อ้ายเก้ง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2561 11:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5
แบบอักษร

5

​.

ค่ำคืนสีเลือดก็ได้ผ่านพ้นไปกลายเป็นเช้าวันใหม่ได้เข้ามาแทนที่ กลิ่นเลือดและเสียงหวีดร้องกลายเป็นควันจางๆ ที่เหลือเพียงในความฝันพร้อมกับร่างๆ หนึ่งที่เกิดการเคลื่อนไหว เปลือกตาบางๆ พยายามลืมตาตื่นขึ้นแต่ด้วยความเหนื่อยล้าจึงทำให้การลืมตามันเป็นเรื่องยากเสียจริงๆ ภาพทุกอย่างยังคงติดตา เสียงกรีดร้องยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท และกลิ่นคาวเลือดยังคงติดจมูกจนถึงตอนนี้

...โชคดีที่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน

ใช่แล้ว เรื่องทุกอย่างมันเป็นเพียงแค่ความฝัน เขาแค่ฝันร้ายไปก็เท่านั้น ทุกอย่างที่เห็นมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันก็เท่านั้น

"ง่ำๆ!"

แต่ทว่ากลับมีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาจนคิ้วบางๆ สองข้างของหยกต้องขมวดเข้าหากัน เสียงมันดังมาจากปลายเตียงของเขาและมันยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดหยกก็ต้องรีบตื่นขึ้นไปดู

"!!!"

ทว่าเมื่อสองตาได้เห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ปลายเตียง ดวงตาทั้งสองข้างของหยกก็ต้องเบิกโพลงด้วยความตกใจเพราะภาพที่เห็นก็คือตัวประหลาดตัวนั้น...กำลังแทะกินขาของคนอยู่

"ว้าก!" หนุ่มน้อยร้องลั่นก่อนจะดีดตัววิ่งหนีสิ่งที่เห็นอย่างอัตโนมัติ ทว่าความโชคร้ายมันก็ยังคงเป็นของที่คู่กับเขาอยู่ดี...

"อ๊ะ!"

หยกวิ่งไปสะดุดล้มกับศพของผู้ชายคนหนึ่งจนร่างของเขากระแทกกับประตูห้องอย่างจัง หนุ่มน้อยเซล้มลงกับพื้นก่อนที่เขาจะพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่ทว่าเจ้าตัวประหลาดตัวนั้นกลับพุ่งเข้ามาเขาแล้ว

"อย่า!" หนุ่มน้อยหลับตาปี๋ก่อนจะยกมือขึ้นมาป้องตัวเองเอาไว้ ทว่าเรียวแขนที่เรียวเล็กนั้นก็ถูกมือหนาๆ ของอีกฝ่ายกดติดกับพื้นแทน

"อย่า...อย่า!" หนุ่มน้อยดิ้นพล่านไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของอีกฝ่ายให้ได้จนแขนของเขาก็ถูกเล็บอีกฝ่ายข่วนอย่างมิได้ตั้งใจ

"โอ๊ย เจ็บ!"

"ข...ขอโทษ ขอโทษนะ"

พลันเมื่อเห็นว่าร่างที่อยู่ภายใต้ร่างของตนนั้นแสดงความเจ็บปวดออกมาชายหนุ่มก็รีบผละออกมาจากร่างของหยกในทันที ซึ่งนั่นมันก็ได้สร้างความแปลกใจให้กับหยกมิใช่น้อย

"ร...เรา เราขอโทษ ร...เราขอโทษที่ทำนายเจ็บนะ"

ชายหนุ่มพูดก่อนจะถอยออกไปช้าๆ เพื่อรักษาระยะห่าง ส่วนหยกก็ได้แต่มองชายหนุ่มคนนั้นด้วยความกลัวซึ่งระคนไปด้วยความแปลกใจ ตัวประหลาดนี่พูดได้! แถมมันยังแสดงท่าทางที่บ่งบอกว่ามันกำลังกังวลว่าเขาจะกลัวมันอีก

...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

​.

"ก...ก...แกพูดได้" ผมพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วถอยให้ห่างออกมาจากมันมากที่สุด ถึงจะมีความกลัวอยู่ในใจแต่ความสงสัยมันก็มีมากจนผมได้แต่ลังเลว่าผมจะหนีหรืออยู่ดูมันแบบนี้ดี

“...”

ตอนนี้สายตาของผมกำลังมองสำรวจร่างของมันอย่างวินิจวิเคราะห์ รูปร่างของมัน ร่างกายของมัน และหน้าตาของมัน ดูๆ ไปมันก็คล้ายกับคนปกติๆ แบบผมอยู่พอสมควร โดยเฉพาะถ้าวิเคราะห์จากหน้าตา ทั้งทรงผม ทั้งโครงหน้า และการจัดเรียงของหูตาจมูกปาก มันก็เหมือนคนดีๆ นี่เอง

แต่ถ้าในเรื่องของความต่างก็มีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่มันดูไม่เหมือนกับมนุษย์ ดวงตาสีดำสนิทที่วาววับราวกับดวงตาของปลาฉลามและผิวกายสีเทาซีดๆ บวกกับกรงเล็บสีดำยาวๆ คล้ายกับกรงเล็บของเหยี่ยวนี่ ดูอย่างไรเขาก็ไม่น่าจะใช่มนุษย์ธรรมดาแน่นอน

"แก ก...แกเป็นตัวอะไร?" นี่ผมคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เอ่ยถามอะไรมันไปแบบนั้น อาจเพราะความอยากรู้และความอยากเห็นนี่กระมังที่ทำให้ปากมันขยับถามมากกว่าที่เท้าจะขยับวิ่งหนี

"ม...ไม่รู้ ร...เราก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัว...ตัวอะไร" มันพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมาเบาๆ

"แล้ว...แล้วแกชื่ออะไร? ทำไมถึงได้มาตามฉันแบบนี้?" นี่ผมคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ ที่ยังคงถามอะไรกับตัวประหลาดตัวนั้นอยู่แบบนี้

"เรา...เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราชื่ออะไร แต่...แต่ที่เราตามนาย คือเรา...เราชอบนาย"

'ชอบ...ชอบอย่างนั้นเหรอ แล้วชอบของตัวประหลาดนี่มันเป็นแบบไหนล่ะ?' ตอนนี้ผมกำลังคิดไปต่างๆ นานากับคำว่าชอบของมัน ทว่ามันก็พูดต่อไปอีกว่า...

"เราชอบกลิ่นของนาย กลิ่นของนายมันหอม...หอมเกินกว่าที่เราจะกินนายได้ลง"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทำไมตอนนี้ความกลัวของผมมันถึงค่อยๆ หายไป เพราะว่าสิ่งที่มันกำลังพูดออกมาอย่างนั้นหรือที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากมนุษย์แบบผมเลย

"แล้ว...แล้วนายชื่ออะไร?" แต่แล้วคำถามของมันก็เรียกให้ผมกลับมาจากความคิด ผมมองมันนิดหน่อยก่อนจะตอบมันไปว่า...

"หยก ช...ชื่อของฉันชื่อหยก"

.

และแล้วการสนทนาของผมกับเขาก็ต้องหยุดลงชั่วคราวเมื่อผมคิดขึ้นมาได้ว่ามีศพอยู่ในห้องของผม ตอนนี้พื้นห้องของผมมันเต็มไปด้วยคราบเลือดและเศษชิ้นส่วนของมนุษย์ที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด แถมกลิ่นคาวเลือดมันก็ลอยคละคลุ้งเสียจนผมต้องรีบเอามือปิดจมูกและรีบเดินออกจากห้องไป

