Vixious

อยากกินหมูกระทะ

ชื่อตอน : Chapter 44 [END]

คำค้น : ArtsMen, Yaoi, BL, อักษร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.1k

ความคิดเห็น : 139

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2561 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 44 [END]
แบบอักษร

44


" เหยยย! แบบนี้ก็สรุปว่าแกกับพี่ปีสองคนนั้นนี่มีซัมติงรองกันจริง ๆ ใช่ปะกาย " เพื่อนผู้หญิงที่ชื่อหมิงซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ผมพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าตกใจเกินเบอร์ในขณะที่ผมก็ได้ยักคิ้วกลับไปให้เล็กน้อย

" อือ "

" มายก็อชชช " หมิงเอามือทาบอกแล้วทำหน้าทำตาเล่นใหญ่เหมือนเคย " เดี๋ยวนะ ฉันนั่งข้างแกมาครึ่งเทอมแล้วทำไมไม่เห็นจะรู้สักนิดเลยอะะะ เฮ้ยยย! "

ก็ตามที่หมิงว่านั่นแหละครับ เขานั่งข้าง ๆ ผมมานานแล้ว เวลาเรียนรวมห้องนี้ทีไรเขากับเดอะแก๊งก็จะมานั่งที่เดิมตรงนี้ทุกที ส่วนผมกับไอ้โจ๋ก็ไม่ต่างกันหรอก ไม่เคยเปลี่ยนที่ไปไหนสักคาบ

" ก็ไม่แปลกปะ " ผมตอบแล้วขำเบา ๆ

" แปลกโว้ย! ฉันไม่เคยเรดาร์พังอะไรขนาดนี้เลยแก " หมิงเถียง " ปกติฉันคุยรอบเดียวก็มองออกแล้วนะ แต่แกไม่ใช่เลยอะ "

อ้าว.. สรุปคือไม่ได้พูดถึงเรื่องพี่ดราฟท์ แต่พูดถึงเรื่องที่ผมชอบผู้ชาย ถูกมะ

" ก็.. คนเรามันไม่ได้มีแค่ไทป์เดียวไงหมิง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นแบบเดียวกันไปซะหมดใช่มั้ยล่ะ " ผมอธิบาย

พูดก็พูดเถอะ ครั้งแรกที่รู้ว่าพี่ดราฟท์เป็นเกย์ผมก็พูดอะไรทำนองนี้เหมือนกันนั่นแหละ ดูไม่เหมือนเกย์เอยอะไรเอย แต่ก็นั่นแหละครับ พอเจอกับตัวก็รู้เลยว่ามันก็น่าหงุดหงิดอยู่นิดนึงที่ทุกคนพากันคิดแบบนั้นไปหมด

" อืมมม.. อย่างงี้สรุปว่าแกชอบผู้ชายใช่มะ " หมิงถามผมต่อพลางวางปากกาที่ถืออยู่ในมือลงกับโต๊ะ

สรุปว่าจะไม่จงไม่จดอะไรมันแล้วใช่มั้ยวะเฮ้ย ตั้งหน้าตั้งตาเผือกเต็มร้อย

" ว่างั้นก็ได้แหละ " ผมตอบ

" ก็คือแกเป็นเกย์? "

" อือ.. " ผมเลิกคิ้วพร้อมพยักหน้าครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่แน่ใจว่าคำตอบตัวเองมันฟันธงได้แค่ไหน " มั้งนะ "

" จริงดิ๊? " หมิงถามผมด้วยสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งที่แสดงออกมาโคตรชัด

" นั่นดิ เห็นตอน ม.4 มึงยังคบกับผู้หญิงอยู่เลย กูงง " ไอ้โจ๋ที่นั่งข้าง ๆ ผมอีกฝั่งพูดพลางเขยิบตัวเข้ามานั่งเท้าคางบนพื้นที่ของโต๊ะผม ตั้งหน้าตั้งตารอฟังเราคุยกันด้วยอีกคน

ไอ้โจ๋.. บอกตรง ๆ กูก็งงเว้ยมึง

" อ้าว เคยชอบผู้หญิงด้วยเหรอ " พอได้ยินไอ้โจ๋พูดแบบนั้นหมิงก็ทำหน้ามึน ๆ แล้วพูดต่อ " หรือว่าแกจะเป็นไบ "

" อ่า.. มั้ง " ผมเลิกคิ้วแล้วพยักหน้าแบบเดิมกลับไปให้หมิง

สรุปกูเป็นอะไรกันแน่วะ หลายคำจัง

" แล้วถ้าเกิดไม่ใช่พี่คนนี้นี่ แกชอบผู้ชายคนอื่นด้วยมั้ยอะ " หมิงถามต่อ

" ก็.. " ผมเงียบไปสักพักแล้วส่ายหน้าตอบ " ไม่รู้อะ "

" เอ๊าาา อะไรของแกเนี่ย " หมิงถอนหายใจแล้วเอาปากกาขึ้นมาชี้หน้าผม " งี้บางทีแกก็อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบคนคนนึงโดยไม่สนเพศเฉย ๆ หรืออาจจะเป็นไบเพราะชอบได้ทั้งหญิงทั้งชาย หรือไม่แน่แกก็อาจจะเป็นเกย์ คือไม่ได้ชอบผู้หญิงแล้ว หรือว่า.. "

