only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ta-lueng (1/5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2561 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ta-lueng (1/5)
แบบอักษร

“น้องๆ น้องคนนั้นอ่ะ”


ใบหน้าหวานสะบัดมองเสียงโหวกเหวกโวยวายกลางลานของตึกวิศวะ เวลานี้เป็นเวลาที่กันไม่อยากเดินผ่านที่ตรงนี้มากที่สุด เพราะอะไรน่ะหรอ


“น่ารักจังครับ เหมาะจะเป็นอนาคตของพี่เลยยย”


“ฮิ้ววววว~


นั่นแหละ คือสาเหตุที่ทำให้กันพยายามเลี่ยงเส้นทางนี้มากที่สุด เพราะมาทีไรก็โดนไอ้กลุ่มรุ่นพี่โรคจิตพวกนี้โห่แซวเสียงดังจนเขาอายคนอื่นทุกที ช่วงแรกๆก็คิดแหละว่าพวกพี่มันแซวสาวๆคนอื่น เพราะเขาเองก็เป็นผู้ชาย ถึงแม้ใครๆจะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาสวยกว่าผู้หญิงก็เถอะ แต่ที่ทำให้เขามั่นใจว่าเป้าหมายของอิพี่กลุ่มนั้นคือเขาแน่ๆก็คือการที่หนึ่งในนั้นจะเดินเข้ามาพูดจาโรคจิตใส่เวลาที่เขาแกล้งไม่สนใจ อย่างเช่นตอนนี้


“โอ๊ะๆๆ น้องกันครับ พี่รู้สึกเหมือนจะเป็นลมเลยอ่ะ สงสัยน้ำตาลตก”


“ก็ไปหาน้ำตาลมากินดิ พี่มาบอกผมทำไม”


“ก็น้องกันอ่ะ หวานกว่าน้ำตาลซะอีก พี่ขอ ‘กิน’ หน่อยได้มั้ยครับ”


“ฮู้ววววว โว้ววๆๆๆๆ ไอ้ออฟมาโว้ยยยย ฮ่าๆๆๆๆ”


เสียงโห่รับของกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังทำเอากันได้แต่กลอกตาไปมา นี่ถ้าไม่ติดว่าไอ้คริสแม่งลืมงานที่ต้องส่งอาจารย์วันนี้นะ เขาไม่มีทางพาตัวเองมาที่นี่ให้พวกแม่งแซวกันแบบนี้หรอก


“หลบดิ้ คนจะเดิน”


ชักสีหน้าบอกไอ้หน้าตี๋กวนตีนตรงหน้าที่เอาแต่ดักซ้ายดักขวาไม่ยอมให้เขาเดินไปจากตรงนี้ซักที ไม่รู้เวรกรรมหรืออะไรที่หน้าอย่างเขาดันไปถูกใจไอ้พี่โรคจิตนี่เข้า ถึงได้ตามหว่านตามล้อม ตามจีบเขาอยู่ทุกวัน


“พูดกับพี่ดีๆบ้างสิครับ”


“ดีๆ”


“หูย ทั้งน่ารักทั้งกวนตีนแบบเนี้ยะ สเป๊กพี่เลยอ่ะ”


“หลบ! รำคาญ”



“น้องกันก็ขอพี่ดีๆก่อนสิครับ ไม่งั้นพี่ไม่ยอมปล่อยเราไปหรอกนะ”



“จะเอางี้ใช่มั้ย ได้”


ร่างเล็กตัดสินใจขยับตัวเข้าหาคนตัวสูงตรงหน้า ระยะห่างระหว่างกันค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนทำให้กันต้องแหงนใบหน้าขึ้นมองอีกคนที่กำลังก้มลงมองใบหน้าเขาเช่นกัน ตากลมโตส่งสายตาออดอ้อนไปให้อย่างน่ารัก มือบางวางทาบลงบนอกแกร่งของคนตรงหน้า เวลานี้ออฟเหมือนกำลังตกอยู่ในมนต์สะกดของดวงตาหวานๆคู่นั้น ไม่ได้สนใจเสียงโห่ลุ้นของกลุ่มเพื่อนที่ยิ่งดังขึ้นเมื่อใบหน้าของเขาทั้งคู่ค่อยๆขยับเข้าหากันเรื่อยๆ ก่อนจะ


ผลัก!


กายสูงที่โดนคนสวยตรงหน้าผลักแรงๆจนล้มลงไปนั่งกับพื้นแบบไม่ทันตั้งตัว นึกเจ็บใจที่พลาดท่าให้กับท่าทีออดอ้อนของคนใจร้ายที่โคตรน่ารัก ที่ตอนนี้กำลังยืนแสยะยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเอง


“โทษทีนะ พอดีผมรีบอ่ะ เรียกให้เพื่อนพี่มาช่วยแล้วกันนะครับ...พี่ออฟ”


พูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้เขาได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียวบนพื้นกลางลานกว้าง ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นแล้วหันมองตามแผ่นหลังบอบบางนั้น ริมฝีปากเผลอยกยิ้มออกมาอย่างถูกใจ


...ทั้งร้าย ทั้งน่ารักขนาดนี้ ใครจะยอมปล่อยให้หลุดมือวะ




.




.




.


ปึ้ก!


“อะ เอางานมึงไป”


“หูยยยย น่ารักสุดๆไปเลยน้องกันน~”


“น้องกันพ่อง กูกลับละ”


“เฮ้ย เดี๋ยวดิ รีบไปไหนว๊าา”



คริสคว้าแขนเพื่อนรักเอาไว้ทันทีที่อีกคนทำท่าจะหมุนตัวกลับ กันถอนหายใจแรงๆแล้วหมุนตัวกลับมาหาเพื่อน บอกตรงๆว่ายังหงุดหงิดกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อกี๊ไม่น้อย อยากกลับไปนอน ไม่อยากอยู่แถวนี้แล้วโว้ยย


“หงุดหงิดไรวะ หรือมึงเจอกลุ่มพี่ออฟ?”


“เออ”


“กูว่าละ เวลานี้พี่แม่งไม่มีเรียนพอดี”


กันมองหน้าเพื่อนสนิทตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แม่งก็รู้ว่านี่หว่าว่าไอ้พี่โรคจิตกลุ่มนั้นมันว่างตอนนี้ แล้วยังจะให้เขาเดินเข้าคณะมันคนเดียวอีก ฟาดแม่ง


“โอ๊ยๆๆ เดี๋ยวๆ ใจเย้นนน กูขอโทษ กูลืมคิดไป โอ๊ยยย”


“กูจะตีมึงให้ตายไปเลยไอ้เพื่อนเวร มึงรู้มั้ยกูต้องเจอกับอะไรบ้างอ่ะ ไอห่า ตายซะๆๆๆๆ”


“พอแล๊วววว ยอมแล้วๆๆ อะ คืนนี้กูยอมเลี้ยงเหล้ามึงเลย หยุดฟาดกูได้แล้ว”


ได้ผล มือเล็กที่ฟาดแขนฟาดคอเพื่อนหยุดชะงักทันทีที่อีกคนเอาของฟรีมาล่อ


“มึงพูดแล้วนะ”


“เออออ”


“หึ ตามนั้น งั้นกูกลับละ คืนนี้มารับด้วย”


“ค่าาาา สั่งเป็นเมียเลยย”


“เดี๋ยวกูถีบ ไอ้ห่านี่ กลับละบายย”


คริสหัวเราะให้กับท่าทีแมนๆที่ไม่เข้ากับหน้าตาน่ารักๆของไอ้ตัวเล็กที่กำลังเดินออกไปเลยซักนิด มองยังไงก็เหมือนทอมกร่างๆคนนึง ไม่แปลกใจที่ชีวิตมันจะต้องทนรำคาญผู้ชายที่เข้ามาจีบตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดนี่คงเป็นพี่ออฟ รุ่นพี่ในคณะเขาเอง เอาจริงๆคือเขาสนิทกับพี่กลุ่มนี้มาก สนิทกันจนรู้ไส้รู้พุง ซึ่งดีแล้วที่เพื่อนเขาไม่ได้ชอบพี่มัน


เพราะพี่ออฟอ่ะ เจ้าชู้อย่างกับอะไรดี



.




