say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 7 เพื่อนไม่เก่าและไม่แก่ การแสดงที่แท้จริงมันต้องฝังลึกไว้ในจิตวิญญาณ

ชื่อตอน : บันทึกที่ 7 เพื่อนไม่เก่าและไม่แก่ การแสดงที่แท้จริงมันต้องฝังลึกไว้ในจิตวิญญาณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 999

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2558 00:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 7 เพื่อนไม่เก่าและไม่แก่ การแสดงที่แท้จริงมันต้องฝังลึกไว้ในจิตวิญญาณ
แบบอักษร

บันทึกที่ 7

เพื่อนไม่เก่าและไม่แก่ การแสดงที่แท้จริงมันต้องฝังลึกไว้ในจิตวิญญาณ

 

 

ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

 

ใครนินทาวะ...” เด็กหนุ่มผมดำจามออกมา ยกมือเช็ดจมูกตัวเองพลางบ่นเบาๆ

 

กริชออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าช้ากว่าปกติเพราะต้องออกไปซื้อขนมให้เจ้าเด็กซึ่งเขาต้องดูแลชั่วคราวต่อด้วยความแพ้ลูกอ้อน...เรียกว่าใจอ่อนจะดีกว่า เขาไม่ได้ชอบเด็ก วัยเด็กหรือสิ่งชีวิตเล็กๆอ่อนต่อโลกคือสิ่งที่เขาเบื่อหน่ายมากที่สุด ตอนนี้ยังทนอยู่ได้เพราะรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วบ่นว่าเมื่อไหร่เขาจะไปหาอีกทีงั้นงี้ต่างหาก

 

อีกอย่างหลังจากเข้ารับวุฒิจบการศึกษาเขาคิดว่าอาจจะต้องเข้าตัวเมืองเมื่อไปเรียนต่อแบบกึ่งถาวร ดังนั้นอยากทำอะไรรีบทำ เพราะงานเลี้ยงจบการศึกษาเขาคงไม่ได้เข้าร่วมด้วยอยู่แล้ว

 

แต่ป่านนี้คิมคงกำลังหน้าบึ้งเต็มที่

 

ขณะที่กำลังคิดว่าจะออกไปหาซื้ออะไรสักอย่างเพื่อง้อแวมไพร์ มือหยาบกร้านของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่หัวไหล่จนเผลอสะบัดออก ตั้งท่าจะศอกใส่ตามสัญชาตญาณ แต่ต้องชะงักไปครู่เมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะใช่พวกนักเลงที่ชอบป้วนเปี้ยนใส่เขาเหมือนอย่างเคย

 

ขอเวลาสักครู่สิ เสียงทุ้มดังมาจากชายกลางคน ใบหน้าดูดุดันท่าทางน่าเกรงขามในชุดเครื่องแบบฮันเตอร์ที่ดูแตกต่างจากปกติ มีตราประดับอยู่ตามปกเสื้อและหัวไหล่ ชุดสีดำอันสง่างาม อาจจะเป็นพวกระดับหัวหน้า

 

อะไรลุง ถ้าจะมาขอเงินล่ะก็ฉันไม่ได้พกมานะ” กริชเอ่ยกวนๆอย่างไม่เกรงใจ

 

เราไม่ได้ต้องการเงิน” อีกฝ่ายขึงตาใส่คนปีนเกลียวเล็กน้อย ฉันแพทริค เอคินสัน ฉันแค่จะมาสอบถามข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

 

นามบัตรถูกหยิบยื่นให้ เรียกสายตาสงสัยจากกริชจนเผลอเอื้อมมือไปรับมาแบบงงๆ

 

หืม?

 

ดูเหมือนว่าเป้าหมายจะเจาะจงมาที่เขาโดยเฉพาะ ก็พวกนี้เล่นพวกคนมากันตั้งหลายสิบคน แต่ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีไปพูดคุยสอบถามอะไรตามปากว่าเลยสักนิด

 

ท่าทางคงต้องเพิ่มการระมัดระวังตัวเพิ่มอีก

 

เธออยู่ที่นั่นด้วยใช่ไหม?

 

ที่นั่น ที่ไหนล่ะ ถ้าที่บ้านน่ะใช่?

 

ที่ตรอกA33” อีกฝ่ายพูดตรงไปตรงมาจนกริชนึกอยากผิวปากแซว พวกผู้ใหญ่นี่เท่จริงๆเลยน้า

 

หืม? แถวโรงพยาบาลของหมอเทลเลอร์นี่นา เกิดอะไรขึ้นแถวนั้นเหรอ?

 

เธอไม่ได้ตามข่าวอะไรเลยหรือ?

 

เมืองนี้แทบไม่มีเทคโนโลยีอะไรหรูหรามากมาย ดังนั้นเรื่องข่าวสารจึงแพร่กระจายไปได้ในระดับหนึ่งด้วยเหตุผลง่ายๆอย่างการนำเสนอแค่เรื่องของเมืองนี้ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครเปิดวิทยุไว้ฟังข่าวในเมือง

 

ก็แค่ฆ่าคนตายเองนี่ เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ จริงๆมันคือเรื่องใกล้ตัวจะตาย ไม่ตายเพราะถูกฆ่าก็ฆ่าตัวตายซะเองจริงไหม?

