เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

41.2 บุญบารมีจ้าวดารา

ชื่อตอน : 41.2 บุญบารมีจ้าวดารา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 116

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2561 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
41.2 บุญบารมีจ้าวดารา
แบบอักษร

สถานที่จัดงานประลองวีรชนสิงหาคือคิงโคโลเซียม[ลานประลองชะตาพระราชา]สนามแข่งขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายสนามฟุตบอลสมัยโบราณ ภายในจักมีลานพื้นดินขนาดใหญ่เป็นลานประลอง รอบด้านจักเป็นชั้นที่นั่งผู้ชมเรียงรายเป็นแถวแนวตั้งแนวนอน บริเวณขอบสนามจัดเป็นพื้นที่สำหรับผู้ชมธรรมดา ส่วนบริเวณสูงจัดเป็นพื้นที่ผู้มีฐานะสูงส่ง ร่ำรวย บรรดาขุนนาง คุณหนูคุณชาย เจ้าชาย และราชาแมงมุน

เพดานเปิดโล่งเห็นท้องฟ้าสีฟ้าคราม หมู่วิหค และดวงตะวัน

ยามนี้ทั่วคิงโคโลเซียมมีผู้ชมพลุ่งพล่าน ล้วนสวมใส่เครื่องแต่งกายแปลกประหลาดตามวัฒนธรรมประจำถิ่นกำเนิด ในหมู่ฝูงชนนับพันมีนักสู้มิน้อย กระนั้นนักสู้ที่ต้องลงประชันฝีมือในงานมิร่วมในนี้ นักสู้ดังกล่าวร่วมกลุ่มที่อีกสถานที่ซึ่งเป็นห้องโถงต้อนรับ แถวใกล้ๆโคโลเซียม สาเหตุที่ต้องรวบรวมนักสู้ตัวแทนเมืองต่างๆไว้ก่อนเริ่มงาน เพราะพวกเขาต้องจับฉลากจัดลำดับว่าใครสู้กับใคร

จำนวนนักสู้มีมากกว่าแปดสิบชีวิต เหล่านักสู้ผู้ชำนาญศาสตร์คือตัวแทนเมืองที่มิว่าเมืองน้อยไร้นามฉายา หรือเมืองใหญ่ นครแห่งเกียรติยศ

“ขอเชิญนักสู้ทุกท่านขึ้นหยิบฉลาก”

ผู้ประสานงานกู่ร้องประกาศก้อง นักสู้ห้าส่วนพุ่งตรงดิ่งไปจับสุ่มหมายเลขประจำตัวทันทีหลังสิ้นเสียงประกาศ อีกห้าส่วนไม่รีบร้อนเพราะคราวนี้แค่จับหมายเลขประจำตัวเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ควรกังวลว่าตนจักเจอกับใคร ย่อมรอช่วงเวลาที่ผู้ประสานสุ่มจับอีกทีหนึ่ง

โคมไฟระย้า แผ่นหินอิฐดำ โต๊ะยาวและเก้าอี้ไม้

บรรยากาศเปี่ยมไอสังหารคุกรุ่นแว่วเสียงหัวเราะสดชื้นแจ่มใสดั่งฤดูร้อน เด็กสาวปริศนาลากสหายสนิทมุดเบียดเสียดผู้ใหญ่เข้าไปหยิบฉลากในกล่อง ผู้ประสานที่ยืนคุมกำกับงานลอบมองเจ้าตัวน้อยพลางยกยิ้มไมตรีอารี เขาเห็นกล่องบนโต๊ะสูงเกินอุ้งมือน้อยๆจักแตะเอื้อม ผู้ประสานงานจึงยกกล่องลงด้านล่างให้เด็กสาวทั้งสองหยิบฉลากอย่างง่ายๆ เด็กสาวอมยิ้มร่าเริง หยิบฉลากและบอกขอบคุณผู้ประสานงาน