.




.



“อ้าวคนสวยย กลับแล้วหรอคร๊าบบบบ”


กันรีบเดินจ้ำๆปิดหูปิดตา รีบไปให้ไกลจากเสียงเรียกเสียงแซวของไอ้โรคจิตกลุ่มเดิม


“อ้าวเฮ้ย ออฟ มึงไปไหนอ่ะ”


“เดินไปส่งแฟน แฟนกูยิ่งสวยๆอยู่เดินคนเดียวอันตราย แถวนี้มันเถื่อน”


“ฮ่าๆๆๆ โอ้ยยยย มึงอ่ะอันตรายที่สุดแล้วไอสัด”


กันหันกลับไปมองทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น และใช่ ไอ้พี่ออฟแม่งเดินตามมาจริงๆ สองเท้ายิ่งรีบจำอ้าวฉับๆไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้คิดแค่อยากหนีให้พ้นจากไอ้พี่บ้านี่ก็พอ


ปี๊นนนน


“เฮ้ย//กัน!!”


คนตัวเล็กหลับตาปี๋สองเท้าก้าวไม่ออกเมื่อเห็นรถคันที่บีบแตรวิ่งเข้ามาอยากเร็ว สมองหยุดประมวณไปชั่วขณะ คิดไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องโดนชนแน่ๆ แต่อยู่ดีๆก็มีมือหนึ่งกระชากแขนของเขาจนเซไปด้านหลัง รับรู้ว่าร่างกายปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง แต่มันไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด กลับกัน มันกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก


“น้อง ข้ามถนนดูทางบ้างดิวะ เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันพอดี”


“ขอโทษครับพี่ ผมขอโทษแทนแฟนผมด้วยนะครับ”


“เออ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว วันหลังก็พาแฟนข้ามถนนดิวะ ปล่อยให้เดินแบบนี้ได้ไง”


“ครับๆ ขอโทษด้วยนะครับ”


เสียงทุ้มขอโทษขอโพยเจ้าของรถที่ลดกระจกลงหมายจะเอาเรื่องเต็มที่ แต่สงสัยจะเห็นไอ้ตัวเล็กที่ยืนตัวสั่นระริกอยู่ในอกเขาจึงได้พูดด้วยเสียงที่อ่อนลงแบบนั้น


รถเก๋งคันนั้นขับออกไปแล้ว ผู้คนที่หันมามองเหตุการณ์ก็ละความสนใจไปแล้วเช่นกัน ออฟก้มลงมองคนตัวเล็กที่ค่อยๆผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา ก่อนจะได้สติแล้วรีบผลักเขาออกทันที


“อะ...เอ่อ ขอบคุณนะ”


“ขอบคุณใครครับ”


“พี่ไง”


“พี่ไหนอ่ะ งง”


“ก็ยืนกันอยู่สองคนป่ะ”


“เอ้า ก็พี่ไม่รู้หนิ น้องกันอาจจะขอบคุณคนอื่นก็ได้”


อรรถพันธ์ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน ไม่อยากจะคุยกับไอ้คนเจ้าเล่ห์นี่เลยจริงๆ แต่ยังไงซะ พี่มันก็อุสส่าช่วยเขาเอาไว้ ไม่งั้นเมื่อกี๊เขาคงโดนรถชนตายห่ากลางมหาลัยไปแล้วมั้ง


เออ เอาวะ!


