Genrei

ขอขอบคุณที่สนับสนุน ^^

​บทที่ 12 : พี่สาวคุณสนใจดูดวงไหม?

ชื่อตอน : ​บทที่ 12 : พี่สาวคุณสนใจดูดวงไหม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2561 13:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทที่ 12 : พี่สาวคุณสนใจดูดวงไหม?
แบบอักษร

​บทที่ 12 : พี่สาวคุณสนใจดูดวงไหม?


ไป๋เฉินมองไปที่หญิงสาวอัจฉริยะที่ยังคงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนอย่างเหม่อลอยอยู่ เธอไม่ได้ลุกออกไปไหนเลย เขามองไปที่เธออยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ เพื่อทำภารกิจให้เสร็จสิ้น จากนั้นเขาก็จะได้กลับบ้าน​


เขาใช้เวลาเดินอยู่ไม่นาน เขาก็เข้ามาใกล้มานั่งหินอ่อนยาวที่หญิงสาวอัจฉริยะนั่งอยู่ พอได้มาเห็นเธอใกล้ๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกราวกับตกเข้าไปในมนต์สะกดของเธอ เธอสวยมากจริงๆ สวยกว่าตอนที่มองอยู่ไกลๆ เสียอีก 


และพอได้เห็นเธอใกล้ๆ แล้ว ไป๋เฉินก็สามารถคำนวณอายุของเธอได้ ในสายตาของเขา เธอน่าจะอายุ 20-21 ปี ไม่น่าจะเกินนี้อย่างแน่นอน


หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้กลิ่นหอมที่สดชื่นบางอย่าง กลิ่นหอมนี้พัดมาจากร่างของหญิงสาวอัจฉริยะ ไป๋เฉินคิดว่ามันต้องเป็นกลิ่นของเธอแน่นอน 


เขาต้องส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย เพื่อสลัดความรู้สึกต่างๆ ออกไป เขาพยายามทำอารมณ์ให้เป็นปกติมากที่สุด ก่อนจะเดินช้าๆ เข้าไปหาเธอ


“พี่สาว ผมขอนั่งด้วยได้ไหม?” พอเดินเข้ามาถึงข้างม้านั่งหินอ่อนยาวที่เธอนั่งอยู่ เขาก็ยิ้มและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ 


สาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าพี่สาวนั้น ก็เพราะว่าตอนนี้เขาอยู่ในร่างตอนอายุ 18 ปี ไม่ใช่ 30 ปีแล้ว และการเรียกเธอว่าพี่สาว มันก็น่าจะง่ายที่จะเข้าไปพูดคุยกับเธอ นี่ก็คือสิ่งที่เขาคิดได้


หญิงสาวอัจฉริยะพลันตื่นจากอาการเหม่อลอย เธอเงยหน้าขึ้นมองไปที่ใบหน้าของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงโดยไม่ได้สนใจอะไรเขาแม้แต่น้อย


ไป๋เฉินรู้สึกสยิวกายขึ้นมาเยือกหนึ่ง เมื่อเขาได้สบสายตากับเธอเมื่อครู่นี้ เขาพบว่าสายตาของเธอเป็นที่เย็นชามาก...มากจนทำให้เขาที่อายุ 30 ปีแล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวเย็น 


และเขาก็คาดคิดไม่ถึงว่าคนที่ราวกับนางฟ้าตอนใบหน้าเหม่อลอย จะมากลายเป็นราชินีน้ำแข็งจากการจ้องมองไปได้


แต่เขาก็สงบอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว สูดลมหายใจเข้าลึกและพึมพำในใจ ‘ต้องรีบทำภารกิจให้เสร็จและรีบกลับดีกว่า เพราะดูเหมือนว่าสาวสวยคนนี้จะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดีนัก’


“ในเมื่อไม่ตอบ งั้นผมขอนั่งนะ” ไป๋เฉินพูด โดยที่ไม่รอให้เธอได้พูดอะไรหรือเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็นั่งลงที่ม้านั่งหินอ่อนยาวในทันที แต่เขาก็ไม่ได้นั่งใกล้เธอ เขานั่งห่างจากเธอหนึ่งช่วงแขน เพราะเขากลัวว่ามันจะทำให้เธอโกรธ หากเขาเข้าไปนั่งใกล้เธอ


หญิงสาวอัจฉริยะไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด เธอนั่งก้มหน้ามองพื้นหญ้าอย่างหม่นหมอง ภายในใจของเธอล้วนเต็มไปด้วยความเศร้า 


วันนี้หลังจากที่เธอตื่นมา เธอก็พบว่าการมองเห็นของตัวเองมัวไปหมด ไม่ว่าจะมองไปที่ใดก็ตาม


แม้ว่าเธอจะลองใส่แว่นสายตาของตัวเองดูแล้ว การมองเห็นของเธอก็ยังคงมัวอยู่ เธอจึงตัดสินใจที่จะไปหาหมอที่โรงพยาบาลขึ้นชื่อของเมืองซิงโจว เพื่อตรวจดูสายตาของเธอ


