กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/2 (วางจำหน่ายแล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/2 (วางจำหน่ายแล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 514

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2561 09:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/2 (วางจำหน่ายแล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...

เสียงไก่โต้งข้างบ้านพากันโก่งคอคันเมื่อเช้าตรู่มาเยือนอีกครั้ง ป้าละมัยลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าทิ้งไว้ให้ลูกชายกับหลานสาว ก่อนตัวเองจะเดินออกไปทำงานร้านอาหารตามสั่งตามปกติเช่นนี้ทุกวัน ร้านอาหารตามสั่ง อยู่ห่างจากบ้านออกไปอีกสองซอย ต้องไปเช้าสักหน่อย เพราะต้องรีบจัดเตรียมเครื่องปรุงเอาไว้ให้พร้อม รอลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศหรือพวกนักศึกษา จะมาสั่งอาหารใส่กล่องโฟมเพื่อเอาไปทานกันตอนเช้าที่ทำงาน...

มุขธิดาตื่นเป็นคนสุดท้าย ออกมาก็เห็นพี่โมชนั่งหน้าเครียด มือคอยคลี่หนังสือหางานเช็คดูอยู่หน้าจอทีวี เมื่อคืนเธอกับพี่ชายคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่ และเธออาสาจะช่วยหางานให้อีกแรง กะว่าจะลองไปถามที่โรงพยาบาล มีตำแหน่งงานไหนว่างพอจะรับคนเพิ่มบ้างไหม เป็นพนักงานชั่วคราวก็ได้ ขอให้ช่วงนี้พี่ชายเธอมีรายได้เข้ามาอีกแรง งานอะไรเขาพร้อมจะทำทั้งนั้น

เกิดเสียงโหวกเหวกดังอยู่ทางหน้าบ้าน กดกริ่งจนมันจะดังไปจนถึงต้นซอยเพราะบ้านเธออยู่เกือบท้ายซอย มุขธิดาถอนใจเฮือก กำเงินในมือไว้แน่น เตรียมเอาไปให้เจ้าหนี้หน้าเลือด ไม่ออกไปดูเธอก็พอเดาได้ไม่ยาก จะมีใครไปเสียอีก ถ้าไม่ใช่พวกนั้นมาทวงเงิน...

“เดี๋ยวมุขจัดการเองพี่โมช พี่ไม่ต้องออกไปหรอกนะ นั่งอยู่ในบ้านนี่แหละ มุขขี้เกียจห้ามทัพ” มุขธิดาห้ามพี่ชายไว้เมื่อเห็นเขากำลังลุกขึ้น

“วันนี้มีใช่ไหม...” ปราโมชถามด้วยน้ำเสียงเครียดขรึม เธอพยักหน้าให้พี่ชาย

“มุขเตรียมไว้พร้อมแล้ว เมื่อวานได้ค่าแรงมาหลายบาท คงพอให้ค่าดอกสักสามสี่วันจ้ะ” เธอชูเงินในมือบอกพี่ชายให้คลายกังวล ปราโมชพยักหน้าพลางฝืนยิ้ม ดูช่างตรงข้ามกับสีหน้าเหลือเกิน เป็นเพราะเขาคนเดียวแท้ๆ ทุกคนในบ้านถึงต้องมาเดือดร้อนไปตามๆกัน ชายหนุ่มยังคงเฝ้าโทษเป็นความผิดของตนเอง ใบหน้าคมคายเศร้าหมอง

และน้องสาวทันเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของผู้เป็นพี่ชาย

“ไม่ต้องคิดมากไปหรอกนะพี่ บอกแล้วไงสุขทุกข์เราคือครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะสู้ไปด้วยกัน” มุขธิดาพูดปลอบใจพี่ชายด้วยอ้อมกอดอบอุ่น ก่อนผละห่างขอตัวเอาเงินค่าดอกออกไปให้เจ้าหนี้หน้าเลือด...

