only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ta-Lueng (2/5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2561 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ta-Lueng (2/5)
แบบอักษร

00:02 am.



Tumcial : คอลกัน



Atp : ไม่เอา จะนอนแล้ว



Tumcial : นะครับ แปปเดียวก็ได้ อยากเห็นหน้า



Atp : แล้วทำไมผมต้องยอมพี่วะ



Tumcial : เพราะตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เราเป็นแฟนกันแล้ว



Atp : โอ้ยยย เออๆๆ ให้สิบนาทีนะ



Tumcial : ครับผม



- Tumcial video call to you -



ร่างเล็กกดรับคำขอ ไม่นานใบหน้าตี๋ๆกวนๆนั่นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ออฟยิ้มแป้นเมื่อได้เห็นใบหน้าน่ารักที่กำลังบูดบึ้งเหมือนหงุดหงิดเขาตลอดเวลา ปากอิ่มเบ้คว่ำขณะที่แก้มกลมดูย้วยๆน่ารักจนอยากจะพุ่งไปหอมแก้มเสียตอนนี้เลย



“อะไรอ่ะ คอลมาแล้วก็ไม่พูด”



“ให้พูดจริงหรอ”



“เอ้า ถ้าไม่พูดก็วางดิ จะนอน”



“โอเคงั้นพูด”



“...”



“ใส่ชุดนอนแล้วน่ารักจังครับ อยากไปหอมแก้มตอนนี้เลยเนี่ย”



“โรคจิต”



เสียงทุ้มหัวเราะเมื่ออีกคนเสตาหลบหน้าจอแล้วก่นด่าเขาด้วยคำเดิมๆที่เจ้าตัวใช้เรียกเขาอยู่บ่อยๆ



“ทำไมถึงชอบว่าพี่โรคจิต”



“โอโห ไม่น่าถามอ่ะ”



“ฮ่าๆๆ พี่แค่หยอกเราเล่น...แต่ถ้าได้จริงก็เอาอ่ะ”



“นั่นไง เห็นมั้ย ไอ้โรคจิต”



อรรถพันธ์เบ้หน้าใส่อีกคน แต่สุดท้ายก็หลุดขำออกมาทั้งคู่ ร่างเล็กเปลี่ยนมาเป็นวางโทรศัพท์ไว้กับหมอน แล้วตัวเขาเองก็เลือกที่จะนอนคว่ำคุยกับอีกคนแทน ไม่ใช่อะไรหรอก ขี้เกียจถือโทรศัพท์อ่ะ มันเมื่อย



“น้องกันอ่อยพี่หรอ”



“อะไรอีก นี่นอนเฉยๆยังไม่ได้ทำอะไรเลย”



“ก็ดูคอเสื้อเราดิ ถ้าอยู่ใกล้ๆนะจะฟัดให้จมเตียงเลย”



ใบหน้าหวานก้มมองคอเสื้อของตัวเอง และพบว่ามันย้วยลงจนเห็นแผ่นอกบาง จึงรีบตะครุบคอเสื้อตัวเองไว้แล้วจ้องอีกคนตาเขียวปั้ด



“ฮ่าๆๆ นี่พี่อุสส่าเตือนเรานะ จริงๆน่าจะมองนานกว่านี้อีกหน่อย ขาวชะมัด”



“ทะลึ่ง!”



ออฟมองเด็กแก้มกลมที่ตอนนี้พวงแก้มค่อยเจือสีแดงลามไปถึงใบหู ซึ่งมันเป็นภาพที่น่ารักสิ้นดี



“ไปนอนแล้วนะ”



“เดี๋ยว พี่ให้เราเรียกแทนตัวว่าไงครับ หื้ม”



“ทำไมชอบบังคับวะ”



“เนี่ย พูดไม่เพราะเลย ไหนตกลงกันแล้วไงครับ”



“เอออออ กันไปนอนแล้วนะครับ พอใจยัง”



“ฮ่าๆ ไอ้ดื้อเอ้ย ไปนอนซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปปลุก”



“เพ้อเจ้อ ไปละ”



“ฝันดีนะครับน้องกัน”



“อือ”



“...”



