facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 1 แรกพบสบตา

ชื่อตอน : Chapter 1 แรกพบสบตา

คำค้น : พี่คิง น้ำผึ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 แรกพบสบตา
แบบอักษร

​ คุณคิดว่าเด็กที่เรียนจบมอหกแล้วรอเปิดเทอมเข้าเรียนมหาลัย ช่วงเวลาที่ว่างมาก!พวกเขาจะเอาไปทำอะไรกัน ไปเที่ยวทะเลหรือไม่ก็ไปเที่ยวต่างประเทศกันหรือจะนอนดูซี่รี่ทุกเรื่องที่อยากจะดูอยู่บ้านดี 

  

แต่สำหรับฉันที่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางแถมพ่อยังมีเมียใหม่ หลังจากแม่ตายตอนเรียนอยู่ชั้นมอหนึ่งแบบฉันคงจะนอนอยู่บ้านเสยๆไม่ได้แน่ ด้วยความที่ไม่ค่อยจะถูกกับแม่เลี้ยงและน้องสาวที่อายุห่างกันแค่หนึ่งปีซึ่งเป็นลูกติดของแม่เลี้ยง ทำให้ฉันต้องออกจากบ้านไปหางานพาร์ทไทม์ทำเป็นการเลี่ยงการทะเลาะกัน 

  

“แกแน่ใจนะว่าจะทำงานนี้ไหวจริงๆน้ำผึ้ง” เพื่อนสนิทของฉันถามด้วยสีหน้าหวั่นใจเพราะถึงแม้ฐานะทางบ้านของฉันจะไม่ได้รวยถึงขั้นเรียกว่าเศรษฐีแต่ฉันก็ไม่ได้ยากจนคดแค้นถึงขนาดต้องหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนต่อเองเหมือนเพื่อนสนิท 

  

“ต้องทำได้สิมินตรา แกก็รู้ว่ามันคงดีกว่าฉันกลับไปบ้านตอนนี้แล้วจะต้องไปทะเลาะจนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกันกลางบ้านกับแม่เลี้ยง! พ่อฉันคงหัวใจวายแน่งานนี้” ฉันกรอกตาเมื่อต้องคิดถึงเรื่องปัญหาระหว่างตัวเองกับแม่เลี้ยงที่มีมาตั้งแต่ฉันอายุสิบสามจนตอนนี้อายุสิบแปดย่านสิบเก้าแล้ว ก็ยังคงต่างฝ่ายต่างเกลียดกัน 

  

“เฮ้ยมีอะไรก็เรียกฉันได้เสมอนะน้ำผึ้ง!” มินตรามองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง 

  

“แกไปทำงานเถอะ แค่เสิร์ฟอาหารเองสบายมากๆน่าแก” ฉันชูสองนิ้วแล้วยิ้มให้เพื่อนสนิท 

  

“โอเคๆก็หวังว่าแกคงจะไม่ไปทำอะไรหกใส่ลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานแล้วกันนะน้ำผึ้ง” มินตราพูดด้วยท่าทางกังวลกับฉัน 

  

“แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ เชื่อใจน้ำผึ้งได้ค้า” ฉันดันให้มินตราออกไปรับออเดอร์กับลูกค้าที่พึ่งจะเข้ามาในร้าน 

  

โต๊ะแรกที่ฉันต้องยกน้ำไปเสิร์ฟก่อนที่อาหารจะเสร็จพวกเขาเป็นผู้ชายมากันสามคนและอายุน่าจะเท่าๆกับฉันไม่ก็เป็นรุ่นพี่ไม่กี่ปี แต่ประเด็นคือพวกเขาหล่อมากเหมือนศิลปินเกาหลีเลยจนทำให้ฉันรู้สึกเกร็งและเขินกับสายตาทั้งสามคู่ที่กำลังมองฉันรินน้ำให้พวกเขาอยู่และด้วยความประมาณขาดประสบการณ์ในการทำงานทำให้ฉันรินน้ำจนล้นแก้วโดนไม่ทันได้ระวัง 

  

“ว้าย! ขอโทษค่ะ” ฉันร้องขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดและด้วยความตกใจเลยปัดมือไปโดนแก้วทำให้น้ำหกใส่เสื้อลูกค้าโต๊ะแรกของการทำงานและอาจจะเป็นโต๊ะสุดท้ายเพราะโดนไล่ออก... 

