กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/3 (วางจำหน่ายแล้ว)จบบท

ชื่อตอน : รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/3 (วางจำหน่ายแล้ว)จบบท

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 636

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2561 09:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/3 (วางจำหน่ายแล้ว)จบบท
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...

มุขธิดาเดินหน้าบูดบึ้งเข้ามาในบ้าน ข่มใจแทบตายไม่ให้หลุดปากด่าเปิงไอ้สองคนนั้นไป นึกเจ็บใจกับข้อเสนอของพวกมันนักเชียว มีอย่างที่ไหนมาเสนอให้เธอยอมเป็นนางบำเรอของเจ้านายพวกมัน

นี่มันคงเห็นเธอจนสินะ คงไม่มีปัญญาหาเงินต้นมาชดใช้ ถึงได้กล้าเสนอให้ขนาดนี้ มันคงไม่คิดว่าเธอจะปฏิเสธพวกมันเป็นแน่แท้ ถึงได้มีหน้ามาเสนอให้เธอเอาตัวเข้าขัดดอกแทนจำนวนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยที่เหลือ

ปราโมชที่หันมามองน้องสาวเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับเขาจึงร้องทัก

“เป็นอะไรไปล่ะมุข ทำไมถึงได้ทำหน้าตาแบบนั้น หรือไอ้สองคนนั่นมันทำอะไรน้อง พี่จะไปจัดการมันให้เอง...” ปราโมชลุกพรวดจากเก้าอี้ ใบหน้าหล่อเครียดขรึม เขากำหมัดแน่นไม่ชอบใจอย่างมากหากน้องสาวของเขาถูกรังแก เขายืนมองผ่านตรงหน้าต่างนานแล้ว เพราะใจนึกเป็นห่วงน้องสาว กลัวจะถูกไอ้พวกนั้นทำร้ายเอาได้ แต่เห็นไม่มีอะไรนอกจากการพูดคุยกันปกติ เขาจึงกลับเข้ามานั่งที่เดิม

“ไม่มีอะไรหรอกพี่โมช มุขแค่เหม็นขี้หน้าไอ้สองคนนั่นแค่นั้นเองล่ะจ้ะ...”

 หญิงสาวคว้าแขนพี่ชายไว้มั่น ตอนปราโมชกำลังเดินออกนอกบ้าน เธอขืนตัวไว้สุดฤทธิ์ ส่งสายตาปริบ ประมาณว่าไม่มีอะไรจริงๆ เธอกลัวพี่ชายจะออกไปมีเรื่องมีราวกับนักเลงทวงหนี้สองคนนั่นอีก ครั้งก่อนก็ทีนึงแล้ว ตอนพี่ชายเธอนำเงินค่าดอกออกไปให้ เกือบจะมีเรื่องชกต่อยกับสองคนนั่น ดีที่ป้าละมัยออกไปห้ามปรามเอาไว้ทัน ไม่งั้นมีหวังพี่โมชของเธอคงได้มีคดีความเพิ่มอีกระทง ถ้าจะมีเรื่องกับสวะพวกนั้น สู้เอาเวลาไปทำมาหากินจะเกิดประโยชน์เสียมากกว่าเป็นไหนๆ

“แน่นะ...” ผู้เป็นพี่ไม่เชื่อถือในคราแรก แต่น้องสาวพยักหน้ายืนยันหนักแน่น

“ไม่มีอะไรจริงๆ พี่โมช อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นเลย”

ปราโมชพยักหน้าว่าเชื่อก็ได้ พร้อมถอนหายใจ

 “แต่ดูหน้ามุขไม่ค่อยดีเลย มีปัญหาอะไรก็บอกพี่มา หรือเงินไม่พอส่งดอกให้เสี่ยชัย” ปราโมชฉุดแขนน้องสาวพากันมานั่งยังโซฟากลางบ้าน สายตาคมกริบจับจ้องใบหน้าขาวนวลของผู้เป็นน้องอย่างพิจารณา เขารู้สึกเป็นห่วงน้องสาวคนนี้เหลือเกิน กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น...

หลังจากน้าสาวกับน้าเขยเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์แบบกะทันหัน แม่ของเขาซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆของมุขธิดา จึงตัดสินใจเดินทางไปรับหลานสาวมาเลี้ยงไว้เสียเอง แทนการส่งตัวเข้าบ้านเด็กกำพร้า เพราะญาติที่เหลือคนอื่นต่างก็มีภาระหน้าที่รับผิดชอบหนักหนาเอาการกันอยู่ทุกครอบครัว บวกกับไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร ส่วนใหญ่ก็หาเช้ากินค่ำ เลยไม่มีแรงรับเลี้ยงใครเพิ่ม แม่ของเขาไม่ใช่คนร่ำรวยเช่นกัน แต่ก็ทนเห็นหลานสาวแท้ๆของตนเอง ถูกส่งตัวเข้าบ้านเด็กกำพร้าไม่ได้ ท่านจึงตัดสินใจขอรับเลี้ยง และจากวันนั้นเป็นต้นมา เขาเลยมีน้องสาวเพิ่มเข้ามาในครอบครัวเล็กๆนี้อีกคน

 ถึงมุขธิดาจะไม่ใช่พี่น้องสาวคลานตามกันออกมา แต่เขานั้นรักมุขธิดาไม่ต่างจากน้องสาวร่วมท้องเดียวกัน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ เขาก็มีน้องสาวคนนี้ที่ดูแลกันมา ทั้งยามทุกข์และยามสุข

ปราโมชลูบศีรษะน้องสาวอย่างรักใคร่ ส่งสายตาเอื้ออาทรสื่อถึงกัน หญิงสาวซึมซับความรู้สึกนั้นไว้ด้วยหัวใจ เธอเลยคลี่ยิ้มให้พี่ชาย เขาจะได้ไม่เป็นกังวล

