Inred2

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่71 งานเลี้ยงโรงแรมเอสตั้นวิลเลจ (3)

ชื่อตอน : บทที่71 งานเลี้ยงโรงแรมเอสตั้นวิลเลจ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2561 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่71 งานเลี้ยงโรงแรมเอสตั้นวิลเลจ (3)
แบบอักษร

​ฉันหลุดเข้ามาอยู่ในงานปาร์ตี้ในฐานะเด็กเสริฟ

ข้างหน้าฉันคืองานปาร์ตี้ขนาดใหญ่ที่มาในธีมกลิตเตอร์ แขกทุกคนแต่งตัววิบๆวับๆ รวมถึงเด็กเสริฟที่ทุกคนใส่ชุดสีเงินยืนถือถาดอาหารเดินไปมาค่อยบริการแขกที่เดินพูดคุยกันในงาน และแน่นอน ชุดฉันก็เหมือนชุดเด็กเสริฟมากเช่นกัน

ฉันยืนงงอยู่ตรงหน้าประตูโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหน นี่มันผิดจากแผนฉันไปมาก มากเลย มากไปเยอะเลยล่ะ

“ขอบใจจ้ะ”

“ขอบใจ”

“มีไข่รึเปล่า ฉันแพ้ไข่นะ”

แขกในงานเริ่มเดินมาหยิบอาหารที่ถาดในมือฉันโดยไม่มีสนใจที่จะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ

“ไม่มองหน้าหรอ” ก็ดีสิ ไม่มีใครสนใจฉัน ฉันจะเดินไปไหนก็ได้งั้นสินะ

ฉันยกถาดให้สูงขึ้นจนบังหน้าและเดินตรงเข้าไปที่กลางงานเลี้ยงอย่างช้าๆ สายตากวาดมองรอบๆดูสถานการณ์ว่าฉันควรเริ่มจากอะไรก่อน

งานเลี้ยงในห้องโถงกว้างของโรงแรมถูกประดับไปด้วยไฟดวงเล็กและลูกบอลดิสโก้ขนาดใหญ่ด้านบน แขกในงานหลายร้อยคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเคล้ากับเสียงเพลงเบา ด้านบนเวทีมีนักดนตรีเล่นเพลงสด พนักงานเสริฟก็เดินถือถาดอาหารให้บริการอยู่หลายสิบคน ไหนจะนักข่าวที่เดินไล่ถ่ายรูปแขกในงานอยู่ทั่วทุกมุมงาน

“โชคดีแล้วล่ะที่วันนี้เป็นเด็กเสริฟ” ฉันพึมพำเบาๆกับตัวเองก่อนที่จะมองหาหุ้นส่วนบริษัทฉัน ปีเตอร์ หรือใครก็ได้ที่จะช่วยให้ฉันไม่คว้าน้ำเหลวในวันนี้

พรึบ!!!

ขณะที่ฉันกำลังมองอะไรไปเรื่อยในงาน อยู่ๆไฟในงานก็ดับลงพร้อมกับเสียงเพลง ไม่นานเสียงพิธีกรจากด้านบนของเวทีก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟที่สาดส่องไปยังเวทีตรงหน้า

“สวัสดีค่ะ สวัสดีทุกคนที่อยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับของคุณมิรินในค่ำคืนนี้…….”

ตอนนี้ทุกคนในงานสนใจพิธีกรด้านบน ฉันเลยใช้จังหวะนี้เดินไปให้ทั่วงานเพื่อเช็กดูว่ามีใครที่มางานนี้บ้าง

แสงไฟในงานถูกหรี่ลงจนแทบมองไม่เห็นหน้าตาของแขกในงาน ฉันเลยต้องเดินเข้าไปใกล้ๆแขกคนที่คิดว่าฉันรู้จัก การที่ฉันเข้าใกล้แขกในงานทำให้ฉันได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด บางทีมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับงานเลี้ยงเลย เหมือนกับว่าพวกนี้มาเพื่อจับกลุ่มนินทากันมากกว่า

“คุณสมชาย คุณรู้เรื่องคุณชัยที่ซื้อตำแหน่ง…”

“คุณหญิงคะ ได้ข่าวว่าลูกสะใภ้ของคุณหญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า จริงรึเปล่าคะ…”

“จริงรึเปล่าคะที่คุณมิรินท้องก่อนแต่ง จนต้องรีบประกาศเรื่องงานหมั้น…”

อื้มมมม ประโยคสุดท้ายนี่ทำให้ฉันต้องหยุดเพื่อยืนฟังซะหน่อยแล้ว ฉันเดินเข้าไปใกล้ผู้หญิงในชุดกลิตเตอร์สีเขียวและสีฟ้าที่ยืนซุบซิบเรื่องมิรินอยู่

“ไม่หรอกมั้งคะ นี่ก็หลายเดือนแล้วท้องยังไม่ป่องออกมาเลย” ผู้หญิงชุดเขียวเอามือป้องปากก่อนที่จะเอนตัวมาทางผู้หญิงชุดฟ้า

“ก็จริงนะ สงสัยข่าวลือเนาะ” ผู้หญิงชุดฟ้าพยักหน้าสองสามครั้งก่อนที่จะตอบออกไป

 “เอ๊ะ!!!” ระหว่างที่ฉันยืนฟังแขกในงานคุยกัน ฉันก็เหลือบไปเห็นอดีตหุ้นส่วนของฉันสองสามคนที่ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่ริมงานเลี้ยงด้วยสีหน้าจริงจัง ฉันไม่รอช้าที่จะเดินตรงดิ่งไปหากลุ่มเป้าหมายของฉันทันที