“ฝันดีครับ...พี่ออฟ”




จุมพลยิ้มค้างให้กับหน้าจอที่ดับไปตั้งแต่ห้านาทีที่แล้ว แต่เสียงแผ่วๆที่บอกฝันดีพร้อมเรียกชื่อเขา ไหนยังใบหน้าเขินๆของคนพูดที่รีบกดตัดสายทันทีที่พูดจบ ทุกอย่างยังคงวนอยู่ในหัวจนทำให้เขานอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เป็นคนบ้าอยู่คนเดียวแบบนี้



ยอมรับเลยว่าตอนแรกก็กะจะม่อน้องมันเหมือนที่เขาม่อคนอื่นๆนั่นแหละ แต่กันไม่เหมือนคนอื่น ไม่เหมือนทุกๆคนที่เคยผ่านมาในชีวิตของเขา เด็กหน้างอ ใจแข็ง ปากร้าย แต่ก็มีมุมน่ารักเต็มไปหมด เหมือนยิ่งจีบยิ่งชอบ ยิ่งหยอกความรู้สึกของเขายิ่งมากขึ้นทุกวัน ยิ่งเวลาอยู่ใกล้ๆนี่เขาไม่เคยอดใจได้ซักที ปากว่ามือถึงจนโดนคนตัวเล็กเรียกจนติดปากว่า ‘ไอ้โรคจิต’ ยอมรับนะ ว่าเป็นคนหื่น แต่บอกเลยว่าถ้าเป็นคนอื่นคงเสร็จเขาไปตั้งแต่วันแรกๆแล้ว กับน้องกันนี่เขาห้ามตัวเองสุดชีวิต ขอแต่ได้แตะนิดแตะหน่อย หอมนิดจูบหน่อยแค่นั้นก็พอ แม้ในใจจะอยากทำมากกว่านั้นแค่ไหนก็เถอะ



พรุ่งนี้โดนพี่ฟัดทั้งวันแน่ ไอ้ตัวเล็ก



.



.



.




07:30 am



“น้องกัน ตื่นได้แล้วนะ”



“อือออออ”



กายเล็กขยับตัวนอนคว่ำหลบหนีบางสิ่งที่มารบกวนการนอนของเขา คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างขัดใจเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสชวนจั๊กจี้บริเวณหลังคอ สติเริ่มกลับมาเมื่อมีบางสิ่งล้วงเข้ามาในเสื้อนอนตัวบางของเขา ปลายนิ้วลากวนไปมาอยู่บนแผ่นหลัง แล้วความง่วงงุนก็หายวับทันทีที่ร่างกายถูกพลิกให้นอนหงาย ลืมตามาพบกับจอมฉวยโอกาสที่ตอนนี้กำลังคร่อมเขาไว้ทั้งตัว



“เฮ้ย ไอ้โรคจิต เข้ามาได้ไงเนี่ย”



“หืมม เรียกพี่ว่าอะไรนะครับ คนผิดกฎต้องโดนทำโทษรึเปล่านะ”



ใบหน้าหล่อลดต่ำลงจนกันต้องใช้มือข้างหนึ่งดันใบหน้าอีกคนไว้พร้อมเอียงหน้าหลบหลับตาปี๋ ออฟหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางน่ารักๆนั่น เด็กน้อยของเขาตอนที่ตื่นนี่น่ารักน้อยซะที่ไหน ผมยุ่งๆตาปรือๆ ไหนยังปากสีแดงสดที่อิ่มตึงอยู่ตลอดเวลาแม้อีกคนจะพึ่งตื่นก็ตาม



...อยากจูบว่ะ



“หยุดมองกันด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะ”



“แหะๆ ก็เราชอบทำตัวน่าจูบอ่ะ”



“หื่นเอง ไม่ต้องมาโทษคนอื่นเลย”



“ขอโทษครับ”



ออฟยิ้มแหยใส่สายตาดุๆของคนตรงหน้า ก่อนจะยอมผละตัวออกไปให้คนตัวเล็กได้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแต่โดยดี



“แล้วตกลงเข้ามาได้ไงเนี่ย”



“น้องสาวกันเปิดประตูให้อ่ะ”



“อ้าว น้องพิมพ์กลับมาแล้วหรอ”



“ครับ กลับมาตอนพี่มาถึงบ้านกันพอดี”



“อือ งั้นเดี๋ยวผม เอ้ย กันไปอาบน้ำก่อน พี่...เอ่อ พี่ออฟออกไปรอข้างนอกก่อนนะ”