" หมิงๆๆ พอก่อน " ผมรีบยกมือห้าม " เอาเป็นว่าช่างมันเหอะ ไม่ต้องสนขนาดนั้นก็ได้ เราจะเป็นเกย์เป็นไบแล้วมันจะทำไมอะ "

" ก็จะได้รู้ไงแก "

" แล้ว.. รู้แล้วได้อะไรอะ " ผมถามกลับ " มันก็เหมือนแกพยายามหาคำอย่างอื่นมาเรียกเราให้ได้อะ ทั้ง ๆ ที่ยังไงเราก็คือเรา เราคือกาย เรื่องที่เราจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชายยังไงไม่ต้องสนก็ได้ เรายังไม่สนเลยเว้ย "

" ... " พอได้ยินผมพูดแบบนั้นหมิงก็ทำหน้าอึ้ง ๆ ไปเล็กน้อยแล้วพยักหน้ากลับมาให้ผมช้า ๆ " อ.. โอเค "

อะ ฉิบหาย..

ผมเผลอทำตัวน่ากลัวอีกแล้วใช่มั้ยวะ

" เอ่อ.. " พอรู้ตัวแบบนั้นแล้วผมก็ได้แต่คิดหาทางเปลี่ยนเรื่องให้บรรยากาศมันไม่ทะมึน ๆ อยู่แบบนี้ สุดท้ายผมก็หันไปหยิบถุงขนมของไอ้โจ๋มายื่นให้หมิง " กินขนมมั้ย "

ขนมของตัวเองก็ไม่ใช่ยังจะเอาไปแบ่งคนอื่นอี๊กกก โคตรมีน้ำใจเลย

" เอาๆ " หมิงพยักหน้าแล้วขำกลับมาเล็กน้อยทำเอาผมโล่งใจไปเปราะนึง

เพื่อนผู้หญิงในคณะผมยิ่งน้อย ๆ อยู่ ถ้าหมิงเลิกคุยกับผมนี่ผมต้องกลับไปนอนร้องไห้ 4 คืนติดแน่ ๆ

" ของโจ๋นะ " ผมบอก แต่บอกหลังจากเขาหยิบกินเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ

" โจ๋? " หมิงเลิกคิ้วงง ๆ ผมเลยตอบกลับพร้อมชี้ไปที่คนที่นั่งข้าง ๆ อีกฝั่งทันที

" ก็โจอะแหละ " ชื่อมึงนี่มีปัญหากับคนอื่นจริง ๆ เล๊ย

" อ๋อ ขอกินหน่อยนะ " หมิงพูดแล้วหันไปยิ้มให้ไอ้โจ๋ที่ก็พยักพเยิดหน้ากลับมาให้

ขอกินหลังจากกินไปแล้วเนี่ยนะ ถ้ามันบอกว่าไม่ให้กินแกจะคายออกมามั้ยฮะหมิง

" แล้วเย็นนี้มึงจะไปปะ " คราวนี้ไอ้โจ๋หันมาคุยกับผมสองคนทิ้งหมิงให้กลับไปตั้งใจเรียนต่อหลังจากที่หลงมาคุยกับผมตั้งนาน ได้ยินแบบนั้นผมก็เลิกคิ้วกลับไปให้มันงง ๆ

" ไปไหน "

" ก็งานไอ้นั่นไง อะไรสักอย่างสตรีท ๆ ที่มึงแชร์ลงเฟซเมื่อวานอะ "

" อ๋อออ สตรีทแฟร์ปะ ไป ๆ " ผมพยักหน้ารัว ๆ ตอบมันไปทันที

สตรีทแฟร์ก็เป็นงานคล้าย ๆ กับตลาดนัดที่ให้นักศึกษามาเปิดร้านขายของกันอีกแล้วนั่นแหละครับ พอ ๆ กับงานนกที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน จะต่างกันก็แค่ขนาดงานที่งานนี้น่าจะใหญ่กว่า โปรโมตแรงกว่า ส่วนงานนกมันจัดอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ แค่แถบคณะผมอย่างเดียว บางคนยังไม่รู้เลยว่าเคยมีงานนี้อยู่ด้วย

" แล้วมึ.. " ไอ้โจ๋ทำท่าจะถามต่อ แต่ผมก็รีบชิงพูดตัดหน้าทันที

" ไปกับพี่ดราฟท์ "

" ... " พอได้ยินแบบนั้นไอ้โจ๋ก็เงียบ ได้แต่มองหน้าผมหน่าย ๆ แล้วถอนหายใจ

" ห้ามด่ากู "

" ไอ้เหี้ย "

" กูบอกว่าห้ามด่ากูไงสัตว์ "

" ติดแฟนฉิบหาย เพื่อนเนี่ยเพื่อน ยังจำได้มั้ย "

" เดี๋ยว ๆ กูกับพี่มันยังไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย " ผมขมวดคิ้วทีเล่นทีจริงแล้วจิปากเบา ๆ " แล้วมึงก็เล่นเพิ่งชวนกูเมื่อกี๊เองอะ พี่ดราฟท์ชวนกูก่อน กูไปกับพี่มันก็ถูกแล้ว มึงอะผิด "

" เออ ได๊ " มันตอบเสียงสูงประชดผม " กูไปเดินกับไอ้กันไอ้เอสก็ได๊ "

" เห็นว่าพวกมันก็ไปเปิดร้านปะ ขายบาร์บีคิว "

" ... "

" ... "

