ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักสีเทา {โซ่เลือกนาย}

ชื่อตอน : โซ่รักสีเทา {โซ่เลือกนาย}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2561 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักสีเทา {โซ่เลือกนาย}
แบบอักษร





บ้านเจ้าสัวธัน

"คิมหันต์มันบอก เรากับมันมีปัญหาจะหย่ากันเเล้ว" การณ์ศึกถามคนนั่งเหม่อลอยตรงบันไดหน้าบ้าน

"ค่ะ"

เมื่อคืนปริมมาศนอนที่นี้ เธอไม่กล้ากลับบ้านสามี กลัวเจอลูก เพราะขอตกลงนั้น ห้ามเจอแกเด็ดขาด เเละจะไม่มีใครรู้ถึงข้อตกลงนี้ได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากคิมหันต์เอง

"ไหวรึเปล่าเรา?"

"ค่ะ" ตอบเสียงอ่อน คลี่ยิ้มขมขื่นระบายความเศร้า ยืนเต็มความสูง ก่อนเดินไปข้างหน้า ระหว่างนั้นการณ์ศึกก็ก้าวตามมาด้วยติด เพราะจะไปส่งเธอบ้าน

"คุณศึกคะ วันนี้วันที่สิบสี่รึเปล่า" หญิงสาวใจลอยไปถึงฟากฟ้า วันนี้คงเป็นวันที่โรงเรียนลูกสาวเปิดเทอมวันเเรก ไม่รู้ใจเเกจะเป็นยังไงบ้าง จะคิดถึงแม่ขนาดไหน

"ครับ สิบสี่ เห้ย!..อะไรของมึง" การณ์ศึกโวยวาย เมื่อน้องชายเดินมาเเทรกกลางอย่างหน้าตาเฉย

"ห้ามมึงไป พ่อพูดอยู่" การณ์ศึกเเย้ง

"หุบปากก็จบ" ไอศูรย์ตอบทันที

"ออ เดี๋ยวให้ศูรย์ไปส่งปริมก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" ปริมมาศตัดปัญหา

"พี่ว่า เรื่องมันจะไปกันใหญ่นะสิปริม"

"ให้เขาไปเถอะค่ะ ปริมไม่เป็นไร" คำตอบปฎิเสธสั้นๆ เพราะเรื่องใหญ่อยู่เเล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะใหญ่อีก

"งั้นก็ได้ครับ เเต่ถ้าเรามีอะไรโทรหาพี่เลย"

หลังการณ์ศึกเดินไปเพียงไม่นาน หญิงสาวก็หันมาทำตาดุใส่เพื่อนตัวเอง หากแต่ใบหน้าเขาเวลานี้ กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เดินนำหน้าไปเลย

พอเดินมาถึงโรงรถ ปริมมาศเกิดอาหารนิ่งงัน

"ไม่ไหวก็ต้องไหวใช่ป่ะละ?"  ปริมมาศถามเบาๆ                 

"ใช่" มือใหญ่ขยุ้มหัวสวย กดต้นคอดันเธอเดินไปข้างหน้าด้วยกัน เเละอีกคำอ้อนวอน  

"ลืมเขาเลยนะปริม"



"ขอบใจที่มาส่ง" ร่างบางกล่าวขอบคุณ หลังตัวรถจอดหน้าประตูบ้านเรียบร้อยต้องแปลกใจเมื่อไอศูรย์เดินตามมาด้วย

"หื้อ?.." หญิงสาวครางถาม

"ย้ายของไม่ใช่เหรอ"

"อ๋อ " หญิงสาวใช้นิ้วนวดขมับ "ฉันลืมไป ว่าต้องย้าย" ก่อนผายมือไปที่ห้องรับเเขก ให้คนตัวโตก้าวไปตำเเหน่งนั้นเเต่โดยดี

"นั่งรอดีๆ " เสียงหวานขมขู่จากด้านหลัง

"ง่วง"

เชื่อไหม คนอย่างไอศูรย์พูดจบก็ทิ้งตัวนอนบนโซฟา เขาจงใจทำมัน โดยไม่คิดมากหรือเกรงใจอะไร

เลือด 'มึน' ของเขาไม่ใช่เพิ่งมี ปริมมาศได้ทำใจไว้ล่วงหน้าเเล้ว ที่พาเขามาด้วย ปากเธอจะห้าม ปากจะพูดอะไรกับใคร ดูจะเหนื่อยไปหมด ฉนั้น ใครจะทำอะไรก็ทำ

จากนั้นกวาดมองรอบๆ แปลกใจบ้านหลังใหญ่ดูเงียบ จนผิดปกติ ก่อนเดินขึ้นห้องไป ไปจัดของ

พรึบ!

"คุณปริมค่ะ" เสียงตื่นกลัวจากเกตดังขึ้นมา เธอรีบเปิดประตูห้องเเล้วเดินมาหาผู้เป็นนายที่กำลังรื้อข้าวของอยู่บนเตียง

"เขามาทำไมคะ" เกตถามอีกครั้ง

ปริมมาศถอนหายใจ พอได้เห็นหน้าสาวใช้คนสนิท ความหงุดหงิดก็เล่นงานทันที                

"คุณปริมค่ะ" เกตศราใจสั่นหลงตาตุ่ม เมื่อรู้สึกว่าเจ้านายเปลี่ยนไป จึงค่อยๆ คลานเข่าไปหาคนที่นั่งปลายเตียงนอน

"คุณปริม เกิดอะไรขึ้น" ดวงตาหวาดหวั่นแหงนนายหญิง

"น้ำ ในนั้นมันมีอะไร เธอรู้มั้ยล่ะ"                

"หนูไม่เข้าใจค่ะ" เกตจับไปที่น่องขาเจ้านาย "เกิดอะไรขึ้นคะ"

ปริมมาศไม่พอใจในตัวเกต ทำไมเด็กสาวช่างเขลา มีสมองเเต่ไร้คม ไม่ทันเลห์คนอย่างคิมหันต์เอาซะเลย

ทำไมต้องพากันโง่เง่าได้ขนานนี้ด้วย

เพี้ยะ!

คนโดนตบอ้าปากค้าง จะร้องไห้ "คุณปริม.."

"ฐานโง่เกินเหตุไง" โง่ที่ไปเชื่อคิมหันต์ คนเกลียดกันนับครึ่งทศวรรษ อยู่ดีๆ มารักกัน โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง มันสามารถเป็นไปได้?

โลกช่างสวยงาม เกตศราคิดได้แบบนี้จริงๆ เหรอ..

"เกิดอะไรขึ้นหนู"

"ออกไปก่อน" ปริมมาศกดเสียงไล่ มือบางที่หมายจะฟาดลงอีกครั้ง หยุดค้างกำหมัดไว้เเน่นกลางอากาศ อย่างอดกลั้น

"หนูเเค่อยากให้พี่ อึก คุณปริมกับคุณคิม ดีกัน " เกตพูดออกไปทั้งที่ตัวเองไม่รู้เรื่องเท่าไร ก้มหน้าหลับตามิด รอรับเเรงมือจากนายหญิง เพราะคิดว่าต้องโดนอีกเป็นเเน่

พรึบ!

จากนั้นเสียงประตูดังขึ้น

ปริมมาศเเทบไม่มองไปที่ต้นเสียง ยังกำหมัดที่ค้างไว้ ยิ่งแน่นจนเห็นเป็นรอยนูน พรางหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก

ใช่เธอรู้ดีว่าเป็นเจ้าของบ้าน

"ต่อสิ" คำข่มขู่ดังจากปากหยัก ก่อนร่างสูงนั่นจะเดินใกล้เข้ามา

ด้านคนกำหมัดค่อยลดเเรงมือลง แล้วลุกหนี รื้อของในตู้เสื้อออกมากองไว้ปลายเตียงต่อ

"ไปเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ ฉันเคลียร์ให้" คิมหันต์พูดกับสาวใช้

พอเกตเดินออกไปจากห้องไป คนเเย็นชาก็มานั่งปลายเตียงนอน มือหนาหยิบเสื้อมาพับช่วย

"เด็กไม่รู้เรื่องนี้นะปริม" เสียงทุ้มอันนุ่มนวนเอ่ยขึ้น ในทางตรงกันข้าม มันน่าสยดสยอง ชวนขนพองสำหรับคนฟัง

เวลานี้ ไม่มีอะไรเป็นตัวอย่างให้ปริมมาศเห็นสภาวะ 'มนุษย์เลือดเย็น'  ได้ดีเท่ากับคิมหันต์เเล้ว เขาเฉือดศัตรูในชนิดที่ช้า นิ่มๆ เเล้วกลับมองว่านั่นคือ เรื่องธรรมดาของตัวเอง ไม่ได้รุนเเรงอะไร

ดั่งปีศาลในมุมมืด ที่มักจะเเสยะยิ้มร้าย แล้วทำหน้าทำตาแกล้งโง่ ขณะลิ้มรสเลือดในอกของความพ่ายเเพ้อีกฝ่าย

"อย่าโกรธเด็กมัน" เขาพูดอีกครั้ง

ปริมมาศไม่ตอบโต้ จัดเตรียมของต่อไป

"เอาไปเเค่นี้เหรอ" คนช่วยพับผ้าเเหงนหน้ากล่าวถาม จำได้ว่า ตั้งเเต่เข้ามาห้อง เธอยังไม่แม้จะมองหน้าเขา หน้าเฉี่ยวดุเมินเฉยตลอดเวลา คงอัดอั้นตันใจเอา มากๆ

..ซึ่งมันถูกเเล้ว เธอควรเป็นอย่างนั้น คิมหันต์คิดในใจ

"คนใหม่เขารวย ทิ้งไป จะเสียดายอะไร จริงมั้ยปริม?" เขาชวนคุย เเล้วก็กลั้นใจรอ นับหนึ่ง..

สอง..



"ป่ะศูรย์" ร่างบางเอ่ยเรียก หลังลากกระเป๋าสามใบโต เดินมาทางห้องครัว

เพราะลิฟท์ของบ้าน เข้าออกบริเวณนั้น

"น่าจะมีคนช่วย" ไอศูรย์รีบลุกเดินมาหา "ใจดำทั้งบ้านเลยรึเปล่า" เเล้วถามเจือหงุดหงิด ไม่หวังจะเอาคำตอบ

ส่วนเจ้าของกระเป๋าส่ายหน้า เธอคิด ของมีล้อ อีกสักสิบ ยี่สิบ ก็ยังลากได้สบาย เเต่พูดถึงทั้งบ้าน ปกติหลังนี้ มีคนพุพล่านเยอะจะตาย คิมหันต์คงกันคนของเขาไว้ ไม่ให้การช่วยเหลือ

"อันใหญ่ไป" มือบางเลือกกระเป๋าใบโตส่งให้เพื่อน ถึงอย่างนั้นไอศูรย์ก็จับเเย่งจากเธอไปลากถึงสองใบ เเล้วนำหน้าเดินไปก่อน

พอเดินมาถึงประตูใหญ่ของบ้าน มีการ์ดของคิมหันต์ ประมาณสี่คนรวมธนากรที่เป็นหัวหน้าเป็นห้ามากั้นออกไว้ก่อน

ทั้งคู่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไอศูรย์เอียวมองปริมมาศ ส่วนเธอเองกวาดมองหน้าพวกการ์ด

"นายสั่งครับ" หนึ่งในนั้นพูด

"บอกให้พวกเขาเปิดทาง" หางตาปริมมาศเฉียบเเลธนากร

คนต้องรับคำสั่งปฏิเสธอย่างนอบน้อม

"ขออภัยครับ"

"ถ้าฉันไม่สกัด จะตีกินกันยาว" น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้น ก่อนคนตัวสูงจะเดินออกมาปรากฎตัว ด้วยใบหน้าเย็นชาเช่นเดิม ก่อนขยับปากอีกครั้ง "จริงมั้ย?"

คำถามคิมหันต์ ไม่ได้ระบุว่าจะได้คำตอบจากใคร เป็นการจงใจกวนประสาทคนมากกว่า

'จัดว่าโครตทุ่มเท' ไอศูรย์พึมพำ ตกใจในเพื่อนไม่น้อย เธอไปได้เจอคนประเภทนี้จากไหนกัน คนที่มันมีความสามารถสร้างคำพูดเลห์ คลุมสันดานเลวตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉย

...ทำนองพูดให้ตัวดูดี ใครหน้าไหนผิดกู คนนั้นชั่วหมด เเบบนี้ เอามาเป็นสามีได้ยังไงตั้งนาน!

"กลับแก" ปริมมาศดึงเเขนเสื้อเพื่อนไว้ ตาเศร้าเบนหนีคิมหันต์ที่กำลังเดินมา

'หาเรื่องกัน' เธอรู้สึกได้

"คือไร" ไอศูรย์ถามขึ้น

คิมหันต์เมินคนถาม ตรงไปหาอดีตภรรยา                

"ก็ไม่ไร" ขณะตอบจ้องหน้าเธอคนเดียว ไม่มองหน้าคู่สนทนา

ไอศูรย์เข้าเเทรกกลาง ดันปริมมาศข้างหลัง

"ปกป้องกัน?" คิมหันต์ถาม

"เห็นกระทืบ?"

พวกเขาพูดจาที่รู้กันเเค่สองคน ก่อนจ้องกันไม่วางตา สองคู่คมต่างก็รู้เเก่ใจอยู่ว่า รอจังหวะสมเหตุสมผลที่จะลงไม้ลงมือ

รอเวลาใครกันเเน่ จะหมดความอดทน ลงมือก่อน

"กลับ" ปริมมาศยังยืนยันคำเดิมกับเพื่อน ขณะคนถูกรั้งตัวนิ่ง เย็นเยือกเข้าหัวใจ จ้องมองกิริยาคิมหันต์

"อยู่ก่อนก็ได้" คิมหันต์ไม่พูดเปล่า เอื้อมมือมาจับแขนหญิงสาว พร้อมกับให้เหตุผลอีก "เเดดเเรงออกเธอ"

พรันดึงหญิงสาวเข้าหาตัว ด้วยความเเรงจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลง เธอเผลอนิ้วหน้า กัดฟันเชิดอย่างอดทน

"ไปนั่งก่อนนะ" การกระทำคิมหันต์บังคับกัน เห็นๆ ด้วยเเรงลากสู้กับเเรงนิ่งจิกพื้นของหญิงสาว ทำให้ไปได้ไม่กี่ก้าว

ปริมมาศยืนนิ่งขืนตัวตรงไว้ ไม่มองหน้ากันเเต่หันหาเพื่อนสนิท เเววตาเศร้ากลายว่าอยากร้องให้

จะร้อง จริงๆ  คิมหันต์ทำให้เธอสำเหนียกถึงอันตราย และมีหลายครั้งที่สัญชาตญาณเตือนแล้ว เเต่กลับไม่เชื่อใจตัวเอง

แน่นอน มันเป็นเกมเงียบ คือเกมชนิดหนึ่ง ที่คิมหันต์ถนัดรู้

จะเล่นยังไงให้เป็นฝันร้ายของผู้รับ

โดยเขาเริ่มเล่นก่อน อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวสักนิด

"เอาไง?" ไอศูรย์ถามสามีเพื่อน เห็นเเววตาปริมมาศ ถึงกับอดทนไม่ได้อีกต่อไป เดินเข้าหาคิมหันต์ฉับไว "กับพวกกู มึงต้องการอะไร?!" พรันผลักไหล่คิมหันต์

"ไม่ต้องการ" ตอบเเล้วผลักคืน ขณะอีกมือยังกำเเขนปริมมาศไว้เช่นเดิม

"กูก็ไม่ได้คิดจะให้แล้วเหมือนกัน!"  สิ้นคำเท้าหนักไอศูรย์ยกถีบที่หน้าท้อง พลั่ก! ด้วยความเเรงตามอารมณ์ เป็นผลให้ร่างปริมมาศเซล้มไปด้วยคน

"สะ ศูรย์" ปริมมาศฝืนตัวพยายามลุกขึ้น หากเเต่โดนอดีตสามีจับข้อมือไว้แน่น

ตอนนี้เธออยู่ด้านบน จ้องคนใต้ล่าง

"เป็นฉันโดนถีบ"

ทำไมปริมมาศจะไม่เข้าใจว่าคิมหันต์หมายถึงอะไร ก็ต้องการให้สนใจเขาคนเดียวไงล่ะ

"ห่านั่น ไม่ได้เจ็บ" เสียงทุ้มฟ้องเบาๆ เลื่อนมือปริมมาศจับที่ไหล่เเกร่งของตัวเอง "มุมโต๊ะกินไหล่เมื่อกี้"

