาอยู่แล้ว ถ้ามีจริง เดี๋ยวพี่นนท์คงมาเคลียร์แทนอีกตามเคย รายนั้นดุยิ่งกว่าพ่อแท้ๆเขาเสียอีก

“จะรับออเดอร์อะไรดีคะ” ประภาวิธเอียงหน้าเก๋ ทำท่าคุ้นคิดคล้ายนึกเมนู แต่สุดท้ายชายหนุ่มกลับชวนพูดถึงเรื่องอื่นเสียนั่น มุขธิดาคลี่ยิ้มเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูเป็นการเสียมารยาท

“วันนี้น้องมุขดูสวยขึ้นกว่าเมื่อวานนี้อีกนะครับ ชื่อก็ดูเหมาะสมกับตัวดี ผมยังช้อบชอบชื่อนี้เลย...” คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกรุ้มกริ่ม ส่งสายตาเชื่อมอยากดึงร่างอรชรมากกกอดให้หายมันเขี้ยว

นึกขอบใจแม่พนักงานสาวคนเมื่อกี้นี้ เมื่อในที่สุดเขาก็ได้รู้จักชื่อของหญิงสาวที่เขาอยากทำความสนิทสนมคุ้นเคยเสียที เอาไว้ดึกๆเขาจะแอบย่องไปตกรางวัลเจ้าหล่อนคนนั้นสักครั้งให้หายอยาก เล่นส่งสายตาเชิญชวนมาให้เขาขนาดนั้น ขอสนองตอบสักหน่อยจะได้ไม่เสียน้ำใจกันทีหลัง...

“ขอบคุณค่ะที่ชม ดิฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ไม่ได้สวยงามอะไรมากมาย”

หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณแขก พลางรอยยิ้มเล็กน้อย ถึงจะเริ่มรู้สึกอึดอัดใจ นึกเบื่อสถานการณ์คุ้นเคยนี้เต็มทน แต่สิ่งเดียวที่มุขธิดาทำได้คือ นิ่ง และยิ้มรับอย่างเดียว ถึงไม่ค่อยได้มาประจำ ทว่าเลี่ยงได้เธอก็ไม่อยากเจอบรรยากาศแบบนี้สักเท่าไหร่

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากอุปกรณ์ทำงานในมือ พลางลอบถอนหายใจ พยายามข่มอารมณ์ให้นิ่งสงบเข้าไว้ เพราะอย่างน้อย เด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ใช่ลูกค้ารายแรกที่ทำท่าเจ้าชู้ไก่แจ้พร้อมพูดจาก้อร่อก้อติกกับเธอ

หญิงสาวเริ่มนับหนึ่งในใจ อย่างที่เคยกระทำเสมอมา ย้ำเตือนตัวเองให้จำเอาไว้เสมอ เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ไม่ว่าต้องพบเจอกับเรื่องอะไรที่ทำให้หงุดหงิดใจ เธอต้องอดทนเข้าไว้ ปล่อยผ่านได้ต้องปล่อยผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆที่จะตามมาทีหลัง และเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกเลิกจ้าง

ตอนนี้เธอต้องการใช้เงินก้อนใหญ่ การมีงานทำไม่ขาดระยะ ถือว่าโชคยังเข้าข้างเธออยู่ไม่น้อย ถึงจะดูไม่มากมายอะไรนักก็ตาม ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเลยในนี่นา 

“พี่พูดตามจริงต่างหาก น้องมุขสวยจนทำให้หัวใจพี่สั่นสะท้านเลยละ” ประภาวิธยังร่ายคำหวานเพื่อหวังให้สาวเจ้าคล้อยตาม คืนนี้จะได้ลงเอ่ยตามคาดหวังไม่ยากเย็นอะไร

“ลองมาจับหัวใจพี่ดูก็ได้ ถ้าน้องมุขไม่เชื่อคำที่พี่พูด” ชายหนุ่มยกมือกุมหน้าอกด้านซ้ายพร้อมกับหรี่ตาทำท่าจับหัวใจ  มุขธิดารู้สึกสุดเอือมทว่ายังละทิ้งหน้าที่ของตนไม่ได้  ยังคงยืนสงบนิ่งรอจดรายการอาหารอย่างใจเย็น