ภายในกลิ่นเหงื่อและไอร้อนระอุยังมีความอ่อนโยนซุกซ่อน นารีที่ลอบสังเกตแอบคลี่ยิ้ม

นางชอบเสาะแสวงเรื่องราวดีๆเล็กน้อยๆเช่นนี้มิมีเบื่อ

“คนน้อยแล้วนารี”

“อือ”

ดวงดาวน้อยอำลาท่อนแขนอ้วนพลางเคลื่อนกายไปทางผู้ประสานงาน ผู้ประสานงานเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมชุดเรียบร้อย เขาเห็นนารีก็ให้แปลกใจ ฉงนสงสัยว่าเหตุใดปีนี้มีเด็กน้อยร่วมงานวีรชนสิงหามากกว่าปีอื่นๆ พวกนางเป็นตัวแทนเมืองใด ฝีมือคงร้ายกาจจนสามารถใช้ตำแหน่งตัวแทนเมืองร่วมงานประลอง “พวกเจ้าจัดลำดับนักสู้อย่างไรรึ”นารีสวมหน้ากากพลางชวนผู้ประสานงานคุย “หมายเลขที่ท่านหยิบจากกล่องคือหมายเลขประจำตัวท่าน ทางเราจักสุ่มจับสองหมายเลขในอีกกล่องหนึ่งเพื่อจับคู่ประลองขอรับ”ผู้ประสานยิ้มอธิบายเสียงสุภาพ เขามิรังเกียจจักตอบคำถามผู้ร่วมงาน เพราะมันคือหน้าที่ของเขา ดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจ

นารีผงกหน้ากากรับทราบ งานคราวนี้ต้องวัดดวงแล้วกระมัง

ชาวเมืองไฟท์มาคิสออนเป็นคนซื่อตรง มินิยมใช้กลโกงเท่าไหร่นัก พวกเขามีสายเลือดนักสู้โบราณกาล เวลามีปัญหาก็ใช้วิธีต่อยกันเพื่อหาข้อยุติ พวกเขาถือสัจจะผู้แข็งแกร่งคือผู้มีอำนาจ และผู้แข็งแกร่งต้องมีหัวใจที่เที่ยงธรรม และเมตตากรุณา น้ำใจ ด้วย

ผู้ประสานจดจำหมายเลขและชื่อนารี พลางบอกลาดวงดาวน้อย เขายืนนิ่งลอบบีบคอเพราะหิวน้ำ ในห้องโถงเหลือคนยังมิจับฉลากประปราย เขายืนรอกระทั่งคนที่เหลือทยอยหยิบฉลากเรื่อยๆ และช่วงขณะที่เขากำลังนึกอยากดื่มน้ำผลไม้ สายตาชายหนุ่มเพ่งมองยังสตรีที่เยื้องย่างเข้ามาใกล้ รูปร่างอรชรดุจดั่งเทพธิดา ก้าวเท้าสง่างามทุกอณูแฝงไอมาโฮเจือจาง เรือนผมสีแดงทับทิมสลับสีน้ำเงินมหาสมุทรยามราตรีแลให้นางคล้ายภูตไฟภูตน้ำแข็ง ดวงตาสองสีข้างซ้ายสีแดงอ่อนข้างขวาสีน้ำเงินอ่อนแฝงความอ่อนเยาว์ราวสาวน้อยในห้องหอ กระนั้นหากสบมองก็ให้ตะลึงหวั่นไหว เพราะนัยน์เนตรนางคมกริบเยี่ยงใบมีด และกระบี่นับหมื่นเล่ม ไร้ความอบอุ่น และหนาวยะเยือกเฉกเช่นหุบเหวน้ำแข็ง หน้าท้องและหัวไหล่ไร้เครื่องแต่งกายปิดบัง เผยผิวพรรณสีขาวผ่องราวขนแกะ เนื้อนุ่ม นางงดงามยิ่งนัก แม้แต่นารี เมรัยยังยอมหยุดมองประเดี๋ยวหนึ่ง