  

“ระวังหน่อยสิครับน้อง!" พี่หน้าโหดแต่หล่อมากลุกขึ้นโวยวายจนทำให้ลูกค้าและพนักงานในร้านต่างมองมาที่ฉัน ฉันมองไปทางมินตราที่กำลังทำหน้าตกใจสุดขีดมองมาที่ฉันอย่างเห็นใจ 

  

“ก็บอกไปแล้วไงค่ะ ว่าขอโทษ!” ฉันเถียงเขากับอย่างคนไม่คิดจะยอมแพ้เพราะโกรธที่เขาตะคอกใส่หน้าฉันอย่างที่ไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนตะโกนใส่หน้ามาก่อนในชีวิต ความรู้สึกโกรธเข้ามาแทนความหวาดกลัวที่ตัวเองซุ่มชามจนทำให้ลูกค้าเดือดร้อน 

  

“ไอ้คิงมึงใจเย็นๆก่อนดิ๊วะ น้องเขาเป็นผู้หญิงนะโว้ย” เพื่อนของเขาดึงตัวเขาเอาไว้เมื่อผู้ชายชื่อคิงทำท่าจะเข้ามาเอาเรื่องฉัน 

  

“น้องจะรับผิดชอบยังไง ว่ามา” เขาถามฉันอย่างคนหงุดหงิดแต่ก็ยอมนั่งลง ส่วนลูกค้าโต๊ะอื่นๆพวกเขาต่างก็เลิกสนใจเมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีเรื่องอะไรกันแล้ว 

  

“หนูขอโทษค่ะ” ฉันพูดเสียงอ่อยเมื่อสำนึกว่าตัวเองเป็นพนักงานเสิร์ฟไม่ควรทำกิริยามารยาทอย่างนี้กับลูกค้า ถ้ายังอยากจะทำงานนี้ต่อ 

  

“น้องเขาก็ขอโทษมึงแล้วไอ้คิงจะเอาอะไรกับเด็กเสิร์ฟอีกวะ ไปเปลี่ยนเสื้อสำรองที่รถก็จบไหมมึง” เพื่อนเขาพูดด้วยความรำคาญผู้ชายชื่อคิงที่เอาแต่โวยวาย หนูเห็นด้วยคะพี่สุดหล่อจะเอาอะไรนักหนากับเด็กเสิร์ฟเนอะพี่ 

  

“ยังๆทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วยังจะมายิ้มอีกนะครับน้อง” เขาพูดเสียงกระแทกกระทั้งใส่ฉัน 

  

“ขอโทษค่ะ” ฉันก้มหัวขอโทษเขาเพราะถ้ายังปากดีอยู่นอกจากตัวเองจะโดนผู้จัดการของร้านไล่ออกแล้วมินตราเพื่อนสนิทของฉันที่เป็นคนฝากงานให้อาจจะโดนหารเร่ไปด้วยก็ได้ 

  

“เธอจะต้องรับผิดชอบ!” เขาส่งสายตาอาฆาตมาให้ฉันแล้วก็เดินออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ที่รถของเขาหลังจากเหตุการณ์ที่ฉันทะเลาะกับลูกค้าผู้จัดการก็เรียกตัวฉันไปตักเตือนเป็นกรณีพิเศษเพราะลูกค้าโต๊ะที่ฉันมีเรื่องด้วยดันเป็นหลานชายเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ 

  

แต่ในความโชคร้ายของน้ำผึ้งคนสวยก็ยังมีความโชคดีตรงที่วันนี้ฉันมาทำงานวันแรกผู้จัดการเลยถือว่าอนุโลมโดนลงโทษแค่ว่ากล่าวตักเตือนโดยจะไม่หักเงินค่าจ้าง 

  

“เป็นไงบ้างแก” สีหน้าร้อนรนของเพื่อนสาวคนสนิทของฉันรีบเดินเข้ามาถามขนาดที่ฉันพึ่งจะก้าวขาพ้นบานประตูเอง 

  

“เฮ้อ! โล่งอกมากเลยแกฉันไม่โดนไล่ออก…” ฉันกำมือทั้งสองข้างด้วยความดีใจสุดขีด 

  

“เฮ้อก็ยังชั่ว...มินคิดว่าผู้จัดการจะไล่น้ำผึ้งออกชะแล้วโชคดีจริงๆ” มินตราทำหน้าคลายความกังวลลง แต่เธอก็ไม่วายพูดเตือนฉันด้วยความหวังดี 

  

“โต๊ะต่อไปแกก็ระวังๆหน่อยนะน้ำผึ้งรู้ไหมว่ามินหัวใจจะวาย” 

  

“รับรองว่าจะไม่ทำให้คนฝากงานให้เดือดร้อนไปด้วยเด็ดขาด” 

  

“ป่ะไปทำงานกันต่อเถอะ” หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะกับลูกค้าโต๊ะแรก ฉันตั้งใจทำงานมากขึ้น วันนี้ทั้งวันมีลูกค้ามากมายแวะเวียนเข้ามาใช้บริการร้านอาหารแห่งนี้ จากทีแรกที่ฉันทำอะไรไม่ค่อยเป็นก็เริ่มที่จะคล่องแคล่วมากขึ้น 

  

จนลืมเรื่องที่ทะเลาะกับผู้ชายหน้าโหดคนนั้นไปแล้วเพราะคิดว่าเราสองคนคงไม่มีทางโคจรมาได้รู้จักกันได้อีก 

.................................................................................................................................................. 

พี่หน้าโจรป่ามีความโหด...คอมเม้นติชมไรท์ได้นะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว