only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ta-Lueng (3/5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2561 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ta-Lueng (3/5)
แบบอักษร

“ไปดูหนังเลยมั้ย”



“ไปเดินเล่นก่อนได้มั้ยอ่ะ กันอยากกินป๊อปคอร์น แต่กันอิ่ม แหะ”



ออฟส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูให้กับรอยยิ้มแหยๆของอีกคน กำลังจะส่งมือไปขยี้หัวเล็กๆนั่นอย่างที่ชอบทำ แต่ดูเหมือนอีกคนจะรู้ทันจึงเอนตัวหลบแล้วแลบลิ้นเยาะเย้ยเขาอีกทีหนึ่ง



“จ้าา เก่งจ้าา”



“อะ แน่นอน~”



ทำหน้าเหนือใส่พี่ก่อนจะหัวเราะออกมาให้กับความบ้าบอของตัวเอง รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับหยาดในที่ค่อยๆซาลงและเริ่มมีแสงสว่างของดวงอาทิตย์มาให้เห็นตอนสิบโมงกว่า ปลายนิ้วเอื้อมไปแตะปุ่มเปิดเพลงเคล้าคลอกับบรรยากาศสบายๆในตอนนี้ โยกหัวไปมาแล้วร้องคลอตามเพลงอย่างอารมดีจนออฟหลุดขำ



“ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คล้ายๆว่ามันแปลกไป มองไปทางไหนสวยงามกว่าเคยทุกครั้ง~”



“เพี้ยนสัดอ่ะกัน”



“เอ้า เค้าเรียกว่ามีคีย์เป็นของตัวเองเว่ย พี่ออฟแม่งไม่เข้าใจความเป็นศิลปินเลยว่ะ”



“ฮ่าๆๆ ครับๆ ยอมแล้วครับพ่อศิลปินใหญ่”



“ดีมากก”



ซีอาร์วีสีขาวจอดสนิทเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง ออฟมองคนข้างกายที่ตอนนี้เอาขวดน้ำจากข้างๆคอนโซลรถมาใช้แทนไมค์เป็นที่เรียบร้อย มือหนาจึงเอื้อมไปเพิ่มเสียงเพลงให้น้องเพิ่มอีก



“เต้นกัน”



“ห้ะ”



“เต้นเร็ว สามมมมสี่!”



...อยากจะร้องดัง ดัง พูดให้ใครต่อใครได้รู้ทั่วกัน

อยากจะร้องดังๆ พูดให้ใครได้ฟังว่าเธอรักฉัน…



เสียงร้องเพลงเพี้ยนๆของคนทั้งคู่ดังแทรกเสียงเพลงที่เปิดไว้ พร้อมขยับตัวเต้นตามจังหวะอยู่กลางสี่แยก กันมองคนตัวโตที่ตอนแรกเขาไม่คิดว่าอีกคนจะยอมทำเรื่องบ้าบอแบบนี้ไปด้วยกัน หลุดหัวเราะเสียงดังเมื่อคนที่มักจะวางมาดอยู่เสมอกำลังทำสีหน้าตลกๆพร้อมท่าเต้นที่โคตรรั่ว ในแบบที่กันมั่นใจว่าไม่มีใครเคยเห็นพี่ออฟในมุมนี้แน่นอน



“ไฟเขียวแล้วๆ ไปเร็วๆ ฮ่าๆๆๆ”



“โอ้ยเหนื่อยชิบหาย นี่พึ่งเข้าใจว่าคนที่เค้าเต้นอยู่ในรถเวลารถติดนี่มันดีแบบนี้นี่เอง”



“ใช่มะ กันโคตรชอบเลย แต่ยอมแพ้พี่จริงๆแม่ง พี่ออฟโคตรบ้า ฮ่าๆๆ”



“โหยไรวะ คนเค้าอุสส่ายอมเต้นด้วย นี่ไม่เต็มใจเลยนะเนี่ย”



