Genrei

ขอขอบคุณที่สนับสนุน ^^

บทที่ 14 : ตกตะลึง

ชื่อตอน : บทที่ 14 : ตกตะลึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2561 13:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 : ตกตะลึง
แบบอักษร

บทที่ 14 : ตกตะลึง


แม้ได้เห็นไป๋เฉินลุกออกจากม้านั่งหินอ่อนที่ตัวเองนั่งอยู่ หญิงสาวอัจฉริยะก็ยังไม่ได้หายโมโหเลย เธอจ้องมองเขาอย่างเย็นชา ราวกับว่าเขาได้ทำให้เธอโกรธมาเป็นเวลาหลายปีแล้วยังไงยังงั้น


ไป๋เฉินทำเพียงไม่สนใจสายตาที่เย็นชาของเธอ เขาถือแว่นตาวิเศษไว้ในมือ พลางถามออกไป “สรุปว่าพี่สาวไม่เชื่อที่ผมพูด?”


“ใครจะเชื่อนาย! นายคิดว่าฉันโง่นักรึไง?” หญิงสาวอัจฉริยะได้ลุกออกจากม้านั่งหินอ่อนยาว เธอถลึงตาใส่เขาอย่างโมโหและเตรียมที่จะหมุนตัวจากไป 


อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะได้ทำแบบนั้น ไป๋เฉินก็พูดขึ้น “ถ้าพี่สาวไม่เชื่อ ผมก็คงจะทำอะไรไม่ได้ แต่อย่าเพิ่งไป ผมมีอะไรจะให้”


“นายคงไม่ได้หมายถึงแว่นตาที่อยู่ในมือของนายใช่ไหม?” เธอไม่ได้เดินจากไป เธอยืนรับฟังสิ่งที่เขาพูด และแว่นตาที่อยู่ในมือของเขาก็ดูสะดุดตาอย่างมาก จึงไม่แปลกที่เธอจะสังเกตเห็นมัน


“พี่สาวเข้าใจได้ถูกต้อง แว่นตานี้คือแว่นตาวิเศษ ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยเวทมนตร์วิเศษที่ผมมี ถ้าพี่สาวสวมใส่มันเอาไว้ พี่สาวจะสามารถมองเห็นได้เหมือนคนปกติ ถึงแม้ว่าพี่สาวจะตาบอดก็ตาม และถ้าพี่สาวใส่ไปสักพักหนึ่ง ดวงตาของพี่สาวก็จะกลับมาเป็นปกติ ไม่บอดอีกต่อไป” 


ไป๋เฉินพูด เขาบอกเธออย่างใจเย็น ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะรับอารมณ์โมโหของเธอ


“ไร้สาระ!” หญิงสาวอัจฉริยะแค่นเสียงเย็นชาออกมา เธอรู้สึกว่ายิ่งอยู่กับชายหนุ่มหนุ่มคนนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกโมโหมากเท่านั้น ดูเหมือนว่าเขาคิดจะเล่นกับความรู้สึกของเธอ เรื่องที่ตาของเธอกำลังจะบอด


“นายคิดว่าฉันเป็นเด็กอายุ 3 ขวบรึไง ที่จะมาเชื่อเรื่องไร้สาระของนาย!”


“ใจเย็นๆ ถ้าพี่สาวไม่เชื่อ พี่สาวก็ลองใส่ดู ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่ผมพูด พี่สาวสามารถทิ้งมันไปได้เลย ผมขอแค่ให้พี่สาวลองใส่มันดูจะได้ไหม?” เขาพูด พลางยื่นแว่นตาวิเศษไปตรงหน้าของเธอ


สำหรับไป๋เฉินแล้ว ขอเพียงเธอรับไป ภารกิจของเขาก็จะเสร็จสิ้น และเขาก็จะได้รับ 30 คะแนนมา จึงไม่แปลกที่เขาจะอดทนต่ออารมณ์ของเธออย่างใจเย็น


หญิงสาวอัจฉริยะไม่ตอบ เธอเงียบไป เธอพลันมองเขม็งไปที่แว่นตากรอบสีทองอันสวยงามในมือของไป๋เฉิน เธอจ้องมองมันอยู่นาน เพราะสายตาของเธอมัวและเบลอ มองอะไรไม่ค่อยชัดนัก


เมื่อเพ่งสายตามองดูดีๆ แล้ว เธอก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมา เนื่องจากเธอพบว่าแว่นตากรอบสีทองนี้ มันทำมาจากทองคำบริสุทธิ์ 


ถึงแม้เธอไม่ค่อยชอบสวมใส่พวกเครื่องประดับมากนัก แต่เธอก็มีความรู้สามารถมองออกได้ว่า อันไหนคือของจริงอันไหนคือของปลอม 


เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มอายุ 18 ปีคนนี้ จะมีแว่นตาที่ทำมาจากทองคำบริสุทธิ์ 


‘ถ้าหากไม่ใช่ลูกคนรวยรุ่นที่สอง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแว่นตาที่สั่งทำพิเศษจากทองแบบนี้’ หญิงสาวอัจฉริยะได้คิดในใจ 


