กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/1 (วางจำหน่ายแล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/1 (วางจำหน่ายแล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 738

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2561 12:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : โลกอันบิดเบี้ยว1/1 (วางจำหน่ายแล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...

มุขธิดากลับถึงบ้านเกือบเข้าตีสาม พี่โมชซึ่งถือศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องนั่งคอยเธออยู่ตรงหน้าทีวี ตอนนี้เหลือรายการดูเพียงไม่กี่ช่อง พี่ชายเธอเปิดช่องกีฬาทิ้งไว้ ส่วนตัวเองนั่งเหม่อลอยดูบ้างไม่ดูบ้าง เธอเหลืบตาดูพี่ชายแล้วอดสงสารเขาไม่ได้สักที

 ดูเหมือนวันพี่ชายเธอมีเรื่องอยากจะคุยด้วย ถึงได้ยังไม่ยอมเข้านอน ปกติพี่ชายเธอคนนี้ไม่ค่อยจะนอนดึกสักเท่าไหร่ เนื่องจากงานที่ทำในอดีตค่อนข้างหนักหนาเอาการอยู่พอสมควร พี่ชายเธอเป็นคนหนุ่มขยันขันแข็ง เหนื่อยไม่เคยบ่น หนักไม่เคยท้อ แต่ก็นั่นแหละ ดูผลลัพธ์ความดีของพี่ชายเธอวันนี้สิ นอกจากไม่เหลืออะไรติดตัว ยังถูกสังคมตราหน้าให้เป็นหัวขโมยอีกต่างหาก

ใจเธอยอกแสลงเจ็บแทนทุกทีเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ทุกวันนี้พี่ชายเธอต้องเดินตากเหงื่อหางานทำงกๆ แต่ก็ยังหาไม่ได้สักที

 นอกเหนือจากความสงสารพี่ชายคนนี้แล้ว ส่วนลึกในใจ เธอยังรู้สึกโกรธไอ้เจ้าของโรงงานนั่นอีกด้วย อย่าให้ได้เจอหน้ากันอีกหน แม่จะต่อยให้หน้าคว่ำ เอาเลือดเลวๆของมันออกมาดู ทำไมถึงช่างดำนัก ใส่ร้ายได้แม้กระทั่งคนจงรักภักดี ทำงานให้ด้วยใจเต็มร้อย...

“มุขกลับมาแล้วจ้ะพี่โมช” เธอส่งเสียงทักเมื่อก้มลงปิดประตูใส่กลอน

“ทำไมวันนี้ถึงได้กลับดึกจังล่ะมุข พี่รอเราเกือบจะตีสามแล้วนะ”

เป็นเพราะเสียงทักของน้องสาวตรงทางเข้าทำให้ปราโมชหลุดออกจากภวังค์ เขาหันหน้าไปทางนั้น จึงได้เห็นน้องสาวของเขากำลังถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นวาง มุขธิดาเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ พร้อมเดินมาหย่อนก้นนั่งแหมะลงข้างๆกับเขาอย่างหมดสภาพ

“วันนี้มุขไปทำงานพิเศษมาน่ะ ไม่มีเวรเข้าดึกที่โรงพยาบาล ว่าแต่นี่พี่โมชยังไม่นอนอีกเหรอ ดึกปานนี้แล้ว”

“พี่รอคุยกับมุขอยู่ แล้วนี่เรากินอะไรมาแล้วหรือยัง พี่ไปต้มบะหมี่ให้เอาไหม มุขจะได้ขึ้นไปอาบน้ำให้สบายตัว เสร็จแล้วค่อยลงมากินไง” ปราโมชอาสา เขาสังเกตเห็นใบหน้าน้องสาวดูเหน็ดเหนื่อย หัวใจคนเป็นพี่กระตุกสั่น สะท้อนความสมเพชตัวเองเหลือคณา เป็นเพราะเขาดีเกินไปแท้ๆ ถึงได้ตกเป็นแพะลำบากถูกคนเลวพวกนั้นใส่ร้ายโยนความผิดมาให้อย่างหน้าไม่อาย

 เขาเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเดือดร้อน เพราะต่างคนต้องหาเงินตัวเป็นเกลียว เพื่อเอามาช่วยเหลือคดีความของเขานั่นเองา

 เรื่องนี้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่หัวขโมยอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ถ้าไม่มีเงินไปสู้คดีความกับฝ่ายนั้น จากขาวมันอาจกลายเป็นดำได้โดยไม่ยากเย็นเลยในยุคสังคมปัจจุบันนี้ ที่ถือเอาความถูกต้อง ขึ้นอยู่กับอำนาจของเงินทองเป็นตัวแปรสำคัญ...

