Genrei

ขอขอบคุณที่สนับสนุน ^^

​บทที่ 1 : คุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่?

ชื่อตอน : ​บทที่ 1 : คุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2561 13:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทที่ 1 : คุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่?
แบบอักษร

​บทที่ 1 : คุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่?


บรรยากาศในช่วงฤดูหนาวในประเทศจีนนั้นค่อนข้างที่จะหนาวเหน็บ หิมะสีขาวได้ตกลงมาปกคลุมทั่วทั้งถนนและหลังคาบ้านเรือน การสัญจรไปมาของผู้คนในช่วงนี้ค่อนข้างที่จะลำบากอยู่ไม่ใช่น้อย


ภายในเขตบริเวณเรือนจำกลางของปักกิ่ง มีชายวัยกลางคนกำลังถือพลั่วเก่าๆ ในมือ เขาก้มตัวลงและตักเอาหิมะสีขาวที่อยู่ตามขั้นบันไดออก สีหน้าของเขาหม่นหมองอยู่ตลอดเวลา


ชุดที่เขาสวมใส่เป็นชุดนักโทษที่มีหมายเลยติดอยู่ หมายเลขบนชุดของเขาคือ 1106 


เขาก็คือนักโทษหมายเลข 1106 มีชื่อว่าไป๋เฉิน ปีนี้เขาอายุ 30 ปีแล้ว ประสบการณ์ในคุกตลอด 12 ปี ได้หล่อหลอมเขาจากชายหนุ่มผู้มีจิตใจดี จนกลายมาเป็นชายวัยกลางคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน


แม้จะอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่หนาวจนเกินทานทน สิทธิพิเศษใดๆ ก็ไม่มีให้นักโทษ ชุดนักโทษทำมาจากผ้าผืนบ้างๆ เท่านั้น จึงทำให้ไป๋เฉินค่อนข้างที่จะหนาว


สีผิวของเขาเป็นสีแทนจากการทำงานหนักผ่านแดดผ่านฝนในเรือนจำ แต่มันก็สามารถมองเห็นได้ว่ามือของเขาถูกหิมะที่เย็นเยียบกัดจนแดงซ่าน ในจุดนี้เขาทำราวกับไม่รู้สึกอะไร เขาชาชินกับมันแล้ว


วันนี้ไป๋เฉินต้องทำหน้าที่เก็บกวดหิมะตามขั้นบันไดของเรือนจำ ส่วนนักโทษคนอื่นๆ ก็ได้รับหน้าที่แตกต่างกันออกไป


ใกล้ๆ กับที่เขากำลังเก็บกวาดหิมะด้วยพั่วอยู่ มีร่างของผู้คุมร่างอ้วนคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาหยุดลง มองมาที่ไป๋เฉินเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา “นักโทษไป๋ นายยังคงขยันเหมือนเดิมเลยนะ ไม่แน่ว่าเร็วๆ นี้ หากนายขยันต่อไป อาจจะได้พ้นโทษก็ได้”


ไป๋เฉินหยุดมือลง เขาหันมองไปที่ผู้คุมอ้วน พร้อมกับส่ายหน้าไปมา “ผู้คุมเฉิงอย่าล้อผมเล่นเลย โทษของผมหนักหนาสาหัสที่ต่อให้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทั้งชีวิตก็ไม่พอ”


“เฮ้อ...คดีของนาย ฉันก็พอรู้มาบ้าง แต่คนธรรมดาอย่างเราๆ จะไปสู้กับพวกตระกูลใหญ่ๆ ในปักกิ่งได้อย่างไร? แค่มีชีวิตอยู่ได้ก็ดีถมไปแล้ว” ผู้คุมอ้วนส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย “ยังไงก็พยายามเข้าล่ะ”


ผู้คุมอ้วนพูดจบ เขาก็ระบายรอยยิ้มให้กับไป๋เฉินเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินเหยียบย่ำหิมะที่เย็นเยียบจากไป


ไป๋เฉินมองตามหลังของผู้คุมอ้วนไปด้วยความหม่นหมอง ไม่อาจมีใครรู้ว่าภายในดวงตาของเขาซุกซ่อนความแค้นเอาไว้มากมายเพียงใด


“หวังเฉิงเย่!” เขาขบฟันเข้าหากันจนเกิดเสียง มือปล่อยพั่วลงพื้น สองมือที่เย็นเยียบจนชาไปหมดได้กำเข้ามากันอย่างแน่น จนเผยให้เห็นเส้นเลือดสีเขียวตามลำแขนทั้งสองข้าง


“หากไม่ใช่เพราะมัน ฉันก็คงจะไม่ต้องมาทนทุกข์ในคุกถึง 12 ปีเต็ม!” 