พูดพลางเสตามองไปทางอื่นไม่อยากจะมองรอยยิ้มหวานเชื่อมที่คนตรงหน้าส่งมาให้ยามเมื่อเขายอมใช้สรรพนามตามที่อีกคนขอ กันพูดติดๆขัดๆด้วยความรู้สึกกระดากปาก ไม่ชินที่จะต้องพูดกับคนพี่ดีๆแบบนี้ ปกติมีแค่ด่ากับเดินหนี ไม่ชินเลยเว้ยย



“ขอรอให้ห้องไม่ได้หรอ พี่ไม่แอบดูน้องกันอาบน้ำหรอกหน่า ถึงจะอยากทำมากก็เถอะ...โอ๊ย”



หมอนใบโตถูกยกมาฟาดใส่คนหื่นตรงหน้าทันทีหลังพูดจบ แขนแกร่งยกขึ้นมาปัดป้องเป็นพัลวัลก่อนจะตัดสินใจรวบตัวคนตัวเล็กมานั่งบนตักเพื่อไม่ให้อีกคนตีเขาได้อีก



“พี่ออฟ ปล่อยย”



“ถ้าปล่อยเราก็ตีพี่อีกสิ”



“ไม่ตีแล้วๆ ปล่อยกันก่อนเร็ว จะไปอาบน้ำเนี่ย”



หันไปอ้อนวอนอีกคนแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือนิ้วชี้ที่จิ้มลงบนแก้มตัวเอง พร้อมกับยื่นแก้มป่องๆมาตรงหน้า กันถอนหายใจใส่จอมฉวยโอกาสที่ยังคงชอบฉวยโอกาสกับตนอยู่เสมอๆ ใช้มือผลักแก้มสากนั้นออกเบาๆ แต่อีกคนกลับจับมือเขาไว้แล้วยื่นแก้มมาให้อีกครั้ง



“ถ้าหอมแล้วจะยอมปล่อยแน่นะ”



“อือฮึ”



“เฮ้อ ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้วะเนี่ย”



เสียงใสบ่นพึมพัมข้างหู เป็นเหตุให้คนฟังยิ่งกระชับอ้อมแขนโอบรอบเอวจนคนตัวเล็กแทบจะจมอกพี่



“ฮื่ออ อย่ารัด ยอมแล้วๆ หลับตาก่อนดิ”



ดวงตาเรียวยอมปิดลงแต่โดยดีตามคำขอของน้อง ไม่นานก็รับรู้ถึงปลายจมูกโด่งที่กดลงมาบนแก้มแบบเร็วๆแล้วผละออกไป ลืมตามาก็พบกับเด็กตัวนิ่มนี่นั่งตัวลีบหูแดงหน้าแดงอยู่บนตัก น่าเอ็นดูจนต้องยอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ และแน่นอนว่าเจ้ากระรอกตัวเล็กก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่เขาคลายอ้อมกอด



“หึหึ เดี๋ยวก็ล้มหรอก”



“ยุ่ง!”



เสียงตะโกนเถียงกลับมาจากในห้องน้ำ ทำให้ออฟนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวบนเตียง เมื่อนึกถึงสีหน้ายุ่งๆของอีกคนเมื่อโดนเขาแซว เช้านี้เป็นเช้าที่ดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ สมแล้วที่ยอมตื่นตั้งแต่หกโมงเพื่อรีบมามองหน้าคนตัวเล็กตอนหลับ โชคดีอีกที่บังเอิญเจอน้องสาวของอีกคนพอดี จึงไม่ต้องเสียแรงปีนเข้าบ้านคนอื่นอย่างที่คิดไว้ ไหนยังสัมผัสที่ยังติดอยู่บนแก้มนี่อีก



โอ้ยยย ออฟรู้สึกเหมือนกำลังจะบินได้เลยครับแม่



.



.



.



แกร๊ก



เสียงเปิดประตูมาพร้อมกับกลิ่นหอมๆของสบู่ที่ติดตัวคนตัวเล็กที่ค่อยๆชะโงกหน้าออกมามองก่อนจะพบว่าคนพี่หลับอยู่บนเตียง ร่างเล็กที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่อหุ้มช่วงล่าง ค่อยๆย่องออกมาที่ตู้เสื้อผ้าของตัวเองแล้วหยิบชุดที่จะใส่สำหรับวันนี้เข้าไปแต่งในห้องน้ำ แต่



“อื้อหือ ขาวมากอ่ะ”



“ไอ้พี่ออฟ! หลับตาไปเลยนะ”



