น้ำมิ้ม

นิยายรักโรแมนติกของเจ้าหญิงและเจ้าชาย ที่มิใช่แนวทะเลทราย หากเป็นรักในดินแดนเอเชียทักษิณาคเนย์ ดินแดนแห่งสายน้ำ และเทือกเขาหิมาลัย ... ใครสายในฝัน ดั่งดวงหฤทัย เลือดขัตติยา แวะมาอ่านกันได้นะจ๊ะ

ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการ-2

ชื่อตอน : ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการ-2

คำค้น : เจ้าหญิง, เจ้าชาย,บัลลังก์, ทิมปาล , สินธุรัฐ , รวิลักษมี , เจ้าหลวง , ราชกุมารี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 46

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2561 22:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการ-2
แบบอักษร

ตำหนักเชิงภูสตบรรพตที่จัดถวายเป็นที่ประทับแรมของราชกุมารีแห่งทิมปาลนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาตามชื่อจริงๆ ตัวอาคารสร้างเป็นตึกหมู่ทรงสี่เหลี่ยมสูงเพียงสองชั้นหลังคาเป็นกระเบื้องสีอิฐทรงคล้ายเก๋งจีนแต่แตกต่างตรงที่หลังคาของพระตำหนักจะสร้างหลดหลั่นเป็นสามชั้นและปลายยอดของหลังคาชั้นบนสุดประดับเจดีย์สีทองปลั่งซึ่งเมื่อมองจากด้านล่างจากพื้นที่ที่ลาดชันทำให้อาคารกลุ่มหลังถัดไปสูงลดหลั่นกันบนภูผาแลคล้ายวิมานบนทิวสวรรค์เขียวขจี

 ท่ามกลางความงดงามของกลุ่มพระตำหนักเชิงภูที่แม้จะไม่มีกำแพงรอบเพราะด้านหนึ่งติดภูเขาและด้านหลังยังเป็นหน้าผาที่ยากจะมีใครกล้าเสี่ยงชีวิตปีนขึ้นมาได้ อีกสิ่งหนึ่งที่อาจจะนับว่าเป็นความร้ายกาจของเจ้าของตำหนักก็คงไม่ผิดนักก็คือยุทธศาสตร์เส้นทางเข้าออกพระตำหนักที่เป็นทางเดินเท้าเส้นเดียวที่จะตรงเข้าสู่พระตำหนักได้ ...ไม่มีทางรถยนต์! ดังนั้นเจ้าชายตฤบดีที่ทรงเปี่ยมพระเมตตาต่อแขกบ้านแขกเมืองเป็นอย่างยิ่งเลยจัดเตรียมรถม้าและเกี้ยวคนหามไว้ถวาย หากพอราชกุมารีทรงทอดพระเนตรพาหนะทั้งสองประการแล้ว ได้แต่ส่ายพระพักตร์ ก่อนจะตรงไปขอยืมม้าของทหารและทรงม้าไปเองแทนการรับน้ำใจของเจ้าบ้าน

ขบวนม้าของเจ้าหญิงรวิลักษมีใช้เวลาไม่นานก็เสด็จถึงตำหนักที่ประทับแรมจริงๆ โดยมีทหารหญิงของสินธุรัฐบางส่วนคอยนำเสด็จและทูลแนะนำเกี่ยวกับที่ประทับรวมถึงเครื่องเสวย

“พระตำหนักเชิงภูแห่งนี้เจ้าหลวงทรงโปรดให้สร้างขึ้นแล้วต่อมาทรงพระราชทานให้เจ้าชายตฤบดีหลังจากที่พระองค์เสด็จกลับจากอังกฤษและอาสาประทับที่ชายแดนเพื่อดูแลความเรียบร้อยเพคะ”

“ถ้าหากที่นี่เป็นที่ประทับของเจ้าชาย แล้วตอนนี้เรามาพักเสียแล้ว แล้วเจ้าชายของเจ้าจะทรงไปประทับที่ใดกัน”

“ที่ป้อมปีกปักษามีที่ประทับสำหรับทรงงานเพคะ เจ้าชายน่าจะประทับที่นั่น”

ทหารหญิงกราบทูลความตามที่ตนทราบมา ก่อนจะหันไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกลางทูลเกล้าถวายราชกุมารีแห่งทิมปาล

“เจ้าชายตฤบดีรับสั่งว่าให้ทูลเกล้าถวายราชกุมารีเพคะ”