“หรอออออ อินเนอร์มาเต็มสุด เป็นป้ะเนี่ย”



“อุปส์ โดนจับได้ซะละ”



กันยกมือขึ้นปิดตาตัวเองไม่อยากมองท่าทางสะดีดสะดิ้งของอีกคนที่บ้าจี้เล่นตามเขา จนมือบางฟาดลงบนแขนพี่นั่นแหละอีกคนถึงจะเลิกเล่น ออฟหันมองคนตัวเล็กที่นั่งหอบหน้าดำหน้าแดงจากการหัวเราะอย่างหนักเมื่อครู่ ตากลมเป็นประกายอย่างคนที่กำลังมีความสุข ปากอิ่มยังยกยิ้มค้างจนเห็นรอยบุ๋มตรงแก้มชัดเจน ดีใจนะ ที่ได้เป็นเหตุผลของรอยยิ้มกว้างๆนั่น



.



.



.



“งั้นเดี๋ยวพี่ไปซื้อตั๋วให้ แล้วกันไปซื้อป็อปคอร์นนะ”



“อื้อ พี่ออฟอยากกินรสอะไร”



“ได้หมดครับ กันเลือกเลย”



“โอเค งั้นเดี๋ยวกันมานะ”



“ครับผม”



สองคนตกลงกันว่าจะดูหนังแอคชั่นคอมเมดี้อย่าง เดทพูล เหตุผลหลักๆก็คือเป็นเรื่องที่คนทั้งคู่อยากดูอยู่แล้ว ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น



ออฟรับตั๋วเก้าอี้สวีทชั้นบนสุดมาจากพนักงาน สายตาพลันเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาคุ้นๆ คล้ายจะเป็นคนที่เขาเคยไปจีบทิ้งจีบขว้างไว้ซึ่งจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเรียนคณะไหน และใช่ หญิงสาวคนนั้นกำลังเดินตรงมาทางเขาพอดี และก็ใช่อีก เมื่อคนตัวเล็กก็กำลังเดินตรงมาทางเขาพอดีเช่นกัน



ชิบหายแล้วไอ้ออฟเอ้ย



“พี่ออฟ//พี่ออฟคะ”



“เอ่อ...คะ...ครับ”



อรรถพันธ์มองหน้าหญิงสาวคนกับชายหนุ่มตรงหน้าสลับกันไปมา และเมื่อเห็นรอยยิ้มแหยๆของคนตัวสูงที่ส่งมาให้ เขาถึงกับกลอกตามองบน สงสัยจะเจอสาวๆสินะไอ้หน้าม่อเอ้ย



“งั้นกันไปรอหน้าโรงแล้วกัน เสร็จ ‘ธุระ’ ค่อยตามมาแล้วกันนะครับ ไอ้-พี่-ออฟ!”



พูดจบก็ยัดแปปซี่แก้วใหญ่ลงในมืออีกคน แล้วคว้าตั๋วสองใบออกมาฉีกแยกจากกันแรงๆจนออฟถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ยกมือหนาขึ้นรับตั๋วอีกใบจากน้องแบบสั่นๆก่อนที่คนตัวเล็กจะหมุนตัวเดินเข้าโรงไปไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย



“พี่ออฟมากับน้องที่คณะหรอคะ”



“อ๋อเปล่าครับ คนละคณะกัน”



“อ๋อ น่ารักดีนะคะ “



“ครับ น่ารักมาก”



“คือ วันนั้นที่พี่ออฟขอไลน์แพร…”



“อ๋อ พี่ล้อเล่นอ่ะครับ พี่มีแฟนแล้ว แฟนพี่งอนแล้วด้วย พี่ไปก่อนนะ”



“อะ...อ่าว พี่ออฟ พี่ออฟคะ”



