สัมผัสหัวใจ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 685

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2561 07:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

เมรินดาเห็นมนต์ตะวันเขยิบเข้าใกล้ จึงรีบชี้มือห้าม ปรามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้! "

"อ่าว ทำไมล่ะ ฉันหวังดีนะ"

ฉันคงต้องขอบคุณเธอสินะมนต์ตะวัน เมรินดานึกอย่างประชดประชัน มีอย่างที่ไหนมาอาสาช่วยถอดชุดชั้นในให้คนอื่นได้หน้าตาเฉยขนาดนี้

ไม่ซื่อก็บ้าแน่

หรือไม่ก็ทั้งซื่อทั้งบ้า

และเธอคิดว่ามนต์ตะวันควรถูกจัดอยู่ในประเภทหลัง

"เก็บความหวังดีของเธอเอาไว้เถอะเพราะฉันไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร"

มนต์ตะวันที่ไม่เชื่อหรี่ตาลงอย่างจับผิด นาทีนี้เริ่มสังเกตเห็นใบหน้าซับสีเลือดจางๆ ของคนหน้านิ่งได้อย่างถนัดนี่มากขึ้น แถมท่าทางทำเป็นดุชี้ไม้ชี้มือใส่เธอเมื่อครู่นี้อีก คล้ายๆ ว่าเหมือนกำลังพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง

"พี่เขินฉันเหรอ!? "

"บ้า! พูดบ้าๆ ฉันไม่เขินแถมรู้สึกสงบนิ่งมาก"

คำพูดที่ตอบกลับมาแทบจะในทันทีราวกับไม่ผ่านการคิดช่างผิดวิสัยของเมรินดาที่มักจะคิดก่อนพูดเสมอๆเป็นอย่างมาก

เพียงเท่านั้นรอยยิ้มแพรวพราวของมนต์ตะวันที่รู้ทันก็กระตุกกึกด้วยนึกอยากแกล้ง

เธออยากเห็นเมรินดาแสดงสีหน้าและท่าทางอย่างอื่นที่นอกเหนือจากการวางท่าเก๊กหน้านิ่งของอีกคนมานานแล้ว และนี่ถือเป็นโอกาสอันดีงามที่สุด

หึๆ

เสียงหัวเราะร้ายกับแววตาเจ้าเล่ห์ที่วาวโรจน์ขึ้นอย่างกะทันหันทำเอาเมรินดาแอบหวาดหวั่น รู้สึกเหมือนไม่ค่อยปลอดภัยยังไงไม่รู้สิ

"แต่ฉันกลัวพี่จะเป็นมะเร็งจริงๆ นะ มาให้ฉันช่วยถอดเถอะ" มนุษย์ (แกล้ง) ซื่อคนเดิมหายไป เหลือไว้แต่มนุษย์ขี้แกล้งที่มีแววตาเป็นประกาย ทอดน้ำเสียงที่สุดแสนจะยั่วเย้ากับสายตาสุดเซ็กซี่ที่ไม่มีใครเกิน เชื่อเถอะ ท่ากัดปากเป็นนางแมวยั่วสวาทไม่ขาดรักของเธอในตอนนี้แม้แต่อั้ม พัชราแพรยังต้องอายเลย

เมรินดามองแล้วถึงกับต้องเมินหนี ไม่ใช่เพราะเซ็กซี่แต่มันดูคล้ายพวกโรคจิตหื่นกรามมากกว่า

"ฉันตรวจสุขภาพทุกปีและไม่เป็นมะเร็ง อย่างห่วงไปเลย" เมรินดาย้ำด้วยต้องการจะสื่อว่าเธอปลอดภัยจากโรคร้ายดี ไม่จำเป็นต้องกลัว หรือหากจะกลัวก็คงกลัวคนตรงหน้าที่คืบคลานเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ เสียมากกว่า

"ไม่เอาน่า พี่ได้โปรดอย่าถอยห่างและทำสีหน้าเหมือนกลัวเค้าเลย เค้าเป็นห่วงพี่จริงๆ นะจ๊ะ" พูดจบ คนเป็นห่วงก็เผยรอยยิ้มร้ายอย่างนึกสนุก