เท่าที่ผ่านตาของเธอล่าสุด เห็นเเรงเพื่อนถีบจนอีกฝ่ายล้ม โดนมุมโต๊ะทิ่มไหล่หนักจริง เเต่ก็สมควรเเล้วนี่

ฝ่ามือขาวทาบบนไหล่แกร่ง รูดจิกผ่านเนื้อผ้าให้คนเย็นชาเจ็บอีกเป็นทวีคูณ

"ปล่อยเพื่อนฉัน" ปริมมาศกัดฟันพูด เหล่มองเพื่อนด้วยห่างตาที่ตอนนี้ โดนพวกพวกการ์ดเอาปืนจ่อหัว เเละจ่อหลังอยู่                  

"ไม่ปล่อย"

คนทำตัวสำออยเมื่อครู่ ลุกก้าวหาไอศูรย์ หญิงสาวไวเท่าทัน ยันตัวขึ้นมาขวาง

"หลบ" คิมหันต์ขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า เมื่อเธอฉวยปืนจากการ์ดมาจ่อเขาเเทน

"สั่งปล่อยเขา เดี๋ยว นี้"

"เฮ.." คิมหันต์ส่ายหัวเตือนลูกน้อง ที่กำลังเล็งปืนหาอดีตภรรยาตัวเองอยู่ ให้ใจร่มๆ เล่นไปตามเกม

สองนิ้วเเกร่งคีบส่วนปลายกระบอกปืนจากที่จ่อเเค่ไหล่ เคลื่อนมาหน้าอกตัวเอง คิดว่าใกล้ขั้วหัวใจสุดๆ และยักคิ้วเสริมอย่างท้าทาย

ไม่ใช่ ไม่กลัวตาย เเต่คิดว่าปริมไม่กล้าพอต่างหาก

"อย่าปริม" เป็นเสียงห่วงจากเพื่อนด้านหลัง

"คุณปริม" ธนากรขออีกคน

ปัง!! เสียงปืนสนั่น หญิงสาวเหนี่ยวไกไปที่หน้าต่าง กระจกเเตกเป็นเสี่ยงๆ จนการด์สามสี่คน ชักอาวุธมาเล็งที่ตัวร่างบางพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง

"วาง ลง!" ไม่เว้นธนากร ที่ครั้งนี้จ่อปืนไปทางอดีตนายหญิงทันที

ส่วนปากกระบอกปืนสั่นในมือบาง หาได้สนใจใคร จ่ออกเเกร่งจุดเดิมของคิมหันต์อีกรอบ เพิ่มเต็มที่เขาได้รับคือไอร้อน จางๆ จากการเหนี่ยวไก่เมื่อครู่

"ไม่คิดว่ากล้า" ดูเหมือนการกระทำปริมมาศ มันได้ไปเกาถูกที่คัน ของคนอย่างคิมหันต์เข้าจังๆ กับเส้นประสาท เส้นเล็กที่เรียกกันว่า ความอดทน ให้ขึงตึง

"มีอีก พวกมึงอย่าได้ลังเล" ตาดุวาวโกรธจ้องใบหน้าอดีตภรรยา

กำหมัดเเน่นให้กับใจ เน่าๆ ของปริมมาศ ที่ขี่ไอศูรย์อย่างนี้ มาเเต่ไหนเเต่ไร ความรู้สึกของเธออยากจะช่วยมันมีเต็มร้อย คิดหน้าคิดหลังน่าจะมีไม่เยอะ และกับความกลัวตายก็ไม่น่าจะมีด้วย

ดังนั้นเป็นเรื่อง 'เกินมือ' เขามาก ถ้าจะมานั่งห้ามไม่ให้คนรักกันช่วยเหลือกัน                    

พรันประจันหน้าอดีตภรรยาอย่างดุดัน ชนิดนัตน์ตานั้นพูดได้เท่ากับปากว่า

'กล้ายิงมาได้ ก็ไม่คิดไว้หัวใครเหมือนกัน'

คิมหันต์ไม่เคยยอมให้คนอื่นล้ำเส้น เขาจะทำการเปลี่ยนความคิดคนเหล่านั้นทันที ตัวเขาแตะต้องไม่ได้ ทั้งตัวไม่มีเกลียวให้ใครปีน

"ปริมหยุด" ไอศูรย์ตะโกนด้านหลัง  ถึงเเม้จะถูกล็อกตัวไว้ หาได้กลัวพวกมัน กับใจเป็นห่วงคนอารมณ์ไม่นิ่งอย่างเธอมากกว่า

"ไว้ที่หลัง ฉันจัดการให้ หันมาปริม"

มือบางกำปืนสั่นเกร็ง เธอส่ายหัวไปมา

"ไม่เลว กล้าดี " ลูกตาคิมหันต์ลากมองไอศูรย์กับสลับคนตรงหน้า นิ่งสักพัก ด้วยสีหน้าเฉยชา ไร้การตึงเครียดแล้ว ก่อนกระซิบรอนไรฟัน

"มาปริม.. จะได้รู้จักกัน" ท้าสืบเท้าประชิดปากกระบอกปืนให้มากขึ้น

เชื่อเลยปริมมาศเองไม่รู้ด้วยซ้ำ จังหวะขยับก้าวของเขา ได้เปลี่ยนตำเเหน่งที่จ่อหัวใจเป็นส่วนแขน ซึ่งไกลหัวใจมาบ้าง ถ้าโดนอย่างดีก็เเค่ได้เจ็บ จงใจไม่ถึงตาย

"จิตใจเธอทำด้วยอะไรปริม ทั้งที่ฉัน.."