“ขอบคุณนะครับ...พี่ออฟ”


ปลายเสียงแผ่วๆที่ใช้เรียกชื่อเขาเหมือนคนไม่เต็มใจนั้นกลับทำให้ฟังยกยิ้มจนตาปิด แต่ก็ต้องหุบยิ้มฉับเมื่ออีกคนเงยขึ้นมามองหน้า


ไม่ได้ เดี๋ยวเสียแผนหมด


“โอ๊ย”


“เฮ้ย พี่เป็นอะไร เจ็บตรงไหน”


ร่างสูงยกแขนตัวเองที่มีรวยแผลเป็นแนวยาว ซึ่งดูแล้วแผลก็ไม่ได้ลึกเท่าใดนัก แต่มันก็ลึกพอให้มีเลือดซิบออกมาจนคนตัวเล็กแสดงสีหน้าตกใจ


หึหึ เสร็จพี่แน่ไอ้ตัวเล็ก


“โดนตอนไหนวะ ซี๊ดดด แสบๆๆๆ”


“โดนเล็บกันข่วนเอาแน่เลยว่ะ มานี่เร็วเดี๋ยวกันทำแผลให้”


มือนุ่มจับจูงมืออีกคนเดินไปเซเว่นข้างคณะอย่างลืมตัว ไหนยังการเรียกชื่อแทนตัวที่โคตรน่ารักนั่นอีก คนแกล้งเจ็บยอมเดินตามแรงลากของอีกคนอย่างไม่ขัดขืน ซ้ำยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองตามแผ่นหลังบางที่เดินจ้ำๆอยู่ตรงหน้าอย่างร้อนรน


กล่องพยาบาลกล่องเล็กที่พึ่งซื้อมาเมื่อครู่ถูกวางลงบนโต๊ะม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่ แขนแกร่งถูกอีกคนจับยึดไว้แล้วเริ่มละเลงทั้งแอลกอฮอล์ ทั้งเบตาดีน ลงบนแผลอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับว่ามันเป็นแผลใหญ่โต ออฟจึงแกล้งร้องโอดโอยไปบ้างพอให้อีกคนเงยหน้าขึ้นมาทำตาโตๆอย่างตกใจเมื่อทำเขาเจ็บ ทั้งที่มันไม่ได้เจ็บอะไรตั้งแต่แรกแล้ว


เหมือนกระรอกตื่นคนเลยแฮะ


“อะ เสร็จแล้ว”


“ขอบคุณครับ”


พูดพลางยิ้มตาหยีให้คนตัวเล็กตรงหน้า กันส่งสายตาดุๆกลับไปพร้อมย้ายสายตามามองมือใหญ่ที่เลื่อนมาจับมือตนแบบเนียนๆ ออฟยิ้มแห้งเหมือนเด็กโดนจับได้ว่าแอบกินขนม แต่ฝ่ามือหนากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยมืออีกคน ซ้ำยังกระชับแน่นจนกันต้องเอ่ยออกไปเสียงดุ


“ปล่อย”


“ขอจับมือหน่อยไม่ได้หรอ แค่นี้เอง”


“ปล่อย-มือ-ผม!”


“อ่าครับๆๆ ปล่อยแล้วครับ ดุจังเลย”


อรรถพันธ์ได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอาให้กับความกะล่อนของคนตรงหน้า นี่ขนาดเขาเป็นผู้ชายนะ ยังไม่เคยเห็นใครกะล่อนเท่าไอ้พี่บ้านี่เลยจริงๆ หงุดหงิดชะมัด


“จะกลับแล้วหรอ”


“เออดิ อยู่ทำไมอ่ะ”


“งั้นพี่ไปส่งนะ”


“หยุดเลย ผมกลับเองปลอดภัยกว่าเยอะ”


“แล้วถ้ารถจะชนเราอีกล่ะ”


“มันเป็นเพราะผมเดินหนีพี่ไม่ใช่รึไง”


จุมพลเลือกที่จะไม่เถียงอะไรออกไป เขาทำเพียงนั่งลงที่เดิมแล้วใช้นิ้วไล้แผลตัวเองเบาๆ พลางส่งสายตาหงอยๆให้คนตัวเล็กอย่างน่าสงสาร แต่สุดท้ายอีกคนก็เดินออกไปอย่างไม่ใยดี


“แม่ง ใจแข็งชะมัด”