แม้เมรินดาจะพยายามส่งความเหี้ยมเกรียมไปให้ทางสายตา ทว่า กลับไม่เป็นผล

พอถอยห่าง คนเป็นห่วงก็เขยิบตามมาอย่างใกล้ชิด

ความหวาดระแวงทำให้เมรินดาลืมนึกไปว่าพื้นที่บนเตียงนั้นมีจำกัดและที่สำคัญเธอกำลังรู้สึกวูบเหมือนตกเหวยังไงก็ยังงั้น

"ว๊าย! "

คล้ายหัวใจหลุดไปอยู่ที่ตาตุ่ม คนกรีดร้องหลับตาปี๋ ในหัวสมองขาวโพลน สติที่เคยดีเยี่ยมกลับวูบหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เธอต้องตกเตียงแน่!

แต่แปลกที่ไม่รู้สึกเจ็บ

แถมยังรู้สึกคล้ายมีอะไรมากอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่น ไหนจะเสียงหัวเราะราวกลั้นขำที่ได้ยินแว่วๆ นั่นอีก

เพียงเท่านั้นเมรินดาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังถูกเด็กลิงกลั่นแกล้ง เธอลืมตาพรวด จ้องคนขำที่นั่งคร่อมอยู่บนตัวเธออย่างเอาเรื่อง

"เล่นอะไรบ้าๆ " รู้ไหมว่าหัวใจฉันเกือบวาย ประโยคหลังคิดในใจเพราะหากพูดออกไปก็กลัวเสียฟอร์ม เดี๋ยวจะหาว่าเธอเป็นพวกขวัญอ่อนอีก

"เมื่อกี้พี่กรี๊ดด้วยอะ แถมท่าตกใจนี่...ฮ่าๆ ไม่เหลือฟอร์มเลย" คนพูดยังหัวเราะไม่หยุด

ทำเอาคนหลุดฟอร์มต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกลบความอับอายของตัวเองแล้วรีบตัดบทเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเชิงไปมากกว่านี้

"เลิกเล่นเป็นเด็กแล้วไปนอนซะ ฉันง่วง" เอ่ยเสียงขรึมมากเป็นพิเศษ

ทว่ามนต์ตะวันกลับไม่ยอมเอนเอียงไปกับคำพูดของคนขรึมแม้แต่นิดเดียว หนำซ้ำยังแกล้งทำเป็นยิ้มตาฉ่ำหวานโปรยเสน่ห์แพรวพราวอย่างคนเจ้าเล่ห์

"คงนอนไม่หลับหรอก ถ้ายังไม่ได้ช่วยถอดให้พี่" พูดจบคนมือไวไม่รีรอให้เมรินดาอ้าปากปฏิเสธ แกล้งจับไปที่เอวบาง คนถูกจับสะดุ้งเฮือก หากแต่ด้วยความรู้สึกจั๊กจี้จึงทำให้หลุดหัวเราะออกมา

และไม่รู้ด้วยเหตุผลใด รอยยิ้มกว้างที่เผยออกพร้อมเสียงหัวเราะของเมรินดาถึงได้ส่งผลสะกิดตรงต่อหัวใจของมนต์ตะวันราวกับถูกไฟฟ้าช็อต

คนอะไรหัวเราะได้ละมุนเป็นบ้า…

ขณะที่มนต์ตะวันนิ่งไปคล้ายกับเกิดอาการเครื่องน็อค เมรินดาที่หัวเราะไม่หยุดก็พยายามแกะมือออก แต่กลายเป็นว่ายิ่งแกะยิ่งเกี่ยวพัน ยิ่งผลักดันยิ่งรั้งให้แนบชิด

รู้ตัวอีกที ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นอ่อนที่ถ่ายทอดให้กันผ่านทางหน้าผากมนที่แนบสนิทกันอยู่ เพียงสบตา หัวใจต่างพากันเต้นระรัวคล้ายเกิดแผ่นดินไหว หากแต่โลกทั้งใบกลับหยุดหมุน

ที่สำคัญ แม้อุณหภูมิภายในห้องนั้นสุดแสนจะหนาวเหน็บ แต่ทำไมอุณหภูมิหัวใจถึงได้ร้อนวูบวาบพิลึก

หรือช่วงนี้เธอจะนอนน้อยเกินไป...สายตาถึงได้เบลอ มองเห็นพี่หน้านิ่งมีออร่าความละมุนและอบอุ่นเปล่งประกายอยู่รอบตัวไปได้

มนต์ตะวันสะบัดหน้าไปมาเพื่อดึงสติแล้วตัดสินใจพลิกตัวกลับไปนอนในที่ของตัวเอง

"เอ่อ ฉันไม่แกล้งพี่แล้วดีกว่า ง่วงแล้ว" ยกขึ้นกุมอกด้วยรู้สึกใจสั่นไม่หาย

เธอควรนอน?