"พอสักที!!! " ริมฝีปากซีดตะโกนออกไปจนสุดเสียง ซึ่งนั้น ก็ยังไม่ได้ผล

"รักเธอ" เขายังต่อด้วยใบหน้าเสียใจ

ปริมมาศมองออกว่าคิมหันต์เเสร้งเสียใจ เพียงเพราะคงกำลังคิดครื้มใจเล่นเท่านั้น

ทั้งหมดนี้ ฟังเเล้วช่างรื่นหูสำหรับคนโลกสวยอย่างแท้จริง เขาคงมองเธอเป็นแบบนั้นมั้ง!

"ปริม"

เสียงทุ้มดังจากจากด้านหลังปริมมาศ จนร่างทั้งตัวที่สั่นโกรธอยู่ นิ่งไปชั่วขณะ เพราะเป็นของหมอก พี่ชายเธอก็มาด้วย กับจังหวะจะหันไปมอง

ทันใด คิมหันต์ก็โถมตัวเข้ามากอดก่อน

"อย่าไปเลยนะปริม"

ปริมมาศตกใจได้ไม่กี่วิ ถึงรู้ซึ้งอ้อมกอดและพูดตลบตะเเลงคิมหันต์

"ทำ ไม เลว" เธอมีเสียงเครือ ในจุดที่ใบหน้าฝั่งอยู่คือในวงเเขนเขาพอดี มันจึงอึดอัดเป็นพิเศษ                

เเละกำลังหายใจไม่ออก อยากตายไปเลย

"ได้เมียมา" คิมหันต์ขยับปากเบาๆ ให้ได้ยินกันเเค่สองคน ก่อนพูดดังให้คนทั่วไปได้รู้บ้าง

"ยังไงก็ไม่ให้ไป" เขาเปลี่ยนโทนเสียงเป็นโศกกระทันหัน

มือบางจับไหล่กว้างของคนสับปรับ บีบเเรงขย้ำให้สมกับความคุกรุ่นที่มีอยู่

เสื้อเเนบเสื้อ หัวใจใกล้หัวใจได้เหมาะเจาะ เธอ-เขา จึงมีโอกาสได้ฟังเสียงหัวใจของกันเเละกัน

ถึงเเม้ข้างในคิมหันต์ดังกึกก้องเท่าเธอก็ตาม เธอได้ยินเเบบนั้น เเต่เรื่องสั่งใจให้เย็นเเล้วเก็บอาการไว้ เขากลับทำได้ดีกว่า ทำอย่างง่ายดายเสียด้วย

"คิมปล่อยน้องกู"

เพราะเป็นเสียงหมอก เเรงกอดจึงถูกคลายออก

"มันเพื่อนเธอ เมื่อก่อนบอกเเบบนี้ใช่มั้ยปริม?" พอหันมายิงคำถามใส่ปริมมาศทันที

กี่ครั้งแล้วที่หมอกกระหายต่อการเป็นผู้ชนะเรื่องรัก เเล้วต้องมาเสียใจเองคนเดียวอย่างนี้ เหมือนพวกชอบรนหาที่ กัดโดนลิ้นตัวเอง เเล้วเจ็บนัก                

ส่วนปริมมาศ บ้างทีเธอก็อยากให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชาย เห็นเธอเป็นขี้ ขี้มีใครอยากยุ่ง อยากสนบ้างล่ะ

ยิ่งด้วยอารมณ์สุดโต้งของหมอก ถ้าถึงขั้นมารับรู้ ความรู้สึกเธอในอดีตที่มีให้กับเพื่อนสนิท มีหวังเขาได้ต่อฝาโล่งให้ไอศูรย์เรียบร้อย

"เธอหลอกกันได้"                 

"สิทธิ์ปริม"                  

"แบ่งนอนกับคนอื่นได้ กับฉันไม่ให้"                

"ไม่ใช่รึไงคะ?"

"..."

"คะ? ว่าไงนะ?!" คนถามกลืนน้ำลายลงอึก เมื่อกี้ไม่ทันฟังอีกฝ่ายพูดประชด

"ใช่สิทธิ์เธอ เป็นฉันไม่เจียมตัวเอง"

ผัวะ!  ผัวะ! หมอกเเสดงอิทธิฤทธิ์ของคนไม่เจียม เข้าต่อยไอศูรย์ไม่หยั่ง ดั่งน้ำป่าบ้าคลั่งสารพัดทิศผสมกับไฟลุกโชน สายตาหมอกบ่งบอกได้อย่างชัดเจน

"สุดห้าว" คิมหันต์กระซิบข้างใบหูขาว หลังล็อคคอเธอไว้จากด้านหลังได้ ไม่ให้เธอไปช่วยเพื่อน "เธอ ดูงั่งคลั่ง"

"คุณหมอกหยุด หยุดเดี๋ยวนี้!อ่ะ!"

ปริมมาศร้องขออย่างเจ็บปวด ถ้าเอามุมนี้มาพูด ความแฟร์อยู่ที่ไหน ทุกคนเข้าขากัน ช่วยเหลือล็อคไอศูรย์ไว้ ประเคนให้หมอกระบายได้ตามใจชอบ

ถ้านี้เป็นการสังหาร ตัวร้าย บอก ตรงๆ คือคิมหันต์อย่างเเท้จริง เพราะเเค่ยืมมือฆ่าคน  หน้าที่เขามีเเค่ฉีกยิ้ม พ่นคำหยันในอารมณ์บานเบิกไป วันๆ

"เข้าใจหน่อยปริม เสียหมาอาการมัน" ไอศูรย์ตะโกนมา ยิ้มเหยียดเอาเรื่องทั้งทีตัวเองมีสภาพเป็นรอง ทุกคนเป็นต่อ กลับไม่กลัว

"มึง" หมอกจะใส่ไอศูรย์อีกครั้ง

"พอที!!!พออออ" ปริมมาศกระทืบเท้าคิมหันต์เต็มเเรง พรันสบัดตัวรวดเร็ว วิ่งไปหาไอศูรย์

มาข้างหน้า กางเเขนไว้

"ออกไปปริม" หมอกกัดฟันพูด

"..."

