Genrei

ขอขอบคุณที่สนับสนุน ^^

​บทที่ 8 : ร้านซูเป​อร์มาร์เก็ต

ชื่อตอน : ​บทที่ 8 : ร้านซูเป​อร์มาร์เก็ต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2561 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทที่ 8 : ร้านซูเป​อร์มาร์เก็ต
แบบอักษร

​บทที่ 8 : ร้านซูเป​อร์มาร์เก็ต

เวลาได้ผ่านไปจนถึงช่วงเลิกเรียน ไป๋เฉินไม่สนใจใครในห้อง เขารีบออกจากห้องเรียนในทันทีที่จบคาบสุดท้าย เขาไปที่ลานจอดรถและปั่นจักรยานของตัวเองเพื่อมุ่งหน้าไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต 


แน่นอนว่าเขาไปเพื่อซื้ออาหารแมว เขาได้ลองตรวจดูข้อมูลของภารกิจที่ 2 ดูแล้ว ซึ่งมันมีเนื้อหาไม่มาก


--- 

[ภารกิจที่ 2: ให้อาหารแมวจรจัดที่สวนสาธารณะ]


คำอธิบาย: ทุกวันนี้มีแมวจรจัดอยู่มากมาย การสืบพันธ์ของแมวจรจัดนั้นเร็วกว่าแมวบ้านมาก เพราะมีอิสระมากกว่า แต่ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีแมวจรจัดเพิ่มขึ้น และที่สวนสาธารณะซิงเซียงก็เป็นสถานที่หนึ่งที่มีแมวจรจัดอยู่ คุณจำเป็นต้องให้อาหารกับพวกมัน เมื่อคุณให้อาหารกับพวกมัน พวกมันจะให้ความสนิทสนมกับคุณส่วนหนึ่ง


รางวัลภารกิจสำเร็จ: ได้รับคะแนน 10 คะแนน


ผลเสียหากภารกิจล้มเหลว: ไม่มี 

---


หลังจากที่ได้ดูข้อมูลภารกิจที่ 2 ไป๋เฉินก็รู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่ามันเป็นสวนสาธารณะเดียวกันกับภารกิจที่ 4 เขาจึงรู้สึกว่าโชคของเขาค่อนข้างที่จะดี ที่มันไม่ใช่สวนสาธารณะอื่นที่อยู่ไกลๆ


ขณะที่ปั่นจักรยานไปซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียนซิงเซียง เขาก็ได้คิดมากมายเกี่ยวกับคะแนนที่จะได้รับหากทำภารกิจที่ 2 และภารกิจที่ 4 สำเร็จ 


ภารกิจที่ 2 ได้รับ 10 คะแนน ส่วนภารกิจที่ 4 ได้รับ 30 คะแนน 


หากเอาคะแนนทั้ง 2 ภารกิจมารวมกัน ก็เท่ากับว่าในครั้งนี้คะแนนที่เขาจะได้คือ 40 คะแนน เมื่อเอาไปรวมกับคะแนน 30 คะแนนที่มีอยู่มันก็จะเป็น 70 คะแนน!


หลังจากได้คิดถึงเรื่องนี้ ไป๋เฉินอดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะ 70 คะแนนนั้นใกล้กับ 100 คะแนนแล้ว เขาเชื่อว่าหากเลเวลเพิ่มขึ้น ระบบเปลี่ยนชีวิตคงจะมีอะไรดีขึ้นอย่างมากแน่นอน 


สาเหตุที่ทำให้เขาเชื่อนั้นก็คือนวนิยายแนวนี้ที่มีระบบช่วยเหลือแบบระบบเปลี่ยนชีวิตที่เขามี ถ้าเลเวลเพิ่มขึ้นก็จะมีอะไรใหม่ๆ หรืออะไรดีขึ้น ในเรื่องนี้เขาค่อนข้างที่จะคาดหวังอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้อยู่ห่างจากโรงเรียนซิงเซียนมากนัก ระยะทางก็เพียงครึ่งกิโลเมตร ไป๋เฉินได้มาถึง เขาเอาจักรยานไปจอดที่ลานจอดรถของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีให้ 


ช่วงหลังสี่โมงเย็นเช่นนี้ คนที่มาซูเปอร์มาร์เก็ตค่อนข้างจะเยอะพอสมควร ส่วนมากจะเป็นพวกแม่บ้าน พวกเธอมาเพื่อซื้อวัตถุดิบประเภทเนื้อและประเภทผักและเครื่องปรุงอื่นๆ เพื่อนำกลับไปทำอาหารให้กับสามีและลูกๆ ของพวกเธอ

รถที่ลานจอดรถเองก็มีให้เห็นอยู่หลายคัน ส่วนน้อยคือรถยนต์ ส่วนกลางคือรถจักรยานยนต์ และส่วนมากก็คือรถจักรยาน ไป๋เฉินมองเห็นรถจักรยานอยู่ถึง 10 คันที่จอดอยู่ ซึ่งมันเป็นจักรยานแม่บ้าน 


แต่เขาไม่ได้สนใจว่าจะมีคนมาซูเปอร์มาร์เก็ตมากแค่ไหน หากเป็นตอนช่วงชีวิตก่อนหน้าที่เขาเป็นเด็กที่มีจิตใจดีอยู่ เขาก็คงจะอายๆ อยู่บ้าง 


