กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : อานนท์ บูรณกำจร1/3จบบท (พร้อมวางจำหน่าย)

ชื่อตอน : รีไรท์ : อานนท์ บูรณกำจร1/3จบบท (พร้อมวางจำหน่าย)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 606

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2561 09:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : อานนท์ บูรณกำจร1/3จบบท (พร้อมวางจำหน่าย)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้...

ต่อจากตอนที่แล้ว...

มุขธิดาไม่อยากเห็นมันอีก เธอจึงเลื่อนสายตาตัวเอง มองเลยใบหน้าหล่อเหลาของคนจิตใจไม่ปรกติไปทางเป้าหมายแทน พอเห็นแสงไฟจากไกลๆเริ่มใกล้เข้ามาทุกที มุขธิดาเตรียมกะจังหวะตอนเขาเผลอ ไม่ใช่เธอไม่กลัวเขา ใจเธอยังกลัวแสนกลัวอยู่เต็มอก แต่รอบตัวเธอนั้นไร้ผู้คนเดินผ่าน ไม่รู้จะเรียกหาให้ใครช่วยเหลือ นอกจากตนเป็นที่พึ่งเห็นตนเท่านั้นในเวลานี้

“อย่าทำเป็นคนหัวดื้อพูดจาไม่รู้เรื่องนักเลย เพราะฉันไม่ชอบและไม่อยากได้ยินคำว่า ไม่...จากผู้หญิงอย่างเธออีก หนเดียวก็ไม่อยากฟัง ”

 อานนท์กัดฟันแน่นเมื่อมุขธิดายังยืนยันที่จะไม่ยอมไปกับเขา ไอ้มือที่เกาะกุมหัวไหล่มนไว้ขยุ้มเข้าเนื้อนิ่มจนเขาเห็นใบหน้าเล็กบิดเบี้ยว ทว่าเจ้าหล่อนไม่ร้องขอความเห็นใจจากเขาสักคำ ดี...อยากมาทำปากเก่งกับเขาก่อน ทำให้เจ็บเสียบ้างจะได้หัดจำ อย่าบังอาจทำตัวเป็นปรปักษ์ กับนายอานนท์คนนี้เป็นอันขาด ถ้ายังไม่อยากตายแบบศพไม่สวย...

“หรือว่าเงินห้าหมื่นยังน้อยเกินไป ก็ได้...นั้นฉันจะเพิ่มเงินให้เธออีกก้อนเป็นหนึ่งแสน คิดว่าเธอคงไม่คิดโก่งค่าตัวเพิ่มเกินกว่านี้อีกหรอกนะ” อานนท์รีบพูดดักทางเมื่อเขาคิดว่ามุขธิดากำลังโก่งค่าตัวกับเขาอยู่ ถึงได้เอาแต่ปฏิเสธเขาตลอดเวลา

“ว่าไง...หนึ่งแสนสำหรับนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนฉันคืนนี้ แต่ถ้ามีอะไรต่อจากนั้น ฉันจะเพิ่มให้เธออีก เป็นค่าเสียเวลา ขอให้เธอสบายใจได้เลย เพราะผู้ชายอย่างนายอานนท์ถ้าเกิดถูกใจอะไรขึ้นมาสักอย่าง มันจะทุ่มให้ไม่อั้นและก็ไม่คิดจะเอาเปรียบเพื่อต้องการกดราคาสักบาทด้วยนะ” ชายหนุ่มโอ้อวด ทว่ามุขธิดาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงเพราะเธอกำลังรอคอยเวลา ดวงตาดำกระจ่างใสวาววับมุ่งมั่นกับสิ่งที่รอคอย จนอานนท์ชักเริ่มเอะใจ เขาหรี่ตามองหญิงสาวเพื่อจับพิรุธ

ยัยนี่กำลังคิดจะทำอะไร?

เขาเริ่มสังเกตเห็นสายตาของมุขธิดาไม่เหมือนเดิม เจ้าหล่อนกำลังจดจ้อง มองตรงไปด้านหลังของเขาอยู่บ่อยครั้ง แล้วนั่นเจ้าหล่อนกำลังมองอะไรกันวะ ไอ้ที่เขาแหกปากถามไม่คิดจะสนใจตอบ มันจะมากเกินไปแล้วจริงๆนั่นแหละ มีใครหน้าไหนบ้าง กล้าเพิกเฉยในสิ่งที่เขาต้องการคำตอบอย่างเจ้าหล่อนทำบ้าง ไม่มีเลยไม่มีเลยสักคนเดียวที่กล้าทำเหมือนอย่างยัยนี่ที่ทำกับเขาอยู่ ณ ขณะนี้...