หมอกหมดความอดทน ก้มไปหยิบอาวุธที่ปริมมาศทำตก ขึ้นมาเล็งคอไอศูรย์ และจังหวะนั้น ปริมมาศรีบก้าวมาข้างหน้า ชนปากมันอย่างรับเเทน

จึงเป็นภาพที่ได้เห็นกันว่า ณ ตอนนี้ปากกระบอกปืนกำลังจ่อที่หน้าผากเธออยู่ ทนโท่

"อย่า" ปริมมาศร้องเหมือนเพิ่งหาเสียงตัวเองเจอ

"เธอปกป้องมันได้ขนาดนี้เลย?!" จิตใจของหมอกคล้ายจะระเบิด มันร้อนรนไปหมด ความรัก ความห่วงในตัวน้องสาว กำลังกลายเป็นความเกี้ยวโกรธ บีบคั้นอยากกลั้นใจตายให้ได้เหมือนกัน

"ค่ะ ตะเเต่"

ฝั่งเจ้าของบ้านจะก้าวมาห้ามความห่ามของอดีตเพื่อน ต้องหยุดเท้าไว้ รอฟังคำพูดปริมมาศ ที่น่าจะมีต่อ

"เเต่อะไร ก็พูด" หมอกใช้ปืนจิ้มหน้าผากมนอยู่สองสามครั้ง

"เฮ้ยยย คาทีไป" คิมหันต์รีบขัด หวังดีเพราะตอนนี้สติเพื่อนมันไม่คมพอที่จะถืออาวุธ เกิดเป่าหัวคนจริงขึ้นมา..

"บ้านกูด้วย"

เสียดวูบในท้องปริมมาศ เหมือนเจ้าของบ้านเขาอยากให้ไปตายไกลๆ ก่อนเบนหน้าหาคนพ่นคำ ค้นเข้าไปตาคมนั่น

แล้วเธออยากหัวเราะดังออกมา ขบขันปีศาจในตัวอดีตสามี ที่ไม่ว่ายังไง เเววตาสีหน้าก็ยังคงเสียดหยันในตัวเธอตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยน

"นี่ ก็ไม่เนียนต่อแล้ว?" หมอกหันมาถามคิมหันต์ "ยัยนี่ เมียมึง ไม่จำไว้มั่ง" เตือนน้ำเสียงโกรธ

หมอกขึ้งโกรธในตัวอดีตเพื่อน ที่อีกฝ่ายใช้สายตาเลวๆ โดยไม่คิดปิดบัง ไร้ซึ่งความพยายามในการเล่นละครตบตาคน  ไม่ชอบกับความคิดมันที่ว่าทุกคนต้องเชื่อกับการเเสดงง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องมีศิลป์ก็ได้

ซึ่งไม่ว่าที่ลับหรือที่เเจ้ง ตัวคิมหันต์มักเป็นอย่างนี้เสมอ ก็เหมือนพวกหน้ามึน ที่ทำอะไรลงไป เเล้วไม่เเยเเสผลลับตัวเอง

"มักง่าย ไม่ ได้ เรื่อง!" หมอกด่า

"หึ ทำสอน" เจ้าของถิ่นสวนกลับ "สันดาน ไม่ได้หนีกูเท่าไรเลย" กับสีหน้านิ่ง ไม่สะทกสะท้านเฉกทุกครั้ง

"ศูรย์" เสียงปริมมาศเเทรกเบาๆ ในใจเธอมีคำพูดมากมายที่ระบายออก อยากตะโกนให้สุดเสียง แต่ไม่อาจเค้นเป็นคำออกมาได้ พรันมือไขว้หลังจับหาตัวเพื่อน

ต้องการความอุ่นใจ ขณะตายังมองใบหน้าฉุนเฉียวของหมอกสลับกับปากกระบอกปืนตรงหน้าผากตัวเอง

รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอก คนเป็นพี่ชายไม่กล้าลงมือ เเต่ใจลึกยังปฏิเสธไม่ได้ว่าหวั่นพลาด หวั่นทนการยั่วยุของปีศาจตัวหนึ่งไม่ได้

ส่วนคนถูกดึงเสื้อก้าวเท้าใกล้เพื่อนสาว มือใหญ่โอบทาบหน้าผาก ป้องความกลัวเธอ และพอดีตาก็โดนปิดไปด้วย

กับความมืดที่เธอกำลังเผชิญอยู่ น่ากลัวกว่าที่คิด ไม่สามารถจินตนาการอะไรได้เลย

ตอนนี้ใครทำหน้ายังไง

สนุกเเค่ไหน คิมหันต์ยิ้มหรือตกใจอยู่

"ไม่เอา พี่มันเเค่เเกล้ง" ไอศูรย์ส่งเสียงเบาปลอบขวัญข้างใบหูเธอ ในตอนนี้กลางมือเขาก็สัมผัสถึงหยดน้ำนิดๆ เเล้ว

ปริมมาศกัดฟันอย่างอดทน พร้อมพยักหน้าให้คนด้านหลัง

"น้องมึงกำลังกลัว" คิมหันต์ทำปากโบ้ยไปทางอดีตภรรยา นัยถึงหมอกที่เอาเเต่จ้องเขม็งมาทางตน ให้ไปสนใจคนกำลังพลอดรักกันแทน  "ดู.."