ร่างสูงรีบจ้ำอ้าวมาหาอีกคนที่ยืนหน้างออยู่หน้าโรง กายเล็กทำท่าจะเดินเข้าโรงทันทีเมื่อเห็นเขา แต่เป็นออฟที่คว้าแขนคนน้องไว้ก่อน



“อะไร จะไปดูหนัง เดี๋ยวไม่ทัน”



“มันดิ ไตเติ้ลตั้งครึ่งชั่วโมง มาคุยกันก่อน”



“คุยอะไร เรื่องสาวๆของพี่อ่ะนะ”



“ของพี่ที่ไหน ไม่มีใครเป็นของพี่ทั้งนั้นแหละ มีแค่กันเนี่ย”



“กันก็ไม่ได้เป็นของพี่เหอะ”



“แล้วอยากเป็นมั้ยละครับ”



โน้มตัวลงกระซิบข้างหูคนตัวเล็ก ก่อนจะโดนคนขี้งอนดันหน้าให้ออกไปห่างๆ ออฟจับมืออีกคนให้เดิมมานั่งลงบนโซฟาหน้าโรงหนังเพื่อคุยกัน ซึ่งกันเองก็ยอมเดินตามมาแม้จะมีท่าทีฟึดฟัดอยู่บ้าง



“พี่เคยขอไลน์น้องเค้าไว้”



“เหอะ”



“วันนี้น้องเค้าจะให้ แต่พี่บอกว่าพี่มีแฟนแล้ว”



“อาฮะ”



“บอกเค้าว่ากันเป็นแฟนพี่”



“แล้ว?”



“แล้วก็น่ารักมากด้วย”



“ไม่ใช่สิ กันหมายถึงว่า...พี่ได้ไลน์เค้ามารึเปล่า”



พูดจบก็ทำทีกระแอมไอหันไปทางอื่น ไม่กล้ามองหน้าอีกคนตรงๆเดี๋ยวพี่ออฟจะจับได้ว่าเขาลุ้นคำตอบขนาดไหน



“เอามาทำอะไรล่ะ แฟนพี่อยู่นี่ทั้งคน”



“ก็ใครมันจะไปรู้ สวยซะด้วยนะนั่นน่ะ”



“หึหึ สวยกว่านี้พี่ก็ไม่เอาครับ หยุดที่คนนี้แล้วเนี่ย”



พูดพร้อมกับหยิบป๊อบคอร์นอันนึงมาง้อเด็กขี้งอน กันช้อนตามองหน้าอีกคนนิ่งๆก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา ปากเล็กรับป๊อปคอร์นชิ้นนั้นเข้าปาก ก่อนจะยอมให้อีกคนจับมือพาเข้าโรงหนังไป



ด้วยรอบที่ดูเป็นรอบแรกๆของวัน และหนังเรื่องนี้ก็เข้าโรงมาซักพักแล้ว ทั้งโรงจึงมีคนไม่เยอะนัก และชั้นเก้าอี้สวีทก็มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น ออฟโอบไหล่คนตัวเล็กที่มีท่าทีขัดขืนในตอนแรก แต่เมื่อหนังดำเดินไปซักพัก อีกคนเหมือนจะลืมตัวเพราะตอนนี้ร่างเล็กเอนซบอกเขาทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัว หัวกลมวางแหมะอยู่บนอก พอให้เขาได้หาเศษหาเลยกับกลุ่มผมหอมๆนั่นอยู่บ่อยครั้ง



“พี่ออฟ!”