หลังจากการตรวจของหมอที่มีฝีมือ ทำให้เธอได้รู้ว่าดวงตาทั้งสองข้างของเธอกำลังจะสูญเสียการมองเห็นไป สรุปอย่างง่ายดายก็คือเธอจะตาบอดนั่นเอง


และวิธีรักษาเดียวก็คือการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา ซึ่งเธอไม่ต้องการเลย ถึงแม้ว่าหมอจะบอกว่ามีผู้บริจาคดวงตาไว้ก่อนเสียชีวิตพอดีก็ตาม 


หากถามว่าเหตุผลคืออะไรนั้น ย่อมเป็นเพราะเธอไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนดวงตาที่พ่อและแม่สุดที่รักของเธอให้มาไป แม้ว่ามันจะทำให้เธอกลับมามองเห็นได้อีกครั้งก็ตาม 


เรียกได้ว่าเธอไม่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาอย่างแท้จริง!


เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกหดหู่และรู้สึกเศร้ามาก จนเธอไม่เป็นอันทำงาน เธอพักทุกอย่างที่ทำไว้ทั้งหมด และออกมาเปลี่ยนบรรยากาศที่สวนสาธารณะซิงเซียง


‘อีกไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ ฉันก็จะสูญเสียการมองเห็น ฉันจะทำยังไงดี?’ 


หญิงสาวอัจฉริยะคิดในใจอย่างเศร้าสร้อย ใบหน้าที่สวยงามราวกับนางฟ้าของเธอได้เต็มไปด้วยความหม่นหมอง แม้แต่ตอนนี้ที่เธอมองพื้นหญ้าเธอก็พบว่ามันมัวไปหมดแล้ว


“พี่สาว คุณมาทำอะไรที่นี่?” ขณะที่เธอกำลังรู้สึกเศ้ราอย่างมาก เธอก็ได้ยินเสียงของชายหนุ่มแปลกหน้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เธอเหลือบมองเขาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สนใจเขาเหมือนเดิม


ในสายตาของเธอ ชายหนุ่มคนนี้ คงจะมาพยายามจีบเธอ เหมือนกับพวกผู้ชายที่เธอเคยพบมาอย่างแน่นอน 


เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยพบมา แต่มันเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งทุกครั้ง เธอก็จะทำเป็นไม่สนใจ


ไป๋เฉินไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย กับการที่หญิงสาวอัจฉริยะไม่สนใจเขา เพราะเขารู้ดีว่าการที่คนแปลกหน้ามาชวนคุยแบบนี้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องแสดงออกมาอย่างนี้กันทั้งนั้น และในกรณีของที่ร้ายแรงที่สุด ก็อาจจะไปถึงขั้นการแจ้งความจับ


เขาครุ่นคิดเล็กน้อย เพื่อหาวิธีมอบแว่นตาวิเศษให้กับเธอ เพราะหากว่าเขามอบมันให้กับเธอตรงๆ เกรงว่าเธอก็อาจจะไม่รับไปและมันก็ดูน่าสงสัยเกินไปด้วย 


ทันใดนั้นก็ราวกับมีหลอดไฟปรากฏขึ้นที่เหนือหัวของเขา ไป๋เฉินคิดออกในทันที เขารีบหันไปมองหญิงสาวอัจฉริยะ แม้เธอหันข้างให้เขา เธอก็ยังคงสวยไม่เปลี่ยน 


“พี่สาวคุณสนใจดูดวงไหม? ผมดูดวงเก่งมากเลยนะ”


ครั้งนี้เธอไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขา นั่งก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม แทบจะไม่ละสายตาไปจากพื้นหญ้าเลย แต่คิ้วที่สวยงามของเธอก็ขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจต่อชายหนุ่มที่พยายามจะจีบเธอคนนี้


ไป๋เฉินมองเธออย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขาคิดวิธีออกแล้ว เขาเชื่อว่าวิธีนี้ต้องได้ผล 100% อย่างแน่นอน!


เขาพลันลุกขึ้นยืน และพูดออกมาอย่างลอยๆ ว่า “ช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่พี่สาวไม่สนใจ เดิมทีผมเห็นออร่าของความเศ้ราจากพี่สาว ผมเลยคิดจะช่วยเล็กน้อย”


หลังจากเขาพูดจบ เขาก็หันหลังและเดินจากไปอย่างช้าๆ เนิบๆ ขณะเดียวกันเขาก็พึมพำออกมา “น่าเสียดายที่คนสวยกำลังจะตาบอด”


แต่เสียงพึมพำของไป๋เฉินนั้น ได้ทำให้ร่างที่สวยงามไร้ที่ติของหญิงสาวอัจฉริยะสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอถึงกับเงยหน้าขึ้นมาในทันควัน 


เธอมองไปที่แผ่นหลังของเขาที่กำลังเดินจากไป ก่อนจะรีบตะโกนออกมาสุดเสียง “เดี๋ยวก่อน!”


ด้วยเสียงตะโกนของเธอ ทำให้ไป๋เฉินหยุดเดิน มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างล้วนอยู่ในการคำนวณของเขาหมดแล้ว


จบบทที่ 12

ความคิดเห็น