“ทำไมละครับ พี่แค่มองเอง ไม่ทำอะไรน้องกันหรอก”



“เนี่ย โรคจิต พี่แม่งโรคจิต”



“นี่ไม่ไดัโรคจิตซะหน่อย ถ้าโรคจิตต้องทำแบบนี้”



“เฮ้ย”



ร่างกึ่งเปลือยถูกดันจนชิดประตูตู้เสื้อผ้า ใบหน้าหวานเอียงหลบทันทีที่อีกคนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ในระยะที่ทำเอาหายใจไม่ทั่วท้อง ออฟใช่มือสองข้างยันประตูตู้เอาไว้เพื่อกักบริเวณคนตัวเล็ก ก้มมองอีกคนที่ยืนหลับตาปี๋ด้วยคิดว่าเขาจะเข้ามาจูบจริงๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา ทำให้กันยอมลืมตาแล้วฟาดลงบนอกคนขี้แกล้งแรงๆ



“ไอ้พี่บ้านี่ แกล้งกันอยู่ได้ ถอยไปเร็วกันจะแต่งตัว”



“หอมจัง คนพึ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆจะหอมแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่าครับ”



“กันจะไปรู้เค้าหรอ ปล่อยกันไปแต่งตัวได้แล้ว หนาวแล้วเนี่ย”



“ได้ครับ แต่ขอพี่ชื่นใจซักสองฟอดนะ”



“มะ…” // ฟอด ฟอด



พวงแก้มซ้ายขวาถูกสูดความหอมจากปลายจมูกโด่งแรงๆทั้งสองข้างสลับกัน คนโดนจู่โจมยกสองมือขึ้นมากุมแก้มของตัวเองไว้พลางช้อนตามองอีกคนดุๆซึ่งดูยังไงก็เหมือนลูกแมวที่กำลังขู่ฟ่อๆ ขนฟูๆ



คนเรามันน่ารักขนาดนี้ได้ยังไงกันวะ



“หอมจังแฟนใคร”



“เงียบไปเลย ไม่อยากคุยกับคนชอบฉวยโอกาส”



“ก็มีคนน่ารักๆ ตัวหอมๆ มายืนอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ฉวยโอกาสพี่คงเป็นคนที่โง่มากๆ”



“งั้นก็จะทำแบบนี้กับทุกคนที่น่ารักๆ ตัวหอมๆเลยป่ะ”



“...”



“ พี่แม่งก็เป็นแบบนี้ไง”



สองมือผลักอกพี่ให้ออกห่าง ซึ่งออฟเองก็ยอมปล่อยน้องออกมาแต่โดยดี บรรยากาศดีๆก่อนหน้านี้หายวับไปกับตา ร่างสูงทิ้งตัวลงปลายเตียงในขณะที่คนตัวเล็กปิดประตูห้องน้ำแรงๆโดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าหงุดหงิดอะไร



...หงุดหงิดที่คิดว่าเค้าเคยทำแบบนี้กับคนอื่นหรอ



...หงุดหงิดที่เค้าไม่ยอมปฏิเสธคำพูดเมื่อกี๊



...หรือหงุดหงิดที่อีกคนยอมปล่อยออกมาง่ายๆโดยไม่คิดจะแก้ตัวอะไรเลยแม้แต่น้อย



เป็นความจริงสินะพี่ออฟ ไม่ใช่แค่กัน แต่เป็นใครก็ได้สินะ




.



.



.




“พี่กันไปข้างนอกนะพิมพ์ ล็อคบ้านดีๆเข้าใจมั้ย”



“เข้าใจค่าาา”



หญิงสาวตัวเล็กเขย่งขึ้นหอมแก้มพี่ชายอย่างที่ทำเป็นประจำ กันลูบหัวน้องสาวแผ่วเบาก่อนจะกำชับอีกครั้งให้น้องล็อคบ้านให้ดีๆ เป็นภาพที่เชื่อว่าใครผ่านมาเห็นเป็นต้องหลุดยิ้มกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีความผิดอย่างจุมพล ที่จนถึงตอนนี้คนตัวเล็กยังไม่ยอมคุยกับเขาเลยซักคำ



เดทแรกของมึงจะล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มไม่ได้นะเว่ยไอ้ออฟ



ปั้ง!!