“แหะๆ นิดนึงไม่ได้หรอ”



“อย่าหื่น กันจะดูหนัง”



“ขอโทษครับ”



กันส่งเสียงดุๆผ่านความมืดไปให้คนมือไว ในตอนที่ฝ่ามือหนาล้วงเข้ามาลูบไล้ช่วงเอวของเขาเบาๆพอให้วูบวาบไปทั่วทั้งตัว ร่างสูงจึงเปลี่ยนมาเป็นกอดกระชับอีกคนไว้แทน แต่ไม่นานมือซนๆก็ล้วงเข้าไปในเสื้อของคนตัวเล็กอีกจนได้



กันถอนหายใจแล้วเลือกที่จะปล่อยให้คนหื่นลูบไล้ร่างกายตนเบาๆอยู่แบบนั้น เพราะรู้ว่าถึงห้ามไปก็ไม่มีประโยนช์อะไร ขยับตัวออกก็ไม่ได้เพราะอีกคนเล่นรัดเขาไว้เสียแน่นขนาดนี้ และส่วนนึง ก็อดยอมรับไม่ได้ว่ามันก็เพลินดีเหมือนกัน



“ต่ำไปแล้วออฟ ต่ำไปๆ”



“อ่าวหรอ โทษที พี่เพลินไปหน่อย”



กันตีมือคนข้างๆแรงๆเมื่อปลายนิ้วมือเริ่มไต่จากช่วงเอวลงมาเรื่อยๆจนถึงสะโพกอิ่ม คนกะล่อนส่งยิ้มแหยมาให้จนคนตัวเล็กหมันไส้คว้าป๊อปคอร์นมายัดใส่ปากพี่แรงๆ แล้วหันไปสนใจหนังต่อ ร่างสูงยอมปล่อยให้น้องได้พิงอกดูหนังดีๆโดยไม่รบกวนอะไรอีก เพราะหนังเริ่มพีคขึ้นเรื่อยๆ เขาเองก็หันไปสนใจตัวหนังเช่นกัน



กันคว้านิ้วมือพี่มาจับเล่นเมื่อป๊อปคอร์นหมดลง ตากลมมองภาพในจอพร้อมกับหัวเราะไปพร้อมกับคนทั้งโรงตามเนื้อเรื่อง แต่ปลายนิ้วกลับเกี่ยวพันกับนิ้วของอีกคนไปมาอย่างเพลินมือ ร่างเล็กขยับตัวเปลี่ยนท่าเพราะเริ่มเมื่อย ออฟรับเอาร่างกายน้องที่ขยับตัวยุกยิกอยู่ในอ้อมกอด ก่อนจะจัดท่าทางตัวเองใหม่ ด้วยการยืดตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนมาซบหัวลงบนซอกคอของเขาแทน ศีรษะเล็กถูกไถไปมาเพื่อนหามุมที่สบายที่สุด ออฟลูบหัวน้องเบาๆแล้วก้มลงไปกดจูบลงบนกลุ่มผมหอมๆนั้นก่อนจะหันกลับมาสนใจหนังที่น่าจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเรื่องแล้ว



สองคนขยับแยกออกจากกันในตอนที่หนังจบลง แต่ไฟในโรงยังไม่เปิดเพราะอาจจะมี End credit ต่อท้าย ออฟหันมองคนข้างๆที่ยังยิ้มค้างกับมุขตลกของตัวหนัง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นยิ้มกว้างๆให้เขาแทนเมื่อรู้ว่าโดนแอบมองอยู่ แสงในจอสาดกระทบใบหน้าหวาน ยิ่งทำให้ดูสวยมากขึ้นไปอีกในความคิดของออฟ




ร่างสูงขยับตัวเข้าหาอีกคนช้าขณะที่กันเองก็ยอมเอนตัวลงพิงเบาะแล้วหลับตาลง ริมฝีปากอุ่นแตะลงแล้วดูดดึงเบาๆในตอนที่เขาทั้งคู่ยกยิ้มให้กันผ่านรสจูบนั้น ไม่มีใครสอดปลายลิ้นเข้ามา มีเพียงสองคนที่สลับกันดูดดึงริมฝีปากบนล่างของกันและกันเงียบๆ กันยกสองมือขึ้นประคองใบหน้าพี่ ขณะที่ออฟใช้มือข้างหนึ่งค่ำยันเบาะเก้าอี้ด้านหลังเอาไว้ เสียงขยับตัวลุกขึ้นของคนในโรงทำให้เขาทั้งคู่ผละออกจากกัน ออฟใช้ปลายนิ้วเกลี่ยรอยน้ำลายที่มุมปากให้กับคนตัวเล็กก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง



หัวเราะให้กับความบ้าบิ่นของเขาทั้งคู่ นี่มันบ้ามากๆ กับการแลกจูบกับผู้ชายในโรงหนังโดยไม่ได้สนใจว่าจะมีใครบังเอิญหันมาเจอ ไม่สนว่าใครจะคิดยังไง นี่มันเป็นเดทที่บ้าที่สุดที่เขาทั้งสองคนเคยมีเลยก็ว่าได้



“ชอบว่ะ”



“อะไร”



“ชอบ...พี่โคตรชอบกันเลยว่ะ”



รอยยิ้มเขินๆถูกส่งมาให้รับคำสารภาพของอีกคนที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว คนโดนบอกชอบแสร้งทำเป็นมองนาฬิกาเพื่อหลบสายตาหวานๆที่อีกคนส่งมาให้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย



“บ่ายสองกว่าแล้ว พี่ออฟหิวมั้ย”



“ตัวเองหิวก็บอกมาเถอะ ทำเป็นถามพี่”



“เอ้า ก็เผื่อพี่ออฟยังไม่หิวไง”



“หิวแล้วครับ กินอะไรกันดี หื้ม”



“กันอยากกินปิ้งย่าง”



“โอเค งั้นไปเลือกร้านกัน”



สองคนเดินเคียงข้างกันดูเมนูร้านนี้ ชะโงกดูคิวร้านนู้น จนสุดท้ายก็มาจบลงที่บาบิก้อนตัวเขียว



“พี่ออฟ ทำไมไม่กินผัก”



“ก็พี่ไม่ชอบอ่ะ”



“ไม่ได้นะ พี่ออฟต้องกินผัก มานี่เดี๋ยวกันทำอะไรให้กิน”



ออฟท้าวคางมองอีกคนที่เริ่มเอาผักกาดขาวมาลงไปต้มจนนิ่ม ก่อนจะยกขึ้นมาแผ่บนจานแล้วใช้ช้อนตักน้ำจิ้มมาทาลงจนทั่วทั้งแผ่นทั้งสองด้าน มือเล็กคีบหมูที่ย่างจนสุกแล้วและแครอทกับข้าวโพดอ่อนมาหักและวางเรียงๆกันไว้ก่อนจะห่อผักกาดอันนั้นแล้วเอาเบค่อนมาพันอีกที ปิดท้ายด้วยการจุ่มลงไปในไข่ดิบ แล้วเอาลงไปต้มอีกรอบ ไม่นานผักกาดห่อเบค่อนก็วางแหมะลงบนจากเขา



“ลองชิมดู”



“เมื่อกี๊ผักเต็มเลยอ่ะ”



“อย่าพึ่งบ่นหน่าา ลองชิมก่อน”



ร่างสูงอิดออดไม่ยอมตักเข้าปากเสียที คนตัวเล็กจึงตัดสินใจย้ายไปนั่งฝั่งเดียวกับพี่ แล้วใช่ช้อนหั่นให้พอดีคำ ก่อนจะคีบขึ้นมาจิ้มน้ำจิ้มสุกี้ เป่าจนแน่ใจว่ามันไม่ร้อน แล้วจึงส่งไปจ่อปากคนกลัวผัก



“ขมป่ะวะ”



“ฮ่าๆๆ ผักกาดบ้านพี่ดิขม ลองดูเร็ว อร่อยน้าา”



ออฟยอมหลับตาแล้วรับหนึ่งคำนั้นเข้าไปด้วยสีหน้าแหยงๆ คนตัวโตไม่ยอมเคี้ยวจนกันตีแขนไปทีถึงจะยอม ร่างเล็กมองพี่กลืนคำนั้นลงคอไปอย่างลุ้นๆ



“เป็นไงๆๆๆๆ”



“คือมัน...”