พูดพลางฟุบหน้าลงกับม้าหินแบบเซ็งๆ คิดหาแผนการต่อไปที่จะทำให้ได้เข้าใกล้คนใจแข็งคนนั้นมากกว่านี้อีกหน่อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไร เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังใกล้เข้ามา และดังขึ้นเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนของเขา ออฟเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพบกับ


“อะ ช่วยถือกลับบ้านหน่อยดิ หนักอ่ะ ถือไม่ไหว”


กระเป๋าโน๊ตบุ้ครูปทรงคุ้นเคยที่เขาจำได้ดีว่าเจ้าตัวเล็กมักจะสะพายติดตัวอยู่เสมอถูกยื่นมาตรงหน้า ออฟมองเลยไปหาเจ้าของกระเป๋าใบนั้น ที่ตอนนี้แกล้งทำเป็นมองทางอื่น ไม่ยอมมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ร่างสูงยกยิ้มกว้างพลางรับเอากระเป๋าใบนั้นขึ้นมาสะพายไว้บนไหล่อย่างอารมดี


“ไปครับ กลับกันเถอะ”


“เดี๋ยว”


“ครับ?”


“ออกไป”


“หืม”


“เอามือพี่ออกไปจากเอวผม เดี๋ยวนี้!!!”


“แหะๆ โทษทีๆ มือมันไปเองอ่ะ”


กันส่งสีหน้าเหนื่อยหน่ายให้คนมือไวข้างๆ ก่อนจะเดินออกไปไม่สนใจอีกคนแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้ร่างสูงสะทกสะท้านแต่อย่างใด เขายังเดินเรื่อยๆเอื่อยๆมองตามแผ่นหลังของอีกคนอย่างสบายใจ


ซึ่งต่างกับความคิดในหัวที่ตีกันให้วุ่นวายถึงแผนการณ์ต่อไป


...กูจะเข้าบ้านน้องเค้ายังไงดีวะเนี่ย



.



.



.




บ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังสีขาวปรากฎแก่สายตา เป็นครั้งแรกที่ออฟได้เห็นบ้านของคนตัวเล็ก ดูแล้วเหมือนจะเป็นบ้านสวนเสียมากกว่า รอบรั้วเต็มไปด้วยต้นไม้สูงๆ ข้างในมีดอกไม้หลายสีหลายชนิด ดูร่มรื่นอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ได้


“ถึงแล้ว ขอบคุณที่ช่วยถือกลับมา”


มือเล็กยื่นออกไปบอกให้รู้กลายๆว่ากำลังขอโน๊ตบุ้คคืน ซึ่งมีหรอที่คนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าจะยอมยื่นให้ดีๆ ถ้ายอมคืนโน๊ตบุ้คอันนี้ไป เขาก็ไม่เหลืออะไรไว้ใช้ต่อรองคนตัวเล็กสิ


“น้องกันอยู่บ้านคนเดียวหรอ”


“ยุ่ง”


“บอกหน่อยสิ นะๆ”


“อยู่กับน้องสาว”


“แล้วไหนน้องสาวอ่ะ”


“เอาของๆกันคืนมาได้แล้ว กันจะเข้าบ้าน”


“ตอบพี่ก่อนสิ”


“โอ้ยยย รำคาญ น้องไปนอนบ้านเพื่อน พอใจยัง เอาโน๊ตบุ้คคืนมาซักที”


“มาเอาเองสิ”


ออฟยกยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับยืนนิ่งๆรอให้อีกคนเดินเข้ามาหาเขา กันคำรามเบาๆในลำคออย่างหงุดหงิดกับอีกคนที่ท่ามากเหลือเกิน คิดถูกหรือคิดผิดวะที่สงสารสีหน้าหงอยๆหูลู่หางตกของพี่มันเมื่อกี๊ แม่งไม่น่าเลยจริงๆ


“มาเอาเร็วสิครับ รีบเข้าบ้านไม่ใช่หรอ”



สุดท้ายก็ต้องยอมก้าวเข้าไปหาคนที่ยืนทำหน้ากวนตีนกระดิกเท้าดิ้กๆรอเขา กายเล็กขยับเข้าใกล้ตัวพี่ ขณะที่ออฟจับสายกระเป๋าแล้วเปลี่ยนจากสะพายไหล่มาเป็นสะพายเฉียงพาดตัวแทน พร้อมยักคิ้วให้อีกคนอย่างกวนๆ


“ไอ้พี่ออฟ!”