" งั้นกูไม่ไปแล้วก็ได๊ " ไอ้โจ๋พูดแล้วเบะปากทำเอาผมขำออกมาเบา ๆ

โทษทีว่ะเพื่อน ถ้ามึงชวนกูก่อนกูก็อาจจะไปกับมึงแทนก็ได๊

ก็.. อาจจะอะนะ


พอเลิกคาบนั้นแล้วผมก็แยกกับไอ้โจ๋ เพราะไอ้โจ๋แม่งก็ยังไม่ยอมแพ้จะไปลองถามเพื่อนคนอื่นของมันเรื่องงานสตรีทแฟร์ ส่วนผมก็ต้องไปหาอาจารย์ตามนัดที่เขานัดเอาไว้หลายวันก่อน ไปฟังเขาคอมเมนต์ Writing ของผมอะไรแบบนั้นนั่นแหละครับ มีอะไรสงสัยก็ถาม มีอันไหนที่ไม่เห็นด้วยก็เถียงได้ ซึ่งผมก็ชอบนะ เจ๋งดี แม่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเจอตลอดชีวิตมัธยมของผมเลย

เวลาที่เหลือหลังจากไปคุยกับอาจารย์มาผมก็เอาไปนั่ง ๆ นอน ๆ ทำงานของตัวเองบ้างอะไรบ้างในห้องสมุดเพื่อฆ่าเวลารอพี่ดราฟท์มันคุยงานเสร็จจะได้เดินไปสตรีทแฟร์พร้อมกัน พอเกือบ ๆ จะ 6 โมงพี่มันก็โทรมาหาผมให้ผมลงไปรอที่หน้าตึกทันที

พอลงไปปุ๊บผมก็เจอพี่ดราฟท์ที่ยืนอยู่ก่อนปั๊บ พี่มันเลิกคิ้วยิ้ม ๆ ให้ผมแล้วพยักพเยิดหน้าไปที่ทางออกของตึกก่อนจะเอ่ยปากถามผมที่เดินเข้าไปหา

" เสื้อตัวนี้นี่.. ใช่ตัวที่มึงใส่วันที่กูเจอมึงครั้งแรกปะ " พี่มันเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วมองเสื้อผมอยู่นาน " ที่มึงมาสมัครเข้าชมรมอะ "

" ใช่เหรอ " ผมถามกลับพลางก้มลงมองเสื้อตัวเองบ้าง ซึ่งมันก็เป็นแค่เสื้อยืดคอวีสีแดงธรรมดา ๆ ไม่ได้มีอะไรเด่นสะดุดตาให้จำมากมาย

ที่ถามนี่ไม่ใช่อะไรนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่ะ ใครมันจะไปจำได้ฟะว่าวันไหนใส่เสื้อตัวไหน เปลืองพื้นที่สมองตายชัก

" กูว่าใช่นะ " พี่มันพยักหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย " หรือคนละตัววะ แต่กูจำได้อะว่าสีนี้ แถมคอวีด้วย "

" งั้นก็ใช่มั้ง ผมมีเสื้อสีแดงแค่ตัวเดียวเอง "

" น่ะ เห็นมะ " พอได้ยินผมบอกแบบนั้นพี่มันก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วถามต่อ " แล้วมึงรอนานปะ "

" นานดิ " ผมตอบพี่มันไปตามความจริง

จะบอกว่าไม่นานก็ไม่ใช่ละ ผมเลิกเรียนสี่โมง ทำธุระตัวเองเสร็จก็ประมาณ 5 โมง ที่เหลือคือนั่งรอพี่มันเสร็จงานล้วน ๆ

" ขอโทษครับบบ " พี่ดราฟท์พูดแล้วเอามือมาลูบหัวผมเบา ๆ พร้อมกับพาผมเดินไปด้วยคุยไปด้วย " มันเป็นงานกลุ่มอะ กูออกมาก่อนไม่ได้จริง ๆ ว่ะ "

" ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย " ผมขำกลับไปให้พี่มันเล็กน้อยแล้วพูดต่อ " แล้วนี่พี่กินไรยัง "

" ยังอะ " พี่มันส่ายหัว

" ดี ๆ ผมส่อง IG เพื่อนเห็นที่งานแม่งมีแต่อะไรน่ากิน ๆ ทั้งนั้นเลยอะ "

" แสดงว่ามึงหิวแล้วอะดิ "

" ก็เออดิเฮ้ย " ผมรีบหันไปพยักหน้าตอบทันที

" อะ ๆ ๆ งั้นก็รีบเดิน " พี่ดราฟท์พูดพลางขำออกมาเล็กน้อยแล้วก้าวขาให้ไวขึ้นเพื่อที่จะได้ไปถึงที่งานให้เร็วกว่าเดิม ส่วนผมก็เร่งสปีดตัวเองเดินข้าง ๆ พี่มันไปตาม ๆ กัน

คณะของผมกับที่ที่เขาจัดงานสตรีทแฟร์มันก็ไม่ได้ไกลกันสักเท่าไหร่หรอกครับ ก้าวขาฉับ ๆ ไม่นานผมกับพี่ดราฟท์ก็เดินมาถึงที่งานจนได้

ถ้ามองจากไกล ๆ จะเห็นเลยครับว่าตรงไหนคือบริเวณงาน ตรงไหนไม่ใช่ เพราะพอฟ้ามืดแล้วสิ่งเดียวที่สว่างเด่นออกมาก็คือไฟในส่องสว่างอยู่ในพื้นที่งานนั่นแหละครับ มันมีทั้งไฟโคมเน้นเอาสว่าง ทั้งไฟประดับระยิบระยับเป็นสายสวย ๆ พอมองแล้วก็ออกโทนเหลือง ๆ ส้ม ๆ แนวเดียวกันไปหมด ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นแบบบอกไม่ถูก