หมอกเเค่เหล่ตามปากคนบอก ก่อนปรายตาลงที่เก่า

"ให้กูเชื่อดีมั้ยคิม ในใจมึงมันกำลังห่วงน้องกูจริง เชื่อดีมั้ย!"

"คุณหมอกกก!"

ทุกคนเบนตาไปต้นเสียง ประตูหน้าบ้าน                

"ชา" คนเเรกที่พูดคือคิมหันต์ ใบหน้าเขาถอดสีเฉียบพลัน ไม่คิดว่าหมอกจะพามาด้วย

"ออกไปชา ฉันจะคุยกับพวกมันให้รู้เรื่องก่อน" หมอกกันฟันบอกคนที่กำลังจับเเขนตัวเองไว้

"ยะ อย่านะคะ อย่า" ทว่าเสียงห้ามเป็นหญิงสาวอีกคน เธอวิ่งมาเเต่ไกลกอดนายหญิงไว้

"กะ เกต" ริมฝีปากปริมมาศสั่น "อะ !" เสียงหลงครั้นเจอฝ่ามือใหญ่รัดเเน่บริเวณเบ้าตา ก่อนจะมือจับมือไอศรูย์ออก

"อย่าทำอะไรคุณปริมเลยนะคะ" สาวใช้สะอื้น

"เด็กโง่ ออกไป" ปริมมาศว่าพร้อมพยายามผลักเกตออก เเต่ไม่ได้ผล

"ฉันรักเธอ รักจนเป็นอย่างนี้ปริม" หมอกตัดสินใจระบาย

"ขอ โทษ" ปริมมาศสะอึก ขอโทษที่รักเขาไม่ได้ ใบหน้าซุกที่ต้นคอสาวใช้

เเต่ถ้าถามหาน้ำตา ไม่มีหรอก เพราะมันได้หายไปพร้อมกับฝ่ามือไอศูรย์เเล้ว

"ไม่ต้องขอโทษ ฉันเเค่ช็อกเอง ทำไมน้องสาวตัวเองเป็นได้ขนาดนี้ "

"..."

"คิดไม่ถึงว่ะ เธอจะให้มันได้ขนาดนี้ มันไม่น่าเกิดขึ้นได้ไง!"

"คุณหมอกวางเถอะ อ้ายย!" ทิชากรี๊ดลั่นเหตุเเขนหมอกสบัด โชคดีที่คิมหันต์วิ่งรับกายไว้ทัน

"ก็บอกอย่ายุ่ง ไม่ได้ยินรึไงชา?!" หมอกขบกราม พรันยกปืนสูง

ปัง! ปัง!

"เฮ้ย ไอ้นี่! มึงบ้าเเล้ว!!" การณ์ศึกเดินเร็วหาหมอก

"เออ กูบ้า"

การณ์ศึกจะฉวยเอาอาวุธจากหมอก เเต่อีกฝ่ายยกขึ้นหัวก่อน ครั้นกดซองกระสุนจนหล่นลงพื้น พรันปาตัวปืนใส่หัวคนที่นั่งประคองทิชาอยู่ ตุบ!

สร้างความตกใจให้ทุกคน โดยเฉพาะทิชา ใจเธอหอบกระตุกซ้ำๆ เเทบระเบิด ดวงตาพร่วมัว  "พี่คิม"

"ออกไปจากบ้านนี้ให้หมด" น้ำเสียงฉุนเฉียวของคิมหันต์ดัง เลือดขึ้นหน้ามองหมอก

"ไปเเน่ เเต่กูขอบอกไว้ ทีหลังถ้าไม่คิดไรกับน้องกู อย่าเสือกเลือกมีอาการอีก "

คนถูกโยงเข้ากับบทสนทนาร่างทั้งตัวยืนเเข็งทื่อ คล้ายใจทั้งดวงได้ถูกจักรปั่นจากข้างในแล้วครึ่ง

ในนัตย์ตาคิมหันต์ เธอเห็นความเป็นนักฆ่าเลือดเย็นคนหนึ่ง จนพอมีหมอกมาย้ำอีก ทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นเป็นทวี

"เพราะใจมึงไม่ให้ ความละเอียดได้ มันไม่เหมือน!"

"รู้มึงฉลาดแบบนี้ ก็คงไม่เปลืองตัวเล่น"

คล้ายเป็นการเปิดแผลอย่างเป็นทางการให้ปริมมาศ สำหรับเธอ คำพูดเขามันเป็นความตายที่ยืดเยื้อ เวลาแบบนี้ไม่ได้ผ่านไปเร็วเลย

ใบหน้าเศร้ากัดฟัน ผลักตัวเอง เบาๆ ออกจากคนด้านหน้า ด้านหลัง ก้าวมาอยู่คนเดียว เพราะเริ่มอึดอัด หายใจไม่ทั่วท้อง

"เกินไปคิม" การณ์ศึกไม่รู้จะสรรหาด่าเพื่อนตัวเองดี

หลังหมอกเดินออกไป ทุกอย่างเงียบไม่ถึงเสี้ยวนาที

"กรส่งเเขก"  คิมหันต์สั่งลูกน้อง

"กูเคยเข้าใจมึงคิม" การณ์ศึกคิดไม่ตก คนเราปกติเกิดมาจะใจอ่อน สำหรับคิมหันต์แล้ว ตอนนี้ มันคิดอะไรอยู่ "เเต่เอาจริง อะไรคือตัวมึง กูไม่รู้"