“จ๋า”


“อย่ากวนตีนดิ้”


“พี่กวนตีนตอนไหน เนี่ย มาเอาไปดิ”


“เฮ้อ มึงนี่มัน”


ปากอิ่มบ่นพลางขยับตัวเข้าใกล้อีกคนมากขึ้น สองมือจับสายสะพายกระเป๋าโน๊ตบุ้คบนตัวพี่ แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อยกสายให้ผ่านหัวคนพี่ให้ได้ ออฟใช้จังหวะนี้ขยับตัวถอยหลังทำให้คนตัวเล็กเสียหลักถลามาด้านหน้า และแน่นอนว่ากายบางล้มลงบนอกเขาพอดิบพอดี


...เก่งมากออฟ มึงเก่งมาก


“ปล่อยย”


“คุยกันก่อน”


“ไม่คุย ถ้ายังไม่ปล่อยผมจะเกลียดพี่จริงๆแล้วนะ”


“แปลว่าตอนนี้ยังไม่เกลียด”


“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ปล่อยผม!”


ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่งที่กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ยิ่งลดระยะห่างระหว่างร่างกายของเขาทั้งคู่ลงไปอีก



...น้องกันแม่งหอมชะมัด


“ไอ้พี่ออฟ ปล่อยสิวะ”


“คุยกันดีๆก่อน”


“ก็ปล่อยก่อนได้มั้ยเล่า เดี๋ยวมีใครมาเห็น”


สองแขนพยายามยกขึ้นมาดันอกพี่เอาไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ออฟก้มมองลูกแมวที่กำลังข่วนอกเขาไปมาแล้วยกยิ้ม น่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ เด็กอะไร


“งั้นไปคุยกันในบ้าน”


“เข้าไปให้มึงปล้ำกูดิ”


“ฮ่าๆๆ เห็นพี่เป็นคนยังไงเนี่ย”


“เจ้าชู้ กะล่อน เจ้าเล่ห์ หน้าม่อ หื่น จีบไปทั่...อุ้บ”



ริมฝีปากอิ่มที่กำลังบรรยายสรรพคุณของคนตรงหน้าถูกปิดลงด้วยอวัยวะเดียวกัน ออฟไม่ได้รุกล้ำความหอมหวานนั้นแต่อย่างใด เขาเพียงแต่กดริมฝีปากลงบนความอ่อนนุ่มตรงหน้า แช่ค้างไว้อย่างนั้น แล้วจึงค่อยๆผละออกมาขณะที่อีกคนยังคงช็อคค้างตาโตกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่



“น่ารัก”



“อะ...ไอ้พี่ออฟ! ไอ้เลว ฉวยโอกาสชิบหาย มึงแม่ง”



คำก่นด่ามารัวเป็นชุดแต่ออฟทำเพียงแค่หัวเราะเบาๆให้กับท่าทีโวยวายหน้าดำหน้าแดงของอีกคนที่ทั้งทุบทั้งตีเขาอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกที



“คบกันมั้ย”



“โว้ยยยยยย มึงฟังที่กูพูดบ้างมั้ยเนี่ยพี่ออฟ หูแตกรึไงวะ”



“ฟังสิ ก็ที่เราพูดมาอ่ะ เราฟังมาจากคนอื่นทั้งนั้นไม่ใช่หรอ ก็ลองคบกันดูจะได้รู้ว่าพี่เป็นแบบนั้นจริงๆรึเปล่า”



“ไม่อยากรู้ แล้วก็ไม่สนใจด้วย ปล่อยซักทีสิวะ”