ผมกับพี่ดราฟท์พากันเดินเข้าไปในงานก่อนจะเปลี่ยนมาก้าวช้า ๆ ดูของที่มีทั้งนักศึกษาและคนนอกมาตั้งร้านขายขนาบสองข้างทาง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกร้านขายของกินอะครับ ร้านที่ขายอย่างอื่นอย่างพวกเสื้อ กระเป๋า ซุ้มกิจกรรม หรืองานศิลปะก็พอมีบ้าง แต่ก็ยังไม่เยอะเท่าร้านขายของกินอยู่ดี

" เฮ้ยพี่! นั่นไงร้านที่ผมเห็นเพื่อนมันซื้อ " ผมพูดแล้วรีบคว้าข้อมือพี่ดราฟท์เดินตรงดิ่งไปยังร้านขายของกินร้านนึงทันที

มันเป็นร้านขายพวกของทอดอะครับ มีพวกไก่ หมู ลูกชิ้น อะไรหลาย ๆ อย่าง รวมถึงไก่ป๊อปราดชีสที่ผมเห็นมาใน IG เพื่อนด้วยครับ แน่นอนว่าไอ้ผมก็ไม่รอช้า ผมบอกให้พี่ดราฟท์ยืนคอยที่หน้าร้านแล้วเข้าไปซื้อทันที

พอได้ไก่ป๊อปติดไม้ติดมือมาแล้วผมก็เดินออกมาหาพี่ดราฟท์ที่ยืนมองผมยิ้ม ๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ไม่รู้พี่มันจะยิ้มทำไม นี่พี่ไม่ได้โกหกว่าไปทำงานแต่จริง ๆ แล้วไปปุ๊นใช่มั้ยครับเนี่ย     

" อร่อยมะ " พี่ดราฟท์ถามผมขำ ๆ หลังจากเห็นผมใช้ไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มไก่ชิ้นโตเข้าปาก

" อยากรู้เหรอ " ผมไม่ตอบแต่เลิกคิ้วกวน ๆ กลับไปให้ก่อนจะใช้ไม้จิ้มขึ้นมาอีกชิ้นแล้วยื่นไปใกล้ ๆ พี่มัน " อ้าปากดิ "

" หูย อยากป้อนกูเหรอครับ " พี่มันอมยิ้มแล้วถามผมกลับ

น่าหมั่นไส้..

" ไม่อยากละ " พอได้ยินแบบนั้นผมก็เปลี่ยนมาเอาเข้าปากตัวเองทันทีแล้วเดินต่อ

" เอ๊า ไหงงั้นอะ " พี่ดราฟท์ทำหน้าเหวอ ๆ แล้วเดินตามผมต่อ " อยากกินมั่งอะ "

" อะ " ผมพูดหน้าตายแล้วยื่นถ้วยไปให้พี่ดราฟท์ที่เดินตามมาติด ๆ แต่พี่มันก็ได้แต่ส่ายหน้า

" ไม่เอางี้ดิ ป้อนหน่อยยย "

" มีมือก็กินเองดิ " ผมตอบกลับ ทำเอาพี่มันได้แต่เดินตามผมหน้าจ๋อย ๆ เหมือนลูกหมาพลัดหลง เห็นแบบนั้นผมก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วหันไปพูดต่อพร้อมใช้ไม้จิ้มไก่ในถ้วยมาชิ้นนึง " เออ ๆ ๆ อ้าปาก "

พอได้ยินผมสั่งแบบนั้นพี่ดราฟท์ก็ยิ้มออกมาแล้วอ้าปากมางับไก่ที่ผมยื่นให้ตรงหน้าทันที

ก็แค่นี้เอง อะโถ่

" อร่อยดี " พี่ดราฟท์พูดยิ้ม ๆ แล้วเอาหัวเอียงมาชนผมเบา ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปเพื่ออะไรของคุณเขา " เออกาย ไปดูเขาร้องเพลงกันปะ "

" ใครร้องวะพี่ " ผมถามกลับ

" วงของมหาลัยกับพวกวงยิบย่อยที่ลงชื่อมาแสดงไรงั้นอะ "

" อืมมม.. " ผมขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเอาไก่ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก ส่วนพี่มันก็แย่งถ้วยเปล่าจากมือผมไปถือเอง " ผมยังอยากเดินดูของอยู่เลยอะ "

" ร้านมันไม่หนีไปไหนหรอกน่า ค่อยมาเดินดูก็ได้ "

" พี่อยากดูเหรอ ที่เขาร้องเพลงอะ "

" ก็.. นิดหน่อย " พี่ดราฟท์ยักไหล่ ส่วนผมก็ขำแล้วส่ายหน้าตอบเบา ๆ

" อะ ๆ ก็ได้ นำไปเลยครับผม " ผมพูด พี่มันเลยยักคิ้วกลับมาให้แล้วเอาถ้วยไปทิ้งก่อนจะเดินนำไปทันที