ใช่แล้ว ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ

ฝั่งเมรินดาเองก็เงียบไป ดวงตาลืมขึ้นมองเพดานด้วยอาการใจสั่นไม่ต่างกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่ผสานกันเมื่อครู่ยังตราตรึงอยู่ในความรู้สึกไม่ห่างหาย

ทำไมหัวใจของเธอถึงเต้นแรง?

หรือสงสัยเธอจะนอนน้อย?

พอนอนไม่พอความรู้สึกแปลกประหลาดจึงได้ก่อตัวขึ้นมาในร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แล้วคนที่คิดว่าตัวเองนอนน้อยทั้งสองก็ใช้คำสั่งปรบมือให้ไฟดับลงพร้อมกัน

เห็นทีคืนนี้คงต้องนอนให้เยอะๆ เสียแล้ว จะมัวปล่อยให้ระบบหัวใจรวนผิดปกติแบบนี้ไม่ได้

คิดดังนั้นทั้งคู่ก็หลับตาลง พากันเข้าสู่ห้วงแห่งนิทรา...

ซะเมื่อไหร่!

เวลาผ่านไปร่วมกว่าชั่วโมง มีเพียงมนต์ตะวันที่นอนหลับปุ๋ยอย่างสบายอารมณ์ ทว่าเมรินดากลับพลิกตัวไปมา นอนไม่หลับเอาเสียเลย

ก็จะให้หลับลงได้อย่างไรกัน ในเมื่อคนข้างๆ เล่นดึงผ้าห่มไปจากเธอจนหมด แถมยังละเมอเอาขามาพาดเอว บ่นพึมพำว่าโดกี้ๆ อยู่ที่ข้างหูเช่นนี้

ให้ตายเถอะ บางทีเธอควรสวดมนต์ก่อนนอน เผื่อว่าผลบุญจะช่วยให้คนข้างๆ เลิกนอนละเมอถึงโดกี้เสียที

เช้าวันใหม่ช่างสดใสสำหรับมนต์ตะวันเหลือเกิน รู้สึกว่าได้นอนเต็มอิ่ม แม้จะแอบแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมเมื่อคืนอากาศในห้องพี่หน้านิ่งถึงได้อบอุ่นนัก ทั้งที่ปกติจะเย็นยะเยือกมากเพราะพี่เมรินดายักษ์มักชอบเปิดแอร์ให้อุณหภูมิต่ำๆ แบบเย็นฉ่ำชื่นใจ

แต่ครั้นหันมองเจ้าของห้องแล้วมนต์ตะวันถึงกับต้องชะงัก เพราะคนหน้านิ่งแลดูมีขอบตาที่คล้ำขึ้นอย่างชัดเจน

"เฮ้ยพี่! " มนต์ตะวันทำหน้าตกใจแรง "ทำไมเหมือนคนอดนอนเลย หรือว่าพี่โดนของ"

คนอดนอนยิ้มยะเยือก พลางคิดในใจว่าถ้าเธอโดนของ คนทำคาถาใส่ก็ไม่ใช่ใครเลยนอกจากคนตรงหน้านี่ล่ะ พูดอยู่ได้โดกี้ๆ!

แต่ถึงอย่างนั้นคนโดนของก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะมีเรื่องสำคัญกว่าจะต้องจัดการ

"วันนี้สิบเอ็ดโมงเธอต้องออกไปทานข้าวกับฉันในฐานะคนรัก"

คนรัก?

มนต์ตะวันเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นแทบจะทันที รู้สึกว่าวันนี้จะมีอะไรน่าตื่นเต้นให้เธอทำอีกแล้วสิ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น