 

สิ้นคำถาม แพทริคกลับไม่ได้ตอบเขาในทันที ฉันคิดว่าเธอจะฉลาดมากกว่านี้ ในฐานะของนักเรียนดีเด่น

 

เด็กหนุ่มขยับยิ้ม ดีใจที่ผู้ใหญ่อย่างคุณรู้จักผมดี แล้วก็คงจะรู้ด้วยว่าผมไม่ชอบยุ่งเรื่องการทะเลาะกันของพวกถืออาวุธหนัก

 

อย่ามาทำไขสือ แกอยู่ที่นั่นใช่ไหม” ใครบางคนโพล่งออกมา สีหน้าของแพทริคดูเคร่งเครียดถนัดตา ตวัดไปยังลูกน้องในสังกัด ราวกับว่ามันคือการเผยไต๋ออกมาแล้ว

 

อ๋อ...แบบนี้น่ะเอง

 

กริชทำท่าเหมือนคิดได้ เห นึกว่าจะพูดเรื่องอะไร ลมอะไรหอบมาหาผมได้ล่ะ เจ้าพวกนั้นนิสัยไม่ดีหรือเปล่า ถึงโดนฆ่าตายได้ง่ายๆ แต่ก็ดี เพราะฉันก็ได้ยินมาว่าพวกนั้นทำร้ายร่างกายคนอื่นไปทั่วเหมือนกัน การเก็บกวาดขยะมันคือหน้าที่ของพลเมืองดีนะครับ

 

งั้นจะยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเธอคือคนที่ฆ่าคนพวกนั้น

 

คำพูดลุนๆไม่มีชั้นเชิงจนเขาแอบตกใจเล็กน้อย แต่ก็ดีเพราะจะได้ไม่ต้องเล่นสงครามประสาท เขาไม่ชอบการโต้เถียงกับพวกสูงอายุเท่าไหร่

 

เฮ้ยลุง ให้มันน้อยๆหน่อย ถึงผมจะมีความแค้นส่วนตัวกับเจ้าพวกนั้น แต่การกล่าวหากันพล่อยๆแบบนี้มันไม่สวยเลยนา พวกนั้นมีอาวุธครบมือไม่ใช่เหรอ ฉันมันตัวคนเดียวจะทำอะไรได้

 

คนพวกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ... คนเป็นหัวหน้ากดเสียงต่ำ กล่าวไปอีกเรื่อง ซึ่งกริชไม่ได้มองโดยตรงเลยไม่รู้ว่าคนพูดกำลังทำหน้าแบบใดอยู่ ถ้าแกเป็นคนทำล่ะก็...

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ตัดสินใจเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

 

ฉันไม่ได้ทำ กริชยืนยันคำพูดตัวเอง ดวงตาสีเทาหรี่ลงอย่างน่ากลัวจนคนอื่นๆด้านหลังแพทริคเริ่มหันมามองหน้ากันเอง

 

เขาไม่ได้ทำ เมโลเป็นคนทำ อาจจะมีคิมเข้าไปร่วมวงด้วยนิดหน่อย ส่วนเขาเป็นแค่ตัวประกอบฉากเฉยๆ

 

สีหน้าของเจ้าพวกฮันเตอร์เริ่มอ่อนลงเมื่อได้ข้อสรุป แวบแรกกริชนึกดีใจหน่อยๆที่ไม่ต้องพูดหรือเก๊กคำพูดดีๆออกมาอีก ทว่า....

 

มันแน่ๆหัวหน้า เจ้านั้นมันเลี้ยงปีศาจเอาไว้สองตัว ผมเห็นกับตา!!” ใครบางคนโพล่งขึ้นมา กริชหันขวับไปมองชายคนนึงในชุดฮันเตอร์ ดูจะเป็นเด็กใหม่สำหรับงานนี้ เพราะเล่นส่งเสียงดังออกมาจนคนรอบด้านมองกันเป็นแถว

 

ชิบหาย

 

เขาสบถออกมาอย่างลืมตัว

 

เป็นมันแน่ๆ....อั๊ก!”

 

รู้ตัวอีกทีเขาก็ต่อยเจ้าหน้าที่ใกล้ๆคนนึงที่กำลังจะอ้าปากคว่ำเลือดกลบปากไปแล้ว นึกโทษความใจร้อนของตัวเองภายหลังเมื่อสายตาของเจ้าพวกนั้นดูแข็งกร้าวกว่าเดิม

 

เด็กหนุ่มค่อยๆถอยหลังช้าๆ ก่อนหันหลังโกยแน่บ ทิ้งเสียงดังมาจากด้านหลัง

 

เฮ้ย จับมันไว้!!”

 

นั่นคือจุดเริ่มต้นว่าทำไมเขาถึงวิ่งหนีแบบหมดสภาพสิ้นเชิง

 

 

 

*****

 

 

หลังจากหลบเจ้าพวกบ้าเลือดมั่วโมงกว่าจนวางใจได้แล้วกริชจึงใช้มุมนึงของตรอกมาเป็นที่นั่งพักชั่วคราว นับเป็นเรื่องโชคดีสำหรับเขาที่จดจำเส้นทางในเมืองนี้โดยเฉพาะพื้นที่ซับซ้อนได้ดีกว่าใคร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกที่ไล่ตามมาจะไม่คุ้นเส้นทางเหมือนกัน

 

สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เจ้าพวกนี้ แต่เป็นแวมไพร์ประจำบ้านต่างหาก หากกลับไปคงเจอเทศนายาวสามชั่วโครตแหง ใครจะคิดล่ะว่าจะต้องมาเจอคนบ้านเดียวกับในสถานที่ที่เขาแน่ใจว่าแวมไพร์ที่ถูกกับแสงแดดคงไม่อยากอยู่นานๆให้กลายเป็นขี้เถ้าหรอก

 

คิมยังไม่กลับไปอีกเหรอเนี่ย แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ตอนนี้เขาควรคิดว่าจะสลัดเจ้าพวกบ้านี่หลุดยังไงดี

ตึก...

 

แว่วเสียงบางอย่างทำให้เด็กหนุ่มนิ่งเงียบ ลมหายใจหอบหนักถูกอดกลั้นเอาไว้พลางใช้ตัวแนบชิดกับกำแพง ดวงตาสีเทาลู่ลงด้วยความคิดบางอย่าง เป็นเวลาเดียวกับเงาของใครบางคนกำลังใกล้เข้ามา แบบที่ต่อให้เก็บเสียงฝีเท้ายังไม่ได้ผล กริชหันไปมองพื้นที่รอบด้านทันทีก็พบกับท่อนไม้ก่อสร้างวางระเกะระกะกับเศษผ้าเก่า นับว่าโชคยังเข้าข้างตัวเขาอยู่

 

            ร่างของชายคนหนึ่งเดินผ่านไปแบบง่ายๆโดยไม่หันมามองทางนี้ทั้งที่เป็นทางแยกเล็กๆจนแอบนึกประนามในใจ แต่โอกาสมาถึงเขาแล้ว เขาเคลื่อนตัวอ้อมไปข้างหลังอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ

 

          พลั่ก!