ไป๋เฉินมีสีหน้าที่โหดเหี้ยม หากเป็นไปได้ เขาอยากจะฆ่าหวังเฉิงเย่อย่างมาก เรื่องราวเมื่อตอนอายุ 18 ปี ราวกับได้หวนมาในความทรงจำของเขาอีกครั้ง


ไป๋เฉินในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ที่มีจิตใจบริสุทธ์และใจดีกับทุกคน ครอบครัวของเขานั้นเปิดร้านขายซาลาเปาเล็กๆ พ่อและแม่ของเขาทำงานอย่างขยันขันแข็งในทุกวัน เพื่อส่งเขาเรียน


เพื่อตอบแทนความคาดหวังของพ่อแม่ จึงทำให้เขาตั้งใจเรียนอย่างมาก จนทำให้ติดท็อปอันดับที่ 1 ตลอดช่วงสองปีของมัธยมปลาย เขาเชื่อว่าหากเรียนจบ เขาสามารถสอบเขามหาวิทยาลัยดังๆ ได้ไม่ยาก


แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อหวังเฉิงเย่ ลูกชายคนเล็กของหัวหน้าตระกูลหวัง ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ปักกิ่งปรากฏตัว 


หวังเฉิงเย่คนนี้คิดจะมาเข้าเปลี่ยนแปลงเขตย่านการค้าที่บ้านของเขาตั้งอยู่ให้เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตสุดหรู เขาได้เสนอเงินจำนวนมากเพื่อซื้อบ้านของพ่อแม่ไป๋เฉิน รวมไปถึงบ้านของชาวบ้านคนอื่นๆ ที่อยู่ในเขตย่านการค้า


ตอนแรกทุกคนก็ไม่ยินดีที่จะขาย แต่เมื่อถูกหวังเฉิงเย่ข่มขู่ ใช้พวกอันธพาลมาทำลายข้าวของและบ้านเรือน พวกเขาก็ได้แต่จำใจยอมขายไป


แต่มีอยู่เพียงหลังเดียวที่ไม่ยอมขาย นั่นก็คือบ้านของไป๋เฉิน พ่อแม่ของเขาไม่ยินดีที่จะขายมัน เนื่องจากเป็นบ้านที่บรรพบุรุษสืบทอดกันมาหลายรุ่นแล้ว 


ไม่ว่าหวังเฉิงเย่จะใช้วิธีใด พ่อแม่ของเขาก็ไม่ยอมขาย!


สุดท้ายด้วยความที่ทนไม่ไหว หวังเฉิงเย่ก็ใช้วิธีที่ชั่วร้าย พ่อแม่ของเขาถูกฆาตกรรมอำพราง โดยการทำให้เหมือนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนเขาก็ถูกยัดข้อหาที่ต้องจำคุกไปตลอดชีวิตถึง 200 ปี!


เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ไป๋เฉินก็ได้แต่โกรธแค้น เขามีความแค้นต่อหวังเฉิงเย่ ต่อตระกูลหวังหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่งมาก หากว่าไม่มีตระกูลหวัง หวังเฉิงเย่ผู้ชั่วร้ายที่ทำลายครอบครัวของเขาและชีวิตของเขาก็คงไม่เกิดมา


ท่ามกลางลมหนาวที่เข้ามาปะทะกับใบหน้า หยดน้ำตาสองสายได้ไหลออกมาจากใบหน้าของไป๋เฉิน แม้ว่าเขาจะอายุ 30 แล้ว แต่พอนึกถึงเรื่องของพ่อแม่ขึ้นมาทีไร เขาก็อดไม่ได้ที่จะเศร้า จนต้องมีน้ำตาไหลออกมา


เขารู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม เขาอยากจะพบเจอพระเจ้า เขาอยากจะถามว่า ทำไมพระองค์ถึงได้แบ่งชนชั้นของผู้คน ทำไมต้องมีรวยมีจน ทำไมต้องถึงได้ปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมเช่นนี้


ไป๋เฉินแหงนหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้า ก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา เขาไม่ได้หัวเราะเยาะใคร แต่หัวเราะเยาะในชีวิตอันน่าสมเพชของตัวเอง


เขาเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบลง อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ทำมัน เพราะรู้ว่าชีวิตที่พ่อแม่ให้เขากำเนิดมานั้นมีค่า เขายังคงจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่น่าสมเพชอยู่ในคุก แม้ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่แบกรักเขาความแค้นต่อหวังเฉิงเย่และตระกูลหวังไปด้วยก็ตาม!


--- 

[คุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่?]


ตัวเลือก: (ใช่)  (ไม่) 

---


ราวกับเป็นภาพมายา มีหน้าต่างโปร่งแสงสีขาวปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา พร้อมกับตัวอักษรสีทอง ไป๋เฉินกระพริบตาอยู่สองสามครั้ง รู้สึกว่าภาพลวงตาตรงหน้านี้ ยังคงไม่ได้หายไป 


เขาส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น ไม่นึกว่าในเวลาเช่นนี้ ยังจะมามองเห็นภาพลวงตาอันไร้สาระ


แต่เขาก็อดที่จะเอื้อมมือออกไป กดคำว่า (ใช่) ไม่ได้ 


หลังจากที่เขากดไป ภาพท้องฟ้าที่เขามองเห็นก็กลายเป็นเบลอ แสงสีขาวได้ปรากฏออกมาปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเขาและกลืนกินร่างกายของเขา...จนหายไป!


จบบทที่ 1

ความคิดเห็น