เสียงปิดประตูรถมาพร้อมกับร่างเล็กที่ขึ้นมานั่งบนเบาะข้างคนขับเรียบร้อย กายบางกำลังจะเอี้ยวตัวไปดึงเบล์ทแต่ก็ยังไม่ทันความเร็วของอีกคนอยู่ดี



ออฟโน้มตัวมาเพื่อคาดเบล์ทให้น้อง ปลายจมูกโด่งเฉียดปลายจมูกเล็กของอีกคนแต่ร่างสูงก็ไม่ได้ขยับออกแต่อย่างใด ตากลมโตจ้องมองดวงตาเรียวเล็กตรงหน้าโดยไม่เสหลบอย่างท้าทาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน คนตัวเล็กเม้มปากแน่น เป็นการบอกกลายๆว่าเขาไม่ยอมจูบเด็ดขาด ซึ่งร่างสูงก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นจุมพิศลงกลางหน้าผากมนของคนที่ยอมหลับตาลงโดยอัตโนมัติทันทีที่ปากของเขาแตะสัมผัสกลางหน้าผากเนียน



“พี่ไม่ได้เป็นแบบนี้กับทุกคนหรอกนะ”



“...”



“พี่ไม่เถียงเรื่องที่พี่เจ้าชู้ ปากว่ามือถึง ชอบฉวยโอกาส หรือทุกๆอย่างที่กันว่าพี่ พี่ไม่เถียง เพราะพี่เป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วก็เป็นแบบนั้นมาตลอด”



“...”



“จนมาเจอกัน”



มือหนายกขึ้นประคองใบหน้าหวานก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยแก้มใสของอีกคนที่ยังคงจ้องมองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก



“กำลังคิดว่าพี่โกหกอยู่ใช่มั้ยๆ พี่เข้าใจครับ แล้วก็จะไม่พยายามแก้ตัวอะไรเลยด้วย”



“ทำไม เพราะไม่มีอะไรจะแก้ตัวใช่มั้ยล่ะ”



ออฟยิ้มรับคำพูดประชัดประชันนั่น ก่อนจะไล้ปลายนิ้วไปมาบนริมฝีปากแดงอิ่มช้าๆ พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยคู่นั้น



“เพราะพี่มีเวลาแค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงไงครับ ถ้าจะเอาเวลามานั่งแก้ตัว สู้พี่เอาเวลาพวกนี้ไปใช้กับกัน ดูแลกัน หรือแม้แต่นั่งมองหน้ากันเฉยๆยังคุ้มกว่าเลย เข้าใจพี่มั้ย”



กันเข้าใจ เข้าใจทุกอย่าง เข้าใจแม้แต่สายตาแววหวานที่สื่อความหมายออกมายามที่มองตากัน เสียงนุ่มทุ้มที่ค่อยๆอธิบายออกมาอย่างใจเย็น สัมผัสแผ่วเบาที่ลากไล้อยู่บนริมฝีปาก คำพูดการและกระทำทุกอย่างของคนตรงหน้า ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาเสียตอนนี้



ท้องฟ้ามืดครึ้มในแบบที่รู้ว่าไม่นานฝนคงตกลงมาแน่ๆ อุณหภูมิในรถลดต่ำลง บวกกับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่รดรินคลอเคลียผิวหน้าของกันและกัน หากจะโทษอะไรซักอย่าง กันคงต้องโทษบรรยากาศรอบตัว ที่ทำให้ตัวเขาเองเลือกที่จะคว้าลำคอหนาของคนตรงหน้าเอาไว้ พร้อมแหงนใบหน้าขึ้นรับรสจูบหวานๆที่อีกคนมอบให้และตอบสนองกลับไปอย่างเต็มใจ



“อื้มมม..อึก...อืออ”



ความเงียบภายในรถถูกแทนนี่ด้วยเสียงบดจูบ ยามที่ปลายลิ้นร้อนเข้าเกี่ยวพันลิ้นเล็กของอีกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อให้เกิดเสียงจากความชื้นแฉะของน้ำลายดังก้องไปมาทั่วทั้งรถอย่างหยาบโลน รสจูบร้อนแรงดำเนินต่อไปยาวนานเป็นนาที ก่อนที่เม็ดฝนจะตกเปาะแปะลงมาเรียกสติของคนทั้งคู่