 

อุ๊ก!!” ไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัวท่อนไม้ก็ฟาดเข้ากลางหลังจนร่างนั้นเซหน้าทิ่ม กริชจึงเห็นชัดๆว่าอีกฝ่ายคือใคร

 

เจ้าคนผมทองที่โพล่งออกมาว่าเขาเลี้ยงปีศาจไว้นี่หว่า งี้ต้องตีให้ตายแล้วมั้ง

 

คิมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงซะหน่อย

 

เจ้าคนตรงหน้าโอดโอยออกมาเพราะถูกตีหลังอย่างไม่เบานัก

 

ชิ เบาไปเหรอเนี่ย” ครั้นจะลอบตีหัวจากด้านหลังให้มันจบๆไปเขาก็ใจไม่แข็งพอ

 

วี้...

 

ท่อนไม้ในมือตวัดไปยังต้นเสียงเหมือนกำลังตีเบสบอล ส่งผลให้สิ่งนั้นกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงดับอนาถในเสี้ยววินาที

 

 “บีบี!” เด็กหนุ่มที่น่าจะวัยประมาณเดียวกันตะโกนเสียงหลงแต่ไม่มีแรงขยับเพราะกำลังเจ็บประกอบกับตกใจ

 

วัตถุกลมแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆเผยให้เห็นชิ้นส่วนเครื่องจักรอันซับซ้อน มันคือเครื่องตรวจจับใบหน้า ชนิดที่ว่าหากโดนมันจับภาพได้จะถูกไล่ตามสุดหล้าฟ้าเขียว เป็นเครื่องมือที่ฮิตกันในตัวเมืองใหญ่ซึ่งระดับความอันตรายสูงกว่าที่นี่มาก เขาก็เพิ่งได้ยินชื่อของมันเต็มก็คราวนี้

 

สาบานว่านั่นชื่อ?

 

ตั้งชื่อให้เครื่องจักรด้วยเหรอเนี่ย ห่วยแตกชะมัด” กริชปรายตามองเจ้าเครื่องจักรด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เพราะเจ้านี่เองที่ทำให้เขาวิ่งหัวซุกหัวซุน โชคดีว่านี่น่าจะเป็นเครื่องเดียวที่บันทึกว่าให้ไล่ตามเขา ไม่อย่างนั้นคงมาอีกเป็นสิบ คิดแล้วก็ต้องเดินไปเหยียบกล้องที่ยังไม่พังละเอียดในสายตาเขาสักทีสองที

 

เจ้านี่มันโง่จริงที่มากันแค่คนเดียว

 

กับพวกนักเลงหลายสิบคนยังพอดีมือของเขามากกว่าอีก

 

แก ไอ้ตัวปลอม แกเอากริชไว้ไหนห๊ะ ดูเหมือนเจ้าตัวปัญหาจะยังไม่สลบไปง่ายๆ แต่คำพูดที่ได้ยินทำเอาเขาชะงักมือที่กำลังจะตีบนสันคอเพื่อจบปัญหา

 

พูดเรื่องอะไร?

 

ก็กริชไง คนที่แกแอบอ้างชื่อ!!” เจ้านี่ตะโกนออกมาดังลั่นราวกับกลัวเขาจะไม่ได้ยิน

 

โว้ย! ชั้นนี่ล่ะกริช ถ้าไม่มีพ่อแม่ที่ไหนมาตั้งชื่อซ้ำกับเขาน่ะนะ

 

อย่ามาทำไขสือ ชั้นจะฆ่าแก... อีกฝ่ายอาศัยช่วงทีเผลอหมุนตัวพร้อมใช้ศอกตีเข้าแสกหน้า เสียแต่ว่าเขาหลบทันหนึ่งก้าว

 

มัวแต่ดีแต่ปาก จะฆ่าก็ฆ่าเลยสิวะ” กริชต่อยหน้าอีกฝ่ายไปอีกทีจนร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น ตัดสินใจใช้ผ้าแถวนั้นมาอุดพร้อมใช้เข็ดขัดของเจ้าตัวมัดมือมัดเท้าควบไปด้วยซะเลย

 

อู้ๆ ร่างนั้นพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็สู้แรงไม่ได้อยู่ดี ร่างที่ตัวพอๆกับเขาจึงได้แต่ตะเกียดตะกายอยู่กับพื้นแทน

 

เฮอะ ส่งเสียงตลกชะมัด” เมื่อเห็นผลงานตัวเองเขาก็เผลอหัวเราะออกมา ส่งผลให้เจ้านี่มันหน้าแดงเถือกเหมือนอยากจะพุ่งเข้ามาบีบคอเขาเต็มแก่ ถ้าแกหมายถึงกริช หรือกฤษณะ ก็ชั้นนี่ล่ะ อย่าบอกนะว่าก่อนจะไล่จับชั้นไม่ได้หาข้อมูลเอาไว้ก่อน

 

พูดก็พูดเถอะ สำหรับตัวเขาถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจ แต่หากเรื่องวีรกรรมที่มีชื่อเสีย(ง)ทั้งหลายในเรื่องการต่อยตีกับพวกนักเลงคุมถิ่น ถล่มพวกฮันเตอร์ที่ชอบทำร้ายชาวบ้าน นับว่าเขาอยู่ในอันดับต้นๆของแถบนี้เลยนะ ก็แค่หลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดกับยกให้เป็นหน้าที่พวกตำรวจรับหน้าไป ตัวเขาจึงรอดจากการจับกุมมาได้ตลอด แต่ก็ไม่วายมีชื่อในระดับนึงอยู่ดี

 

...อ ฮันเตอร์ตรงหน้าทำท่าจะพูดอะไรออกมาแต่ตัดสินใจเงียบพร้อมกับการหยุดดิ้นแต่โดยดี ท่าทางจะสงบสติอะไรได้แล้ว

 