ความงามของนางมิใช่มีเพียงเรือนร่างที่สวยวิจิตรราวภาพมายา ยังมีกลิ่นไอพลังเบาบาง กระนั้นก็หนักแน่น แกร่งกล้า ยิ่งกระบวนวิธีก้าวเท้าของนางคือการเดินเหมือนนักรบ ไร้ช่องโหว่ ไร้ช่องว่าง มิมีโอกาสลอบสังหารนางแม้แต่เสี้ยวนาที เพราะเช่นนี้นางจึงอันตรายประหนึ่งนักฆ่าใต้แสงอรุณรุ่ง มิหวาดกลัวต่อความมืดมิด และมิกริ่งเกรงแสงตะวัน

เพียงมองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่านางมิเหมือนใครในห้องโถง ระดับพลังสูงเทียบฟ้า ทักษะล้ำเลิศ กลิ่นไออุดมมนตรา ความสามารถต่างกันลิบลับราวฟ้ากับเหว

“เชิญท่านนักรบอันดับหนึ่งจับฉลากขอรับ”

สตรีผู้นี้คือคนที่หลายๆคนรู้จักดี ยกเว้นเมรัย นารี และเรไร สามสาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกมิเคยไปเที่ยวที่ใดย่อมมิรู้จักหน้าค่าตาสตรีผู้ครองฉายาอันทรงเกียรติสูงสุดแห่งปฐพี นารีหรี่ตา รอยยิ้มเสื่อมคลาย ดวงดาวน้อยยอมรับว่านักสู้ในห้องโถงแต่ละคนมิธรรมดา หากวัดพลังมาโฮ นางอาจชนะขาดลอย แต่ถ้าเทียบฝีมือวิชาด้านการประลอง นางเป็นรองขั้นหนึ่ง

อย่างน้อยในหมู่นักสู้ก็มีคนที่นารีให้กังวลสองคน หนึ่งแน่นอนคือนักรบอันดับหนึ่ง สองคือ…

“นางร้ายกาจหรือ”

เรไรเห็นนารีเอาแต่จ้องมองคนผู้หนึ่งที่ยืนพิงกำแพง เขาหรือนางคนนั้นแอบซ่อนตัวตนอย่างสันโดษใต้เงาเสาค้ำจุน แม้นจักอาศัยเงาทะมึนอำพรางจากสายตาผู้อื่น แต่ประกายสีเงินและลวดลายบนชุดเกราะก็มิอาจทำให้นารีละสายตา “ร้ายกาจหรือไม่ ข้ายังมิแน่ใจ แต่..”นารีจักเอ่ยเรื่องจริงให้เรไร ทว่าลอบเห็นสีหน้าหนักใจปักษาน้อยเสียก่อน ดวงดาวน้อยจึงเปลี่ยนความคิด “แต่ข้าร้ายกาจกว่า ฮึๆ”นารีใช้พัดกระดาษทุบหน้าผากเรไรเป็นเชิงหยอกล้อ ปักษาน้อยหน้าแดงระเรื่อถูกนารีตีหัวยังรู้สึกสนุก ดีใจเช่นเดิม

เมรัยล้อเรไรชอบถูกตี เรไรพลันบันดาลโทสะอยากบอกไม่ใช่ แต่ก็อย่างที่หลายๆคนทราบนั้นแหละ

นารีเห็นทั้งสองมิสนใจเรื่องเมื่อครู่แล้วก็เบาใจ พลางลอบมองทางคนผู้นั้นอีกครา

ดวงใจหวั่นไหว “เกราะดาราเก้าชั้นฟ้า..”