นอกประตูรั้วบ้าน มีชายรูปร่างสูงใหญ่สองคนยืนกดกริ่งดังสนั่นอย่างไม่คิดเกรงใจใคร อาจเป็นเพราะทั้งคู่คงคิดว่าตนเองเป็นลูกน้องของเสี่ยชัย ผู้มีอิทธิพลของคนละแวกนี้ก็อาจเป็นได้  ในระหว่างนั้นพวกมันสองคนพร้อมใจกันมองมาที่มุขธิดา ถ้าเธอตาไม่ฝาดเหมือนสองคนนั้นกำลังก้มกระซิบกระซาบอะไรกันสักอย่างแล้วพยักหน้าให้กัน ผู้ชายคนด้านขวายกมือถือขึ้นมาทางเธอเหมือนจะถ่ายภาพ แต่มองไม่ถนัดนัก พอเดินเข้าไปใกล้ เจ้าของมือถือกลับยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงตัวเอง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้นไป

เธอจะเอ่ยถามว่าทำอะไรก็ต้องระงับปากเอาไว้ ไม่อยากหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัว ยิ่งเจรจากับคนพวกนี้มากความเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คนพวกนี้ก้าวร้าวกับเธอมากขึ้นเท่านั้น

“ฉันเอาดอกเบี้ยมาให้ค่ะ” มุขธิดาส่งเงินในมือให้ แต่ไม่ยอมเปิดประตูรั้วบ้าน

“ดีมากน้องสาวที่วันนี้ไม่ต้องให้พี่ออกแรงทวงมาก รู้งานแบบนี้สิพี่ชอบ”

ไอ้คนรับเงินแสยะยิ้มอวดฟันขาว ทว่าผิวของมันกลับดำเมี่ยม มันยืนนับเงินที่เธอส่งให้ พอครบตามจำนวนมันจัดแจงดึงเอาสมุดจดที่เหน็บเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงหลังออกมาขีดฆ่าอะไรไม่รู้ ส่วนไอ้คนที่ยืนเฉยคอยคุมเชิงอีกที มันขยับเข้ามาใกล้รั้ว

 มุขธิดาขยับถอยหลังสองก้าว ไม่ได้กลัวแต่แค่ระวังเอาไว้เท่านั้น

“มีอะไรหรือจ้ะพี่ เงินที่ให้ไม่ครบหรือไง” มุขธิดาย่นหัวคิ้วลงมองใบหน้าครามแดด จะไม่ครบได้ยังไงในเมื่อเธอนับเองอยู่ตั้งหลายรอบก่อนจะยื่นส่งให้พวกนี้

“ครบจ้ะน้องสาว พี่สองคนแค่อยากจะทำความรู้จักกับน้องคนสวยให้มากขึ้นอีกสักหน่อยเท่านั้นเอง และก็มีขอเสนอดีๆ เขาเรียกว่าอะไรนะไอ้เชิด...” มันหันไปสะกิดถามเพื่อนที่มาด้วยกัน

“เขาเรียกว่าโปรโมชั่นไงไอ้ดำ โธ่เอ๊ย! ไอ้ควาย....”

 เชิดส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย ไอ้นี่มันหัวทึบสมองช้าสอนเท่าไหร่ไม่เคยจำ เตือนมันให้ท่องจำไว้ดีๆแล้วนะ ยังเสือกทำลืม ด้วยงานนี้มันกับเพื่อนหวังฟันกำไรเอาไว้มากพอสมควร พวกมันกำลังคิดจะทำความดีต่อเจ้านาย ด้วยการเอาสาวผิวขาวราวน้ำนม หุ่นเล็กกะทัดรัดน่าฟัด พร้อมด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มกระจุ๋มกระจิ๋ม เป็นของขวัญวันเกิดให้เสี่ยชัยปีนี้สักหน่อย ยิ่งถ้าแม่น้องสาวคนงามยอมตกลงทำตามข้อเสนอของมันง่ายๆ งานนี้ก็ยิ้มสิครับ มันจะรีบดำเนินการโดยไม่รั้งรอเชียวละ กลัวเจ้านายจะได้เหยื่อรายใหม่ตัดหน้ามันสองคนเสียก่อน ไม่ใช่อะไรหรอก มันกลัวความดีความชอบนี้จะลดลง แล้วเม็ดเงินค่าตอบแทนที่อาจได้รับเป็นรางวัลก็จะลดน้อยลงตามไปด้วยนั่นเอง