แต่นายหน้าคุ้นๆ...อย่าบอกนะว่าแค้นที่ชั้นเคยไปต่อยนายร่วงที่ไหนสักที่ เด็กหนุ่มไม่ว่าเปล่า มือข้างนึงก็ฉกเอากระเป๋าตังค์อีกฝ่ายมาได้แล้วเปิดดูต่อหน้า ไม่คิดจะถามเจ้าของสักคำ

 

ในกระเป๋านอกจากเงินจำนวนนึงแล้วยังมีนามบัตรของฮันเตอร์ตามคาด ระดับ ‘B’ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายถือว่ามีฝีมืออยู่บ้างแต่ไม่คณามือเขาจนชวนสงสัยจริงๆว่าใช้มาตรฐานอะไรมาวัด

 

อีกฝ่ายเป็นคนรูปร่างผอมแต่สูงกว่าเขา ใบหน้าจัดว่าดูดีในระดับหนึ่งจนภาพในบัตรดูหมองไปถนัดตา ผมสีทองเจิดจรัส ตาสีน้ำตาลอ่อน

 

ที่คุ้นที่สุดคือหน้าตาของอีกฝ่าย...เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

 

ไนเจิล??” ชื่อของเจ้านี่สินะ แต่นามสกุล...

 

            ไนเจิล ที่ทำท่าจะรู้จักกับเขา...ไนเจิล ตาสีน้ำตาลแบบนี้ ส่วนผมทองๆนี่คงไม่พ้นไปย้อมมาแหง...

 

            อ่ะ...

 

ความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัวของกริชทันที เฮ้ย นี่นายเองเหรอ” เขาโพล่งออกมา มือรีบดึงผ้าที่อุดปากอีกฝ่ายออกแทบไม่ทันด้วยความตกใจ

 

ไนเจิล วินเซนเนียร์ เจ้าคนที่เคยมาที่บ้านเขาบ่อยๆนี่หว่า!!

 

 ไอ้หัวขโมย ชั้นจะฆ่าแก!!! อุ๊บ!!” แล้วผ้าขี้ริ้วก็ถูกยัดเข้าปากหมอนี่อีกรอบพร้อมเสียงตวาดอย่างลืมตัวของกริช

 

ไอ้เวรนี่ ไม่เจอกันแค่หกปีก็ลืมเพื่อนเก่าคนนี้ไปแล้วเหรอไงวะ!!”

 

แกไม่ใช่กริชแน่ ก็เขาน่ะ... ไนเจิลชะงักไปเมื่อเจอสายตาของกริชที่มองมาเป็นเชิงสั่งให้หยุดแค่นั้น ทำให้ฮันเตอร์ต้องเป็นฝ่ายเงียบ แล้วมองหน้าอีกฝ่ายราวกับกำลังพิจารณาเปรียบเทียบ

 

เมื่อมองดีๆ ถึงโครงหน้าจะเปลี่ยนไปมาก แถมยังดูสะบักสะบอมนิดหน่อย แต่แววตาแบบนี้ สีตาสีผมแบบนี้มีแค่คนเดียวในใจของเขา

 

กริชจริงๆเหรอ น้ำเสียงแผ่วจนน่าใจหาย แต่คนฟังไม่ได้ใส่ใจ

 

เออ ฉันเอง” กริชถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางยกมือขยี้ผมตัวเองไปมาอย่างเบื่อหน่าย

 

นึกว่าจะต้องให้ลงไม้ลงมืออีกรอบซะแล้ว แต่ไอ้สายตาผิดหวังผสมกับกำลังจะแตกสลายนั่นมันอะไรกัน

 

 

 

****

 

กริชในความทรงจำของไนเจิล คือเด็กชายหน้าสวยหวานร่างกายอ่อนแอปวกเปียกจนชวนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง จุดเด่นคือดวงตาสีเทาคู่โต  แบบที่มองเผินๆจะดูเป็นคุณหนูผู้เรียบร้อยในคฤหาสน์หลังใหญ่ นิสัยก็ช่างเข้ากับหน้าตา สดใสร่าเริงและน่าปกป้อง ยิ้มทีพาให้ทุกคนที่เห็นใจเต้น หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายคือผู้ชายเหมือนกันก็อาจจะทำเรื่องขอหมั้นไว้ตั้งแต่ตอนที่พบเจอกันครั้งแรก

 

ตอนที่แยกจากกันเขาก็คิดไว้ล่ะว่าเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน แต่นี่...

 

ชิบ พวกนั้นยังตามไม่เลิกอีกเหรอ

 

เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ทั้งที่อายุน้อยกว่าเขาแท้ๆแต่กลับดูหนุ่มแน่นแฝงความแข็งกร้าวไว้ในดวงตาสีเทาคู่คม ถึงไฝใต้ตาซ้ายนั่นจะยังอยู่เหมือนเดิม แต่เครื่องหน้ากลับดูหล่อเหลาและมีความดื้อร้นนิดหน่อยตามประสาวัยรุ่น จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ริมฝีปากสวย แบบที่หากเจ้าตัวขยับยิ้มทีคงละลายใจสาวไปทั่ว สัดส่วนนั่นก็ดูรัดรูปแข็งแรงเพราะอีกฝ่ายใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนต์เซอร์ๆขาดๆจนเห็นกล้ามเนื้อเพียวๆเหมือนนายแบบชัดเจน อาจจะดูดีกว่าด้วยซ้ำ ยิ่งตอนที่เจ้าตัวกำลังนั่งไขว้ห้างอย่างมาดคุณชายนั่นแล้ว แผลตามร่างกายไม่ทำให้ดูแย่ลงไปได้เลย

 

รูปลักษณ์ภายนอกดูยังไงก็ต่างกับแต่ก่อนราวฟ้ากับเหว จนคนที่ฝึกฝนร่างกายเพื่อเป็นฮันเตอร์แบบเขายังต้องอายม้วน

 

พระเจ้า ไอ้หมอนี่มันใครน่ะครับ....

 

เอ่อ กริช...” เขาส่งเสียงเรียกเบาๆ

 

อะไร

 

นี่...เราคือเพื่อนรักกันใช่ไหม

 

อา...เรารักกันมาก อยู่ด้วยกัน เรียนด้วยกันมานาน” กริชไม่ได้ปฏิเสธ

 

ฉันก็รักนายมาก” ไนเจิลถอนหายใจ ก่อนตะเบ็งเสียงออกมาอย่างอดกลั้น แต่ทำไมนายทำร้ายฉันแบบนี้!!”

 

สายตาของเด็กหนุ่มมอง ‘เพื่อนรัก’ ที่ตอนนี้ถูกมัดไว้กับหัวเตียงในสภาพที่ดูไม่จืด เพราะถูกจับถอดเสื้อจนเหลือแต่กางเกงด้านใน

 

ส่วนเสื้ออีกฝ่าย..ก็อยู่ในมือของเขานี่ไง

 

เอ๋...ก็เพื่อน 'เก่าไง...?” กริชขมวดคิ้วนิดนึง โยนกระเป๋าเงินของเพื่อนเก่าไว้บนตักอีกฝ่าย ตามด้วยเสื้อผ้าและกางเกง นี่ฉันออกจะถนอมนายนะ ปกติฉันคงตีหัวนายจนสลบแล้วลากไปทิ้งข้างทางแล้ว

 

ต...แต่ก่อนนายไม่เป็นแบบนี้นี่นา ไนเจิลดึงมือออกจากหัวเตียง รีบลุกขึ้นมาใส่เสื้อตัวเองแทบไม่ทัน

 

มือที่ถูกมัดตอนแรกหลุดอย่างง่ายดาย แต่ไนเจิลคิดว่าเพื่อนสมัยก่อนของตนรู้อยู่แล้วว่าพลังพิเศษของเขากับเชือกแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา

 

            สายตาแทงทะลุของกริชยังคงน่ากลัวเหมือนเคย และสายตาสีเทานั่นแหละที่ตรึงใจเขาจนจำได้

 

เห แต่ก่อนฉันแสนดีขนาดนั้นเลยเหรอหืม? คนตัวสูงกว่าเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้หันกลับมาสบตา เอาน่ะ ยืมชุดนายนิดหน่อยเท่านั้นเอง นายก็อยู่ที่นี่ทำตัวว่าง่ายๆโตไวๆเข้าไว้ ว่าแต่ชุดนายคับชะมัด ตัดผิดไซต์หรือเปล่า งี้เหงื่อออกหนักๆก็เสี่ยงเป็นลมตายเลยสิ?

 

ใช่ กริชลองใส่แล้วลองถอดออกมาเรียบร้อยแล้ว...จริงๆก็ยืมแค่เสื้อเท่านั้นน่ะนะ แต่การถอดเสื้อเปลี่ยนต่อหน้าต่อตาทำเอาไนเจิลรู้สึกตัวเองด้อยกว่าทุกด้านไปหลายนาที ต้องนั่งทำใจนานกว่าจะตั้งสติแกะเชือกออกได้

 

เรื่องนั้นน่ะช่างเถอะ นายต้องการจะทำอะไร?” ไนเจิลไม่คิดว่ากริชจะจับเขามาฆ่าปิดปาก เพราะถ้าทำแบบนั้นการพาเขาเข้ามาในห้องพักที่ไม่มีคนอยู่เพื่อจับเขาถอดเสื้อ มันคงเป็นการลงทุนเกินปกติ

 

ในห้องเป็นห้องพักเล็กๆไม่มีคนอยู่ พวกเขาลอบเข้าหน้าต่างเพราะกริชบอกว่าไม่อยากยุ่งยากหากคนอื่นๆตามมาเจอ เพราะห้องพักพวกนี้ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าหรือพิถีพิถันกับมันมาก แค่เห็นว่าไม่มีใครอยู่ก็เข้ามาได้แล้ว เสียแต่มันโกโรโกโสแถมอับชื้นไปหน่อยเท่านั้น และไม่ทันให้ได้คุยให้หายข้องใจ กริชก็จับเขามัดไว้กับหัวเตียงไว้แบบไม่ปราณีซะแล้ว

 

หากเป็นคนอื่นฮันเตอร์อย่างเขาคงเป่าหัวทิ้งไปนานแล้ว เสียแต่ทำแบบนั้นไม่ได้


ความตื่นเต้น ตกใจ แปลกใจผสมปนเปไปหมดยามเพื่อนที่เคยสนิทกันกลับมาเจอกัน ทว่าบางสิ่งบางอย่างทำให้ไนเจิงเลือกที่จะเงียบไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป

 

 

สิ่งแรกนั่นคือตัวตนของเพื่อนคนนั้นยามซ้อนทับกับเด็กหนุ่มวัยเดียวกันตรงหน้า มันช่างแตกต่างเกินไป ราวกับไม่ใช่คนเดียวกัน

 

 

ไม่มีอะไรมาก ตอนแรกแค่จะเนียนๆเข้ากลุ่มของนายไปสืบอะไรสักอย่าง แต่เปลี่ยนใจล่ะ ฉันเช็คดูสิ่งที่ต้องจำไว้หมดแล้ว กริชใช้มือขยี้ผมสีไฮไลค์ของตัวเองเหมือนกำลังหงุดหงิด

 

ต้องจำ?

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

เห...อะไรล่ะที่มันเกิดขึ้น กริชถามกลับพร้อมยิ้มชวนสยอง นายก็สืบข่าวของฉันจนรู้แล้วนี่ ว่าฉันเลี้ยงปีศาจไว้ในบ้านอยู่ตั้งสองตัว ไม่แฟร์เลย...ขนาดคนอย่างนายยังย้อมผมทอง กล้าไม่เบา ไม่คิดว่าเด็กเรียนอย่างนายจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว

 

บ้านของนายฉันได้ยินข่าวมาแล้ว เสียใจด้วย...” ไนเจิลเลือกเปลี่ยนเรื่องพลางขยับตัวเพื่อไล่อาการขบเมื่อยจากการนั่งเป็นเวลานาน

 

กริชหลุบตาลง ช่างเถอะ คนอ่อนแอก็สมควรถูกกำจัด มันเรื่องธรรมดา ฉันก็ชดเชยเงินให้กับพวกที่ยังเหลือๆแล้วไล่กลับบ้านไปหมด ตอนนี้มีแต่ฉันที่เฝ้าบ้าน