เจ้าหญิงรวิลักษมีทรงรับมาพลางเปิดกล่อง ภายในเป็นผ้าทอมือหลายผืนลวดลายวิจิตรอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นเมือง โดยเฉพาะลายสายน้ำไหลอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งแคว้นสินธุรัฐแห่งนี้

“ผ้าลายสวยมาก ขอบใจสำหรับของขวัญและการต้อนรับที่อบอุ่นยิ่งในวันนี้”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะ”

ทหารหญิงถวายคำนับก่อนจะทยอยออกไปประจำการณ์อารักขาด้านนอกพระตำหนัก ส่วนด้านในนั้นภาติสั่งทหารมหาดเล็กที่ตามเสด็จให้เข้าไปตรวจตราภายในที่ตำหนักประทับก่อน ก่อนจะสั่งให้จัดเวรยามเพื่อเตรียมถวายอารักขาราชกุมารีระหว่างที่ทรงประทับที่ตำหนักเชิงภูแห่งนี้ ในขณะที่ภวิตตรานางพระกำนัลรีบตรงไปสำรวจห้องสรงก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะให้นางข้าหลวงคนอื่นๆเข้าไปเตรียมจัดห้องบรรทมและเก็บข้าวของให้เรียบร้อย

สายลมแห่งภูผาสูงพัดผ่านช่องพระแกลให้ความเย็นเข้ามาแทนที่ความร้อนระอุ ในขณะที่บรรยากาศด้านนอกเริ่มขมุกขมัวลง แม้จะเป็นฤดูคิมหันต์หากเมื่อถึงยามค่ำคืนอากาศในพื้นที่ก็จะลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว วรองค์เพรียวระหงที่เพิ่งสรงน้ำเสร็จจึงรีบคว้าผ้าคลุมพระเกศามาคลุมพระองค์ไว้พลางจะเสด็จมาปิดบานบัญชร หากแล้วสายพระเนตรคมก็เหลือบไปเห็นราชองครักษ์ประจำพระองค์ของเจ้าชายตฤบดีกำลังพูดคุยอยู่กับองครักษ์ภาติที่หน้าพระตำหนักอย่างเคร่งเครียด ไม่นานนักทั้งคู่ก็แยกย้ายและกลายมาเป็นเสียงพูดคุยจุกจิกหน้าห้องบรรทมแทน

“กราบทูลตอนนี้ไม่ได้ เจ้าหญิงเพิ่งทรงสำราญพระอิริยาบถเมื่อสักครู่นี้เอง ถ้าทรงรู้เข้าเดี๋ยวก็จะร้อนพระทัยไปอีก”

“แต่เรื่องสำคัญแบบนี้ถ้าเรามัวแต่ชักช้าไม่กราบทูล ถ้าทรงกริ้วขึ้นมาเดี๋ยวก็จะเป็นเรื่องใหญ่อีก”

“จะมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือภาติ”

สุรเสียงใสตรัสขึ้นก่อน หลังจากนั้นบานพระทวารจึงเปิดออก เจ้าหญิงรวิลักษมีในชุดฉลององค์ปัญจาบียาวคลุมพระชานุสีฟ้าสดตัดกับพระสนับเพลาแบบซัลวาร์สีทองอร่ามประทับยืนนิ่งรอฟังคำตอบจากคู่สนทนาที่ถกเถียงกันเมื่อครู่ ราชองครักษ์หนุ่มที่แม้จะโดนสายตาข่มขู่จากภวิตตราแต่ก็ตัดสินใจที่จะถวายคำนับและกราบทูลถึงสิ่งที่ตนได้รับแจ้งมา

“เจ้าชายตฤบดีให้ราชองครักษ์มากราบทูลว่า เจ้าหลวงติดพระราชภารกิจที่หมู่บ้านชลาลัยอีกหลายวันพระเจ้าค่ะและมีรับสั่งให้เชิญเสด็จเจ้าหญิงที่เมืองหลวงให้สมพระเกียรติ”

“เจ้าหลวงทรงติดพระราชภารกิจที่ชายแดน แล้วให้เราคอยไปที่เมืองหลวงอย่างนั้นหรือ ทรงแกล้งกันชัดๆ เราจะไม่คอยนานถึงขนาดนั้นแน่”  

สิ้นพระดำรัสพร้อมพระอาการขมวดพระขนงแน่นทำให้ภวิตตรายิ่งหันไปเข่นเขี้ยวใส่ราชองครักษ์หนุ่มทันใด ...ผิดคำที่หล่อนบอกเสียที่ไหน