นายวิสุทธิ์ นายชลิต นายนิธิศ อดีตหุ้นส่วนทั้งสามคนที่ถอนหุ้นจากบริษัทฉันไป ว่าแล้วว่าต้องมางานนี้ ไม่เสียแรงจริงๆที่ฉันอุตส่าห์มาเสริฟ… ไม่สิ อุตส่าห์มาร่วมงานด้วย

ฉันค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆโดยที่ยกถาดอาหารบังหน้า พยายามเดินวนไปมาให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้

“คุณวิสุทธิ์ ผมว่าเรื่องนี้เราไม่ควรปล่อยไว้แบบนี้นะครับ”

“ผมทราบดีครับคุณชลิต แต่เราทำอะไรไม่ได้คุณก็รู้”

“คุณชลิตครับ คุณวิสุทธิ์ครับ งั้นผมขอเสนอว่าให้แจ้งตำรวจดีมั้ยครับ”

แจ้งตำรวจหรอ แจ้งทำไม อะไร ยังไง ฉันค่อยๆเดินเข้าไปใกล้มากยิ่งขึ้นและยังคงถือถาดให้บังหน้าเอาไว้ ถึงแม้ฉันจะสวมวิกผมแล้วก็เถอะ แต่ไว้ใจไม่ได้ถ้าเกิดพวกนี้จำฉันได้ขึ้นมาก็จบเห่กันพอดี

“คุณเอาไรมาพูดคุณนิธิศ คุณก็รู้ว่ามีแต่เสียกับเสีย”

“ผมว่าเรื่องนี้เราไปคุยกันเวลาอื่นดีมั้ยครับ”

นายวิสุทธิ์พูดบอกปัดก่อนที่จะยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มและเฉมองไปทางอื่นทันทีที่เห็นปีเตอร์เดินเข้ามา

“สวัสดีครับ สวัดดีทั้งสามคนเลย” ปีเตอร์กล่าวทักทายทั้งสามคนที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่

“สวัสดีครับคุณปีเตอร์” นายนิธิศ หนุ่มใหญ่เจ้าของโรงแรมสุดหรูตอบรับคำทักทายของนายปีเตอร์

“สวัสดีครับ/สวัสดีครับ” นายวิสุทธิ์และนายชลิต ก็กล่าวทักทายนายปีเตอร์พร้อมๆกัน

“ดีใจนะครับที่วันนี้คุณทั้งสามมาร่วมงานว่าที่ลูกสะใภ้ผมได้” ปีเตอร์ยกแก้วไวน์ในมือขึ้นก่อนจะพูดกับทั้งสามคน

“ไม่มาได้ยังไงล่ะครับ งานใหญ่ขนาดนี้” นายวิสุทธิ์ตอบกลับ

“ผมดีใจจริงๆนะครับ นอกจากเราจะเข้ากับเรื่องธุรกิจได้แล้ว เรายังเข้ากันได้เรื่องลูกๆหลานๆแบบนี้ ผมดีใจจริงๆครับ” ปีเตอร์ยิ้มร่าก่อนที่จะหุบยิ้มทันทีที่นายนิธิศพูดสวนกลับมา

“ผิดแล้วมั้งครับ เรื่องธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ แล้วอีกอย่าง ผมกับคุณเราไม่ได้เต็มใจร่วมงานธุรกิจกัน คุณน่าจะทราบข้อนี้ดีนะครับ” นายนิธิศตอบกลับด้วยความฉับไว

หมายความว่าไง ร่วมงานกันแบบไม่เต็มใจงั้นหรอ

“… ถึงเวลาอันสมควรแก่เวลาแล้วนะคะ ต้องขอเชิญคุณปีเตอร์และคุณไมเคิลขึ้นมาบนเวทีด้วยค่ะ…” เสียงพิธีกรบนเวทีประกาศดังก้องอีกครั้ง ทำให้ปีเตอร์หมุนตัวกลับไปช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องมาที่ทั้งสามคนด้วยอารมณ์ร้อน

“…เรียนเชิญทั้งสองคนด้วยนะคะ” พิธีกรบนเวทีกล่าวต้อนรับไมเคิลและปีเตอร์ที่ขึ้นไปยืนเคียงข้างมิรินที่ก่อนหน้านี้เล่ายาวเรื่องไปญี่ปุ่นให้แขกในงานฟังจนน้ำลายแทบแห้ง

“อยากให้คุณปีเตอร์พูดถึงว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้หน่อยค่ะ ว่าเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าคุณมิรินเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้จนคนในบ้านเกรงใจเรียบร้อยตามกันไปหมด อันนี้เรื่องราวเป็นยังไงบ้างคะ” พิธีกรยื่นไมค์ให้ปีเตอร์ ก่อนที่ปีเตอร์จะเริ่มตอบคำถาม

ให้ตายสิ เรียบร้อยอย่างผ้าพับไว้งั้นหรอ ผ้าเช็ดเท้าน่ะสิไม่ว่า

“คุณวิสุทธิ์ครับ ผมว่าเราไป…”

ระหว่างที่บนเวทีมีสัมภาษณ์เจ้าภาพงานอย่างมิรินและไมเคิล ทั้งสามคนก็เดินออกไปนอกงานอย่างเงียบๆ

แบบนี้ฉันก็ต้องเดินตามออกไปสิถามได้

ความคิดเห็น