“แต่พี่ไม่อยากให้คนที่พี่ชอบเข้าใจผิดหนิครับ”



อรรถพันธ์ยืนหอบแฮ่กอยู่ในวงแขนของคนเอาแต่ใจ รู้แล้วว่าดิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อแรงของเขาไม่สามารถสู้แรงของคนตรงหน้าได้เลยซักนิดเดียว


“แล้วจะเอาไง”


“คบกัน”


“ไม่”


“อ่ะ งั้นคบกันวันนึง แค่วันเดียว ส่วนจะคบต่อหรือไม่คบต่อ พี่จะให้เราตัดสินใจเอง”


คนตัวเล็กนิ่งไปหลังฟังเงื่อนไขนั้น ยอมรับแบบแมนๆเลยว่าตัวเขาเองก็กลัวจะหวั่นไหวกับคนตรงหน้าเหมือนกัน ก็อย่างที่บอก พี่มันเทียวจีบเทียวหยอดเขามาซักพักแล้ว ดูแลเอาใจสารพัด เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าใจอ่อนกับไอ้บ้านี่ไปบ้างรึยัง


แต่ดูจากที่ตัวเองไม่ขัดขืนตอนพี่มันจูบ…


“หมดเวลา”


“ห้ะ”


“สรุปว่าเราจะทดลองคบกันวันนึงนะครับ”


“เฮ้ย เดี๋ยวดิ พี่ไม่ได้บอกผมว่าพี่จะจับเวลา”


“อ้าวหรอ สงสัยพี่คิดในใจ”


คนตัวสูงลอยหน้าลอยตาตอบจนกันอยากจะเข้าไปข่วนหน้าตี๋ๆนั่นซักสองสามที คนบ้าอะไร ทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งเอาแต่ใจ แถมยังไม่สะทกสะท้านกับท่าทีเอือมระอาของเขาอีก ไอ้พี่ออฟแม่ง


“นิสัยไม่ดี”


“เดี๋ยวสิ คบก่อนค่อยตัดสิน”


“เฮ้อ เออๆ แค่วันเดียวนะ ถ้าผมไม่โอเคพี่จะต้องเลิกยุ่งกับผม ไปไกลๆ ไม่ต้องมาวุ่นวายกันอีก ทำได้ป่ะ”


“ครับ แค่วันเดียวแต่พรุ่งนี้กันต้องพูดเพราะ แบบที่คนเป็นแฟนเค้าคุยกัน โอเคมั้ยครับ”


“เออๆๆ ปล่อยได้ยังอ่ะ”


“ไม่อยากปล่อยเลยอ่ะ น้องกันหอมชะมัด”


“ไอ้โรคจิต!”


“ฮ่าๆๆๆ”


ร่างสูงยอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระพร้อมกับยื่นกระเป๋าโน๊ตบุ้คคืนให้ กันส่งมือไปรับกระเป๋าใบนั้น แต่ออฟกลับยึดมือคนตัวเล็กไว้ แล้วโน้มใบหน้าลงสูดกลิ่นหอมจากพวงแก้มใสของคนน่ารักตรงหน้าโดยที่อีกคนไม่ทันตั้งตัวก่อนจะรีบผละออกมามองสีหน้าอึ้งๆของคนโดนขโมยหอมแก้ม ที่ยืนกุมแก้มของตัวเองหน้าแดงก่ำ ไม่รู้โกรธหรืออาย


“พรุ่งนี้แปดโมงพี่มารับนะครับ”


“เออ กลับไปได้แล้วไป”


“ไล่เก่งจัง”


“ก็กลับไปซักทีดิ จะเข้าบ้าน”


“น้องกันก็เข้าบ้านไปสิ หรือว่าเรายืนรอส่งพี่หรอครับ?”