“นะครับ ลองจับดูหน่อย จะได้เชื่อไง” คนเจ้าชู้ลื่นกว่าปลาไหลคะยั้นคะยอ

“เอ่อไม่เป็นไรค่ะ ฉันเชื่อคุณ...แล้วไม่ทราบจะรับอะไรดีคะ ถ้าคุณยังนึกไม่ออก ทางร้านเรามีเมนูพิเศษแนะนำ ตามรายการด้านล่างนี้เลยค่ะ” เธอพยายามทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด โดยการแนะนำเมนูพิเศษของทางร้าน พลางวางเมนูแนะนำดังกล่าวตรงหน้าชายหนุ่มเพื่อตัดบท ประภาวิธหาได้สนใจไม่ อยากเล่นตัวกับเขานักก็เล่นไป เขาก็อยากรู้เหมือนกัน เจ้าหล่อนจะเล่นตัวไปได้สักกี่น้ำกันเชียว

“ถ้าพี่บอกว่า อยากจะรับน้อง น้องจะว่ายังไงล่ะครับ ให้พี่ได้หรือเปล่าเอ่ย” พูดจบทำเป็นหลิ่วตาเซ็กซี่พร้อมกับหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะของเขายิ่งทำให้มุขธิดาอยากจะเดินหนีไปให้พ้นจากตรงนี้เสียเหลือเกิน

“ว่าอย่างไรล่ะครับ ทำไมทำเป็นเงียบ ถ้าพี่จะรับน้องทานตอนนี้จะมีปัญหาอะไรขัดข้องไหมครับ”

 ประภาวิธยังคงพูดจากระเซ้าเย้าแหย่ตามประสาหนุ่มคะนอง พลางส่งยิ้มไม่เคยขาด ก็เขาอยากได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นของเล่นข้างกายคืนนี้ให้ได้นี่นา หลังจากที่เขาไม่ได้เล่นสนุกมาเกือบเดือนหนึ่งเต็มๆ หลังจากต้องโดนคาดโทษจากพี่นนท์ เขาเลยต้องหยุดก่อเรื่องสักพัก ผู้หญิงในสต๊อกที่มีอยู่ตอนนี้ล้วนเหลือแต่พวกน่าเบื่อทั้งนั้น ถ้าได้น้องมุขคนนี้มาแก้ขัด คงจะดีอยู่ไม่น้อย

ดูจากสภาพงานของเจ้าหล่อน คงไม่ยากเกินความสามารถของเขาไปได้หรอก เชื่อฝีปากกับน้ำเงินของเขาได้เลย ไม่เกินร้านอาหารปิด เขาต้องได้ผู้หญิงคนนี้หิ้วกลับไปนอนเล่นที่คอนโด

ประภาวิธนึกดูถูก ซึ่งมันสื่อออกมาทางแววตาได้อย่างชัดเจน

 หึ...ก็แค่เด็กเสิร์ฟคนหนึ่ง ถ้าเขาพูดจาหวานหูเข้าหน่อย เอาเงินออกมาล่ออีกนิด ขี้คร้านเจ้าหล่อนจะยอมอ้าขาให้เขาเล่นสนุกด้วยทั้งคืน ตอนนี้คงกำลังเล่นตัวเพื่ออัพราคา เขาเองก็ใจป้ำพอ อยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา ถ้ายอมอ้าขาให้เขา เขาเต็มใจและพร้อมจะจ่ายให้อย่างคุ้มค่าเชียวละ  ผู้หญิงประเภทนี้เขามองออกง่ายจะตาย สุดท้ายรายไหนรายนั้น เห็นยอมสยบแทบเท้าเขา เพราะเงินตัวเดียวทุกที...