ขณะเดียวกัน เธอก็นึกรังเกียจไป๋เฉินขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเธอได้เข้าใจผิดไปว่า...เขาเป็นลูกคนรวยรุ่นที่สอง และทำเป็นสวมใส่ชุดที่ธรรมดาๆ ราคาไม่กี่ร้อยหยวนมาจีบเธอ


“ก็ได้ ฉันจะรับไว้” แต่เธอก็ยังคงจะรับแว่นตาจากเขาไว้ ในสายตาของเธอมันก็สวยดี และเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกโมโหน้อยลง เพราะจะได้ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าของเธอคนนี้เสียของล้ำค่า โดยที่ไม่ได้อะไรจากเธอ เธอยื่นมือออกไปรับมา


หลังจากส่งแว่นตาวิเศษให้กับเธอแล้ว ไป๋เฉินก็หันหลังกลับรีบวิ่งจากไปในทันที เขาวิ่งค่อนข้างเร็ว จึงทำให้เขาหายไปจากสายตาที่มัวและเบลอของหญิงสาวอัจฉริยะอย่างรวดเร็ว 


แน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้เขาต้องวิ่งจากไปนั้น ก็เพราะเขาไม่อยากที่จะพบกับเรื่องยุ่งยากในภายหลัง ซึ่งเรื่องยุ่งยากก็คือเรื่องของแว่นตาวิเศษ หากว่าเธอได้สวมใส่มันแล้ว เธอจะต้องรู้สึกตกตะลึงมากแน่นอน


เมื่อเป็นแบบนั้น ผลที่ตามมาคงจะหนีไม่พ้น การที่เธอจะถามเขาว่าสร้างแว่นตาอันนี้ขึ้นมาได้ยังไงอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าเขาจะได้โกหกเธอไปแล้วว่าสร้างมาจากเวทมนตร์วิเศษก็ตาม


ในเรื่องนี้ ไป๋เฉินได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ต้องพบเจอเธออีก เพราะเขาไม่ต้องการที่จะบอกอะไรเธอเกี่ยวกับแว่นตาวิเศษที่มันมาจากระบบเปลี่ยนชีวิตที่เขามี


หญิงสาวอัจฉริยะพลันรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาในทันที เมื่อเธอได้เห็นไป๋เฉินวิ่งจากไป เธอมองจนไม่สามารถที่จะมองเห็นเขาอีก การมองเห็นของเธอมัวเป็นอย่างมาก 


“อะไรกัน?” เธอได้แต่พูดออกมาอย่างงุนงง รู้สึกตามเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่ไม่ทัน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากที่เขามอบแว่นตากรอบสีทองให้เธอแล้ว เขาถึงรีบวิ่งหนีจากเธอไป


เวลาผ่านไปพักหนึ่ง เธอก็ต้องส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าชายหนุ่มที่เธอพบจะเป็นคนสติไม่ดี เธอพลันก้มหน้าลงมองแว่นตากรอบสีทองในมือ เธอพลิกดูมันไปมา และก็มั่นใจว่ามันทำมาจากทองจริงๆ


“ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นลูกของคนรวยรุ่นที่สองจริงๆ ไม่งั้นไม่มีทางสั่งทำแว่นตาแบบนี้ได้แน่” เธอพึมพำออกมา ก่อนจะดึงขาทั้งสองข้างของแว่นตาออก ก่อนจะยกมันขึ้นมาสวมใส่ 


แต่ทันทีที่เธอสวมใส่แว่นตา ดวงตาของเธอก็ต้องเบิกกว้างขึ้นจนแทบจะสุดม่านตาด้วยความตกตะลึง เมื่อเธอได้พบว่าการมองเห็นของเธอไม่ได้มัวหรือเบลออีกต่อไป หากแต่มันชัดเจนเป็นอย่างมาก


“นะ...นี่มันอะไร?!” ริมฝีปากของเธอเผยอขึ้นเล็กน้อย ส่งเสียงอันแหบแห้งออกมา เมื่อเธอสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน การมองเห็นของเธอมันไม่ได้มัวหรือเบลออีกต่อไป


เธอพลันกระพริบตาหลายครั้ง เพื่อลองดูว่าเธอไม่ได้มองเห็นผิดไป ซึ่งภาพตรงหน้าก็เป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าเธอไม่ได้มองผิดไปอย่างแน่นอน


หัวใจของเธอพลันเต้นแรงขึ้นมา ลมหายใจเองก็หอบออกมาอย่างหนักหน่วง เธอเริ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพยายามสงบอารมณ์ลง จากนั้นเธอได้ถอดแว่นตาออก เธอมองไปด้านหน้าพบว่าภาพที่เห็นมัวและเบลอเหมือนเดิม


“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เลนส์แว่นตานี้มันทำมาจากอะไร ทำไมถึงทำให้ฉันมองเห็นได้ชัดเจนแบบนี้”


หญิงสาวอัจฉริยะขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยและตกตะลึง เธอไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมมีเพียงแว่นตาอันนี้ที่ทำให้เธอมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากแว่นตาราคาแพงอื่นๆ ที่เธอเคยใส่มาในวันนี้! 


จบบทที่ 14

ความคิดเห็น