“ว่าไง? ยัยหนูหริ่งตัวสกปรก หนึ่งแสนรอบสุดท้าย เอาไม่เอา...”  คนขี้หงุดหงิดเริ่มเดือดพล่าน ความสงสัยนั้นมีเต็มร้อย เจ้าหล่อนมองอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์สนใจจะหาคำตอบ เพียงเพราะคืนนี้เขาถูกผู้หญิงฐานะต่ำต้อยแต่งตัวแสนปอนบอกปฏิเสธแบบไร้เยื้อไยหนแล้วหนเล่า ใครจะไปทนได้เล่า

มุขธิดายิ้มเยาะเมื่อสิ่งที่รอคอยใกล้เข้ามาทุกที เธอตวัดสายตาขุ่นมองคนปากร้าย

“ฉันก็ไม่ได้ไปสกปรกบนหัวคุณเสียเมื่อไหร่ แต่จะว่าไป ฉันว่าปากคุณมันน่าจะทั้งเหม็นและสกปรกกว่าตัวฉันเสียอีกนะ ไม่เชื่อคุณลองดมกลิ่นปากคุณดูสิ ฉันไม่อยากจะพูดเลย...” มุขธิดาเบี่ยงใบหน้าหนี และคำโต้กลับที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะมีใครกล้าพูดกับเขา ทำเอาคนขี้หงุดหงิดอารมณ์เดือดขึ้นมาในทันที

“ยายบ้าเอ๊ย เธอกล้าด่าฉันเหรอ มันจะมากไปแล้วนะหรือว่ายังเจ็บตัวไม่พอใช่มั้ยห่า!” อานนท์เบิกตาโตวาวโรจน์ น้อยคนนักที่จะมีใครกล้ามาด่าเขาถี่ๆแรงๆแบบยัยคนนี้ วอนหาที่ตายแท้ๆยัยหนูหริ่งตัวหอม

“ฉันจะทำมากกว่าด่าคุณด้วยซ้ำ ถ้าขืนคุณยังไม่ยอมปล่อยฉันกลับบ้านเสียที”

“กล้าด่าฉันแรงขนาดนี้ ยังคิดว่าฉันจะปราณียอมปล่อยเธอกลับบ้านอีกหรือไง ฝันไปเถอะ มานี่เลย...ตามฉันมานี่ ถ้าคืนนี้ฉันไม่จัดการลงโทษเธอให้เข็ดหลาบสักอย่างก็อย่ามาเรียกฉันว่า อานนท์อีกเลย”

“ไม่...ปล่อยนะ ฉันบอกแล้วไง ฉันจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้...ปล่อยสิ...ปล่อย!” ร่างเล็กขัดขืนดิ้นรนด้วยการพยายามผลักหน้าอกภายใต้ชุดสูทออกห่างเป็นพัลวัน ร่างงามกำลังจะถูกช้อนอุ้มขึ้นจากพื้นปูน เมื่ออานนท์หมดความอดทนจะยื้อแม่หนูหริ่งแสนพยศให้เดินตาม เขาคิดจะจับหญิงสาวแบกขึ้นบ่าไปทิ้งไว้ในรถมันเสียเลยจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวสักที แล้วค่อยไปจัดการสั่งสอนเจ้าหล่อนต่อบนเตียงก็ยังไม่สาย

 ทว่ามุขธิดารอท่าอยู่ก่อนหน้า เมื่อเห็นเขากำลังจะย่อตัวเพื่อแบกร่างเธอ แล้วรถเมล์ประจำทางใกล้จะถึงป้ายเข้ามาทุกที เหลืออีกไม่กี่เมตร เธอรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ง้างฝ่ามือขึ้นสูงฟาดใบหน้าหล่อกระชากใจสาวเต็มแรง พร้อมกับกระโดดยันฝ่าเท้าตรงเป้ากางเกงเขาอย่างพอเหมาะพอเจาะ

“โอ๊ย!”

 ราชสีห์ผู้คิดว่าตัวเองเหนือกว่าหนูหริ่งตัวเล็กถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บจุก มันจุกไปจนถึงลิ้นปี่เขาเลยก็ว่าได้ อานนท์ล้มลงไปกองกับพื้น งอตัวคู้จับลูกชายไว้แน่น ไม่รู้จะถึงขั้นสูญพันธ์เลยหรือเปล่า เมื่อเป้ากางเกงถูกฝ่าเท้ามหาภัยยันเข้าจังเบ้อเริ่มแบบนี้เข้า

แม่หนูหริ่งตัวดี กล้าทำเขาเจ็บขนาดนี้ อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดกลับบ้านได้เลย...