ชุดเกราะที่มีเพียงมิกี่ชิ้นในห้วงจักรวาล แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์…ควรมี

หลังนักสู้จับฉลากเรียบร้อย ผู้ประสานงานก็ร้องชี้แจ้งขั้นตอนต่อไป กลุ่มนารียืนสนทนาพูดเรื่องค่าใช้จ่าย ด้วยเมรัยป่วยจึงมิอาจเปลี่ยนที่พัก ตลอดหลายวันพวกเมรัยจึงยังตั้งกระโจมนอนใต้สะพาน แต่วันนี้เมรัยสบายดีแล้ว หมอผีน้อยจึงอยากให้ดวงดาวน้อยไปคุยเรื่องข้อตกลงกับกิ้งก่าน้อยอีกครั้ง ว่าจะจัดเรือนพักให้พวกนางได้หรือไม่ เมรัยคิดว่าน่าจักมิมีปัญหา เพราะนารีถือเป็นนักสู้ในสังกัดลิซ่าแล้ว นารีก็มิค้าน กล่าวว่าหลังเสร็จการกำหนดคู่แล้ว นางจักไถ่ถาม

เรื่องที่คาดมิถึงคือ นารียังมิทันพูดจบ หางตาพลันสังเกตเห็นศีรษะกลมดิกโผล่หลังประตูห้อง ลิซ่าในชุดชาวพื้นเมืองมีเครื่องประดับต่าหงูทองคำ สร้อยคอ และป้ายทองแปะหน้าหาก กิ้งก่าน้อยลอบมองในห้อง เห็นนารียืนกับพวกเมรัย นางแย้มยิ้มดีใจรีบสอยเท้ามายังบริเวณที่พวกเมรัยยืน “สวัสดีท่านพี่นารี”เสียงนุ่มแฝงความเคารพรัก บวกรอยยิ้มลูกเสือน่าฟัด

ท่านพี่หรือ.. เรไรฟังแล้วยิ้มเย็น อากาศในห้องโถงจู่ๆก็เย็นเยียบเช่นกัน

“ข้าให้เจ้าเรียกเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เรียกพี่นารีก็พอ”

ดวงดาวน้อยเงยหน้ากาก กอดอกสั่งสอน อย่าบังอาจให้เรไรเข้าใจผิด มิเช่นนั้นข้าจักมิห้ามให้ปักษาน้อยแช่แข็งกิ้งก่าน้อย

“เข้าใจแล้วค่ะ พี่นารี”

ก็ยังฟังน่าตบเช่นเดิม เรไรลอบคิ้วกระตุก

“อย่าถือสาเด็กเลยน้า”

เมรัยปิดตาลูบหัวเรไรเพื่อบรรเทาความน้อยใจ เรื่องที่ลิซ่าอยากบอกนารีนับเป็นเรื่องใหญ่ ลิซ่าแรกๆมีกำลังใจเต็มอกและดีใจที่พบนารี กระนั้นพอนึกถึงเรื่องที่นางอยากเตือนนารี กิ้งก่าน้อยหน้าซีดเป็นไข่ต้ม นางอยากร่ำไห้ในความไม่ยุติธรรมเหลือเกิน “นักสู้ที่เพื่อนข้าเลือก…”ลิซ่าคิ้วขมวด ก้มหน้างุด แม้นมิอาจทำใจ แต่ต้องยอมรับ “นักรบอันดับหนึ่งค่ะ”

“…”

“..”

“อ่อ”

ระหว่างที่เมรัยกับเรไรอ้าปากค้าง นารีแค่ร้องอ่อแปลว่าเข้าแล้ว เสียงน้ำไร้ซึ่งความปวดใจ สับสน มิมีแว่วหวาดหวั่น เกรงกลัวแต่อย่างใด ราวคนที่นารีต้องคิดบัญชีคือคนธรรมดา ชอบว่ายน้ำท่ากรรเชียง และปลูกต้นมะม่วง ว่างๆไปเที่ยวทะเล คนแบบนั้น นารีตระหนักดีถึงพลังของนักรบอันดับหนึ่ง เพราะนางเจอตัวเป็นๆเมื่อครู่ นารียอมรับว่านางช่างแข็งแกร่ง ของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