อรรถพันธ์ลดฝ่ามือที่สอดเข้าไปในกลุ่มผมของพี่ตามแรงอารม ลงมาดันไหล่หนาบอกให้รู้ว่าตัวเขากำลังจะหมดลมหายใจ ออฟเองก็ยอมผละออกมาช้าๆแต่ไม่วายแกล้งงับริมฝีปากล่างของน้องแล้วดูดดึงแรงๆจนเกิดเสียงน่าอาย พอให้ร่างเล็กที่นั่งหอบหน้าแดงต้องก้มหน้างุดๆซ่อนความเขินอายของตัวเองไว้ จนสุดท้ายคนมองก็ทนไม่ไหว โน้มใบหน้าลงหอมพวงแก้มใสนั่นพร้อมกับอีกคนที่ย่นคอหลบพลางร้องท้วงออกมาเบาๆในลำคอ



“ฮื่ออ พอแล้ว ปะ...ไปเที่ยวกันนะ”



น่ารัก น่ารัก น่ารัก น้องกันแม่งน่ารักเป็นบ้าเลยโว้ยยยย



.



.



.




“หิวรึยังครับ”



“อื้อ”



“งั้นไปร้านอาหารเช้ากันดีกว่าเนอะ อีกชั่วโมงมึงแหน่ะห้างถึงจะเปิด”



ใบหน้าหวานพยักหน้ารับ เขาสองคนตกลงกันว่าวันนี้คงจะทำแค่กินข้าวดูหนัง ถ้าเวลาเหลือก็ค่อยคิดว่าจะไปทำอะไรกันต่อ ตากลมลอบมองใบหน้าของคนขับที่กำลังมองตรงไปยังท้องถนนราวกับกำลังใช้สมาธิทั้งหมดในการขับรถ และมองหาร้านอาหาร อยู่ดีๆปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นมาเสียดื้อๆ คงเพราะบรรยากาศสบายๆ หรือเพราะตัวเองที่แอบนึกชมในใจว่าวันนี้พี่ออฟของเขา(?)หล่อชะมัด



...หรืออาจเป็นเพราะ ฝ่ามือหนาที่กอบกุมมือของเขาไว้พลางลูบไล้ปลายนิ้วไปมาบนหลังมือบ้างก็เคาะลงเบาๆตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ตอนนี้อย่างลืมตัว กันอดยอมรับไม่ได้เลยว่าคนข้างกายกำลังทำให้เขารู้สึกดี ในแบบที่ไม่เคยรับจากใครมาก่อน แต่ก็ยังคงไม่มั่นใจ ว่าพี่ออฟเคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนเขารึเปล่า



“เอาร้านนี้แล้วกัน ร้านโปรดของพี่กับแม่ คิดว่ากันคงชอบ”



“กันกินได้หมดแหละ เลี้ยงง่ายๆ”



“แบบนี้ขอเลี้ยงทั้งชีวิตเลยได้มั้ยเนี่ย”



“ไม่ต้องมาเนียน ไม่เคลิ้มตามหรอก”



พูดจบก็แลบลิ้นใส่คนพี่ไปทีก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งคู่ ออฟจอดรถข้างฟุตบาทตรงข้ามกับร้าน เพราะเป็นร้านเล็กๆที่ไม่ได้มีลานจอดรถอะไรมากมาย แต่ความอร่อยทำให้ลูกค้าที่ร้านแน่นแบบนี้มาตั้งแต่เขาจำความได้



“อร่อยแน่เลยอ่ะ คนเยอะมากกก”



“อร่อยมากๆเลยต่างหาก พี่กินมาตั้แต่เด็กเลยนะ”



คนฟังพยักหน้ารับช้าๆพร้อมส่งสีหน้ากวนๆเหมือนกำลังฟังใครซักคนคุยโม้เกินจริง จนออฟอดไม่ได้ที่จะส่งมือไปขยี้หัวทุยๆของตัวแสบข้างๆ



“ฮ่าๆๆๆ เหมือนอะแปะที่กำลังอวดร้านน้ำเต้าหู้ของตัวเองเลยอ่ะ”



“เดี๋ยวจะโดนๆ”



กันยิ้มตาหยีให้พี่แบบซนๆซึ่งทำเอาออฟถึงกับชะงักด้วยไม่เคยเห็นคนตัวเล็กในมุมนี้มาก่อน อย่าว่าแต่ยิ้มกว้างๆแบบนี้เลย ปกติแค่จะยิ้มให้กันยังยาก เจอทีไรก็ทำหน้าดุทำหน้าเซ็งใส่ตลอด นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีรึเปล่านะ