 “พี่พูดความจริงนะครับ อยากจะรับน้องเอาไว้เลี้ยงดูข้างกาย รับรองน้องจะสบายไปทั้งชาติ ถ้าน้องยอมเป็นของพี่คืนนี้” คนลำพองตัวยังมีหน้าเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไปจับไว้ พร้อมข้อเสนอเด็ดดวงที่คิดว่าเธอสนใจ มุขธิดาสะดุ้งพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอด กลั้นใจยอมไม่เสียมารยาทด้วยการกระชากข้อมือออกจากฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มตรงหน้า

 เธอจะอดทนให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน

“ขอบคุณค่ะ แต่ขอไม่รับน้ำใจนี้ของคุณจะดีกว่า ฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ ช่วยปล่อยมือดิฉันเถอะนะคะ ถ้าคุณไม่สั่งอาหารดิฉันจะได้ไปรับออเดอร์โต๊ะอื่นแทน”

“นี่คิดจะอัพราคาค่าตัวเหรอน้องสาว...” ประภาวิธยกมุมปากขึ้น เขาไม่ได้ยิ้มแต่กำลังใช้สายตาประเมินราคาค่าตัว

“ถ้าน้องยอมพี่เสียดีๆ พี่จะยอมจ่ายให้ไม่อั้น แต่ถ้าน้องคิดอัพราคาด้วยการเล่นตัว พี่ว่าอย่าทำเลยจะดีกว่า ของแบบนี้มันก็รู้ๆกันอยู่” เขาไม่พูดอย่างเดียว ทว่าปลายหัวนิ้วโป้งยาวของเขายังกดคลึงเล่นลงบนหลังมือนุ่มของเธอ

แล้วตวัดสายตากระด้างขึ้นจ้องด้วยนัยน์ตาดูแคลนอีกครั้ง ใบหน้าขาวราวไข่ปอกนั้นแดงก่ำเนื่องจากเจ้าของพยายามอดกลั้นอารมณ์โกรธไว้อย่างเต็มที่

“เพราะมันดูน่าสมเพชมากกว่าจะดูมีราคา”

“ดิฉันไม่เคยคิดจะอัพราคา เพราะว่าไม่ได้ทำอาชีพขายตัว” เธอบอกเขาเสียงเย็น

 เมื่อความอดทนช่างเริ่มลดน้อยลงทุกที มุขธิดาพยายามดึงมือของตัวเองกลับ คิดหาทางเดินหนีไปจากโต๊ะนี้ พอกวาดตามองหาเพื่อนพนักงานด้วยกันเองกลับไม่เห็นใครยืนอยู่โซนนั้นสักคน โธ่เอ๊ย!หายไปไหนกันหมดนะ มุขธิดาเริ่มหน้าซีด รวบรวมแรงตัวเองแล้วสะบัดมือออกมาอีกครั้ง แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด เมื่อหนุ่มน้อยในชุดนักศึกษายังคงดื้อด้านไม่ยอมปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระง่ายๆ หากเขากลับกระตุกมือเธอจนร่างเล็กโน้มเอียงหล่นตุ้บไปนั่งบนตักเขาทั้งตัว

“ว้าย!” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ หล่นนั่งบนตักเขาแล้วตนเองก็รีบพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทว่ากลับถูกรัดไว้ด้วยปอกของลำแขนแข็งแรงกว่า

ประภาวิธยิ้มเยาะใส่หน้าผู้หญิงจองหองบนตักเขา พลางวาดลำแขนโอบรัดร่างนิ่มหอมชื่นใจเอาไว้แนบแน่น ปลายจมูกโด่งโน้มลงหาซอกคอขาว หวังจะซุกไซร้ให้หายมันเขี้ยว เล่นตัวดีนักยัยนี่ เดี๋ยวพ่อจะสำเร็จโทษเสียให้หนำใจ ทั้งปากทั้งจมูกโด่งคอยหาจังหวะซุกซบตามผิวกายสาว  แต่ทำไม่ถนัดนักเมื่อร่างน้อยแสนนุ่มนิ่มเอาแต่ดิ้นรนผลักไสเขาท่าเดียว ถึงขนาดนี้แล้วเจ้าหล่อนยังจะทำเป็นเล่นตัวอยู่อีกนะ ประเดี๋ยวเถอะ พ่อจะลากไปฝัดมันเสียในรถให้หายอยาก ไม่ต้องไปถึงคอนโดมันแล้วตอนนี้