“ซี้ด! ยัยตัวแสบ กลับมานี้เดี๋ยวนี้เลยนะ...”

มุขธิดาไม่อาจอยู่รอดูผลงานของตัวเอง เธอหลับหูหลับตาจับกระเป๋าสะพายไว้มั่น แล้วรีบวิ่งหน้าตั้งตรงไปยังป้ายรถเมล์อย่างไม่คิดชีวิต โบกมือไหวๆให้รถเมล์จอด ทว่าเธอกลัวคนใจร้ายจะลุกวิ่งตามมาทัน ร่างเล็กบอบบางนั้นรีบวิ่งไปดักหน้ารถเมล์พร้อมกระโดดขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้รถจอดสนิทดีด้วยซ้ำ พอขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยหญิงสาวรีบเดินไปนั่งยังเบาะว่างอย่างใจหายใจคว่ำ พอรอดมาได้ถึงกับลูบหน้าลูกตา ขอบคุณพระคุณเจ้าที่ช่วยเธอไว้ในหนนี้

สงบจิตสงบใจได้สักพัก มุขธิดารีบหดคอแอบมองไปยังถนนโล่งด้านหลังรถเมล์ จะมีรถหรูขับตามมาหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มี เธอจึงพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด รอดแล้วยัยมุขเอ่ย...

ในขณะเดียวกันคนถูกแตะกล่องดวงใจยังคงนอนหน้าเขียวบนพื้นปูน ปากร้ายกาจขยับร้องเรียกกระท่อนกระแท่น

“ยัยตัวแสบ กลับมานี่ เดี๋ยวนี้เลยนะ กลับมาสิโว้ย”

“คุณนนท์ครับ...นั่นคุณนนท์เป็นอะไร” เสียงลูกน้องคนสนิทวิ่งกระหืดกระหอบกรูกันลงจากรถเบนซ์สีดำตาตั้ง

“ตาม...ตาม...รถเมล์คันนั้นไป” คนเจ็บจุกชี้นิ้วสั่งเสียงขาดห้วง สันติผู้ที่วิ่งนำขบวนเหล่าบอดี้การ์ดร่างใหญ่มาถึงร่างงอของเจ้านายก่อน นั่งลงตะแคงหูฟังคำสั่งจับใจความได้พอเข้าใจ เหมือนคุณนนท์สั่งให้ตามรถเมล์ไป

สันติยืดตัวหันใบหน้ามองสำรวจไปยังส่วนของฝั่งถนน เขาเห็นแต่ความโล่งของท้องถนนเท่านั้น ไม่เห็นจะมีรถเมล์สักคัน

“คันไหนล่ะครับคุณนนท์”

“กูบอกให้พวกมึงตามรถเมล์คันนั้นไปยังไงละ จะมาแห่ขบวนดูอะไรกันอยู่ตรงนี้อีกโว้ย” คนเจ็บโวยวาย พยายามสูดลมหายใจเพื่อบรรเทาอาการ

“เอ่อ...ผมไม่เห็นเลยสักคันเดียวเลยครับ น่าจะขับไปไกลแล้ว”

“โธ่โว้ย! อย่าให้เจอตัวอีกนะ พ่อจะจับทำหนูแช่เหล้าดองไว้ในขวดโหลให้คอยดู” อานนท์กัดฟันกรอด เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ เขาประมาทเจ้าหล่อนเกินไป คิดว่าเสนอเงินให้ขนาดนั้น เจ้าหล่อนต้องเกิดอาการตาโตบ้างแหละ แต่ที่ไหนได้ ไม่สนใจยังไม่พอ ยังมีหน้าซัดเขาเสียเกือบสูญพันธ์ บ้าจริง!

สันติขมวดคิ้วเข้ม ไม่เข้าใจเจ้านายโมโหอะไร แล้วใครทำอะไรเจ้านายจนกลายสภาพดูไม่จืดแบบนี้ เขาเห็นแล้วได้แต่แอบกลืนน้ำลายลงคอแทน ใจนั้นอยากจะรู้จริงๆ ใครกล้าล้มราชสีห์อย่างอานนท์ บูรณกำจร ให้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ คนๆนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ...

โปรดติดตามตอนต่อไป...

(ฝากอุดหนุนคุณนนท์กับหน.ูหร่ิ่งด้วยนะคะ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น