ร่างสูงยิ้มขำเมื่อคนตัวเล็กทำสีหน้าเหลอหลามองซ้ายมองขวาหาเหตุผลมาแก้ตัวที่ตัวเองยังยืนอยู่ตรงนี้


“หึหึ เข้าบ้านได้แล้วครับคนสวย เดี๋ยวพี่ไลน์หานะ”


“ไม่ตอบเว้ยย”


“แค่อ่านข้อความพี่ก็ดีใจแล้วครับ...งั้นพี่กลับแล้วนะ”


พูดพลางขยับเข้าไปใกล้แล้วขยี้หัวคนตัวเล็กแรงๆจนอีกคนโวยวายถึงจะยอมปล่อย แล้วเดินกลับออกมาอย่างอารมดี



ถ้าได้มาส่งอีกคนที่บ้านทุกวันมันจะดีแค่ไหนกันนะ…


กันเดินเข้ามาในบ้านแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนิ่มกลางบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน ตากลมเหลือบมองนาฬิกาบนผนังบ้านที่บอกเวลาห้าโมงกว่า นี่เขาอยู่กับไอ้พี่บ้านั่นแค่ชั่วโมงกว่าๆ เขาทั้งโดนมันกอด โดนมันจูบ โดนมันหอบแก้ม แล้วพรุ่งนี้ที่ต้องคบกันทั้งวัน เขาจะรอดจากไอ้โรคจิตนั่นได้ไงวะเนี่ยย โอ้ยย อรรถพันธ์เครียด


“เฮ้ออออ เอาวะ แม่งไม่น่าจะเลวถึงกับข่มขืนกูหรอกมั้ง”


เสียงใสพึมพัมกับตัวเอง พลางเผลอนึกไปถึงสัมผัสอุ่นๆที่ยังติดอยู่ข้างแก้ม และ...ริมฝีปาก ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากของตนอย่างลืมตัว และตอนนั้นเองที่ทำให้รู้ว่าตัวเองกำลังยิ้มอยู่



เดี๋ยวนะ...ยิ้มหรอ มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย มึงต้องโกรธสิวะไอ้กัน มันขโมยจูบแรกมึงนะเว้ยย


ร่างเล็กพลิกตัวเข้าหาหมอนอิงแล้วบนโซฟาแล้วฝังหน้าลงไปเหมือนพยายามหนีจากความคิดตัวเอง แต่ทำยังไงภาพของผู้ชายหน้าตี๋คนนั้นก็ไม่หลุดออกจากหัวไปเลยซักนาที ลึกๆก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอเปิดใจรับทั้งๆที่รู้ดีว่าอย่างไอ้พี่ออฟน่ะ ไม่ได้จริงจังกับเขาหรอก กิตติศัพท์เรื่องความเจ้าชู้ ความกะล่อนของพี่มัน เขาได้ยินมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ไหนยังไอ้คริสที่คอยเป่าหูตลอดว่าให้อยู่ห่างๆพี่คนนี้ไว้ ใครจะไปคิดว่าวันนึงจะโดนพี่มันมารุกจีบขนาดนี้ แล้วพรุ่งนี้ยังต้องยอมคบกันวันนึงทั้งที่ตัวเขาเองไม่ได้เต็มใจอีก


...เออ พรุ่งนี้พี่มันมารับเช้านี้หว่า


“โหลไอ้คริส”


‘ว่าไงมึง’


“คืนนี้ที่จะไปกินเหล้าอ่ะ กูไปไม่ได้แล้วนะ”


‘เอ้า ทำไมวะ’



ชิบหาย ลืมคิด


“เอ่ออ...คือ...น้องพิมไม่ค่อยสบายว่ะ ต้องอยู่ดูน้อง”


‘อ๋อ เออๆ วันหลังก็ได้มึง ดูแลน้องดีๆ’


“เออๆขอบใจมากมึง แค่นี้นะกูไปดูน้องก่อน”


‘เคๆ สู้ๆมึง’



ฟู่วววว



...เห็นมั้ย เขาไม่ได้เต็มใจจะไปกับไอ้โรคจิตนั่นเลยซักนิดเดียว



.




.




.



“พรุ่งนี้จะรอดมั้ย...ใจกูเนี่ย





























ความคิดเห็น