โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความจริงที่เปิดเผย 60%

ชื่อตอน : ความจริงที่เปิดเผย 60%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2561 10:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความจริงที่เปิดเผย 60%
แบบอักษร

เมื่อออกจากห้องภาสน์เห็นพิภพนั่งอยู่บนโซฟาที่เขาเอาไว้สำหรับรับแขก สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย และเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากห้องเล็ก

ภาสน์พยายามปรับสีหน้าเป็นปกติเพื่อไม่ให้พ่อจับพิรุธใดๆ ได้ ทั้งที่ตอนนี้ความตึงเครียดของร่างกายไม่ได้ถูกขจัดออกไปแม้แต่น้อย

“แกไปไหนมา”

“ห้องน้ำครับพ่อ” เขาตอบไปทันที โชคดีที่ห้องนี้ถูกดีไซด์ให้ห้องน้ำอยู่ภายในห้องนอนเล็กด้วย “แล้วพ่อมาหาผม มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“จะเอาแกไปทำความรู้จักกับพวกผู้บริหารยังไงเล่า วันนี้มีประชุมประจำเดือน”

“จริงๆ พ่อโทร.เรียกผมก็ได้”

“ฉันก็อยากมาดูว่าแกมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” พิภพจับจ้องลูกชาย ในแววตาฉายแววภาคภูมิใจ แม้จะมีลูกเพื่อนๆ ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศไม่น้อย แต่ภาสน์ก็เป็นไม่กี่คนที่จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำ “แล้วห้องทำงานใหม่ โอเคไหม”

“โอเคมากครับ”

“ดี กลับมาแกต้องตั้งใจทำงาน ฉันจะได้วางใจ แล้วก็วางมือซะที”

“คิดจะทิ้งผมไปเที่ยวรอบโลกกับอีหนูงั้นสิ รอไปก่อนเถอะ”

ภาสน์หยอกเย้า ตั้งแต่แม่หนีไปพ่อของเขาก็มีผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เมื่อก่อนเขาไม่เข้าใจ แต่พอแตกเนื้อหนุ่มเขาก็เข้าใจธรรมชาติของผู้ชาย จึงไม่รู้สึกไม่พอใจพ่อในเรื่องนี้อีก

“นี่...อย่ามาทำเป็นเด็กติดพ่อ ฉันรู้หรอกน่าว่าวันไหนที่ฉันไปแกจะต้องตีปีกผับๆ”

“พ่อนี่ก็...รู้ทันเรื่อยเลย”

“แล้วแกคิดหรือยังว่าจะสานต่อที่แบรนด์ไหน” พอหยอกเย้ากันพอหอมปากหอมคอแล้ว พิภพก็วกเข้าสู่เรื่องงาน เพราะอยากรู้ว่าลูกชายเตรียมจะสานงานด้านไหนต่อ

“ผมอยากเปิดแบรนด์ใหม่ครับ”

คำตอบของลูกชายทำให้ภาสน์ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเห็นด้วย

“แค่นี้เราก็มีตั้งสี่แบรนด์แล้วนะ ถ้าเปิดแบรนด์ใหม่ฉันว่ามันจะเกินกำลัง” แบรนด์ที่ว่านั้นประกอบด้วยเบียร์สองชนิด น้ำดื่ม และน้ำแร่ ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในตลาดมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังประมาทไม่ได้ เนื่องจากคู่แข่งไล่บี้มาทุกวัน จึงต้องสร้างกลยุทธ์ต่างๆ มาดึงลูกค้าตลอดเวลา

“ผมอยากเปิดตลาดคอกเทล”

“ทำไม”

“ผมว่าตอนนี้คอกเทลก็เป็นเครื่องดื่มที่มาแรง ผู้หญิงนิยมดื่มแอลกอฮอล์กันมากขึ้น นอกจากไวน์แล้วผมว่าคอกเทลน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง” ภาสน์ให้เหตุผลกับผู้เป็นพ่อ ก่อนกลับมาเขาได้ทำการสำรวจการตลาดของเมืองไทยเป็นการบ้านมาบ้าง ซึ่งเอกสารทั้งหมดก็ถูกเตรียมเอาไว้นำเข้าเสนอต่อที่ประชุมล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว หากพิภพเห็นด้วยกับความคิดของเขา

“แล้วทำไมแกไม่ทำไวน์ล่ะ”

ภาสน์รู้ว่านี่คือคำถามในการหยั่งเชิง ใบหน้าจึงเปลี่ยนเป็นยิ้ม หากยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา

“ถ้าผมอยากทำ พ่อจะให้ทำหรือเปล่า” ชายหนุ่มย้อนถาม

“ไม่”

“ถึงพ่อให้ ผมก็ไม่ทำอะไรเพื่อคนที่ทิ้งผมไปหรอกครับ พ่อไม่ต้องห่วง”