“เดี๋ยวกันรอในรถนะ พี่ไปเอาร่มหลังรถมารับ”



“ฮื่ออ ไม่เอาา กันเป็นผู้ชายนะเว่ย ลงไปด้วยกันนี่แหละ”



ร่างสูงยิ้มรับคำพูดนั้น น้องคงไม่อยากให้เขาปฏิบัติกับตัวเองเหมือนผู้หญิงที่ผ่านๆมาสินะ ซึ่งนั่นไม่ได้อยู่ในความคิดของออฟเลยสักนิด เขาไม่ได้ทำเพราะคิดว่าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิง แต่ทำเพราะอยากดูแล อยากเอาใจ แต่ก็ยอมรับเลยว่าความเป็นกันนี่มันทำให้เขาหลงรักได้ตลอดเวลาจริงๆ



“งั้นพี่นับสามแล้วกันวิ่งไปรอใต้ต้นไม้ต้นนั้นโอเคมั้ย พี่ไปเอาร่มแปปเดียว”



“ไม่”



“นะครับ พี่ไม่ได้มองเราเป็นผู้หญิง แต่แค่ไม่อยากให้เราเปียก ใครจะอยากให้แฟนตัวเองเปียกฝนตั้งแต่เช้าล่ะ แถมเป็นวันเดทอีก”



“ใช่มั้ยล่ะ ใครจะอยากให้แฟนตัวเองเปียกฝน...คนเดียว”



ปากหนายกยิ้มกว้างให้กับคำพูดนั้น เพราะคิดมาตลอดว่าน้องไม่ไดัอินกับการเป็นแฟนกันแค่วันเดียวของเขาเท่าไหร่ แต่คำพูดเมื่อกี๊ทำให้รู้ว่าอีกคนยอมขึ้นรถมากับเขา ในฐานะ ‘แฟน’ ตามที่ขอไว้จริงๆ



“งั้นไปเอาร่มด้วยกันเนอะ”



“อื้อ กันนับสามแล้วเราลงจากรถพร้อมกันเลยนะ พี่ออฟเปิดหลังรถรึยัง”



“เปิดแล้วครับ”



“โอเค หนึ่ง สอง สาม!”



สองคนดีดตัวออกจากรถพร้อมกันทันทีที่คนตัวเล็กให้สัญญาณ ออฟรีบพุ่งไปหลังรถแล้วคว้าเอาร่มมากางให้คนตัวเล็กที่กระโดดไปมาอยู่ข้างๆเหมือนกำลังเอาใจช่วยเขา เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ดังเคล้าคลอไปกับเสียงสายฝนและรถที่แล่นสวนไปมา กันปรบมือเบาๆให้พี่เมื่ออีกคนกางร่มได้สำเร็จ ออฟหันมายิ้มรับ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยดน้ำบนใบหน้าหวานออกให้ เสียงใสพึมพัมขอบคุณพี่เบาๆพลางหลบสายตาอ่อนโยนคู่นั้นเป็นพัลวัล ไม่ใช่อะไรนะ กลัวหัวใจจะวายตายกลางฝนนี่แหละ



“ไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ”



“อื้อ”



มือหนาโอบกระชับเอวของคนตัวเล็กให้ขยับเข้าใกล้ตนอีกหน่อย ทำให้ช่วงไหล่ซ้อนกัน ไหล่เล็กชนอกเขาไปมายามขยับเดิน กันเงยมองหน้าอีกคนที่เนียนโอบเอวตัวเองแล้วได้แต่ส่ายหน้าให้กับการตีมึนของอีกคน มือเล็กเอื้อมจับมือพี่ทำให้ออฟก้มมองอย่างเสียดายเพราะรู้ว่าน้องต้องยกมันออก



แต่เปล่าเลย…



มือหนาถูกยกออกจริง แต่ยกขึ้นเพื่อให้เลื่อนตำแหน่งให้แขนข้างนั้นโอบกระชับตัวน้องจนร่างกายเบียดชิดกันขึ้นกว่าเดิมภายใต้ร่มคันนั้น หัวทุยเอนซบไหล่พี่แล้วยอมให้อีกคนพาตัวเองข้ามถนนไปจนถึงหน้าร้าน



“อ้าว อาออฟ ม๊ามึงไม่มาด้วยหรอวันนี้”