...แน่นอนว่ามันก็ตามผมออกไปด้วย

ทว่าเมื่อลงไปชั้นล่างผมก็ต้องผมกับศพของผู้ชายอีกคนที่ตายอย่างสยดสยองไม่แพ้กัน ศีรษะถูกแหวกทะลุจนเห็นเนื้อสมองสีเหลืองๆ แดงๆ แถมเลือดก็ยังเจิ่งนองไปทั่วห้องรับแขก เล่นเอาผมแทบอยากจะอาเจียนมันออกมาเสียเดี๋ยวนั้นเลย ผมจึงรีบออกมาจากบ้านเพื่อสูดอากาศแต่ก็พบกับร่างของไอ้ยอดที่ตัวขาดครึ่ง ท่อนบนไปอีกทาง ท่อนล่างไปอีกทางโดยมีแค่ไส้สีแดงๆ ที่ยังคงเชื่อมทั้งสองส่วนเอาไว้อยู่ นอกนั้นอวัยวะอื่นก็กระจายเกลื่อนกลาดอยู่เหมือนเดิม

...โดยรวมแล้วสภาพศพของไอ้ยอดก็สยดสยองไม่แพ้กัน

ตอนนี้ผมกำลังยืนสูดอากาศเพื่อทำใจกับสิ่งที่เพิ่งเห็นไปเมื่อครู่ คนตายสามคนอยู่ในบ้าน สภาพศพของแต่ละคนเรียกได้ว่าอวัยวะไม่ครบสักคน คนหนึ่งร่างกายและแขนขาแยกกระจาย คนหนึ่งหัวถูกแหวกทะลุแถมอวัยวะภายในกระจายเต็มบ้าน และอีกคนอีกคนตัวขาดครึ่งแถมตอนนี้ไอ้ตัวต้นเหตุก็กำลังนั่งกัดกินเนื้อหนังและเครื่องในศพของไอ้ยอดอย่างเอร็ดอร่อยอีกต่างหาก ทุกอย่าง...ทุกอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้าล้วนเกิดขึ้นแค่ภายในเวลาคืนเดียว นี่มันช่างเป็นเหตุการณ์ที่ผมแทบจะรับไม่ทันเลยจริงๆ

"กร้วมๆ ง่ำๆ"

เสียงเคี้ยวเนื้อยังคงดังอยู่อย่างนั้นพร้อมกับผมที่ยังคงยืนคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรต่อ จะแจ้งตำรวจยังไงผมก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหาร่วมแน่ๆ และถึงจะบอกว่าไอ้ตัวที่กำลังเคี้ยวเนื้อมนุษย์อยู่นี่เป็นคนทำแต่อย่างไรเสียผมก็ต้องติดร่างแหไปด้วยอยู่ดีๆ

...ถ้าอย่างนั้นก็ให้ตัวบ้านี่ทำลายหลักฐานให้เลยก็แล้วกัน

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบกลับเข้าบ้านก่อนจะไปสวมถุงมือยางเพื่อจะจัดการศพคนพวกนั้นได้อย่างถนัด ผมหยิบอวัยวะพวกนั้นมาทีละชิ้นสองชิ้นตามที่ตนจะเอาไปได้โดยเริ่มจากศพที่อยู่บนห้องของตนเป็นอันดับแรก

ผมหยิบชิ้นอวัยวะพวกนั้นมากองรวมข้างๆ 'เขา' (ผมขอเรียกมันว่าเขาก็แล้วกัน)ก่อนจะไปทยอยหยิบอวัยวะและเอาศพคนพวกนั้นลงมาซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะดีใจ และยิ้มน่ากลัวๆ มาให้

"ให้...ให้เราเหรอ"

"อืม" ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะกลับเข้าไปขนศพและเศษซากอวัยวะที่เหลือลงมาจนในที่สุด ผมก็ขนมันลงมาจนหมด

"นาย...เอ่อ! นายช่วยกินของพวกนี้ให้หมดได้มั้ย?" ผมพูดก่อนจะชี้ไปยังกองซากอวัยวะมนุษย์ที่อยู่ข้างๆ เขา