 

แล้วตัวนาย...พ่อแม่ของนายล่ะ

 

ใครจะรู้ พวกเขาคงมีความสุขอยู่ที่โลกใหม่

 

แล้วทำไมนายถึงไม่ไป” ไนเจิลไม่ได้ซักไซ้เรื่องครอบครัวต่อราวกับรู้อยู่แล้ว แค่อยากได้ความแน่ใจบางอย่างเท่านั้น

 

กริชไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับตัวลุกขึ้นพลางเดินสำรวจไปรอบห้องราวกับค้นหา ช่างมันเถอะ... คนอ่อนแออย่างนายคงช่วยอะไรฉันไม่ได้

 

นายว่าใครอ่อนแอน่ะ สีหน้าของไนเจิลตึงขึ้นมาถนัดตา

 

แกไง ฉันแทบไม่ใช้แรงอะไรเลยก็ทำแบบนี้ได้ ถ้าเพิ่งมาใหม่ก็จำไว้ด้วยว่าคิดจะจับฉันคงเร็วไปร้อยปี

 

กริช

 

แทงใจดำเหรอ เด็กหนุ่มถามคำถามชวนสะอึก ฝึกฝนเข้าไว้เยอะๆสิ ที่นี่มันเขตชายแดน ถ้าฉันเป็นปีศาจจริงๆนายตายไปนานแล้ว แล้วนายคิดเหรอว่าฉันคือกริชคนที่นายรู้จัก?

 

ไนเจิลอึ้งไปครู่ กำหมัดเพื่อข่มอารมณ์

 

เห็นดังนั้นกริชจึงหัวเราะออกมาเบาๆ หึ...ล้อเล่นน่ะ” เขาว่าพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้เจ้าคนที่ยังยืนนิ่ง แนะนำนะ นายควรออกไปจากที่นี่ ไม่ก็สมควรหัดไปเรียนใหม่ตั้งแต่ต้น เห็นแก่ความเป็นเพื่อน

 

ฉันตัดสินใจจะอยู่ที่นี่แล้ว นายห้ามฉันไม่ได้ ไนเจิลตัดสินใจพูดขึ้นมา เงยหน้าสบตากับอีกฝ่าย

 

อ๋อ...หน้าที่ของนายคืออะไร ดูแลความเรียบร้อยหรือกำจัดปีศาจ

 

ทั้งสองอย่าง เป้าหมายของฮันเตอร์คือการขับไล่ปีศาจให้หมดไปจากโลก

 

...นี่ ฮันเตอร์กลับมาทำหน้าที่เทศบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ คำพูดเหยียดๆทำเอาไนเจิลเลือดขึ้นหน้าอีกรอบ เอาชีวิตมาทิ้งงั้นเหรอ ตลก อย่างนายควรไปทำงานในเมืองหลวง ให้กับปีศาจ หรือมีชีวิตสุขสบายอยู่ในโลกใหม่มากกว่า

 

บรรยากาศในห้องเริ่มร้อนขึ้นมาทันทีกับประโยคที่ฟังยังไงมันก็คือการดูถูกอย่างร้ายกาจ

 

ไม่ นายห้ามฉันไม่ได้

 

ฉันไม่ได้ห้าม ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ทำลายไอ้บีบีของนายหรอก

 

เครื่องนั่นมันเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ของพวกฮันเตอร์ มันอาจจะมีเครื่องดักฟังหรือลูกเล่นอะไร ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทำลายมันทิ้งซะเพื่อความปลอดภัย ...จริงๆก็พังแน่ๆอยู่แล้วล่ะนะ

มันจะไม่ดีแน่หากเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามารู้จักกับจอมสร้างปัญหาของเมือง ซึ่งเรื่องนี้ใช่ว่าไนเจิลจะไม่รู้ แต่ก็ยังงงกับวิธีการอยู่ดีจนอดถามออกมาไม่ได้

 

เป้าหมายของนายคืออะไร

 

กริชคือนักเรียนดีเด่น ถึงเขาจะไม่ได้เจออีกฝ่ายมาหลายปี แต่ไม่คิดว่าไหวพริบและความสามารถของกริชจะยังทำให้เจ้าตัวยังอยู่เพียงแค่เมืองเล็กๆในเขตชายแดน ใช้ชีวิตราวกับละทิ้งไปวันๆ แต่พ่อแม่ของอีกฝ่ายกลับอยู่อย่างสุขสบายในเขตโลกใหม่...พื้นที่ที่ปีศาจไม่อาจจะเข้าไปได้

 

สถานที่ที่ทุกคนอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น แต่กริชดูจะไม่แยแสมันเลยแม้แต่น้อย

 

 แค่ตะล่อมให้นายออกไป แต่ถ้าไม่อยากก็จำไว้ล่ะกันว่าอย่ามาหาเรื่องฉันนักเลย ฉันแค่คนปกติที่หาเช้ากินค่ำเท่านั้นเอง

 

ดวงตาสองคู่สบกันราวกับไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างแน่วแน่ในความคิดตัวเอง

 

ฉันต้องจับนายส่งให้หัวหน้า

 

กริชเสหน้าไปทางอื่นอย่างตัดรำคาญ หึ...เรื่องเถอะ ถ้านายอยากให้ฉันต่อยนายจนคว่ำ จับโยนทิ้งให้รถเหยียบเพื่อความสะใจก็ช่างหัวนาย รึอยากอยู่นิ่งๆว่าง่ายๆ ก็จำเอาไว้เถอะว่านายแพ้ฉันมายกนึงแล้ว นายคิดเหรอว่าตัวเองจะเอาชีวิตรอดอยู่ที่นี่ได้…”

 

พูดไม่ทันจบ คอเสื้อของกริชถูกกระชากอย่างแรงด้วยน้ำมือของฮันเตอร์จนขาดเล็กน้อย พร้อมเสียงตวาดจะดังลั่นไปทั้งห้อง นายยังอยู่ได้ฉันก็อยู่ได้ นายก็บอกมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่ของนายอยู่ที่ไหนกัน ทำไมปล่อยให้...!!”

 ทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี่...คำถามที่ไนเจิลไม่ได้พูดมันออกมา

เพราะกลัวว่าจะได้ฟังคำตอบที่ไม่อาจจะทนได้

...ไนเจิล อย่าให้ฉันโมโห กริชขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงความเกรี้ยวกราด ดวงตาสีเทาฉายประกายเหมือนสัตว์ร้ายจนคนถูกมองเผลอปล่อยมือออกจากคอเสื้อ ถ้าไม่ใช่เพื่อนเก่าฉันคงจับนายเลาะฟันออกมาสักซี่สองซี่ ไม่สิ...ฉันฆ่านายจริงๆแน่

 

ถ้อยคำฟังโหดร้าย ทว่าแววตาของคนพูดกลับอ่อนลงกว่าตอนแรก จนไนเจิลพึมพำออกมาเบาๆ นาย...

 

กริชหลบตาพลางใช้มือจับเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง ขมวดคิ้วเล็กน้อย ฉันยินยอมตอบนายทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่มีฉันเข้าไปเกี่ยว แต่ทางที่ดีเราอย่าทำตัวเหมือนเป็นคนรู้จักกันดีกว่า

 

...

 

ถ้านายจัดการฉันได้ ทำให้ฉันหมอบลงแทบเท้านาย ลากไปสถานีตำรวจ พวกนักเลงคงยกให้นายเป็นคนคุมถิ่น หวาดกลัวนายทันที และมันเป็นเรื่องดีกว่าจะบอกว่านายรู้จักกับฉัน

 

ถ้อยคำตัดความสัมพันธ์ชัดเจนจนไนเจิลถอยออกมา ราวกับกำลังคุมสติตัวเองอยู่ สักพักจึงเงยหน้ามองไปยังกริช นี่...ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แค่ตกใจนิดหน่อยว่าทำไมนายเลี้ยงปีศาจตั้งสองตัวไว้ในบ้านแล้วฆ่าคนตายขนาดนั้น

 

มันคือการป้องกันตัวกริชยังยืนยันคำเดิม

 

นายก็บอกไปตรงๆสิ ไม่ก็จับปีศาจที่ทำมาให้พวกเราจัดการ

 

ทำไม่ได้หรอก... นายรู้เรื่องการไล่จับปีศาจของพวกฮันเตอร์ด้วยกันไหม” เขาพูดเปลี่ยนเรื่อง

 

รู้แต่ไม่มาก แต่ฮันเตอร์ก็มีหน้าที่จับปีศาจ

 

เอาไปทำอะไร

 

กำจัด ...แต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้มีกฏออกมาว่าต้องส่งเรื่องให้สาขาใหญ่ ถ้ามีคำสั่งให้กำจัดก็ค่อยกำจัด...” ไนเจิลชะงักไปเมื่อคิดได้ว่ากริชต้องการอะไรจากตน

 

กริชยักไหล่เล็กน้อยเมื่อการหลอกล่อไม่ได้ผล ให้ตายยังไงฉันไม่มีวันส่งสองคนนั้นให้พวกนายแน่ ถ้าอยากได้ก็เข้ามาที่บ้านของฉันเลย แล้วบอกด้วยว่าฉันไม่ได้ทำ ถึงทำก็คือการป้องกันตัว แต่ถ้าอยากจับจริงก็จงมาบอกเหตุผลให้ฉันฟัง ว่าทำไมต้องใช้อาวุธหนัก ระเบิดมือ ไรเฟิล M16”

 

สีหน้าของไนเจิลดูซีดหนักพาให้มั่นใจ

 

คิดแล้วไม่มีผิด...พวกฮันเตอร์เป็นฝ่ายปิดข่าวว่าพวกที่เสียชีวิตมีอาวุธหนักอยู่ในครอบครอง แล้วถ้าเขาเดาคงมีการจัดฉากว่ามีอาวุธพวกปืนสั้นหรือมีดพกกันเท่านั้น

 

เพราะถ้าหากพวกปีศาจรู้ว่ามีการใช้อาวุธหนักในการไล่กำจัดปีศาจจริงๆ พวกปีศาจระดับสูงที่ชอบกระจุกอยู่ในเมืองหลวงคงเริ่มเคลื่อนไหวกันบ้าง เพราะถือว่าผิดกฏ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ใช่พวกมนุษย์ถือของอันตรายไว้ใช้กำจัดตัวเอง พวกปีศาจจึงเลือกริบรอนอาวุธทั้งหมด มีเพียงแต่ฮันเตอร์ ศัตรูของปีศาจเท่านั้นที่กล้าถือมัน แต่สำหรับกริชการจะไล่จับปีศาจ ถืออาวุธขนาดนั้นถือว่าโจ่งแจ้ง เขาจึงคิดได้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

 

ส่วนคำตอบอยู่ตรงหน้าแค่ก้าวเดียว

 

ฉันไม่มีวันบอกนายแน่” ไนเจิลพอจะเดาจุดประสงค์ของกริชออก เขาคว้าปืนแต่ไม่ได้เล็งมาทางนี้ ราวกับกำลังชั่งใจอยู่ ถึงเขาจะส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงว่าจะไม่เค้นคำตอบก็ตาม

 

ไม่หรอก แค่นี้ก็เพียงพอต่อการคาดเดาว่าพวกฮันเตอร์กำลังคิดจะทำอะไร แถมต่อให้ไม่เกิดเรื่องนี้ก็คงมีคนที่คิดแบบเดียวกับเขาบ้าง

 

เด็กหนุ่มผมดำเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา เอ่ยว่า ฉันก็ไม่มีวันบอกเหมือนกันว่าทำไมถึงเก็บปีศาจพวกนั้นมา แต่ถ้านายคิดจะทำร้ายพวกเขา ก็ข้ามศพฉันไปก่อน เพราะฉันจะไม่ปล่อยให้นายมายุ่งกับเพื่อนของฉันแน่

 

งั้นเราก็คงคุยกันต่อไม่ได้ เพราะฉันก็ไม่บอกเหมือนกัน ต่อให้นายต่อยฉันจนน่วมหรือฆ่าทิ้งก็ตาม