“ไม่มาครับแปะ ม๊าอีกำลังเห่อครัวใหม่ ป๊าพึ่งต่อเติมให้”



“โอ๊ยย ป๊ามึงนี่เอาใจเมียเก่งเสมอต้นเสมอปลายจริงเว๊ย”



“ฮ่าๆๆ งี้แหละแปะ เมียเค้าสวย”



“คนบ้าอะไรอวยแม่ตัวเองตั้งแต่เด็กจนโต ไปๆมึงไปนั่ง แล้วนั่นพาลูกสาวใครมาด้วยวะน่ะ”



แปะเล้งมองเลยไปด้านหลังของเขาพลางเอ่ยทัก ออฟหลุดขำเมื่อคนตัวเล็กทำหน้าเหรอหราเมื่อโดนทักว่าเป็นผู้หญิง เขาจึงต้องรีบแก้ตัวแทน



“ฮ่าๆๆ นั่นผู้ชายครับแปะ อีเป็นผู้ชาย”



“มึงอย่ามาหลอกกูไอ้ออฟ ไปๆพาแฟนมึงไปนั่ง อาหมวยตามสบายเลยนะลูก กินเยอะๆเลยนะ แปะเลี้ยงเอง”



“เฮ้ย ไม่เอาแปะ เดี๋ยวออฟจ่ายเอง ของซื้อของขาย”



“เออหน่า กูเห็นแก่แฟนคนแรกของมึง นี่อาหมวย อาออฟอีไม่เคยพาใครมาร้านแปะเลยนา ปกติมันก็มากับป๊ากับม๊ามัน คิดว่ามันจะไม่ยอมมีเมียซะแล้ว”



“แปะพอแล้ววว กันไปนั่งกันเหอะ พี่หิวแล้ว ไปๆๆๆ”



กันมองตามแผ่นหลังของคนที่โดนเผาจนหน้าดำหน้าแดงแล้วได้แต่อมยิ้ม เขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของพี่ออฟ ปกติเจอแต่ผู้ชายที่เอาแต่ทำตัวโรคจิตใส่เขา คนที่ใครต่อใครก็บอกว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ แต่มาวันนี้พี่ออฟดูเหมือนผู้ชายธรรมดาๆคนนึง ที่ไม่มีพิษมีภัย แถมยังน่ารักมากๆอีกต่างหาก



“ไง ไม่ต้องมายิ้มเลยเรา ชอบล่ะสิเห็นพี่โดนเผาแบบนั้นอ่ะ”



“คิก ก็น่ารักดี น้องออฟเป็นเด็กติดแม่หรอเนี่ย”



“เดี๋ยวเถอะๆ เดี๋ยวจะโดน”



เสียงหัวเราะคิกคักหยุดลงเมื่อพนักงานเอาเมนูมาให้ ร่างสูงคอยแนะนำอาหารอันนั้นอันนี้จนคนตัวเล็กเลือกไม่ถูก สุดท้ายคนน้องก็ตัดปัญหาด้วยการให้พี่สั่งอาหารเซ็ตเดิมที่มากินกับครอบครัวเป็นประจำ กันจึงได้กินทั้งของโปรดของคนตรงหน้า และของโปรดของป๊ากับม๊าที่กลายมาเป็นของโปรดของคนตัวเล็กภายในเวลาไม่นาน



“อิ่มมากกก อร่อยๆมากๆเลยด้วย”



“เห็นมั้ยพี่บอกแล้ว”



พูดพลางยื่นทิชชู่ให้อีกคนเช็ดปาก เขาอยากจะเช็ดให้นั่นแหละแต่กลัวน้องจะรู้สึกเหมือนโดนปฏิบัติเป็นผู้หญิงอีก



“ไว้มากันอีกนะ”



“หืมม”



“อะ...เอ่อ คือกัน…”



ลืมตัว ใช่ คำพูดนั้นออกมาด้วยความลืมตัว แต่นั่นก็ทำให้ออฟยิ้มแป้นออกมาอย่างน่าหมันไส้ ร่างสูงบีบมือคนตัวเล็กที่ยังคงทำตาหลุกหลิกหาข้อแก้ตัวให้กับคำพูดนั้นให้ยอมเงยขึ้นมาสบตากัน ก่อนจะยกยิ้มใส่ตาอีกคนแล้วพยักหน้ารับ



“ครับ ไว้เรามากินกันอีกบ่อยๆเลยเนอะ” :)














แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น