 เจ้านายของมันมีชื่อว่าเสี่ยอนุชัย เป็นหนุ่มใหญ่หน้าตาดีคนหนึ่ง ไม่ได้พุงพลุ้ยเหมือนกับเสี่ยคนอื่นๆหรอก ถึงได้มีนิสัยเจ้าชู้นัก แกเป็นพ่อม่ายเมียทิ้งแถมยังมีลูกติดอีกหนึ่งคนด้วย เมียนั้นหนีตามชู้ไปใช้ชีวิตต่างประเทศนานหลายปี คงนับตั้งแต่เจ๊แกคลอดลูกออกมาใหม่ๆ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่ทนความเจ้าชู้ของเสี่ยมันได้ ขนาดพากันเข้ามากกกอดกันถึงในบ้าน เห็นตำตาเสียขนาดนั้นเป็นใครจะยอมทน ถ้ามันเป็นเมียเสี่ยแล้วมีทางไหนที่ดีกว่าก็เผ่นแน่บไปเหมือนกันแหละ  ดีกว่าต้องมานั่งทนมองผัวตัวเองออเซาะอยู่กับผู้หญิงอื่นตำตา

 “เออ...นั่นแหละ โปรโมชั่น ว่าแต่น้องสาวมีชื่อว่าไรจ๊ะ พี่ยังไม่รู้จักชื่อน้องเลย เวลาพี่มาเก็บดอกจะได้เรียกชื่อน้องสาวได้ถูกต้องไงล่ะจ๊ะ”

 ดำกระแซะเข้าใกล้ลูกกรงรั้วเหล็กมากขึ้น มันมองพิจารณารูปร่างของมุขธิดาโจ่งแจ้งพอสมควร รู้สึกพึงพอใจไม่ใช่น้อย ขาวอวบอิ่มแบบนี่ละที่เจ้านายมันชอบ ลองคำนวณเม็ดเงินค่าตอบแทนน้ำใจงดงามที่เสี่ยชัยจะให้ ดูท่าไม่ใช่น้อยแน่ๆงานนี้ ก็ออกจะขาวสวยตัวเล็กหุ่นอรชรน่าฟัดเสียขนาดนี้ อย่างน้อยๆก็หลักหมื่นขึ้นไปล่ะวะ

ดำยิ้มกริ่มเห็นแล้วไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่

ส่วนมุขธิดาเขม้นสายตาเข้มจัดมองตอบโต้ไอ้คนตัวดำ เธอเม้มริมกลีบปากอิ่มเข้าหากันสนิท ไม่ยอมบอกชื่อตามที่ไอ้คนตัวดำเมี่ยมมันถาม สายตาแบบนี้มันหน้าตบให้คว่ำสักที หญิงสาวเตรียมหมุนร่างเข้าบ้าน แต่กลับถูกอีกคนเรียกไว้เสียก่อน

“อย่าเพิ่งไปสิจ๊ะ น้องสาว...นี่แน่ะ!ไอ้ห่าดำ” เชิดยกมือขึ้นตบหัวดำเสียงดังป๊าบต่อหน้าหญิงสาว

“โอ๊ะ!มึงตบหัวกูทำไมวะ...ไอ้เชิด”

“ก็มึงเสือกไปมองน้องเขาแบบนั้น ใครเขาอยากจะคุยกับมึงด้วยวะ ไอ้ห่านี่ ชอบทำอะไรเสียเรื่องอยู่เรื่อย”  ผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าแต่คงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ส่งค้อนควัก นึกละเหี่ยใจกับไอ้นี่เหลือกำลัง  

 มุขธิดาเกือบหลุดเสียงขำตอนเห็น นึกซะใจครามครัน ดีที่เบรกเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

“พี่เรียกฉันไว้ทำไม เงินค่าดอกเบี้ยก็ได้ครบแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ครบแล้วจ้ะ แต่พี่ยังไม่รู้จักชื่อของน้องสาวเลย พอดีพี่มีโปรโมชั่นดีๆมานำเสนอ อยากให้น้องลองเอากลับไปคิดพิจารณาตัดสินใจดูสักหน่อยนึงน่ะ” เชิดผลักเพื่อนถอยห่าง กลัวดำจะทำเสียเรื่องก่อนจะได้เรื่อง

“อ้อ...แล้วน้องก็ไม่ต้องกลัวพี่สองคนไปหรอกนะ เพราะพี่สองคนมาดีจ้ะ” คนบอกมาดียืนยิ้มแฉ่งฉีกปากกว้างจนเห็นซี่ฟันเกือบครบ เป็นการปูทางเพื่อสู่ขั้นตอนเจรจาที่สะดวกมากยิ่งขึ้น  

“ชื่อมุขค่ะ” มุขธิดาจำใจต้องบอก จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันเสียที  เธอจะได้กลับเข้าบ้านเพื่อทำกิจกรรมอื่นต่อไปได้เสียที

“น้องมุขหรือ ชื่อเพราะเหมาะสมกับหน้าตาเลยนะครับ” ดำที่ยืนฟังมานานรีบเขยิบเข้ามาใกล้เพื่อน ตอนนี้มันพยายามไม่กวาดสายตามองน้องมุขด้วยสายตาจาบจ้วงอีกแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มหวานหยดเท่าที่คิดว่าทำแล้วดูดีที่สุดในชีวิตไปให้หญิงสาวแทน

มุขธิดาถึงกับขนลุกซู่ มองรอยยิ้มของผู้ชายคนนั้นด้วยความสยดสยองมากกว่าจะรู้สึกเป็นอย่างอื่นไปได้...