“มัน?…”



“มันก็...อร่อยดีเนอะ”



รอยยิ้มน่ารักถูกส่งให้พี่พร้อมกับมือเล็กที่ยกขึ้นมาปรบมือให้คนตัวโต ออฟยิ้มตามอีกคนก่อนจะอ้าปากรับเอาคำต่อๆไปที่อีกคนป้อนมาไม่หยุดจนต้องบอกให้คนตัวเล็กกินเองบ้าง ร่างเล็กชมเปาะว่าเขากินผักเก่งขึ้นแล้ว ซึ่งออฟก็ยืดอกรับคำชมนั้นอย่างน่าหมันไส้ จนกันได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอากับความบ้าบอของอีกคน



...แม่กูต้องร้องไห้ถ้ารู้ว่าลูกชายยอมกินผักเพราะอยากเอาใจเมีย



.



.



.




“อยากเดินซื้อของป่ะ”



“ก็ดีนะ เดินย่อยก่อน กันอยากกินไอติมมันม่วงอ่ะ แต่อิ่ม”



“เอาอีกละ กินทั้งวันทำไมถึงตัวแค่นี้ได้เนี่ย”



“ฮื่ออ อย่ามาจับพุงง ฮ่าๆๆ ไอ้พี่ออฟอย่าจับพุงโว้ยย”



คนโดนจับพุงดิ้นขลุกขลักไปมาให้หลุดจากคนขี้แกล้ง สองคนเดินกันไปแกล้งกันไปจนมาหยุดอยู่ที่ร้านเสื้อผ้าร้านประจำของคนตัวเล็ก



“พี่ต้อง หวัดดีพี่”



“เอ้าน้องกัน ไม่เจอนาน พาหนุ่มที่ไหนมาอีกเนี่ย”



ร่างสูงหันขวับไปมองคนตัวเล็กทันทีที่ได้ยินคำทักทายนั้น ‘ พาหนุ่มที่ไหนมาอีก’ แปลว่าน้องแม่งเคยพาหนุ่มๆมาบ่อยๆใช่มั้ยวะ



“โหย ดูทักดิ พูดเหมือนกันเคยพาใครมานอกจากไอ้คริสอ่ะ”



“ฮ่าๆๆ ก็แค่ทดสอบดู ว่าแฟนมึงขี้หึงมั้ย”



ออฟรอดูปฏิกิริยาของคนตัวเล็กว่าจะปฏิเสธคำพูดของพี่เจ้าของร้านเรื่องความสัมพันธ์ของเขาสองคนมั้ย กันหันมามองสีหน้าลุ้นๆของอีกคนแล้วยกยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปคุยกับพี่ต้องต่อ



“แล้วเป็นไง”



“เอาเรื่องเลยว่ะ”



“ฮ่าๆๆๆ พี่แม่งเกือบเผาบ้านผมแล้วไง”



ใบหน้าหล่ออมยิ้มมองคนตัวเล็กที่กำลังมองมาทางเขาเหมือนกัน ยกมือชี้ๆขึ้นไปบอกเป็นนัยๆว่าจะขึ้นไปดูของด้านบนนะ ซึ่งกันก็พยักหน้ารับแล้วหันไปคุยเล่นกับพี่คนนั้นต่อ




“ตกลงนั่นแฟนจริงดิ”



“ใช่มั้ง”



“เอ้า อะไรของมึงวะ”



“ฮ่าๆ ก็เดี๋ยวถ้ามาอีกรอบแล้วกันยังพาคนนี้มา ก็แปลว่าแฟนนั่นแหละ”



เสียงพูดคุยถูกขัดจังหวะเมื่อคนที่พึ่งถูกพูดถึงเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าหนังในมือ