"เชิญ พวกมึงทุกคน" เจ้าของบ้านไล่อีกครั้ง "ขอโทษด้วยศึกวันนี้ไม่พร้อมรับเเขกเเล้ว"

"อืม เออ" การณ์ศึกคราง ก่อนเดินออกไป



จากนั้นเมื่อเหตุการณ์สงบ การ์ดจึงปล่อยตัวไอศูรย์ เกตที่เพิ่งรู้ตัวว่าได้ยืนใกล้เขา จึงแอบก้าวถอยหนี ไปอยู่หลังปริมมาศอัตโนมัติ

"ชา ตื่น ชา" เสียงคิมหันต์ตกใจดัง กอดร่างไร้สติเขย่า  "เกตไปบอกให้คนเอารถออก  ชา ชาได้ยินพี่มั้ย"

ทุกคนอยู่ในอาการคาดไม่ถึงเช่นกัน

"เร็วเข้าซี! ใครไหนก็ได้" เขาตะเบ็ง กวาดตาบอกพวกลูกน้อง จนพากันสดุ้ง

"คะ ค่ะ" รีบวิ่งไปตามคำสั่ง                     

คิมหันต์รีบอุ้มทิชาไปที่หน้าบ้าน ตามด้วยลูกน้อง



จนในที่สุด ทุกคนออกไปหมด เหลือปริมมาศกับไอศูรย์ที่ยืนมองหน้ากัน

"มีเรื่องขนาดนี้ยังหลับได้" ปริมมาศปากสั่นเเค่นยิ้มออกมา

ใจจริงเธออยากหลับไหล ไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนหญิงคนนั้นบ้าง เเต่ในความจริง ทิ้งร่างใส่พื้น ดื้อๆ ไม่ได้

เพราะ ถ้าเป็นตอนนี้มันไม่ควร และที่นี้อีก จะไม่มีวัน ไม่ได้เด็ดขาด!

"โอเค มันจบแล้วแก" ปริมมาศยักไหล่ ตาเฉียบพยายามเบิกตาให้กว้าง ทำเหมือนว่า คนอย่างฉันมันจะรู้สึกอะไรได้

เเต่ที่สุดเเล้ว ไม่ได้รอดพ้นสายตาของเพื่อนสนิทเลย

เขาก้าวเข้ามาข้างหน้า มือกดหมับที่สองไหล่ของคนอ่อนแอไว้

"ถามจริง ผิดหวังมากใช่มั้ย"

"อืม " ในใจคนตอบ อยากตอบสนองตามความรู้สึกตัวเองได้จริง อยากทำตัวดิ่งๆ รู้สึกอะไรก็ทำไปเลย

เเต่น่าแปลกคือ บ้างครั้งเธอทำมันตรงกันข้าม สงสัยตัวเอง หากเมื่อกำลังเดินไปสู้เสันตาย ทำไมต้องยิ้มร่า ทำเหมือนชินกับมันได้ด้วย ทั้งที่ใจนี้ อยากร้องไห้ไม่ไหวละ เส้นอารมณ์ก็ยังขึงตึง ใกล้จะขาดมันทุกวิ ทุกนาที

"เป็นเรื่องตลกใช่มั้ยเเก โดนผัวทิ้ง ยังโอเคได้ ทำไมฉันถึงชอบทำตัวเเบบนี้ตลอด" เสียงเครือของปริมมาศพยายามเปล่งใน ทุกๆ คำ

"ไอ้หลอนเอ้ย" ไอศูรย์รีบสวมกอด เเววตาเธอทำให้เขาใจเสีย "ทีหลัง รู้สึกยังไงก็เเสดงออกมา ไม่ต้องกลัวมันไม่ปลอบหรอก"

"ทำไมฉันถึงยังไม่เป็นไร เเล้วทำไมยังไม่ตายอีกศูรย์" ปริมมาศไม่ได้ฟังไอศูรย์พูด เพราะในหัวเธอมีเเต่การตั้งคำถามให้ตัวเอง ซ้ำๆ               

 "พูดบ้า"

"นั่นเเหละ ทำไมไม่บ้า ทำไมยังรู้เรื่องอยู่"

"ไม่เอาเเบบนี้ปริม" มือใหญ่ลูบหลังเพื่อน แรงๆ                

"จริงนะ จริง.." ปริมมาศตอกย้ำความรู้สึก มือทั้งสองข้างยกปิดค้างไว้ที่ใบหน้าตัวเอง ส่ายหัวช้าๆ ไปมา หวังความเครียดออกจากสมอง ให้ทุเลาลงบ้าง                

"ความตายไม่มีสีขาวหรอกนะ อย่าบ้าไปเด็ดขาด ห้าม" ไอศูรย์เสียงเข้ม สิ้นคำตัวเองได้ไม่นาน เวลาเดียวที่เห็นคนที่คุ้นเคยกำลังก้าวเดินมาพอดี

เธออยู่ในชุดเเม่บ้าน ตัวเนื้อค่อนข้างเต็ม ไม่เปลี่ยน

"พูดเเบบนี้ แกเคยตายรึไงฮะ?" คนใต้อ้อมกอดถาม เสียงยังเจือด้วยความเศร้า

"ก็เคยพาคนไป ไม่เห็นสนุก เลยพามันกลับ"

"..."                

"กับเรื่องนี้เหมือนกัน  เธอเเค่อยู่มีความสุขให้มันดู พนันได้ อีกข้างจะไปหาที่ตายเองหรอก"               

 "เอาความสุขจากไหนแก ในเมื่อมันพังหมดเเล้ว"

"หาเอาใหม่.."



.............................................................................................อัพจบเเล้วววว 


ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็น