“พี่มีอะไรก็ว่ามาเถอะ ฉันจะได้เข้าบ้านเสียที” มุขธิดารีบพูดตัดบท

“คืออย่างนี้นะ...” ดำกลืนน้ำลายเหนียวหนืด คิดหาคำพูดสวยหรู กลัวเหยื่อจะปฏิเสธไม่รับข้อเสนอดีๆของมัน พานจะชวดเงินรางวัลจากเสี่ยชัย ช่วงนี้ยิ่งเก็บดอกเบี้ยยากเย็นอยู่ด้วย เปอร์เซ็นต์ของมันเลยได้น้อยตาม ถ้าไม่หารายได้ทางอื่นเสริม มันจะเอาเงินจากไหนไปลงอ่างหาน้องขวัญแม่สาวจ้ำม่ำน่าขย่มของมันกันเล่า 

ดำจึงคิดหาคำพูดปะเหลาะ เพื่อใช้พูดโน้มน้าวหญิงสาว

“คือย่างนี้นะน้องมุขจ๋า น้องสนใจอยากลดทั้งต้นทั้งดอกไหมล่ะจ๊ะ พอดีพี่มีข้อเสนอดีๆแล้วก็ทำสบายๆให้น้องมุขเอาไปนอนคิดดูสักคืน แล้วพรุ่งนี้พี่ค่อยมาเอาคำตอบก็ได้จ้ะ” พูดจบแล้วดำก็ฉีกยิ้ม

 “ข้อเสนออะไรหรือคะ” มุขธิดาย่นหน้า รู้สึกเอะใจเล็กน้อยกับข้อเสนอ แต่ถ้าให้เธอเดานั้นคงไม่ยาก คนประเภทนี้จะมีข้อเสนออะไรดีๆได้เล่า คงไม่พ้นใช้ตัวลดหนี้อีกตามเคย มันเป็นข้อเสนอที่เธอเคยได้ยินออกบ่อยจากคนทั้งในและนอกซอย 

ดำกระตุกยิ้มพอใจ หันหลิ่วตาให้เชิด ก่อนจะบอกรายละเอียดทุกอย่าง พร้อมเงื่อนไขต่างๆที่มันกับเชิดขบคิดวางแผนเอาไว้กันก่อนจะมาเก็บดอกเบี้ยที่บ้านของลูกหนี้สาวสวยหลังนี้

เมื่อวานเสี่ยอนุชัยบ่นหน้าเครียดกับพวกมันสองคน ว่าเบื่อแม่นมวัวเนื้ออวบรายล่าสุดที่เสี่ยนั้นกินมาหลายอาทิตย์ เนื้อเจ้าหล่อนเริ่มเหนี่ยวติดฟัน รสชาติเริ่มจืดชืดความตื่นเต้นเร้าใจเริ่มกลายเป็นความชินชา สุดแสนเบื่อหน่ายในที่สุด อยากได้เนื้อสดใหม่แกะกล่อง เอาไว้ช่วยคลายเครียดตอนถูกลูกหนี้เบี้ยวนัดไม่ยอมจ่าย

พอเหมาะพอเจาะใกล้จะถึงวันเกิดของเสี่ยชัยอีกไม่กี่เดือน อยู่ดีๆภาพใบหน้าสวยหวานกับผิวขาวนวลลออของลูกหนี้รายนี้ดันผุดขึ้นมาในหัวของพวกมันทั้งคู่พร้อมๆกันเสียได้ จึงสบโอกาสงาม ยื่นข้อเสนอที่พวกมันงัดนำออกมาใช้บ่อยกับลูกหนี้สาวๆทั้งหลาย แถมยังประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลวอีกด้วย

เชิดกับดำหันไปยิ้มให้กัน แล้วรายนี้มีเหรอที่มันสองคนจะพลาด...

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น