“พี่ รุ่นนี้ยังมีอีกป่ะ”



“หมดว่ะ แต่กูสั่งไปแล้วน่าจะมาไม่เกินสัปดาห์หน้า”



“อ๋อ งั้นเดี๋ยวผมเข้ามาดูใหม่ก็ได้ครับ”



พี่ต้องยกยิ้มร้ายมาทางคนตัวเล็ก ทำให้กันได้แต่เลิกคิ้วถามแบบงงๆ



“รอบหน้าถ้ามึงมากับไอ้กัน เดี๋ยวกูลดให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลย”



“จริงป่ะพี่”



“เออ”



กันชี้หน้าคาดโทษพี่ชายคนสนิทที่ยืนยักคิ้วส่งมาให้อย่างกวนๆ ร่างเล็กหลบสายตาล้อเลียนของเจ้าของร้านเดินขึ้นมาหาคนตัวสูงที่ดูเหมือนจะติดใจร้านนี้เสียแล้ว



“ชอบหรอ”



“ครับ พึ่งรู้ว่ามีร้านแบบนี้อยู่ในสยามด้วย”



“งี้แหละ ไอ้พี่ต้องมันติส รับลูกค้าแค่คนที่สนิท แม่งบ้า”



“แล้วกันไปรู้จักกับเค้าได้ยังไง”



“มันมาจีบ”



“ห้ะ”



หลุดขำพรืดเมื่อคิ้วเข้มๆนั้นขมวดมุ่นเข้าหากันมันทีที่พูดจบ ขี้หึงอย่างที่พี่ต้องบอกจริงๆด้วยแฮะ



“คิก พี่มันมาจีบไอ้คริส ฟังให้จบสิ”



“อ๋ออ ถ้าพูดช้ากว่านี้พี่ลากเราออกจากร้านจริงๆด้วย”



“ขี้หึง”



“แน่ดิ แฟนสวยขนาดนี้”



“ออกไปห่างๆเลย ไอ้หื่นน”



กันเดินหนีอีกคนที่ทำปากจู๋พุ่งตรงมาทางตัวเองเหมือนคนโรคจิต ร่างเล็กวิ่งลงมาด้านล่างจนพี่ต้องเลิกคิ้วมองแบบงงๆ ก่อนจะส่ายหัวเอือมๆเมื่อออฟเดินตามลงมาแล้วคนทั้งคู่ก็หัวเราะให้กัน



สองคนเดินไปลาพี่ต้องอีกครั้ง โดยไม่ได้อะไรติดมือออกมาแต่ออฟสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะกลับมาซื้อกระเป๋าใบนั้นให้ได้ โดยที่พี่ต้องเองก็ไม่ลืมกำชับให้มาพร้อมคนตัวเล็กที่เอาแต่ยืนหน้าแดงไม่หือไม่อืออะไรทั้งนั้น



ห้าโมงเย็นเป็นเวลาที่คนทั้งคู่ตัดสินใจว่าจะกลับบ้าน กันเดินขึ้นไปซื้อไอติมมันม่วงแต่ดูเหมือนว่าคนที่กินเข้าไปคือออฟเสียมากกว่า ก็คนตัวเล็กเล่นบ่นอิ่มตั้งแต่สองคำแรก ไหนยังบังคับให้เขากินให้หมดเพราะเสียดายอีก เด็กดื้อจึงโดนทำโทษด้วยการที่ต้องยอมยื่นแก้มให้พี่หอมแรงๆทั้งสองข้าง เพียงเท่านั้นคนตัวโตก็ยอมกินไอติมของโปรดน้องจนหมดเกลี้ยง





“น้องพิมพ์ วันนี้รอกินข้าวเย็นด้วยนะ เดี๋ยวพี่กันไปทำให้กิน”



“...”



“ใช่ๆ พี่ออฟกินด้วย”



“...”