พี่ดราฟท์เดินพาผมมายังเวทีไม่เล็กไม่ใหญ่แถว ๆ นั้นที่มีวงอะไรไม่รู้กำลังแสดงอยู่ด้านบน ผมลองฟัง ๆ ดูแล้วก็ใช้ได้เลยครับ เพราะดี ไม่น่าจะใช่มือสมัครเล่น ส่วนคนรอบ ๆ ก็มุงดูกันอยู่พอสมควรแต่ก็ไม่ได้เยอะจนแออัดขนาดนั้น ซึ่งไอ้ผมกับพี่ดราฟท์ก็เป็นหนึ่งในคนที่มายืนดูอยู่เนี่ยแหละครับ

แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคงเป็นบรรยากาศล่ะมั้งครับ ทั้งไฟประดับที่ห้อยระโยงระยางอยู่ด้านบนที่ตัดกับความมืดของท้องฟ้า ทั้งต้นไม้และพื้นหญ้าสีเขียว มันดูเข้ากันได้อย่างลงตัวกับเวทีและดนตรีที่พวกเขาเล่นอยู่

" ทันพอดี.. " พี่ดราฟท์พูดออกมาเบา ๆ ทำเอาผมหันไปถามงง ๆ

" ทันไรอะ "

" ก.. ก็ทันฟังเขาเล่นไง " พี่มันพูดแล้วพยักพเยิดหน้าไปทางเวทีก่อนจะรีบพูดต่อ " วงนี้เล่นเพราะนะ กูเคยฟังอยู่ "

ผมก็ว่างั้นแหละครับ โดยเฉพาะนักร้องนำนี่เขาดูเป็นผู้ขายที่เสียงนุ่มมาก ขนาดผมมายืนฟังแป๊บเดียวยังจะหลงเสียงเขาเข้าให้เลย

เฮ้อ.. แต่ผมดันไปหลงเสียงไอ้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนแล้วเนี่ยอะดิ เซ็ง

" จำได้ด้วยเหรอว่าเป็นวงนี้ " ผมถามพี่มันกลับ ส่วนพี่มันก็หันมายักคิ้วให้

" ได้ดิ "

สงสัยพี่แกจะหลงเสียงเขาเหมือนกันว่ะเลยจำได้ขนาดนี้ แหม่

ผมกับพี่ดราฟท์ยืนฟังเขาเล่นต่อไป แต่ไม่ทันที่เขาจะเล่นจบเพลงแรกสายตาของผมก็ดันไปสะดุดเข้ากับร้านที่อยู่ห่างจากเวทีออกไปไม่ใกล้ไม่ไกล ป้ายหน้าร้านโคตรใหญ่ดึงดูดสายตามากครับ

" ไข่หมึกย่างว่ะพี่ " ผมพูดพลางชี้ไปที่ร้านที่ว่าแล้วหันไปมองพี่ดราฟท์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ผม

" ทำไมวะ อยากกินเหรอ " พี่มันถามผมพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามองตามไปทางที่ผมชี้

" อือ เดี๋ยวมา ผมขอออกไปซื้อแป๊บ " ผมพูดแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่พี่ดราฟท์ก็รีบเอื้อมมือมาดึงแขนผมเอาไว้ก่อน

" เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ อยู่ต่ออีกแป๊บนึงดิ "

" ก็เดี๋ยวผมกลับมาไง พี่ก็ยืนรออยู่นี่ไปก่อน "

" ขออีกเพลงนึงนะ เดี๋ยวกูไปด้วย " พี่มันพูดแล้วทำหน้าอ้อนผมสุดฤทธิ์ " นะ ๆ "

อะไรฟะ ผมก็แค่ไปซื้อหมึกเอง มันจะอะไรขนาดน๊านนน

" แต่ผมแค่.. "

" เดี๋ยวกูเลี้ยง " พี่ดราฟท์พูดต่อ ทำเอาผมเลิกสนใจร้านหมึกแล้วเดินกลับมายืนที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

" โอเคครับ " ทำไมไม่พูดงี้ตั้งแต่แร๊กกก

พี่ดราฟท์หันมาหัวเราะให้ผมเบา ๆ แล้วเอามือตัวเองมากุมมือผมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำเอาผมต้องหันขวับไปมองหน้าพี่มันทันที แต่นอกจากยืนอมยิ้มพลางมองไปทางเวทีแล้วพี่มันก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรอย่างอื่น ผมก็เลยได้แต่เม้มปากตัวเองเบา ๆ แล้วมองไปที่เวทีเหมือนกันโดยปล่อยให้พี่ดราฟท์กุมมือผมอยู่อย่างนั้น

เป็นอะไรของพี่มันวะเนี่ย

" ครับ.. เพลงที่เพิ่งจบไปคือเพลง Lover Boy ของภูมิ วิภูริศนะครับผม " นักร้องนำคนที่ผมชมนักชมหนาพูดขึ้นมาหลังจากที่เพลงเพิ่งจะจบลงไปหมาด ๆ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งแล้วเปลี่ยนระดับขาตั้งไมค์ให้พอดีกับระดับปากของเขา " ส่วนเพลงต่อไปนะครับ.. คือ.. มีเพื่อนคนนึงเขาขอผมว่าให้เล่นให้หน่อย อาจจะไม่ได้เตรียมตัวมาพร้อมอะไรมากเท่าเพลงอื่นนะครับ ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วย "

อาจจะไม่พร้อมแต่ก็ยังเอามาเล่นให้อยู่ดีเหรอครับ พูดถ่อมตัวไปงั้นอะเปล่าฟะ

" คือเพื่อนผมเนี่ยเขาอยู่อักษร ชื่อตัวย่อ ด.เด็ก " นักร้องคนนั้นพูดต่อทำเอาผมขมวดคิ้วเอะใจขึ้นมาเล็กน้อยแล้วหันไปมองพี่ดราฟท์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แต่พี่มันก็ได้แต่หันมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ตอบ " เขาบอกว่าเขาอยากให้คุณ ก.ไก่ ได้ฟังเพลงนี้ที่ผมจะร้องมาก ๆ เพราะงั้นคุณ ก.ไก่ ช่วยฟังด้วยนะครับ "

เดี๋ยว..