 

สงครามเย็นก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน แต่ฝ่ายหวั่นไหวมากที่สุดคือไนเจิล

 

เขาไม่คิดจะสู้กับกริชเลยสักนิด

 

ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ แต่มันเกี่ยวพันกับเรื่องอื่น

 

จำได้ว่านายเคยว่านอนสอนง่ายกว่านี้นะ แต่ช่างเถอะ...หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอกันอีก” กริชพูดแค่นั้นพลางถอยห่างออกไปทางหน้าต่างใกล้ๆ เพื่อดูว่ามีคนผ่านไปมาบริเวณนี้ไหม

 

เงียบกันไปชั่วอึดใจ กระทั่งฮันเตอร์เป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ฉันจะบอกคนพวกนั้นเองว่านายแค่ป้องกันตัว นายไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วปีศาจตัวนั้นมีนายเป็นเจ้าของ ฉันแค่เข้าใจผิดและรีบร้อนพูดไปเท่านั้น

 

ปีศาจที่มีเจ้าของ คือกรณีที่มีมนุษย์ลงทะเบียนยอมรับว่าปีศาจตนนี้มีตนเองเป็นผู้ดูแล หาใช่พวกพเนจรหรือเป็นตัวอันตรายมาจากไหน หากประกอบว่าพวกปีศาจทำเพื่อป้องกันเจ้านายตัวเอง เรื่องอย่างมากคงเป็นแค่การจ่ายค่าทำศพหรือปล่อยผ่านไปเลยก็ได้

 

กริชหันไปมองอีกฝ่ายเล็กน้อย สบเข้ากับแววตาสีน้ำตาลที่ฉายแววมุ่งมั่น ฉันเป็นฮันเตอร์ก็เพราะต้องการปกป้องนายเท่านั้น

 

ปกป้อง... คำนี้ดังอยู่ในใจของคนฟังชั่วครู่

 

ก่อนที่ใบหน้าดูดีนั่นจะเค้นยิ้มอ่านยากออกมา

 

ใจดีเกินไปแล้ว...แต่ขอบใจนะ

 

ไม่ทันฟังคำพูดต่อมา ร่างนั้นก็กระโดดออกไปทางหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว ไนเจิลทำหน้าตกใจรีบวิ่งตามมา ชะเง้อตัวออกไปมองเบื้องล่าง แล้วพบว่าอีกฝ่ายตกลงถึงพื้น ส่วนที่เป็นซอยในตอนแรกโดยสวัสดิ์ภาพ แถมยังเผ่นไปอีกทางเรียบร้อยโดยไม่เหลียวหลังกลับมา

 

 

*****

 

ความทรงจำของกริช ไนเจิล วินเซนเนียร์ คือคนที่โดดเด่นกว่าใครในกลุ่มเพื่อน โดดเด่นทั้งการเรียนและกีฬา เป็นตัวเก็งในชั้นเรียนที่จะได้รับเลือกให้เข้าไปในโลกใหม่ ตรงข้ามกับเขาที่ตอนนั้นร่างกายอ่อนแอและไม่มีเพื่อน ไนเจิลคือเพื่อนคนเดียวที่ยอมเข้ามาคุยด้วย แล้วสัญญาว่าจะปกป้อง แต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ย้ายไปที่อื่นที่ปลอดภัยกว่า แล้วทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวต่อไป กระทั่งตอนนี้

 

ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะทำมันจริงๆแล้วกลับมาหาตามสัญญา นั่นมันเรื่องสมัยก่อนไม่ใช่เหรอ เขาไม่คิดว่าคนโง่ๆแบบนี้ยังเหลืออยู่บนโลก

 

บ้าชะมัด... กริชบ่นออกมาเบาๆ ขณะเดินไปตามทางที่พลุ่งพล่านไปด้วยคน เขามั่นใจแล้วว่าป่านนี้ไนเจิลคงจัดการเรื่องให้เขาเรียบร้อยแล้ว เจอกันอีกทีอย่างมากพวกนั้นคงทำหน้าอยากจะงับหัวเขาเท่านั้น

 

ถึงเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่แววตาของอีกฝ่ายทำให้เชื่อว่าคำพูดบอกว่าจะช่วย มันไม่ใช่การโกหก

 

มีใครจะโกหกด้วยแววตาแบบนั้นกันล่ะ

 

รู้สึกปวดใจชะมัด เขาไม่ชอบสายตาแบบนั้นเลย อาจเป็นเพราะว่าาเลิกสนใจสายตาที่คนอื่นมองมาตั้งนานแล้ว เขาไม่มีคนรู้จัก ไม่มีคนใส่ใจหรือต้องใส่ใจมาหลายปี จนคิดว่าลืมความรู้สึกแบบนั้นไปแล้ว

 

เขาไม่คิดเลยสักครั้ง ว่าจะมีเพื่อนเก่าของเขากลับมาที่นี่

 

แถมยังเป็นพวกคนดีเกินไปจนน่ากลัวว่าจะอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้นเขาจึงต้องผลักเจ้าคนโลกสวยนี่ออกไปไกลๆ เลือกที่จะเมินสายตาผิดหวังนั่นแล้วเดินหน้าต่อ ตัวเขาในตอนนี้ไม่อาจจะเข้าไปตีสนิทกับอีกฝ่ายได้แบบเมื่อก่อน

 

หวังว่าการแสดงของเขายังคงทำหน้าที่ได้ดี...

 

เขาได้แต่ภาวนาเท่านั้น เผลอเงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้

 

ว่าแต่...นี่มันเย็นแล้วนี่...

 

ชิบหายล่ะ!

 

 

 

 

 

 

 




...โปรดติดตามตอนต่อไป...

 ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ


ทิ้งท้าย...

คิม ...คุณกริชหัดหลอกลวงคนตั้งแต่เด็กเลยเหรอครับ

กริช ฉันหล่อของฉันแบบนี้มานานแล้ว หลอกใครที่ไหน

คิม ....//มองไนเจิลที่ถูกหักอกดังเป๊าะ....

 

 







ความคิดเห็น