"ได้...ได้สิ เดี๋ยวเราจะให้กินให้หมดเลย" เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มยิงฟันแหลมๆ มาให้ก่อนจะลงมือกินอวัยวะพวกนั้นต่อ ส่วนผมก็พยักหน้ารับก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อทำความสะอาดคราบเลือดที่เหลือ

ดูเหมือนเลือดพวกนี้จะถูกปล่อยไว้นานไปหน่อยจนมันเริ่มแข็งและล้างแทบไม่ออก ยังดีที่ผมมีพวกฝอยขัดหม้ออยู่ซึ่งนั่นก็พอที่จะขัดคราบเลือดพวกนี้ออกไปได้ จนเวลาผ่านไปสักพัก ในที่สุดผมก็จัดการกับคราบเลือดพวกนี้ออกไปหมดสักที ถึงมันจะมีร่องรอยและกลิ่นคาวหลงเหลืออยู่บ้างแต่ถ้าเอาสเปรย์ดับกลิ่นฉีดสักหน่อย ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

"หยก...เรากินอิ่มแล้ว" ทว่าเสียงของเขาก็ดังขึ้นอยู่หน้าห้องพร้อมกับดวงตาสีดำสนิทเต็มดวงที่กำลังมองตาแป๋วมาที่ผม ถึงจะยังรู้สึกกลัวอยู่ก็เถอะ แต่เล่นมองผมด้วยสายตาแบบนี้ผมก็อดหายกลัวมิได้เสียทุกที...

"อ...อืม!" แต่ผมก็ยังคงตอบสั้นๆ เช่นเดิมก่อนที่จะเดินผ่านเขาไปด้วยอาการเกร็งๆ โดยที่เขาก็ตามผมด้วย

เมื่อมาถึงด้านล่างผมก็มองเศษกระดูกที่ปราศจากเนื้อหนังพวกนั้นอยู่นิดหน่อยเพื่อคิดว่าจะจัดการเศษซากกระดูกพวกนี้อย่างไรดี ถึงจะไม่พอใจอยู่บ้างแต่ผมก็คิดว่าแค่นี้มันก็คงจะจัดการได้ไม่ยากหรอก จนในที่สุดผมก็จัดการหอบเอากระดูกพวกนั้นไปทิ้งที่ลำธารหลังบ้านเพราะอย่างน้อยๆ กระแสน้ำก็คงจะพัดเอากระดูกพวกนี้ไปไกลจนไม่มีหลักฐานใดชี้มาหาผมได้อีก ส่วนที่เหลือก็ต้องจัดการคราบเลือดที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าของผมแล้วก็...เขา

"หยก" อยู่ๆ เขาก็เรียกชื่อของผมขึ้น ผมจึงหันกลับไปก่อนจะพูดว่า...

"อ...อะไรเหรอ?"

"เรา...เราอยากมีชื่อ"

"หืม?"

"เรา...เราอยากมีชื่อเรียก หยกตั้งชื่อให้เราทีสิ"

"อืม..." ผมยืนคิดอยู่นานก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างได้

"นายมีตาเหมือนฉลามก็จริงแต่ถ้าจะเรียกนายว่าฉลามเราก็คงจะเรียกไม่ถนัดเท่าไร ถ้าอย่างนั้นเราจะเรียกนายว่า 'เหยี่ยว' ก็แล้วกัน อย่างน้อยๆ เล็บของนายมันก็ดูเหมือนกับเล็บเหยี่ยวเลย" ผมพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ ไปให้

"เหยี่ยว...อืม เราชอบนะ ชื่อคล้ายกับหยกเลย"

เขา...ไม่สิ! เหยี่ยวพูดก่อนจะยิ้มโชว์ฟันแหลมๆ มาให้ผม เอาเถอะ ถึงผมจะยังรู้สึกกลัวเขายังไงแต่ถ้าตอนนี้แค่เขาไม่คิดที่จะกินผมแค่นั้นผมก็ถือว่าโล่งใจไปหน่อยหนึ่งแล้วล่ะ

...เหยี่ยว

​.

To be continue

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น