“คุณจะทำอะไร?” มุขธิดากัดฟันถามเสียงกร้าว พยายามช่วยเหลือตัวเองสุดกำลัง เธอไม่กล้าทำเสียงดังโวยวาย กลัวแขกโต๊ะอื่นอาจพลอยตกใจตามไปด้วย กลัวจะเกิดเรื่องใหญ่โต เธอไม่อยากก่อเรื่องให้กับทางร้านต้องมาวุ่นวาย ถึงแม้เธอจะรู้สึกขยะแขยงต่อการกระทำกักขฬะของชายหนุ่มนักศึกษาคนนี้มากเพียงใดก็ตาม ต้องหาทางกำจัดปัญหานี้โดยไม่เดือดร้อนถึงทางร้าน

 เธอพยายามดันตัวเองให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนรัดรึง แต่ทำไม่ได้ มองหาเพื่อนพนักงานด้วยกันก็ไม่มี โซนร้านด้านนี้มันจะมืดสลัวสักหน่อย เพราะเก้าอี้นั่งนั้นมีพนักสูงกว่าโซนอื่น แถมโต๊ะนี้ยังอยู่มุมสุดของร้าน ถ้าไม่มีใครเดินมาทางนี้ จะมองไม่เห็นคนนั่งอยู่เลย

“ทำไมน้องมุขตัวนิ่มจัง แบบนี่สิ พี่ชอบ ถูกใจพี่ปลาอย่าบอกใคร”

“อย่า...” หญิงสาวร้องห้ามพร้อมกับดันร่างหนาออกห่างอย่างสุดกำลังตอนเห็นใบหน้าขาวก้มเข้ามาหา มันน่าสะอิดสะเอียนสิ้นดี

“ปล่อยให้โง่สิ ออกจะน่าฝัดน่าเอาเสียขนาดนี้ เรื่องอะไรพี่จะยอมปล่อยน้องง่ายๆล่ะจ๊ะ มาให้พี่ชื่นใจสักทีนะ เดี๋ยวพี่ให้ติปซองหนาๆกับน้อง”

“ไม่นะ!อย่ามายุ่งกับฉัน...” มุขธิดาร้องห้ามปากคอสั่น เมื่อผิวกายถูกนิ้วมือหยาบของชายหนุ่มลูบไล้ไต่ขึ้นมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงหน้าอกของเธออยู่แล้ว ดีที่มีเสียงสวรรค์ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน มุขธิดาดีใจจนน้ำตาไหลคลอ รีบผลักมือหยาบนั้นออกห่างจากร่างกายตัวเองด้วยความรังเกียจ

 “นั่นแกคิดจะทำอะไรหะ ไอ้ปลา!”  

เสียงกร้าวแข็งกระด้างดังลั่น ทำเอาหนุ่มนักศึกษาใจหล่นไปยังตาตุ่ม เขาหลบตาเขียวขุ่นของผู้เป็นพี่ชาย รีบดันร่างหอมนุ่มนิ่มออกห่าง จนหญิงสาวเสียหลักหล่นตุบไปนั่งแหมะกองบนพื้นแทบเท้าเขาแทน อานนท์กัดฟันกรอดพอได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวบนตักน้องชายตัวเองชัดเจน ร่างสูงตระหง่านซึ่งกำลังยืนเท้าสะเอว ส่งสายตาขุ่นเขียวเหมือนมีลูกไฟวิ่งอยู่ในนั้นทั้งสองข้าง ลากขาเข้ามายืนจังก้าขนาบข้างโต๊ะมากกว่าเดิม อานนท์เบือนสายตาจากร่างเล็กบนพื้น ตวัดขึ้นมองน้องชายตัวแสบแทบจะฉีกเนื้อมันออกเป็นชิ้นๆ...

“ว่าไงไอ้ปลา พี่ต้องการคำอธิบาย ว่ามันเกิดเรื่องบัดซบอะไรขึ้น”

 “พี่นนท์!ครับ เอ่อ...”

คนยังมีชะงักติดตัวไม่น้อยได้แต่เอ่ออ้า ใบหน้าซีดเผือด คิดหาคำพูดตัวเองไม่เจอ 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

​(ฝากอุดหนุนคุณนนท์กับมุขธิดาด้วยนะคะ)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น