พอได้ยินอย่างนั้นใบหน้าของพิภพคลายความเครียดลง แล้วกล่าวตอบรับในสิ่งที่ลูกชายเสนอ

“งั้นก็ลองเสนอคณะกรรมการดู แต่ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนที่แบรนด์ที่เรามีเดี๋ยวฉันจะช่วยแกดูไปก่อน”

ภาสน์ยิ้มรับ

“ขอบคุณครับพ่อ”

“เกือบจะเก้าโมงแล้ว เราไปห้องประชุมกันเลยดีกว่า” พิภพบอกเมื่อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมามอง

“เอ่อ...ครับ”

แม้ปากจะตอบรับ สายตาของภาสน์กลับมองไปยังประตูห้องเล็กด้วยความอาวรณ์ ทำให้ไม่รู้ว่าบิดาได้เดินนำหน้าไปแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงเตือน

“มาสิ มัวรออะไรอยู่”

“ครับพ่อ”

ในที่สุดภาสน์ก็ต้องตัดใจจากร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่อยู่ในห้องเล็ก แม้จะอยากจะกลับไปสานต่อให้เสร็จ แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้อะไรสำคัญที่สุด

หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าภาสน์กับพิภพออกจากห้องแล้ว อิงดาวก็รีบจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนที่จะลนลานออกจากห้อง เป็นอีกครั้งที่เธอต้องวิ่งหนีออกมาจากสถานการณ์เดิมๆ แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าโลกของเธอถล่มทลายเป็นเสี่ยงๆ นอกจากจะสูญเสียศักดิ์ศรีแล้ว เธอยังสูญเสียงานที่เธอรัก เพราะเธอคงไม่อาจกลับมาทำงานกับคนอย่างเขาได้อีก

มนุษย์ผู้ชายสองคนสร้างความเจ็บปวดให้กับเธออย่างเหลือเกิน แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้นคือเธอโอนอ่อนผ่อนตาม ในตอนสุดท้ายเธอเกือบจะกลายเป็นผู้หญิงใจง่ายให้เขาย่ำยีได้ตามชอบใจ

ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอาย และอดสู ต่อจากนี้เธอจะกล้ามองหน้าใครต่อใครได้อย่างไร

น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินทันทีเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถซึ่งเป็นสถานที่ปลอดผู้คน บ้านคือที่พักใจเดียวของเธอในตอนนี้ แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินไปขึ้นรถของตัวเองก็เจอเข้ากับโจทก์คนสำคัญพอดี

กฤชพลเพิ่งเลี้ยวรถเข้ามาจอด เมื่อเขาเปิดประตูรถและก้าวลงมา อิงดาวก็พบว่าชายหนุ่มยังดูดีมีสุขทุกประการ ผิดกับเธอที่เฝ้าตรอมตรมกับสิ่งที่เขาก่อ ความอับอาย ความอดสู แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น มันพุ่งสูงปรี๊ดอย่างที่ไม่เคยเกิดกับเธอมาก่อน

อิงดาวเดินตรงไปหากฤชพล และเมื่อเผชิญหน้ากับเขาจึงกล่าวเสียงเข้ม

“พี่กฤช”

ชายหนุ่มสะดุ้งแต่ก็ยอมหันมา ในนาทีนั้นเธอจึงตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความคับแค้นใจ แรงกระทบก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นก้องลานจอดรถ

เพี้ยะ !

กฤชพลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นเธอ แต่เขาก็ยังมีหน้ามาทำไขสือ และถามเธอด้วยคำถามโง่ๆ

“อิงตบพี่ทำไม”

อิงดาวกำมือแน่น เกลียดความเสแสร้งของอดีตแฟนอย่างจับหัวใจ ทำไมนะเธอถึงหน้ามืดตัวมัวยอมคบกับเขาได้ ทำไมไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นคนสันดานชั่วช้าอย่างนี้

“นี่มันยังน้อยไปกับสิ่งที่พี่กฤชทำกับอิง”

เธอแผดเสียงลั่นด้วยความโกรธ และนั่นทำให้พนักงานที่เพิ่งเดินทางมาถึงเริ่มมองเธอกับเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

กฤชพลเห็นท่าไม่ดี และดึงเธอมาอีกทางเพื่อหลบเลี่ยงผู้คน


สวีดัด สวัสดีวันทำงาน เอานิยายมาเสิร์ฟแล้วนะคะทุกท่าน ฝากติดตามให้กำลังใจติชมกันด้วยน้าาา....และหากใครอยากอ่านยาวๆ เชิญโหลดได้ที่เมพ ราคาสบายกระเป๋า เพียง 169 บาทเท่านั้น บอกเลยว่าราคาเบามาก เมื่อเทียบกับความหวานและความฟินจร้า


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น