“ทรงพระทัยเย็นก่อนเถิด ถึงอย่างไรก็ต้องทรงรอเจรจากับองค์เจ้าหลวงภวินทราชอยู่ดีนะเพคะ”

“แต่ถ้าจะให้เรารอนานขนาดนั้นทั้งๆที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อนุรุทธะกับท่านสิงหลเจรจากับหัวหน้าหมู่บ้านและทำข้อตกลงกับชนกลุ่มน้อยได้หรือยัง แล้วยิ่งปล่อยให้ท่านราชครูอาชว์ไปสืบข่าวที่เมืองทวิชะเพียงลำพัง เรายิ่งรอไม่ได้”

“ถ้าเช่นนั้นวันพรุ่งนี้เกล้ากระหม่อมจะนำความไปกราบทูลเจ้าชายตฤบดีเองกระหม่อม”

“ไม่ต้องภาติ เราจะไปเข้าเฝ้าเอง”

ราชกุมารีตรัสด้วยพระสุรเสียงที่เด็ดขาดก่อนทำเอานางพระกำนัลและราชองครักษ์คนสนิทไม่กล้าเอ่ยทักท้วงอะไรอีก ได้แต่รับสนองพระเสาวนีย์อย่างจำใจ วรองค์ระหงจึงหันกลับพลางสั่งกำชับนางพระกำนัลที่กำลังเตรียมลาดพระที่บรรทมสั้นๆ

“พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องเข้ามาเตรียมห้องอาบน้ำนะ เราจะจัดการเอง”

“เพคะ”

ภวิตตรารับสนองพระเสาวนีย์ก่อนจะค่อยๆถอยกลับออกไป ปล่อยให้สายลมแห่งภูผาและหมอกมืดแห่งขุนเขาโอบล้อมค่ำคืนแรกราตรีบนแผ่นดินสินธุรัฐของเจ้าหญิงรวิลักษมีที่ยากจะบอกได้ว่าทรงบรรทมหลับแล้วหรือกำลังทรงดำริสิ่งใดอยู่กันแน่

..................................

หยาดน้ำค้างสีพิสุทธิ์ที่เกาะพราวเป็นละอองอยู่ตามแมกไม้รายทางค่อยพร่างพรูลงเมื่อม้าตัวโตสีน้ำตาลค่อยย่างเหยาะไต่ไปตามทางลาดลงจากพระตำหนักเชิงภู ในยามเช้าตรู่เช่นนี้แสงสุรีย์ยังมิเจิดจ้าหากเพียงไล้แสงสีทองอ่อนๆตามขอบโค้งทิวเขาเท่านั้น ดังนั้นทหารเวรที่พระตำหนักจึงไม่มีใครทันสังเกตนางข้าหลวงในชุดพื้นเมืองของสินธุรัฐที่เดินจูงม้าตามหลังกลุ่มนางข้าหลวงส่วนหนึ่งที่กำลังเดินเท้าขึ้นลงทางเข้าพระตำหนักแห่งนี้เพื่อเตรียมเครื่องเสวยเช้าถวายเจ้าหญิงแห่งทิมปาล

วรองค์ระหงที่เพิ่งได้รับชุดพื้นเมืองของสินธุรัฐมาเมื่อวานแย้มพระโอษฐ์อย่างสมพระทัยเมื่อพ้นเขตทหารอารักขามาโดยไม่มีใครขัดขวาง ก่อนที่จะตวัดพระองค์ขึ้นทรงม้าพลางกระตุ้นให้ออกตัววิ่งอย่างเต็มเหยียด แรงลมที่ปะทะพระพักตร์นั้นทำให้เจ้าหญิงรวิลักษมีทรงคิดถึงผ้าคลุมพระเกศาขึ้นมาทันควัน หากในยามนี้ทรงแต่งพระองค์เป็นหญิงสาวชาวสินธุรัฐที่ผู้หญิงไม่คลุมผมคลุมหน้าเลยต้องทรงเลยตามเลย แค่เมื่อเช้ากว่าจะทรงประยุกต์ด้วยการใส่ฉลองพระองค์กามีซไว้ข้างในและนุ่งผ้าชิ้นยาวกรอมเท้า ก่อนจะสวมเสื้อแขนยาวคอป้ายทับด้านนอกเพื่อให้ดูคล้ายชุดพื้นเมืองแบบที่ทรงเห็นชาวบ้านสวมใส่กันเมื่อวานให้มากที่สุดก็แสนจะทุลักทุเล หากอย่างน้อยมันก็คุ้มที่ทรงเหนื่อยเพราะไม่มีใครจำพระองค์ได้สักคนเดียว