ผมไม่ได้คิดเป็นตุเป็นตะไปเองใช่ปะครับ

" ช่วยตั้งใจฟังด้วยนะครับ คุณ ก.ไก่ " พี่ดราฟท์ยิ้มแล้วหันมากระซิบกับผมเบา ๆ ทำเอาผมหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

ชัดเลย ไอ้เชี่ยพี่ดราฟท์!

ก็ว่าอยู่ ทำไมพอผมอยากกินไข่หมึกย่างแล้วมาห้ามไม่ให้ไปจังเล๊ยยย

ผมไม่ได้หันไปมองพี่ดราฟท์แต่มองไปที่เวทีตรงหน้าแล้วรอฟังเพลงที่เขาจะเล่นอย่างใจจดใจจ่อตามที่พี่มันบอกให้ผมตั้งใจฟัง ส่วนมือขวาของผมก็ยังคงกุมมือพี่ดราฟท์ไม่ปล่อย

ถึงมันจะเขิน ๆ หน่อยก็เถอะ แต่.. แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

" วันที่จับมือกัน เธอกับฉันน่ะลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่

จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน

แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่ "

พอนักร้องนำเริ่มร้องเพลงผมก็ได้แต่ยืนกัดปากตัวเองพลางเหล่ตาไปมองคนข้าง ๆ ที่ก็ดูจะเขินไม่แพ้กัน

เอาตรง ๆ ผมก็ไม่รู้จริง ๆ นั่นแหละครับว่าผมกับพี่ดราฟท์จับมือกันครั้งแรกตอนไหน ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่มันสักหน่อย จะจับมือจับอะไรผมก็ไม่เก็บมาจำขนาดนั้นหรอกครับ

จะยกเว้นก็แต่.. วันนั้นที่พี่มันไม่สบายแล้วผมไปแอบจับมือพี่มันที่หลับไปแล้ว แม่ง.. จำแน่นอนครับ

แต่วันนั้นพี่มันก็คงไม่รู้เรื่องใช่มั้ยล่ะ อะโถ่.. หลับเป็นตาย

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องเจอกันครั้งแรกนี่ไม่ลืมชัวร์ ๆ ครับ คนอะไรใจร้ายกับผมฉิบหาย ชมรมก็ไม่ให้เข้า ทำตัวก็โคตรดุเลย มายึดของชาวบ้านเขาไปอีกต่างหาก ก็ไม่รู้ทำไมไป ๆ มา ๆ ผมถึงได้ไปชอบพี่มันเข้า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่ จู่ ๆ พอผมหันมามองพี่มันอีกทีก็กลายเป็นคนละความรู้สึกไปแล้วอะครับ

พี่ดราฟท์ก็คงรู้สึกแบบเดียวกับผมล่ะมั้งครับ ตอนแรกเกลียดผมอย่างกับอะไรดี คงงงเหมือนกันว่าทำไมจู่ ๆ มันกลายเป็นแบบนี้ได้

" แต่ความรู้สึกของฉันมันนับจากนั้น

บอกกับฉันว่าเธอคนนี้

และนับตั้งแต่นาทีตรงนั้นที่ฉันถึงรู้ว่ารักเธอ "

ก่อนหน้านี้ผมก็คิดแหละครับว่ามันไม่ใช่ความรัก มันคงเป็นแค่อะไรสักอย่างที่ผมคิดฟุ้งซ่านไปเอง พี่ดราฟท์ก็เป็นแค่พี่ในชมรมที่อยู่ด้วยแล้วสนุกดี ยิ่งพี่มันเป็นผู้ชายด้วย ผมไม่มีทางไปชอบพี่มันแน่ ๆ

แต่.. พอผมมองดูให้ดี ๆ แล้วผมก็รู้ตัว รู้ว่าดันไปหลงรักพี่มันเข้าเต็ม ๆ แบบที่ผมห้ามตัวเองไว้ไม่ได้เลย

" ก็อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้น ทุกวินาทีของฉัน

บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่

เพราะฉันไม่เคยรู้สึก อะไรมากมายเท่านี้ "

พอมีพี่ดราฟท์อยู่ข้าง ๆ แล้วผม.. ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่ามีแค่คนคนนี้ที่จะทำให้ผมรู้สึกได้แบบนี้ รอยยิ้ม เสียง สัมผัส ไม่ว่าอะไรถ้าเป็นของพี่ดราฟท์ผมก็รู้สึกว่ามันพิเศษกว่าคนอื่น ๆ เป็นไหน ๆ

แม่ง.. โคตรชอบเลยว่ะ

" ก็อยากให้รู้แม้จะอยู่ห่างไกล ถึงแม้จะอยู่ตรงไหน

ถ้าโลกนี้นั้นมีแค่ใครสักคนหนึ่ง

ให้คิดถึงกันทุกวัน เธอทำให้หมดคำถามตลอดไป "