“พี่นารีสู้ไหวหรือไม่”ลิซ่าถามเสร็จก็อยากตบปากตนเอง คำถามนี้ยังถามหรือ คนที่พูดถึงคือนักรบที่ร้ายกาจ และอันตรายที่สุด

“มิไหวก็ต้องไหว”

 นารีมือเท้าเอวมิมีใครเห็นสีหน้านางยามนี้ แต่ฟังเสียงเรียบนิ่ง หลายคนก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เมรัยมิเป็นห่วงนัก เพราะหากนารีบาดเจ็บ หมอผีน้อยก็ขอทำตามสัญญา อุ้มกลับบ้าน

เบื้องหน้าลิซ่าคือกลุ่มเมรัยซึ่งเป็นสาวน้อยอายุมากเกินนางนิดหน่อย ทว่าถือเป็นเด็กเช่นกัน กิ้งก่าน้อยเริ่มลังเล แต่ฟังคำยืนยันว่าไหว ลิซ่าฝืนใจกลืนความวิตก บางทีนางควรเชื่อใจพี่นารี ภาวนาให้พี่นารีโค่นทุกคนแล้วไปสู้กับคู่อริของนาง

เวลาล่วงเลยพ้นผ่าน ไม่นานผู้ประสานงานก็สั่งให้คนงานยกกระดานดำ วางบนเวที ผู้ประสานงานถือกล่องสี่เหลี่ยมและวางไว้ตรงกลางเวที เขาแสดงให้ทุกคนเห็นว่านี่คือความยุติธรรม มิมีการแอบจับฉลากหรือกำหนดคู่ต่อสู้ด้วยมือมืด มือที่สาม “ขอเริ่มจับคู่ ณ บัดนี้”ผู้ประสานงานร้องตะโกนและล่วงมือหยิบแผ่นไม้สองแผ่น เขาหยิบและชูให้นักสู้ทุกๆคนเห็นหมายเลข

“ลุ้นจังเลยคุณปู่”

เด็กสาวยกกำมือขนาบอก

“…”

อัศวินสาวนิ่งเงียบรอฟัง

“คนใดหนอคือผู้โชคร้ายเจอเจ้าคนแรก”

เจ้าชายแคว้นแมรี่คลี่ยิ้มชั่วร้าย มือลูบไล้นักรบอันดับหนึ่ง

ใครกันนะที่ข้าต้องเจอ…

นารียกยิ้มพราย สีหน้าเฝ้ารออย่างคาดหวัง นัยน์สีน้ำเงินมีประกายอำมหิตสาดประปรายประหนึ่งนักล่านักล่า[เดอท์ฮัตเตอร์คิวฮันเตอร์]

บนกระดานดำมีหมายเลข แถวลำดับชั้น นักสู้ทั้งหมดมองหาหมายเลขและชื่อของตน หลายคนเห็นชื่อของตนกับคู่ต่อสู้ก็ให้ถอดถอนใจ บางคนยิ้มสยดสยองใจเต้นระรัว บางคนมิหมายเอ่ยสิ่งใด ลิซ่ารีบกวาดสำรวจหาชื่อนารีอย่างคลุ้มคลั่ง ขอร้องอ้อนวอนอย่าให้โชคร้ายเจอคนเก่งๆตั้งแต่รอบแรก “โชคดีจริงๆ”ลิซ่าแววยินเสียงไพเราะระคนซุกซน กิ้งก่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ

นางหันมองนารี คราวไล่มองตามสายตาดวงดาวน้อย

“…ไม่จริง”

หมายเลข 28 กับ 40 ใต้หมายเลขมีชื่อและฉายาคนเขียนกำกับ “นักรบอันดับหนึ่งรึ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น