“หึ อย่ามาแก่แดด เดี๋ยวจะโดนๆ”




“...”



“โอเค พี่กันกำลังจะกลับแล้ว...ค่ะ...แค่นี้นะ เดี๋ยวเจอกัน”




วาลสายจากน้องสาวก็ลากคนตัวสูงเข้าซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของสด ซึ่งเมนูที่จะทำวันนี้ก็มีทั้งของโปรดของเขา ของน้องพิมพ์ และของพี่ออฟ ร่างสูงรับของทั้งหมดมาถือไว้ และแน่นอนว่าคนตัวเล็กไม่มีทางยอม ออฟจึงแบ่งถุงเบาๆสองสามถุงให้น้องถือ เพียงแค่นั้นอีกคนก็ยอมยิ้มแป้นมาให้



.



.



.



ประตูรถถูกปิดลงพร้อมกับคนสองคนที่นั่งหอบหนักๆกันอยู่บนรถ วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยแต่ก็สนุก ที่สำคัญคือมีความสุขมากๆ คงเป็นเพราะคนข้างๆนี่แหละ



“เกือบจะหมดวันแล้วนะ”



“อือฮึ”



“รักพี่บ้างรึยังครับ”



ออฟหันมองคนตัวเล็กนิดหน่อย ก่อนจะต้องหันไปสนใจท้องถนนตรงหน้าต่อ อรรถพันธ์ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกไป เพียงแต่คว้ามือข้างที่ว่างของอีกคนมากอบกุมไว้ แล้วบีบมันเบาๆ ร่างสูงปรายตาลงมองมือของเขาทั้งคู่ที่เกาะกุมกันอยู่ ก่อนจะยกขึ้นมากดจูบลงบนหลังมือของอีกคนช้าๆ โดยที่ตายังมองท้องถนน กันมองทุกการกระทำของคนพี่ความร้อนเห่อลามไปทั่วหน้าเมื่อริมฝีปากหนาค่อยๆแนบสัมผัสลงบนหลังมือของตน เขินเสียจนต้องทำทีเป็นมองออกไปข้างทางเพื่อหลบหนีภาพการกระทำแสนอ่อนโยนที่อีกคนมอบให้



“พี่รักกันนะ”



“...”



“ไม่ได้พูดเพื่อกดดันหรืออะไร พี่แค่อยากบอก ต่อให้ความสัมพันธ์ของเราจะจบแค่คืนนี้ พี่ก็คงจะเสียใจ แต่ไม่เสียดายเลย



“...”



“ วันนี้มันคุ้ม คุ้มมากที่เราได้อยู่ด้วยกัน ได้กันเราะไปด้วยกัน ทำเรื่องบ้าๆด้วยกัน ได้เห็นคนน่ารักของพี่ยิ้มได้ทั้งวัน...นี่มันโคตรเหมือนฝันเลย”



“พอแล้ว เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมง จะรีบพูดไปทำไม หื้ม หรือจะทิ้งกันแล้ว?”



“บ้า ใครจะไปทิ้งกัน มีแต่กันนั่นแหละ ที่จะทิ้งพี่”



“กลายเป็นคนคิดมากตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”



“ตั้งแต่รู้ตัวว่ารัก...ไม่ใช่แค่ชอบ”




คนตัวเล็กเม้มปากแน่น เพราะกำลังพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะกลั้นไม่ให้หลุดยิ้มออกมาจากคำพูดเจือเสียงออดอ้อนของอีกคน ขยับมือสอดประสานเข้ากับปลายนิ้วของอีกคนแล้วกระชับกันแน่น เอนตัวลงซบไหล่หนา ปล่อยให้หัวใจของเขาทั้งสองคนเต้นแรงอยู่ภายใต้ความเงียบที่หมุนวนอยู่รอบตัวพวกเขาจนถึงบ้าน










ความคิดเห็น