จริง ๆ แล้วความรักมันคืออะไรผมก็ไม่รู้หรอก คนเขาก็นิยามกันโคตรหลากหลายเลย ใครมันจะไปทำความเข้าใจถูก แต่ถ้าเกิดวันนึงมีคนมาถามผมว่าความรักคืออะไร สิ่งที่ผมจะนึกถึงเป็นสิ่งแรกก็.. คงเป็นไอ้พี่ดราฟท์เนี่ยแหละครับ

ขอบคุณพี่มากจริง ๆ ว่ะที่ทำให้ผมได้เข้าใจคำนี้สักที

" ตลอดไป และจะอยู่ข้าง ๆ กันตลอดไป "

ผมไม่รู้หรอกว่าระหว่างเราจะไปได้ไกลถึงแค่ไหน คำว่าตลอดไปมันมีอยู่จริงรึเปล่า แต่ผมเชื่อนะว่าพี่กับผมจะพยายามประคองมันไปให้ทะนุถนอมที่สุดเท่าที่คนคนนึงจะทำได้ มันอาจจะมีเสียหายไปบ้างในบางเวลาแต่เราก็จะทำทุกอย่างให้มันกลับมาดีเหมือนเดิม ถ้าสีมันซีดเราก็จะทาสีใหม่ ถ้ามันร้าวเราก็จะซ่อมมัน

ขอแค่พี่ไม่มือปล่อยผม ผมก็จะไม่ปล่อยมือพี่แน่นอนครับ

" กาย " พี่ดราฟท์เรียกชื่อผมขึ้นมาเบา ๆ ผมเลยเอียงหน้าไปมองเล็กน้อยแล้วขานตอบ

" ครับ " พอผมตอบแบบนั้นแล้วพี่มันก็ได้แต่เอามืออีกข้างขึ้นมาลูบท้ายทอยตัวเองเขิน ๆ พร้อมกับกัดปากตัวเองแล้วหันไปทางอื่นจนผมก็อดไม่ได้ที่จะเขินตาม

แม่งเอ๊ย.. หน้าผมคงแดงอย่างกับซองอั่งเปาแล้วแน่ ๆ เพลงเพลิงอะไรต่อให้เสียงนุ่มแค่ไหนก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปหมดแล้วครับ

ไม่นานพี่ดราฟท์ก็หันกลับมามองผมอีกรอบ คราวนี้พี่มันค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาช้า ๆ ก่อนจะพูดขึ้นที่ข้าง ๆ หูผม

" เป็นแฟนกันนะ " พี่มันพูดออกมาเบา ๆ เบากว่าเสียงนักร้องบนเวที เบากว่าเสียงดนตรีที่ดังออกมาจากลำโพง แต่ผมก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน ได้ยินชัดกว่าเสียงอื่นเป็นไหน ๆ

ผมได้แต่เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วหลบตาต่ำมองไปทางอื่น มีแต่คำที่คนข้าง ๆ เพิ่งพูดกับผมก้องอยู่ในหัวไม่รู้จบ


ฮึ่ย..

ไอ้บ้าเอ๊ย




THE END



BABBLING CORNER

จบแล้ววว!

ต่อไปนี้จะเป็นเรียงความค่ะ ยาวจะเท่านิยายละ5555

รีดจะรู้มั้ยว่านี่ก็ครบ 1 ปีพอดีนับจากที่เราลงวันแรกเลยอะ (ยกเว้นใน Fictionlog) แต่ถ้ารีดกลับไปดูว่าอัพตอนแรกวันไหนมันก็จะขึ้น 11 เมษา ฮือ เพราะเรารีไรท์ไปแก้คำว่าไอไอ้ แต่ขี้เกียจอัพแก้ต่อตอนอื่นเลยปล่อยเอาไว้อย่างนั้น5555 เดี๋ยวจะไปแก้ต่อละ แต่เราจำได้จริงๆ นะว่าเราลงวันที่ 1 มิถุนา เพราะวันก่อนหน้านั้นมันคือวันงดสูบบุหรี่โลกพอดี เหมาะเวอร์5555

เวลาที่เราแต่งมันเหมือนต้องโดนอีกายสิงร่างอะ5555 แบบเราต้องมองผ่านมุมมองกายเอยอะไรเอย เอาจริงๆ พอเรื่องนี้จบไปแล้วก็คงคิดถึงพวกนางอะ ทุกคนเลย กาย ดราฟท์ โจโฉ กัน เอส พู่กัน ตาร์ หลิน หว่าหวา และตัวประกอบเยอะแยะตาแป๊ะขายถั่ว ซึ่งตัวประกอบเอกคือแก้ว555 เหมือนอยู่กันมาปีนึงแล้ว พอต้องพับพวกนางเก็บไปก็เศร้าอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าคิดถึงก็คงกลับมาอ่านได้เรื่อยๆ เนอะ คงงั้นมั้ง ฮือออ สรุปแก้วคือใคร