อย่างไรก็ตาม มันแตกต่างออกไปแล้วกับตอนนี้ที่เขาเคยไปถึงอายุ 30 ปี กลายเป็นตาลุงที่ผ่านโลกมามาก ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำถึง 12 ปีเต็ม เขาเลยไม่รู้สึกอะไรกับการที่มาซูเปอร์มาร์เก็ตตอนคนเยอะๆ


ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มีชื่อว่า ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตหูหยาง’ เจ้าของคือคนแซ่หูผู้มีฐานะครอบครัวที่ดีเยี่ยมในเมืองซิงโจว ซึ่งเมืองซิงโจวแห่งนี้ก็นับว่าเป็นเมืองที่ใหญ่มากทีเดียว


แต่ถ้าหากเอาไปเทียบกับปักกิ่งแล้วนั้น เมืองซิงโจวไม่สามารถที่จะเทียบได้เลย เนื่องจากปักกิ่งนั้นมีพื้นที่ใหญ่โตมากมาย เป็นเมืองหลวงของประเทศจีน


จะเห็นได้ว่าทุกชื่อโรงเรียนหรือย่านการค้ารวมถึงอื่นๆ จะมีการตั้งชื่อว่าซิงนำหน้าเสมอ ถ้าจะถามว่าทำไม มันก็คงเป็นเพราะว่าที่นี่ก็คือเมืองซิงโจว


ไป๋เฉินเดินเข้ามาภายในซูเปอร์มาร์เก็ต ประตูเลื่อนอัตโนมัติได้เลื่อนเปิดออกและมีเสียงเมื่อเขาเดินผ่านเข้าไปภายในซูเปอร์มาร์เก็ต 


ข้างในซูเปอร์มาเก็ตค่อนข้างที่จะใหญ่ หากจะบอกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหูหยางเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซิงโจวก็ไม่เกินไปเลย


ทันทีที่เข้ามาภายในซูเปอร์มาร์เก็ตหูหยาง ไป๋เฉินก็ไม่ได้สนใจอย่างอื่น เขาไม่ได้สนใจคนมากมายที่อยู่ตามจุดต่างๆ ภายในร้านซูเปอร์มาร์เก็ต เขามุ่งหน้าไปที่โซนอาหารสัตว์ในทันที


โซนอาหารสัตว์อยู่แถวหลังสุด แทบจะติดผนังของหลังร้าน เขาเดินมาอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ไม่นานก็เดินมาถึง สามารถมองเห็นป้ายที่ห้อยลงมาที่มีสีสันสวยงาม เป็นป้ายโฆษณาโปรโมทสินค้าอย่างหนึ่ง 


บนตัวป้ายมีตัวอักษรเขียนอยู่ ซึ่งใจความของตัวอักษรที่เขียนอยู่ก็คือ ‘อาหารสุนัข&แมว สุดวิเศษ’


ในสายตาของไป๋เฉินเขารู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะเป็นการโปรโมทที่ดี แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมองไปที่ป้ายโฆษณามากนัก เขาเดินเลี้ยวตรงเข้าไปในโซนอาหารแมว 


แต่ทันทีที่เลี้ยว เขาก็เห็นคนที่คาดไม่ถึง เป็นหญิงสาวหลี่หลิน ความสูงของเธอมีเพียง 158 ซม. ทำให้เธอคล้ายตุ๊กตาเข้าไปอีก เธออยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าดูสดใสและน่ารัก ซึ่งดูไปแล้วมันเหมาะสมกับเธอเอามากๆ 


ในมือของเธอถือตะกร้าขนาดเล็กสีแดง เป็นตะกร้าของทางร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ให้ลูกค้าหยิบเพื่อไปใช้ใส่สินค้าต่างๆ ก่อนจะเอาไปคิดเงิน


“นายมันเจ้าคนน่ารังเกียจ!” เมื่อไป๋เฉินเห็นหลี่หลิน เธอเองก็เห็นเขาเหมือนกัน ดวงตาคู่กลมโตน่ารักของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าจะบังเอิญพบเจอคนน่ารังเกียจที่นี่


คิ้วของไป๋เฉินขมวดเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูงุนงง เขาจำไม่เห็นได้เลยว่าเคยไปทำอะไรให้เธอ แล้วทำไมเธอถึงมาว่าเขาน่ารังเกียจ? 


แต่เมื่อเขาลองนึกไปถึงข่าวลือที่ว่าเธอเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ ก็ทำให้เขากระจ่างราวกับเข้าใจแจ่มแจ้งในสัจธรรมของโลกนี้แทบจะในทันที


“เธอหมายความว่ายังไงที่ฉันเป็นคนน่ารังเกียจ? ฉันเคยไปทำอะไรให้เธอรึไง?” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงถามไถ่ เขาอยากจะรู้ว่าเธอเกลียดเขาเข้ากระดูกจริงไหม?


หากว่าเธอเกลียดเขาเข้ากระดูก เพราะเรื่องของผลการเรียนสู้ไม่ได้จริงๆ เธอก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่ใจแคบอย่างมาก


จบบทที่ 8

ความคิดเห็น