“มุขไม่ได้เป็นอะไรหรอกพี่โมช เมื่อคืนคงนอนน้อยไปหน่อย ดีนะที่วันนี้ติดกับวันหยุด ไม่งั้นคงได้กลายเป็นผีซอมบี้ไปทำงานแน่เลย”

“แล้วคืนนี้ล่ะ มุขต้องไปทำงานร้านอาหารอะไรนั่นอีกไหม” พี่ชายถามต่อ พลางยื่นแก้วโกโก้ร้อนให้น้องสาวดื่มรองท้อง ส่วนอาหารแม่เขาทำเตรียมไว้ให้ในครัว เขารอทานพร้อมมุขธิดา แล้วกะว่าจะออกไปเดินหาสมัครงานทำต่อ

“ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน คงต้องรอให้พู่มันโทรมาหาก่อน เมื่อวานวันเกิดแฟนพู่มันด้วย เลยไม่รู้วันนี้พู่มันจะลุกขึ้นไปทำงานไหวหรือเปล่า”

“มุขได้พักผ่อนบ้างก็ดี วันหยุดทั้งทีพี่ไม่เห็นเราค่อยได้หยุดพักเลย แต่ถ้าคืนนี้มุขต้องไปทำงานที่นั่นอีก เดี๋ยวพี่จะขับรถไปรับก็แล้วกันนะ กลับดึกๆเหมือนเมื่อคืนนี้ พี่อดห่วงไม่ได้”

“พูดถึงร้านอาหารนั่น มุขนึกอะไรดีๆออกแล้วล่ะค่ะ พี่โมชสนใจจะไปทำงานพิเศษที่นั่นรองานใหม่เรียกตัวดูไหมล่ะ เดี๋ยวมุขจะลองโทรถามผู้จัดการเขาดูให้ เพื่อมีตำแหน่งอะไรว่าง มุขจะพาพี่โมชไปสมัครดู”

มุขธิดาเสนอขึ้น เมื่อเธอนึกถึงร้านอาหารที่เธอเขาไปทำเพื่อเป็นรายได้เสริม อย่างน้อยร้าน Black ground ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวหรือเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อสิ่งผิดกฎหมาย แถมยังได้เงินทิปดีอีกต่างหาก 

“ก็ดีเหมือนกันนะ พี่ไม่อยากรองานนานๆ เดี๋ยวจะเป็นบ้าตายเสียก่อน อีกอย่าง สงสารแม่กับมุขด้วย พี่เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่กลับนั่งนอนสบายรออยู่กับบ้าน”

ปราโมชรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีตอนได้ยินเรื่องงาน เขาไม่ใช่คนเลือกงานทำอะไรอยู่แล้ว ลงมือทำงานไหนได้ก่อนก็อยากทำ

 แม้แต่งานกลางคืนอย่างร้านอาหารกึ่งผับ เขาก็ไม่เกี่ยง ตอนนี้แค่อยากมีรายได้เข้ามาช่วยเหลือจุนเจือทั้งแม่และน้องอีกทางเท่านั้นพอ มีเงินเยอะๆจะได้เอาไปใช้หนี้สินกับไอ้เสี่ยหน้าเลือดให้หมด ลำพังจ่ายแต่เพียงดอกเบี้ยไปวันๆ แล้วเมื่อไหร่เงินต้นมันจะหมดลงเสียที

แต่พอมานั่งคิดไตร่ตรองดูอีกที ด้วยคนมีคดีติดตัวอย่างเขา อาจเป็นตัวสร้างปัญหาอะไรให้น้องสาวเขาเพิ่มขึ้นมาก็ได้ ปราโมชฉุกใจคิดขึ้นมาอีก เลยต้องค้านไว้ก่อน เขาไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ผู้เป็นน้องอีกแล้ว ลำพังแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ยัยมุขของเขานั้นดูสูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ว่าได้ 

“แต่พี่ว่า...เดี๋ยวพี่รองานที่พี่สมัครทิ้งไว้ก่อนดีกว่า  ไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนอะไรให้มุขอีก ขืนถ้าคนในนั้นรู้เรื่องที่พี่เคยถูกจับติดคุกมาก่อนเข้า จะพาลกันมองมุขไม่ดีตามไปด้วยก็ได้นะ” ปราโมชห้ามมุขธิดาเมื่อน้องสาวกำลังจะลุกไปหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อกดโทรหาผู้จัดการของร้านอาหาร Black ground

“มองก็มองไปสิ ทำไมมุขต้องสนใจคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัวด้วยเล่า พี่โมชก็เถอะ เราไม่ได้ทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหาเสียหน่อย ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลยนี่น่า มุขไม่แคร์แล้วพี่จะแคร์ไปทำไมกันละ จริงไหม...” ปราโมชพยักหน้า มันก็จริงอยู่ แต่ใช่คนเราจะเข้มแข็งทนทานต่อคำพูดคนได้ทุกเวลาเสียเมื่อไหร่ เขาไม่อยากให้มุขมาเสียอารมณ์กับเรื่องนี้มากกว่า ลำพังแค่ตนเองรู้สึกชินชาเสียแล้ว

มุขธิดาส่งสายตาให้กำลังใจพี่ชายตัวเองสุดกำลัง เธอเอื้อมมือเล็กกอบกุมมือหนาของพี่ชายเอาไว้ บีบเข้าหากันแน่น ส่งต่อความรักนี้ไปให้ สักวันฟ้าต้องมีตาจับคนผิดตัวจริงมาลงโทษให้ได้ แพะอย่างพี่ชายเธอจะได้พ้นมลทินเสียที 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น