จริงๆ สิ่งที่เราชอบอีกอย่างในนิยายเรื่องนี้คือรูปประกอบอะ วาดเองชอบเอง ถึงช่วงแรกๆ จะยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ก็เถอะฮือ แต่บางทีเราก็คิดนะว่าเวลาที่ตัวเองอ่านนิยายเราก็ชอบคิดอิมเมจของตัวเอง ไม่ชอบดูรูปประกอบที่ไรท์ยัดให้ แต่พอมาเขียนเองก็ดั๊นนนยัดเยียดอิมเมจให้รีดถี่มาก ขอโทษนะคะะะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พาทุกอย่างมาหาเราจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีๆ หรือเรื่องร้ายๆ ช่วงนู้นที่เจอคนว่าเราก็เครียดนะ ตอนนี้ก็ไม่ค่อยละ คิดซะว่าเออ ฉาวก็ดี วิวขึ้นด้วย5555 แต่เราอยากบอกว่าเราไม่ได้อยากจะแต่งเรื่องนี้เพื่อจะบอกทุกคนว่า 'แกๆ อักษรอะเป็นแบบนี้ มาอ่านสิจะได้รู้จักบรรยากาศอักษรที่มหาลัย xxx' หรืออะไรแบบนั้นเลยนะคะ ชื่อมหาลัยเราก็ไม่เคยเอ่ยถึง จริงอยู่ที่ทุกอย่างมันดูเป็นซิกเนเจอร์ของมหาลัยนั้นทั้งหมดเลยเพราะเราก็อิงประสบการณ์ของตัวเองในคณะมาบ้างส่วนนึงนั่นแหละค่ะ แต่พอส่วนไหนไม่เข้ากับนิยายเราก็คิดว่ามันดัดแปลงได้เพราะมันคือนิยายอะ5555 (ซึ่งตรงนี้ก็โดนว่าอีกว่าไม่เป๊ะ5555 เราอิงสถานที่จริงแต่เราก็ไม่ได้หมายความว่าสถานที่ในนิยายคือที่นี่แน่นอนเหมือนกัน 100% ทุกอย่างในเรื่องมีอยู่และเป็นจริงแบบเน้!) ส่วนเรื่องชื่อเรื่องก็หรามาก มาทั้ง Artsmen มาทั้งอักษร แต่เอาจริงๆ เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอักษรเลยอะ อันนี้เราสิ้นคิดเอง ฮือ คือเป็นคนที่สิ้นหวังมากๆ ในสกิลการตั้งชื่อทุกอย่าง5555 ชื่อตอนเรายังไม่ตั้งเลยทั้งๆ ที่รู้ว่าคนจะชอบอ่านเรื่องที่มีชื่อตอนมากกว่า ชื่อพี่ดราฟท์เอามาจากไหนก็เคยบอกไปแล้ว5555 ขอย้ำนะคะว่าไม่ได้พาดพิงถึงใครในคณะแน่นอนนอกจากคุณๆ ร้านข้าวนั่นแหละค่ะ ถ้าให้ตอบแบบทำลายความฝันนิดนึงก็จะบอกว่าคิดว่าคนแบบพี่ดราฟท์จะมีต้นแบบเป็นคนจริงๆ ในคณะเหรอคะ ล้องห้าย ยังไงถ้าใครรู้สึกไม่สบายใจก็ขอโทษด้วยนะคะ กราบ

เห็นหลายๆ คนถามมาเรื่องรวมเล่มนะคะ เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้รวมมั้ยเพราะเราติดสัญญาอยู่ ถ้าเกิดได้รวมก็ไม่ใช่เราทำเองอะค่ะ ยังไงถ้ามีความคืบหน้าอะไรเดี๋ยวจะมาบอกนะคะ ถือโอกาสฝากเพจ facebook.com/itsvixious และทวิต @itsvixious กับ #กายกินไก่ ด้วยนะคะ5555

ตอนนี้เรามีโปรเจคร่วมกับทาง Fictionlog อยู่น่ะค่ะ เป็นนิยายวายเหมือนกัน เขาบอกให้เรามาแง้มๆ โปรโมตให้หน่อย แต่ห้ามบอกเยอะมากจนเราก็ไม่รู้จะบอกอะไรดี5555 ช่วงนี้เราก็จะพิมพ์ชื่อตัวละครของทั้ง 2 เรื่องสลับกันแบบเมาๆ เพราะแต่งสลับกันไปๆ มาๆ จนมีรีดมาทักด้วยอะว่าอีนี่ชื่อใครนะนายจ๋า เขินเลย พลาด5555 เอาเป็นว่าฝากติดตามนิยายเรื่องต่อไปของเราที่ Fictionlog ด้วยน้าาา

สุดท้ายเราขอบคุณทุกๆ คนที่ตามอ่านกันมากๆ เลยนะคะ ทุกคนเป็นเหตุผลที่เราเขียนนิยายเรื่องนี้มาจนถึงตอนนี้ได้จริงๆ ไม่มีคนอ่านก็ไม่มีคนเขียนอะเนอะ คนที่เข้ามาติหรือช่วยแก้ตรงไหนที่เราผิดเราก็ขอบคุณมากๆ เหมือนกันนะคะ อย่างเรื่องไอไอ้เงี้ยก่อนหน้านี้เราไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ว่าไอมันไม่ถูก พอเขาบอกปุ๊บตาสว่างปั๊บ แล้วถึงบางครั้งเราจะไม่ได้ตอบเมนต์ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่อ่านนะ เราอ่านตลอดเลย อ่านทุกเมนต์ด้วยยย เหมือนถ้ารีดติดอ่านนิยายเราก็ติดอ่านเมนต์งอมแงมนี่แหละ เข้ามาส่องเช้าเย็นทั้ง 3 เว็บ มันเป็นกำลังใจให้เรามากๆ ขอบคุณจริงๆ ที่ให้กำลังใจเราตลอดมานะคะ ฮือออ รักส์

อย่าลืมกันนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}