ม้าทรงควบเหยียดมาจนพ้นเขตพระตำหนักราชกุมารีจึงหยุดม้าก่อนที่จะค่อยทรงพระดำเนินไปยังกลุ่มชาวบ้านสองสามคนที่กำลังแบกตะกร้าเดินอยู่ริมทาง

“คุณลุงจ๊ะ ฉันต้องการไปที่หมู่บ้านชลาลัย ไม่ทราบว่าไปทางไหนได้บ้างจ๊ะ”

“หมู่บ้านชลาลัยมันไกลมากนะแม่หนู อยู่ติดกับเมืองทวิชะทางชายแดนแคว้นทิมปาลโน่น ถ้าขี่ม้าไปกว่าจะถึงคงก้นระบมก่อนพอดี เอาอย่างนี้ฉันว่าแม่หนูเอาม้าไปฝากไว้ที่สถานีตำรวจ แล้วไปขึ้นรถโดยสารที่ถนนสายหลักข้างหน้าดีกว่า นั่งรถไปแป๊บเดียวก็ถึง”

เจ้าหญิงรวิลักษมีทรงฟังคำแนะนำแล้วก็หันมามองม้าอย่างเสียดายเพราะถ้าให้เธอเอาม้าไปฝากที่สถานีตำรวจสู้ปล่อยไปดีกว่า แต่ถึงอย่างไรคำแนะนำของชายชราตรงหน้าก็นับว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะหากถ้าหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ติดกับเมืองทวิชะจริงก็นับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว พระองค์จะได้ทรงไปสืบข่าวคราวของพระอนุชาและท่านราชครูอาชว์ด้วย

“ถ้าอย่างนั้นฉันยกม้าตัวนี้ให้ลุงแลกกับเงินค่าโดยสารรถได้ไหมจ๊ะ พอดีฉันทำกระเป๋าเงินหายระหว่างที่ขี่ม้ามาน่ะจ้ะ”

คราวนี้กลุ่มชาวบ้านมองหน้ากันเลิกลั่ก เพราะม้าตัวนี้มูลค่าสูงกว่าเงินค่าโดยสารรถไม่รู้กี่เท่า หากราชกุมารีรีบจูงม้าตรงเข้าไปหาพลางตรัสอ้อนวอนด้วยเกรงว่าชายชราตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ

“นะจ๊ะลุง ฉันขอร้องล่ะ ถือเสียว่าช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากเถอะนะจ๊ะ ฉันจะไปหมู่บ้านชลาลัยเพื่อไปถามหาข่าวคราวของน้องชาย ได้ข่าวว่าที่ชายแดนฝั่งโน้นกำลังวุ่นวายกันด้วย ฉันเลยเป็นห่วงน้องชายจ้ะ”

“เอ้า...ลุงช่วยก็ได้ แต่ลุงมีเงินมากกว่าค่าโดยสารนิดหน่อย แต่คงไม่พอค่าม้าตัวนี้แน่”

“ไม่เป็นไรจ้ะลุง ฉันขอแค่ค่าโดยสารรถเท่านั้นแหละจ้ะ ขอบใจลุงมากนะจ๊ะ”

ราชกุมารีรีบละล่ำละลักก่อนจะทรงรับธนบัตรจำนวนน้อยนิดมาจากชาวบ้าน ก่อนจะทรงกำไว้แน่นเพราะตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยทรงพกเงินเองก็คราวนี้แหละ

เจ้าหญิงรวิลักษมีทรงพระดำเนินลัดเลาะไปจนเจอถนนสายหลักที่ชาวบ้านบอกว่าจะมีรถรับจ้างวิ่งผ่านเพื่อให้ทรงโดยสารเดินทางไปที่หมู่บ้านชลาลัยได้ หากทรงต้องคอยเกือบครึ่งชั่วโมงรถโดยสารคันที่ว่าถึงจะมา ทำเอาราชกุมารีกลัวว่ารถทหารที่วิ่งผ่านไปผ่านมาจะจำพระองค์ได้เสียก่อน ดังนั้นพอรถรับจ้างมาจึงพยายามแทรกพระองค์ให้เข้าไปนั่งด้านในสุดและต้องทนงอพระองค์ประทับนั่งคุดคู้อยู่นานกว่าชั่วโมงกว่าที่รถรับจ้างคันนั้นจะแล่นมาถึงหมู่บ้านชลาลัยอย่างที่ทรงต้องการ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น