เขาตั้งใจทำงานหนักมาโดยตลอด อาจด้วยเพราะเรียนจบมาน้อยแค่ชั้นมัธยมปลาย ไม่ได้ต่อปริญญาตรี เพียงเพื่อต้องการออกมาหางานทำ เพราะอยากเห็นมารดาและน้องสาวใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมากขึ้นกว่าเดิม เขาตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง โดยไม่เคยมีใจคิดโกงกินใคร หรือแม้กระทั่งอยากได้อยากมีของคนอื่น ทำเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ไม่ได้อยากมีจนไม่มองกำลังตัวเอง ถึงครอบครัวเขาจะอาศัยเพียงบ้านไม้หลังเล็กๆอยู่กันสามชีวิต แต่บ้านหลังนี้ก็อยู่ร่วมกันด้วยความสุขสงบเสมอมา

จวบจนกระทั่งเขาถูกกล่าวหา ใส่ความเรื่องขโมยอะไหล่อุปกรณ์ภายในโรงงานออกมาขายกิน ครอบครัวเขาจึงเริ่มเดือดร้อน เงินทองที่เก็บสะสมไว้มีอันต้องเอาออกมาใช้ เพื่อสู้คดีความ กว่าเขาจะหลุดพ้นคุกมาได้ เงินเก็บที่มียังไม่พอจ่ายค่าคดีความเลยด้วยซ้ำ เดือดร้อนมารดาของเขาต้องสู้หน้าไปยืมเงินกู้นอกระบบ เก็บดอกแสนแพง จนตอนนี้บ้านแทบลุกเป็นไฟ เนื่องจากโดนทวงหนี้ค่าดอกมหาโหดจนเขากลัดกลุ้มใจเหลือเกิน เพราะงานก็ยังหาทำไม่ได้ ดูเหมือนอะไรๆมันดูแย่ลงหนักกว่าเก่าเข้าไปทุกที

“แล้วป้าละมัยล่ะ เข้านอนแล้วหรือพี่โมช” มุขธิดาเหลียวมองเข้าไปยังห้องชั้นล่าง มันเป็นห้องพักของป้าเธอ ส่วนตัวเธอกับพี่ชายพักกันบนชั้นสอง

“นอนตั้งแต่หัวค่ำนู่นแล้ว กินข้าวเย็นเสร็จพี่ก็ไล่ให้ไปนอนพักเลย ตอนแรกดื้อ บอกจะนั่งรอมุขกลับก่อนถึงจะนอน แต่พอพี่อาสาจะรอเอง แม่เลยยอมเข้าไปนอน”

“นั้นมุขขอตัวไปอาบน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวลงมานั่งคุยกับกินบะหมี่ด้วย มุขขอต้มยำเผ็ดๆนะจ๊ะ อยากซดอะไรร้อนๆท้องสักหน่อย วันนี้ออกแรงเยอะมาก จะได้เติมพลังไปในตัวด้วย”

โดยเฉพาะออกแรงถีบใครบางคนจนล้มคว่ำ เธอต้องใช้พลังงานที่เหลือทั้งหมดก็ว่าได้ กว่าจะล้มยักษ์ได้สำเร็จ ก็เล่นเอาแข้งขาสั่นเทา คิดแล้วใจยังเต้นโครมครามไม่หาย ขออย่างได้เจอะเจอกันอีกเลย มุขธิดาแทบยกมือสาปส่งท่วมหัว คนรวยนิสัยเลวพันธุ์นั้น เที่ยวมองคนอื่นเป็นเพียงผักปลาตามท้องตลาด อยากหาซื้อเมื่อไหร่ก็ต้องได้ตามแต่เขาต้องการ

เขาคงคิดว่าเธอจะตาโต พอเห็นเงินที่เขาเขวี้ยงใส่หน้า เหอะ! เคยมีคนให้เธอมากว่านี้ด้วยซ้ำ เธอยังไม่สนใจ

 “มีอะไรหรือเปล่ามุข ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” ปราโมชที่กำลังจะลุกขึ้นยืน แต่พอดีสายตาเหลือบเห็นหัวคิ้วของน้องสาวผูกกันเป็นโบเสียก่อน เลยอดนึกแปลกใจไม่ได้

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะพี่โมช คือ...มุขแค่หิวมากไปหน่อยแค่นั้นเอง”

“นั้นก็รีบขึ้นไปอาบน้ำไป...” ปราโมชโบกมือไล่ไม่ได้ติดใจอะไร

“จ้ะพี่โมช มุขไปเดี๋ยวนี้ละจ้ะ...อย่าลืมทำรสจัดๆนะพี่”

“ได้สิ...เดี๋ยวพี่จัดให้แซบๆถึงใจมุขเลย”

“ขอบคุณค่ะ นั้นมุขไปอาบน้ำแหละ หิวจนตาลายแล้วเหมือนกัน”

คนเป็นน้องสาวบิดตัวเพื่อคลายเมื่อย พร้อมกับลุกขึ้นยืน เธอลากขาเดินตรงก้าวขึ้นบันไดเพื่อเข้าห้องพักของตนเองบนชั้นสอง อาบน้ำชำระร่างกายจะได้สดชื่นขึ้นสักหน่อย ปราโมชเองก็ลุกเดินตามน้องสาว ก่อนจะเลี่ยงเข้าในห้องครัว ดึงซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาต้มให้น้องสาวด้วยใบหน้าติดหนักใจอยู่ไม่น้อย...


โปรดติดตามตอนต่อไป...

(ฝากอุดหนุนคุณนนท์กับหนูหริ่งด้วยนะคะ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น